Wi-Fi Experience@KBank
ค้นหา:
Join:
Home / Travel / อิตาลี / ข้อมูลทั่วไป

อิตาลี - ข้อมูลทั่วไป


Send To Friend

 
Share |
 
 

อิตาลี

ศูนย์กลางจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่ของยุโรปในอดีตกาล ดินแดนแห่งวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อันล้ำค่า ศูนย์รวมศิลปะวิทยาการที่วิจิตรงดงาม เมืองหลวงคริสตศาสนาอันศักดิ์สิทธิ์ นครแห่งความโรแมนติกที่คู่รักทั่วโลกใฝ่ฝัน โลกแฟชั่นที่ไม่เคยหลับใหล พร้อมด้วยชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่สวยงาม

สาธารณรัฐอิตาลี เป็นประเทศในยุโรปใต้ ประกอบด้วยคาบสมุทรที่มีรูปทรงคล้ายรองเท้าบูต และอีก 2 เกาะใหญ่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ได้แก่ เกาะซิซิลี และเกาะซาร์ดิเนีย พรมแดนทางทิศเหนือ ติดกับ
สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย และสโลวีเนีย ด้านใต้ติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และทะเลไอโอเนียน ทิศตะวันตกจรดฝรั่งเศส และทะเลไทเรเนียน ด้านตะวันออกจรดทะเลอาเดรียติก และอยู่ตรงข้ามกับสโลเวเนีย โครเอเชีย บอสเนีย มอนเตเนโกร และแอลเบเนีย โดยภายในอิตาลีมีประเทศอิสระอยู่ 2 ประเทศคือ ซานมาริโน และนครรัฐวาติกัน พื้นที่ร้อยละ 75 เป็นภูเขาและที่ราบสูง โดยมีเทือกเขาแอลป์และเทือกเขาแอพเพนไนน์
เป็นเทือกเขาสำคัญ

บริเวณที่เป็นอิตาลีในปัจจุบันมีการตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่ 800 ปีก่อนคริสตกาล และถูกรวมอยู่ในอาณาจักรโรมันตะวันตก ในระหว่างศตวรรษที่ 1 - 5 จากนั้นกลายเป็นสมรภูมิหลายครั้งในความขัดแย้งอันยาวนาน ระหว่าง
สันตะปาปาที่กรุงโรม กับจักรพรรดิของอาณาจักรโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (The Holy Roman Empire) ดินแดน
ภาคกลางและภาคเหนือของอิตาลีเริ่มรุ่งเรือง เป็นศูนย์กลางการค้าในศตวรรษที่ 11 และเสื่อมลงหลังศตวรรษที่ 16 แต่ในช่วงศตวรรษที่ 16 - 17 อิตาลีได้เข้าสู่ยุค Renaissance และได้เป็นแหล่งกำเนิดศิลปะวิทยาการ ตลอดจนวรรณกรรมชิ้นเอกจำนวนมาก ที่เป็นพื้นฐานของอารยธรรมตะวันตกยุคต่อมา อาทิ ผลงานของ Machiavelli, Boccaccio, Petrash, Tasso, Raphael, Botticelli, Michaelangelo และ Leonardo da Vinci

ช่วงกลางศตวรรษที่ 19 เกิดขบวนการชาตินิยมที่นำไปสู่การรวมอิตาลีได้ทั้งหมด ในปี ค.ศ.1870 และจากนั้นมาจนปี ค.ศ. 1922 อิตาลีอยู่ภายใต้ระบบกษัตริย์ ที่มีรัฐสภาและการเลือกตั้งแบบจำกัด ในช่วงต้นของสงครามโลกครั้งที่ 1 อิตาลีเป็นพันธมิตรกับเยอรมนีและออสเตรีย - ฮังการี แต่กลับมาเข้าข้างฝ่ายสัมพันธมิตรในช่วงเกือบสิ้นสุดสงคราม ในปี ค.ศ. 1915 จึงได้รับดินแดนบางส่วนของออสเตรียมาอยู่ใต้การปกครอง ในปี ค.ศ. 1922 Benito Mussolini ขึ้นมามีอำนาจกว่า 2 ทศวรรษ ต่อมาอิตาลีตกอยู่ใต้ระบอบฟาสซิสม์ ซึ่งเรียกกันว่า “Corporate State” โดยยังมีกษัตริย์เป็นประมุขแห่งรัฐเพียงในนาม

ในสงครามโลกครั้งที่ 2 อิตาลีเข้าข้างฝ่ายอักษะ แต่หลังจากฝ่ายสัมพันธมิตรยึดเกาะซิซิลีได้ในปี ค.ศ. 1943 มุสโสลินีถูกกษัตริย์ปลดจากตำแหน่ง นายพล Pietro Badaglio ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแทน และอิตาลีหันไปประกาศสงครามกับเยอรมนี หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ระบบกษัตริย์ถูกล้มเลิก และอิตาลีเปลี่ยนแปลงการ
ปกครองมาเป็นสาธารณรัฐในระบอบประชาธิปไตยตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน ค.ศ. 1946 และประกาศใช้
รัฐธรรมนูญฉบับแรก เมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1948 ซึ่งยังคงใช้มาจนถึงปัจจุบัน

ประเทศอิตาลีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 20 แคว้นดังนี้ อาบรูซโซ, บาซิลิกาตา, กาลาเบรีย, กัมปาเนีย,
เอมีเลีย-โรมานญา, ฟรีอูลี-เวเนเซียจูเลีย, ลาซิโอ, ลิกูเรีย, ลอมบาร์เดีย, มาร์เก, โมลีเซ, ปิเอมอนเต, ปูเกลีย, ซาร์เดนญา, วัลเลดอสต์, ตอสกานา, เตรนติโน-อัลโต-อาดีเจ, อูมเบรีย, ซิซิเลีย และเวเนโต มีประชากร
ทั้งหมด 58.12 ล้านคน (ค.ศ. 2009) ส่วนมากเป็นเชื้อชาติอิตาเลียน โดยมีเชื้อชาติอื่นปะปนบ้าง เช่น
เยอรมัน ฝรั่งเศส สโลเวเนีย แอลเบเนีย เป็นต้น ประชากรถึงร้อยละ 98 นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมัน
คาทอลิก

เมืองหลวง

กรุงโรม เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศ ในเขตตัวเมืองมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 2.5 ล้านคน ถ้ารวมเมืองโดยรอบจะมีประมาณ 4.3 ล้านคน โรมเป็นมหานครที่มีสีสันเฉพาะตัว คลาคล่ำไปด้วยผู้คนและนักท่องเที่ยว สถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ แต่ละที่นั้นไม่ได้ตั้งอยู่ห่างกันมากนัก โดยแหล่งท่องเที่ยวหลักๆ จะตั้งอยู่ใจกลางเมืองแทบทั้งสิ้น สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น อนุสาวรีย์กษัตริย์วิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 สนามกีฬาโคลอสเซียม น้ำพุเทรวี และบันไดสเปน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังเป็นที่ตั้งของนครรัฐวาติกัน ซึ่งเป็นดินแดนที่ประทับของพระสันตะปาปา แห่งศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก อีกด้วย

เมืองสำคัญอื่นๆ

มิลาน (Milan) หรือที่คนอิตาเลียนเรียกว่ามิลาโน่ (Milano) เป็นเมืองหลวงทางแฟชั่นของโลก แข่งกับปารีสในประเทศฝรั่งเศส เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจของอิตาลี นอกจากนั้นยังมีภาพวาดเฟรสโก้ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง และโรงละครโอเปร่าอันลือชื่อ

เนเปิลส์ (Naples) หรือนาโปลี (Napoli) เมืองหลวงของแคว้นกัมปาเนีย ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอิตาลี เป็นเมืองประวัติศาสตร์, ศิลปะ และวัฒนธรรมที่สำคัญกว่า 2,500 ปี ตั้งอยู่ใกล้กับภูเขาไฟวิสุเวียส และชายฝั่งอ่าว
เนเปิลส์ เมืองเนเปิลส์ก่อตั้งโดยชาวกรีกโบราณ และเคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรโรมัน เคยเป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรเนเปิลส์ และราชอาณาจักรซิซิลีทั้งสอง

ฟลอเรนซ์ (Florence) หรือฟิเรนเซ (Firenze) เมืองหลวงของแคว้นทัสคานี ตั้งอยู่ทางตอนกลางของ
ประเทศอิตาลี จัดได้ว่าเป็นศูนย์กลางทางศิลปะที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก เพราะเป็นแหล่งรวบรวมผลงานทางศิลปะของศิลปินมีชื่อมากมายทั่วภูมิภาคยุโรป

เวนิส (Venice) หรือเวเนเซีย (Venezia) เป็นเมืองหลวงของแคว้นเวเนโต ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ
ของประเทศ ได้รับฉายาว่าราชินีแห่งทะเลอาเดรียตริก (Queen of the Adriatic), เมืองแห่งสายน้ำ
(City of Water), เมืองแห่งสะพาน (City of Bridges), และ เมืองแห่งแสงสว่าง (The City of Light) ถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็กๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเล
อาเดรียตริก ทำให้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นอย่างยิ่งในเรื่องความโรแมนติก

โบโลนญ่า (Bologna) เมืองหลวงของแคว้นเอมีเลีย - โรมานยา ใน PoValley ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำโป และเทือกเขาแอพเพนไทน์ โบโลนญ่ามีมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก คือ "Alma Mater Studiorum" ที่ก่อตั้งในปี 1088 นอกจากนี้ โบโลนญ่ายังเป็นเมืองหนึ่งที่พัฒนามากที่สุดในอิตาลี และมักติดอยู่ในอันดับต้นๆ ในแง่ของคุณภาพชีวิตในอิตาลี

โตริโน (Torino) หรือตูริน (Turin) เป็นเมืองหลวงของแคว้นพีดมอนต์ เป็นทั้งเมืองศูนย์กลางทาง
อุตสาหกรรม และธุรกิจของภาคเหนือของอิตาลี ตัวเมืองตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำโป นอกจากนี้ เมืองตูรินยังมี
สำนักงานใหญ่ของบริษัทผลิตรถยนต์เฟียตตั้งอยู่ รวมทั้งบริษัทรถยนต์บางบริษัทก็เริ่มกิจการที่เมืองนี้
ดังนั้น ตูรินจึงมีชื่อเล่นว่าเป็นเมืองหลวงของการผลิตรถยนต์ในประเทศอิตาลี นอกจากนั้นตูรินยังเป็น
เมืองหลวงเมืองแรกของสหรัฐอิตาลีอีกด้วย

เทศกาลที่น่าสนใจ

มกราคม - กุมภาพันธ์

  • ช่วงปลายเดือนมกราคมต่อต้นกุมภาพันธ์ จะมีงานเทศกาลคาร์นิวัลตามเมืองต่างๆ ที่โด่งดังที่สุดคือที่เวนิซ กินเวลายาวนาน 2 อาทิตย์ โดยมีไฮไลต์อยู่ที่การแต่งกายแฟนซีและสวมหน้ากาก

มีนาคม - เมษายน

  • ช่วงต่อระหว่าง 2 เดือนนี้คือ ช่วงเวลาของพิธีกรรมและเทศกาลที่เกี่ยวเนื่องกับอีสเตอร์ ในเมืองต่างๆ จะมีการเดินพาเหรด Good Friday หรือวันอาทิตย์อีสเตอร์ ตลอดสัปดาห์อีสเตอร์จะมีการเฉลิมฉลอง พระสันตะปาปาจะเสด็จออก และมีกระแสรับสั่งถึงคริสตศาสนิกชนในวันอาทิตย์อีสเตอร์ที่วาติกัน
  • งานเทศกาลซาน มาร์โค ที่เวนิส ในวันที่ 25 เมษายน มีการแข่งเรือกอนโดลาเป็นไฮไลต์สำคัญ
 พฤษภาคม - มิถุนายน
  • Maggio Musicale Fiorentino เทศกาลศิลปะและดนตรีที่เมืองฟลอเรนซ์
  • Calcio Storico Fiorentino ในวันที่ 24 มิถุนายน เป็นเทศกาลย้อนยุคสู่ความรุ่งเรืองของฟลอเรนซ์ในศตวรรษที่ 16

กรกฎาคม - สิงหาคม

  • Corsa del Palio วันที่ 2 กรกฎาคม ที่เมืองเซียน่า เป็นเทศกาลย้อนสู่ยุคกลาง
  • เทศกาลโอเปร่าที่เมืองเวโรน่า
  • เทศกาลลดราคาสินค้าประจำปีทั่วอิตาลี

กันยายน - ตุลาคม

  • การฉลองฤดูกาลเก็บเกี่ยวองุ่นสำหรับทำไวน์ตามเมืองต่างๆ

พฤศจิกายน - ธันวาคม

  • เทศกาลภาพยนตร์ที่เมืองฟลอเรนซ์
  • เริ่มฤดูกาลการแสดงโอเปร่าตอนต้นเดือนธันวาคมที่เมืองมิลาน
  • พิธีมิซซาตามโบสถ์ต่างๆ ในคืนวันที่ 24ธันวาคม สมเด็จพระสันตะปาปาจะเสด็จออกให้เฝ้าจากบน
    พระระเบียงที่วาติกัน

13 พฤศจิกายน 2552 17:13:07
 
 
เวนิส
โรม
ฟลอเรนซ์
Amalfi
Capri

 

 
 

 
 
   
 
  อิตาลี
  ข้อมูลทั่วไป
  ข้อมูลน่ารู้ก่อนเดินทาง
  เกร็ดความรู้ที่ควรทราบ
  สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมแนะนำ
  ท่องเที่ยวตามงบประมาณ
  บันทึกการเดินทางประทับใจ
 
 
 
 
 
   
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
   
พฤษภาคม
2555
<  >
 
   
 
     
   
 
เลือกจังหวัดในประเทศไทย