Wi-Fi Experience@KBank
ค้นหา:
Join:
Home / Travel / ตุรกี / ข้อมูลทั่วไป

ตุรกี - ข้อมูลทั่วไป


Send To Friend

 
Share |
 
 

"ตุรกี"

ดินแดนสองบุคลิกเพียงหนึ่งเดียวในโลก ที่มีอาณาเขตพาดผ่านแผ่นดินทั้งยุโรปและเอเชียผนึกแน่นเป็นเนื้อเดียว แผ่นดินที่ราบสูงอนาโตเลียมิเพียงขรึมขลังด้วยรากประวัติศาสตร์อารยธรรมที่เก่าแก่ และความหลากหลายของชนหลายกลุ่ม นับแต่ครั้ง 2,500 ปีก่อนคริสตกาล ที่นี่จึงจรุงด้วยกลิ่นอายของเมืองโบราณ กับกลิ่นหอมๆ ของความทันสมัย ที่ทาทาบอยู่ด้วยกันอย่างน่าหลงใหล อีกป่าเขียว เขาสูง ทะเลคราม แม่น้ำใส ดอกไม้สวย และทุ่งนาเขียวขจีที่ปรากฏงดงาม หลอมรวมเป็นเมืองที่มากล้นด้วยจินตนาการ เรื่องราวนับพัน
นับหมื่นที่ขับขานนับเนื่องจากครั้งอดีตสู่วันนี้ ยังคงเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ “ตุรกี”
น่าติดตามและค้นหาอย่างไม่รู้หน่าย

สาธารณรัฐตุรกี (Republic of Turkey) เมื่อครั้งโบราณกาลที่ถูกเรียกขานว่าที่ราบสูงอนาโตเลีย เป็นประเทศที่มีดินแดนทั้งในบริเวณแทรสบนคาบสมุทรบอลข่านในยุโรปตอนใต้ และคาบสมุทรอานาโตเลียในเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ เป็นประเทศที่มีดินแดนทั้งในทวีปยุโรปตอนใต้และตอนตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปเอเชีย มีพื้นที่ 814,578 ตารางกิโลเมตร อยู่ในเอเซีย 97% ในยุโรป 3% อาณาเขตทางเหนือมีทะเลดำ ทางใต้มีทะเลเมดิเตอร์เรเนีย พรมแดนด้านทิศตะวันออกติดกับประเทศจอร์เจีย อาร์เมเนีย อาเซอร์ไบจาน และอิหร่าน ส่วนพรมแดนด้านทิศใต้ติดกับอิรักและซีเรีย ส่วนทางทิศตะวันตกติดกับกรีซ บัลแกเรีย และทะเลอีเจียน ซึ่งเมื่อดูจากสภาพทางภูมิศาสตร์ ส่วนที่แยกอานาโตเลียและแทรสออกจากกันคือทะเลมาร์มะรา และช่องแคบตุรกี(ช่องแคบบอสพอรัสและช่องแคบดาร์ดาเนลเลส) อนาโตเลียจึงเป็นดั่งสะพานที่เชื่อมร้อยยุโรปและเอเชียเข้าไว้ด้วยกัน จึงไม่แปลกหากจะกล่าวว่าตุรกีเป็นเมือง 2 บุคลิก ที่มีกลิ่นอายของความเป็ยยุโรปและเอเชียผสมผสานกันไว้อย่างลงตัว

ดินแดนแห่งนี้เป็นเส้นทางสำหรับการเดินทางไปมาระหว่างยุโรปและเอชีย ในช่วงระยะเวลากว่า 4 ถึง 500 ปีที่ผ่านมา มีชนมากมายหลายเผ่าพันธุ์เดินทางเข้ามายังอนาโตเลีย และได้ตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนบนดินแดนนี้ และความเก่าแก่หลากหลายของอารยธรรมที่เคยเจริญรุ่งเรืองบนที่ราบสูงอนาโตเลียแห่งนี้ เป็น 1 ใน 3 สิ่งที่ชาวตุรกีภาคภูมิใจเป็นยิ่งนักจวบปัจจุบัน

พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศตุรกีมีลักษณะเป็นภูเขาสูงมาต่ำ จากทางตะวันออกมาตะวันตก มีที่ราบแคบๆ บริเวณชายฝั่ง และมีที่ราบสูงเป็นเขตฝั่งของอนาโตเลีย ตอนกลางถือเป็นพื้นที่อู่ข้าวอู่น้ำที่สำคัญของประเทศและเป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำหลายสาย พื้นที่ทางตะวันออกบางส่วนแห้งแล้งและเกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้งแต่อุดมด้วยน้ำมัน ส่วนพื้นที่ทางตะวันตกและใต้อุดมสมบูรณ์ปลูกพืชได้หลายชนิด เพราะมีอากาศแบบเมดิเตอ เรเนียน ภูเขาที่สูงที่ทุดคือเทือกเขาอารารัต สูง 5137 เมตร ทรัพยากรที่สำคัญของประเทศคือ น้ำมัน ส่วนฝ้ายและยาสูบเป็นพืชส่งออก

เมืองหลวงของตุรกีชื่อ อังการา แต่ชื่อนั้นกลับไม่คุ้นหูชาวโลกเท่าอิสตันบูลซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของตุรกี เป็นเมืองสำคัญทางการค้า การท่องเที่ยว มีประชากร 10 กว่าล้านคน จากทั้งประเทศ 70.7 ล้านคน เศรษฐกิจของตุรกีใหญ่เป็นอันดับ 17 ของโลก GDP 4,582,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ รายได้ต่อหัวต่อปี 6,700 เหรียญสหรัฐฯ ในปี 2006 สินค้าและบริการทำรายได้เข้าประเทศรวม 800,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นสองเท่าของปี 2003

ด้วยความหลากของอารยธรรม ธรรมชาติ และความทันสมัยที่หลอมรวมตุรกีเป็นหนึ่งเดียว สิ่งนี้จึงกลายเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นนั่นคือ “ความหลากหลาย” ของสองโลกอาหรับและยุโรป ทีล้วนแล้วแต่เป็นเสน่ห์ที่
สามารถมัดตรึงให้ตุรกีไม่เคยร้างผู้คนมาแวะเยือน แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางมามากกว่า 20 ล้านคน

นอกจากตุรกีจะเป็นอู่อารยธรรมยุคโบราณที่บ่งบอกความเป็นตัวเองได้อย่างเด่นชัดแล้ว ยังผสานไว้ด้วยความหรูหราทันสมัย ที่เป็นแรงส่งให้ตุรกีมีชื่อชั้นเป็นเมืองแห่งแฟชั่นดีไซน์ในโลกยุโรป ที่โดดเด่นและน่าสนใจ ตุรกีเป็นผู้ผลิตสิ่งทอใหญ่ที่สุดในยุโรป และยกระดับหันมาผลิตเสื้อผ้าแฟชั่นและทำเสื้อผ้าระบบด่วนหรือ
fast fashion ที่มุ่งเน้นความคิดสร้างสรรค์ของดีไซเนอร์ มีย่านการค้าที่ถือเป็นย่านชอปปิ้งทันสมัย เช่น "Kanyon" ที่ห้างร้านก็ล้วนแต่แบรนด์ไฮเอนด์ หรือที่ “Nisantasi” ที่เต็มไปด้วยร้านแบรนด์หรู เช่น Prada, Dolce & Gabana แม้แต่ Alexander McQueen ขณะที่ย่านชอปปิ้งของอิสตันบูล เช่น Taksim (ทักซิม) มีร้านขายเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ ยาวไปทั้งถนนสลับด้วยร้านอาหารเป็นระยะๆ

อารยธรรมที่พรายพรั่งและความหรูหราทันสมัยที่พรั่งพราย ตุรกียังพรั่งพร้อมด้วยธรรมชาติที่แสนงดงามหลากหลาย ปกคลุมทั่วสารทิศ ป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ภูเขาที่โอบล้อมเมืองไว้อย่างอบอุ่น สายน้ำ ท้องทะเลและทุ่งนาสีเขียว คงจะสามารถบ่องบอกได้อย่างดีว่า ตุรกีนั้นเป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนในดินแดนแห่งนี้ให้คงอยู่ และยังยื่นโยนความสุขให้กับผู้คนที่เดินทางผ่านมาแวะเยือน ด้วยความยินดี

แม้ชาวตุรกีจะเป็นมุสลิมที่เคร่งศาสนา แต่อีกบุคลิกหนึ่งของผู้คนที่นี่มีไลฟ์สไตล์สนุกสนาน เริงรื่นในทุกเทศกาล มากล้นด้วยมิตรไมตรี เพียงแค่รอยยิ้มที่ทักทาย ก็ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติต่างศาสนารู้สึกได้ถึง
คำว่า “อบอุ่น”

ประเทศตุรกีมีภาษาราชการเพียงภาษาเดียวคือภาษาตุรกี ซึ่งภาษาตุรกียังเป็นภาษาที่พูดในหลายพื้นที่ในยุโรป เช่น ไซปรัส ทางตอนใต้ของคอซอวอ มาเซโดเนีย และพื้นที่ในคาบสมุทรบอลข่านที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิออตโตมัน เช่น แอลเบเนีย บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา บัลแกเรีย กรีซ โรมาเนีย และเซอร์เบีย นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่ใช้ภาษาตุรกีมากกว่า 2 ล้านคนอาศัยอยู่ในเยอรมนี และมีกลุ่มผู้ใช้ภาษาตุรกีในประเทศออสเตรีย เบลเยียม ฝรั่งเศส อิตาลี เนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร

ชาวตุรกีร้อยละ 99 นับถือศาสนาอิสลาม ที่เหลือเป็นคริสต์นิกายกรีกออร์ทอดอกซ์ คริสต์นิกายจอร์เจียน
ออร์ทอดอกซ์ คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก คริสต์นิกายโปรเตสแตนต์และยิว รากฐานทางสังคมของตุรกีมีลักษณะเป็นครอบครัวแบบขยาย ที่มีความสัมพันธ์กันทั้งสายเลือดและแต่งงาน โดยยึดถือการสืบทอดทางฝ่ายชาย สมาชิกทุกคนยึดถือปฏิบัติตามหลักศาสนา ผู้ชายทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัว ในปัจจุบันมีความพยายามส่งเสริมเรื่องความเท่าเทียมกันระหว่างผู้หญิงและผู้ชาย โดยผู้หญิงสามารถออกไปทำงานนอกบ้านได้ ทั้งในส่วนของรัฐบาลและภาคเอกชน แต่ผู้ชายก็ยังมีความคิดว่าผู้หญิงด้อยกว่าทั้งทางด้านร่างกายและอารมณ์

หากจะตามค้นหาร่องรอยอารยธรรมของตุรกี สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่น่าตามไปค้นหา ได้แก่ “สุเหร่าสีน้ำเงิน” (Blue Mosque) สุเหร่าแห่งนี้มีหอมินาเรสท์ 6 หอ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1616 หรือกว่า 380 ปีมาแล้ว รอบๆ แกรนด์บาซาร์มี “พระราชวังทอปกาปี” สถานที่สำคัญที่เคยเป็นที่ประทับของสุลต่านแห่งราชวงศ์ออตโตมัน ปัจจุบันจัดให้เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

นครโบราณเอฟิซุส (City of Ephesus) เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีที่สุดเมืองหนึ่ง เมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนา “เอฟิซุส” ขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน ถนนสร้างด้วยหินอ่อน ผ่านใจกลางเมืองเก่า ที่สองข้างทางเต็มไปด้วยซากสิ่งก่อสร้างเมื่อสมัย 2,000 ปีที่แล้ว

กรุงทรอยหรือโทรจัน ในตำนานของกวีตาบอด เจ้าของมหากาพย์อีเลียดและโอดิสซีที่ชื่อว่า “โฮมเมอร์” เกี่ยวกับตำนานของ “เฮเลนแห่งกรุงทรอย” ต้นเหตุสงครามแห่งกรุงทรอยกองทัพกรีก ต้องลงเรือมุ่งสู่กรุงทรอยเพื่อแย่งชิงเธอกลับมา ที่นี่จึงเป็นเมืองม้าไม้แห่งกรุงทรอยอันโด่งดัง อาวุธอันชาญฉลาดเหตุให้กรุงทรอยแตก

ปามุคคาเล่ (Pamukkale) เป็นเมืองที่มีน้ำพุเกลือแร่ร้อนไหล ก่อให้เกิดทัศนียภาพของน้ำตกสีขาวเป็นชั้นๆ
หลายชั้น และผลจากการแข็งตัวของแคลเซียมทำให้เกิดเป็นแก่งหินสีขาวราวหิมะ ขวางทางน้ำเป็นทางยาวซึ่งมีความงดงามมาก

คัปปาโดเกีย (Cappadocia) เมืองที่ได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลก ดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ แปรสภาพเป็นหุบเขา ร่องลึก เนินเขา กรวยหิน และเสารูปทรงต่างๆ ที่งดงาม ยังมี นครใต้ดิน (Underground City Of Derinkuyu Or Kaymakli) ซึ่งเป็นที่หลบซ่อนจากการรุกรานของข้าศึก ความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมโรมัน - กรีกที่ ยังคงมนต์เสน่ห์อยู่ใจกลางโลกมุสลิม


23 ธันวาคม 2552 15:43:59
 
 

 

 
 

 
 
   
 
  ตุรกี
  ข้อมูลทั่วไป
  ข้อมูลน่ารู้ก่อนเดินทาง
  เกร็ดความรู้ที่ควรทราบ
  สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมแนะนำ
  ท่องเที่ยวตามงบประมาณ
  บันทึกการเดินทางประทับใจ
 
 
 
 
 
   
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
   
พฤษภาคม
2555
<  >
 
   
 
     
   
 
เลือกจังหวัดในประเทศไทย