Wi-Fi Experience@KBank
ค้นหา:
Join:
Home / Travel / อิตาลี / ข้อมูลน่ารู้ก่อนเดินทาง

อิตาลี - ข้อมูลน่ารู้ก่อนเดินทาง


Send To Friend

 
Share |
 
 

การขอ VISA

บุคคลสัญชาติไทยที่ประสงค์จะเดินทางเข้าประเทศอิตาลี มีความจำเป็นต้องขอวีซ่าเชงเก้น เนื่องจากอิตาลีเป็นหนึ่งในสมาชิกของสหภาพยุโรปซึ่งใช้วีซ่าเชงเก้น ขั้นตอนแรกในการขอวีซ่าคือ การโทรนัดหมายเวลา
ยื่นเอกสาร ซึ่งสามารถติดต่อได้ที่หมายเลข 1900 222 344 ซึ่งต้องใช้เอกสารต่างๆ
(สำหรับการขอวีซ่าเพื่อการท่องเที่ยวแบบไม่เกิน 90 วัน) ดังนี้

1. หนังสือเดินทางตัวจริง พร้อมสำเนา 1 ใบ ซึ่งหนังสือเดินทางจะต้องไม่หมดอายุ ภายใน 3 เดือน
หลังจากวันสุดท้ายของการเดินทาง
2. ใบคำร้องขอวีซ่า กรอกครบถ้วน พร้อมรูปถ่ายชนิดทำพาสปอร์ตขนาด 2 นิ้ว 1 ใบ
3. ใบจองตั๋วเครื่องบินทั้งขาไป และขากลับ
4. ใบจองที่พักตลอดการเดินทาง อาจไม่จำเป็นต้องทั้งหมด แต่อย่างน้อยควรมีสำหรับวันเดินทางไป
และวันที่เดินทางกลับ
5. จดหมายรับรองการทำงานของที่ทำงานปัจจุบัน หรือใบรับรองอาชีพ โดยระบุชื่อและนามสกุล
วันที่เริ่มทำงาน ตำแหน่ง เงินเดือนปัจจุบัน และการอนุญาตให้ลางานจากทางบริษัท
6. Statement ธนาคารย้อนหลัง 4 เดือนถึงเดือนปัจจุบัน พร้อมสมุดบัญชีตัวจริง
7. เอกสารตัวจริง และสำเนาการทำประกันภัยการเดินทาง วงเงินไม่น้อยกว่า 1 ล้าน 5 แสนบาท
8. ค่าธรรมเนียม 60 ยูโร (ผันแปรตามค่าเงิน) ซึ่งไม่สามารถขอคืนได้ ในกรณีที่วีซ่าไม่ผ่าน


การเดินทางจากประเทศไทย

เครื่องบิน

ผู้ที่ต้องการเดินทางจากเมืองไทยไปอิตาลี สามารถเดินทางได้โดยตรงด้วยสายการบินไทย ซึ่งจะมีให้เลือกเมืองปลายทางได้ 2 เมือง คือ โรมกับมิลาน โดยเที่ยวบินที่เดินทางไปยังกรุงโรมนั้น จะมีในวันจันทร์ พุธ ศุกร์ และอาทิตย์ เท่านั้น ออกเดินทางเวลา 00.20 น. ถึง 06.50น. ขณะที่เที่ยวบินที่บินไปยังมิลานจะออกเดินทางเฉพาะ วันอังคาร พฤหัส และเสาร์ ในเวลา 00.40 น. ถึง 07.35 น. นอกจากนี้ยังมีสายการบินอื่นๆ ที่ให้บริการเดินทางไปยังโรมและมิลานอีก ได้แก่ Emirates, Turkish Airlines, Air France, Swiss International Airlines, Lufthansa, Qatar Airways, Egyptair, Finnair, Austrian Airlines, Singapore Airlines และKLM แต่ทั้งหมดก็ต้องไปรอเปลี่ยนเครื่องอีกที


การเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ

อิตาลีเป็นประเทศที่มีระบบการคมนาคมที่ค่อนข้างครบถ้วน ทำให้สามารถเดินทางท่องเที่ยวเมืองต่อเมือง
ภายในประเทศได้อย่างทั่งถึงด้วยวิธีการต่างๆ ดังนี้

ทางรถไฟ เส้นทางรถไฟในอิตาลีครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ โดยมีความยาวทั้งหมดถึงกว่า 20,000 กิโลเมตร จึงทำให้นักท่องเที่ยวส่วนมากนิยมเดินทางด้วยวิธีนี้ เพราะนอกจากจะไปถึงจุดหมายได้ตรงตามเวลาแล้ว ยังมีรอบเดินทางที่ค่อนข้างถี่มาก สำหรับการเดินทางระหว่างเมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ ได้แก่ โรม มิลาน เวนิส ฟลอเรนซ์ ปิซ่า และเนเปิล นอกจากนี้การเดินทางด้วยรถไฟยังสามารถประหยัด
ค่าใช้จ่ายได้พอสมควร เมื่อเทียบกับการเดินทางประเภทอื่นๆ
(ตรวจสอบเส้นทางการเดินทาง เวลา และราคาได้ที่นี่)

สำหรับผู้ที่มีแผนเดินทางหลายเมืองในอิตาลี สามารถซื้อ Eurail Italy Pass ได้ ซึ่งจะทำให้สามารถเดินทางด้วยรถไฟได้ฟรีตลอด พร้อมด้วยสิทธิพิเศษต่างๆ มากมาย (รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่)

ทั้งนี้ มีข้อระวังเล็กน้อยสำหรับการเดินทางด้วยรถไฟ คือ ก่อนจะขึ้นรถไฟทุกครั้งต้องนำตั๋วไปตอกลงตรา ที่เครื่องประทับตราอัตโนมัติสีเหลือง ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าทางเข้าชานชะลา แต่หากรีบจนตอกตั๋วไม่ทัน ก่อนขึ้นขบวนรถจะต้องแจ้งให้นายตรวจที่ประจำอยู่บนขบวนรถไฟรับทราบโดยทันที ไม่เช่นนั้นอาจถูกปรับเงินได้ในภายหลัง

ทางรถบัส ถึงแม้ว่าการเดินทางด้วยรถไฟ จะเหมาะสมกับการเดินทางเมืองต่อเมืองระหว่างเมืองใหญ่ด้วยกัน แต่สำหรับบางเส้นทาง การเดินทางด้วยรถบัสกลับใช้เวลาน้อยกว่ารถไฟ อาทิ เส้นทางระหว่างเมืองฟลอเรนซ์กับเมืองเซียนา รวมทั้งการเดินทางด้วยวิธีนี้ สามารถแวะลงไปยังเมืองเล็กๆ ต่างๆ ที่ไม่มีสถานีรถไฟได้ ทำให้ได้สัมผัสถึงบรรยากาศแบบอิตาเลียนที่แท้จริงได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ตารางการเวลาออกเดินทางของรถบัสอาจไม่แน่นอน สามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ดังนั้น ควรตรวจสอบเวลาให้แน่นอนอีกครั้ง ก่อนตัดสินใจซื้อตั๋ว (รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่)

ทางรถยนต์ ถ้าต้องการเดินทางในเส้นทางที่ไม่เหมือนคนอื่น ถ้าไม่มีโปรแกรมการเดินทางที่แน่นอนตายตัว ถ้าเดินทางเป็นกลุ่ม 4 - 5 คน การเช่ารถยนต์ขับเองเป็นอีกทางเลือกที่เหมาะสม โดยสามารถหาศูนย์เช่ารถได้ทุกเมืองใหญ่ในอิตาลี รวมถึงเมืองเล็กๆ บางเมืองก็มี แต่ทั้งนี้ไม่ควรขับรถท่องเที่ยวในเมืองใหญ่ เช่น โรม
มิลาน ฟลอเรนซ์ เพราะการจราจรจะติดขัดมาก อีกทั้งที่จอดรถก็หาได้ยากเช่นกัน (รายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องสถานที่เช่ารถ อัตราค่าเช่ารถ และระเบียบกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ http://www.autostrade.it/en/index.html)

ทางเรือ ด้วยรูปทรงของอิตาลีที่เป็นคาบสมุทร ทำให้การเดินทางทางเรือเป็นอีกวิธีการหนึ่ง สำหรับผู้ที่ต้องการชมความงาม และดื่มด่ำบรรยากาศของชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยมีเส้นทางที่เป็นที่นิยมคือ
เส้นทางเมืองซอร์เรนโตและเกาะคาปรี นอกจากนี้ยังมีเส้นทางการเดินทางข้ามไปยังเกาะต่างๆ อาทิ ซิซิลีและซาร์ดิเนีย ที่มีเรือเฟอร์รี่ไว้บริการเช่นกัน (รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่)

ทางเครื่องบิน การเดินทางด้วยเครื่องบินเป็นวิธีการเดินทางภายในประเทศที่รวดเร็วที่สุด โดยเฉพาะเมืองที่มีระยะห่างกันมากกว่า 500 กิโลเมตร ในอิตาลีมีสนามบินนานาชาติขนาดใหญ่ 2 แห่ง และสนามบินภายในประเทศอีก 25 แห่ง มีสายการบิน Alitalia สายการบินประจำชาติ และสายการบินโลว์คอสต์อื่นๆ บริการมากมาย จึงนับว่าการเดินด้วยเครื่องบินเป็นอีกทางเลือก สำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายและประหยัดเวลา
(รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเที่ยวบินตารางเวลา และราคาได้ที่ http://www.alitalia.com และ
http://www.airitaly.eu)


Tourist Information Center

สอบถามหรือหาข้อมูลการท่องเที่ยวของประเทศอิตาลีได้ที่

  • สถานเอกอัครราชทูตอิตาลี กรุงเทพฯ : 399 ถนนนางลิ้นจี่ ทุ่งมหาเมฆ ยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
    โทร. 0-2285-4090-3 แฟกซ์ : 0-2285-4793 (สถานทูต), 0-2285-4801 (แผนกกงสุล)
    e-mail : ambasciata.bangkok@esteri.it
  • www.ambbangkok.esteri.it
 

เวลาท้องถิ่น สภาพอากาศ

เวลาที่อิตาลีห่างจากประเทศไทย 6 ชั่วโมง แต่ในช่วงหน้าร้อน (มีนาคม) จะหมุนนาฬิกาล่วงหน้าอีก 1 ชั่วโมง ทำให้เวลาห่างจากประเทศไทยเพียง 5 ชั่วโมง และจะหมุนกลับไปเวลาเดิมในเดือนกันยายน เมื่อ
เทียบกับประเทศยุโรปอื่นๆ อิตาลีจัดได้ว่าอยู่ในเขตอบอุ่น มีแสงอาทิตย์ส่องสว่าง อากาศดีแจ่มใส แต่จริงๆ แล้วด้วยลักษณะภูมิประเทศที่เป็นคาบสมุทร โดยส่วนบนติดกับเทือกเขาแอลป์ ทำให้อิตาลีมีภูมิอากาศที่หลากหลาย ทางตอนเหนืออากาศเย็น มีหิมะตกในช่วงหน้าหนาว ทว่าร้อนจัดในช่วงหน้าร้อน ในขณะที่ทางใต้อากาศอบอุ่นตลอดทั้งปี มีลมจากทวีปแอฟริกาพัดพาเอาความร้อนและความชื้นเข้ามาในช่วงฤดูร้อน ซึ่งอิตาลีมีทั้งหมด มี 4 ฤดู คือ ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง
เวลาที่เหมาะกับการไปเยือนอิตาลีที่สุดคือช่วงฤดูใบไม้ผลิ ระหว่างเดือนเมษายนถึงกลางเดือนมิถุนายน เพราะอากาศกำลังสบาย ทางตอนเหนือไม่หนาวและทางใต้ไม่ร้อนจนเกินไป และยังเป็นช่วงที่ถือว่าเป็นช่วงโลว์ซีซั่น ช่วงฤดูร้อน (กรกฎาคมถึงกันยายน) ในอิตาลีจะคึกคักมากและมีนักท่องเที่ยวมากมายทุกหนแห่ง ที่พักและอาหารมีราคาแพงจึงควรหลีกเลี่ยง ส่วนในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว อาจมีฝนตก

ศุลกากร สกุลเงิน และอัตราแลกเปลี่ยน

ประเทศอิตาลีใช้ระบบศุลกากรที่มีการห้ามนำเข้าสิ่งของต่างๆ ดังนี้

  • ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากสัตว์ ได้แก่ เนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากเนื้อสัตว์ นม และผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนม
  • สัตว์และพืช
  • สัตว์เลี้ยง
  • สิ่งของที่ผิดกฎหมาย ได้แก่ ยา ยาเสพติด อาวุธ วัตถุระเบิด และวัตถุลามกอนาจาร
  • นอกจากนี้ ยังมีการจำกัดปริมาณการนำเข้าสินค้าประเภทยาสูบ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และผลิตภัณฑ์
    น้ำหอม ตามมาตรฐานศุลกากรของสหภาพยุโรป รายละเอียดเพิ่มเติมที่
    http://italy.visahq.com/customs/

อิตาลีใช้เงินสกุลยูโร (EURO) โดย 1 ยูโร มีค่าประมาณ 50 บาทไทย ชนิดของธนบัตรมีตั้งแต่ 5, 10, 20, 50, 100, 200 และ 500 ยูโร ส่วนชนิดของเหรียญประกอบด้วย 1, 2, 5, 10, 20, 50 เซนต์ 1 ยูโร และ 2 ยูโร
นอกจากนี้ยังสามารถนำบัตรเครดิตกสิกรไทย ไม่ว่าจะเป็น Visa หรือ Master Card ไปจับจ่ายใช้สอยในอิตาลีได้


ระบบไฟฟ้า

อิตาลีใช้ระบบไฟฟ้าเหมือนประเทศไทยคือแบบ 220 โวลต์ บางที่จะเป็นปลั๊ก 2 ตา บางที่ก็อาจเป็นปลั๊กชนิด 3 ขา ถ้าอุปกรณ์ไฟฟ้ามีปลั๊กไม่ตรงกับของทางที่พักในอิตาลี เพื่อความสะดวกควรเตรียม adapter จากเมืองไทยไปให้เรียบร้อย

 

หมายเลขสถานทูต และหมายเลขอื่น ๆ ที่จำเป็น

  • สถานเอกอัครราชทูตอิตาลี กรุงเทพฯ
    โทร. 0-2285-4090-3 แฟกซ์ 0-2285-4793 (สถานทูต), 0-2285-4801 (แผนกกงสุล)
    e-mail: ambasciata.bangkok@esteri.it

  • สถานทูตไทยในอิตาลี
    โทร. (3906) 8620 4381, 8620 4382 แฟกซ์ (3906) 8620 8399
    e-mail: thai.em.rome@pn.itnet.it

16 พฤศจิกายน 2552 09:26:28
 
 
เวนิส
โรม
ฟลอเรนซ์
Amalfi
Capri

 

 
 

 
 
   
 
  อิตาลี
  ข้อมูลทั่วไป
  ข้อมูลน่ารู้ก่อนเดินทาง
  เกร็ดความรู้ที่ควรทราบ
  สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมแนะนำ
  ท่องเที่ยวตามงบประมาณ
  บันทึกการเดินทางประทับใจ
 
 
 
 
 
   
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
   
พฤษภาคม
2555
<  >
 
   
 
     
   
 
เลือกจังหวัดในประเทศไทย