 |
เนเธอร์แลนด์แดนกังหันลม ทุ่งทิวลิปตระการตา รองเท้าไม้แสนสวย ชีสหลากหลายรสชาติ รวมถึงจิตกรชื่อดังก้องโลก ฟานโค๊ะ (Van Gogh) หรือแวนโก๊ะที่คนไทยรู้จัก นอกจากนั้นคุณจะได้เพลิดเพลินกับการปั่นจักรยาน พาหนะในชีวิตประจำวันของชาวดัชต์ เพื่อชมสภาพบ้านเรือนเล็กๆน่า
|
|
เนเธอร์แลนด์ (Netherlands หรือ Nederland ในภาษาดัชต์) หรือฮอลแลนด์ (Holland) มีชื่อเป็นทางการคือ ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ (Kingdom of the Netherlands) ประเทศเล็กๆแห่งนี้ ตั้งอยู่ในยุโรปตะวัน ตกติดกับเบลเยี่ยมและเยอรมัน ตอนบนติดกับทะเลเหนือ (North see) มีอัมสเตอร์ดัมเป็นเมืองหลวงของประเทศ ส่วนที่ทำการของรัฐบาลและหน่วยงานสำคัญๆตั้งอยู่ที่เดนฮาก (Den Haag) หรือชื่อที่คนไทยคุ้น เคยคือกรุงเฮกนั่นเอง นอกจากนั้นยังเป็นประเทศที่มีความเจริญในหลายๆด้าน ทั้งเศรฐกิจการค้า เทคโนโล ยี และการศึกษา มีบริษัทชั้นนำของโลกหลายแห่ง เช่น บริษัทเชลล์ บริษัทยูนิลิเวอร์ บริษัทฟิลิปส์ เบียร์ไฮเนเก้น หรือแม้กระทั่งห้างแมคโคร ก็เป็นของเนเธอร์แลนด์เช่นกัน
สำหรับชื่อประเทศนั้นมีความหมายบ่งบอกสภาพของภูมิประเทศได้เป็นอย่างดี คำว่า “Neder”แปลว่า “ต่ำ” เนื่องจากพื้นที่เกือบทั้งหมดของประเทศเป็นที่ราบลุ่ม และอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล จะมีแค่ทางตอนใต้ในแคว้นลิมเบิร์ก (Limburg)เท่านั้นที่พอจะมีเนินเขาเตี้ยๆให้เห็นได้บ้าง ด้วยเหตุนี้เองเนเธอร์แลนด์จึงมีระบบการจัดการทางน้ำที่ดี มีเขื่อนขนาดใหญ่ป้องกันน้ำท่วม มีคูคลองระบายน้ำจำนวนมาก นอกจากนั้นคนดัชต์ยังสามารถสร้างแผ่นดินเพิ่มขึ้น ด้วยการสร้างเขื่อนกั้นและสูบน้ำทะเลออกไปจนเหลือแผ่นดิน จนมีคำกล่าวที่ว่า “พระเจ้าสร้างโลกแต่คนดัชต์สร้างเนเธอร์แลนด์” (God created the world, but the Dutch created the Netherlands)
หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังวางแผนไปเที่ยวยุโรป เนเธอร์แลนด์เป็นอีกประเทศหนึ่งที่คุณไม่ควรมอง ข้าม หรือจัดไว้เป็นแค่จุดแวะเที่ยวเพียงสวนทิวลิปเท่านั้น แม้จะไม่มีสถาปัตยกรรมใหญ่โตอลังการ หรือไม่มีภูเขาสลับซับซ้อน เหมือนประเทศอื่นๆ แต่ธรรมชาติที่เรียบง่าย และสิ่งเล็กๆน้อยๆที่ไม่เหมือนใครนั้น ก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่จะทำให้คุณประทับใจไปกับประเทศเล็กๆแห่งนี้
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
อัมสเตอร์ดัม
|
 |
- เริ่มด้วยการนั่งเรือกระจกไปตามคูคอลง เนื่องจากอัมสเตอร์ดัมได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีคูคลองมาก มาย มีสะพานข้ามคลองถึง 1200 แห่ง การนั่งเรือถือเป็นอีกวิธีหนึ่งในการชมเมือง ชมตึกรามบ้านช่องที่เรียงรายสองฝั่งคลอง ซึ่งมีเอกลักษณ์ตรงประตูบ้านที่แคบ เนื่องจากสมัยก่อนใช้วิธีเก็บภาษีจากความกว้างของประตูบ้าน คนดัชต์ก็เลยสร้างหน้าต่างให้กว้าง และด้านบนตรงจั่วหลังคา จะมีที่ชักรอกห้อยอยู่ทุกบ้าน เอาไว้ชักรอกขนของเข้าทางหน้าต่างแทน นอกจากนั้นยังมีเรือที่เป็นบ้านที่เรียกว่า “woonboat” เรียงรายอยู่สองฝั่งคลองอีกด้วย
|
 |
ต่อด้วยการเดินชมเมืองในจุดที่ไม่ควรพลาด ได้แก่
- Dam square หรือ De Dam ที่นี่จะมีอนุสรณ์สถานที่รำลึกถึงทหารและผู้เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่สอง
- Koninklijk Paleis หรือพระราชวัง เดิมเป็นศาลาว่าการเมือง ต่อมากลายเป็นที่ประทับของจักรพรรดิ Bonaparte น้องชายของจักรพรรดินโปเลียน และใช้เป็นที่ประทับของกษัตริย์เรื่อยมา แต่มาเลิกไปในช่วงสมัยของพระราชินี Juliana ปัจจุบันใช้เป็นที่ต้อนรับอาคันตุกะของบ้านเมือง
- Nieuwe Kerk โบสถ์ใหม่ เป็นสถานที่จัดพระราชพิธีบรมราชาพิเษกและพระราชพิธีอภิเษกสมรสของเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงแม๊กซิม่า
- Oude Kerk โบสถ์เก่าใกล้ๆกับย่านถิ่นโคมแดง
- Begijhof (เบอร์ไคน์ฮอฟ) เป็นชุมชนสำหรับแม่ชีและหญิงโสดที่เคร่งศาสนา มีรั้วรอบขอบชิด หากไม่สังเกตให้ดีจะมองไม่รู้เลยว่ามีชุมชนแห่งนี้อยู่ และที่นี่ยังมีบ้านเลขที่ 34 ซึ่งเป็นไม้เก่าแก่ที่สุดของอัมสเตอร์ดัมที่ยังหลงเหลืออยู่
- Red Light District หรือย่านถิ่นโคมแดง มีสาวๆเกือบทุกประเภทในตู้กระจกเล็กๆแคบๆ ข้อห้ามคือให้เดินดูอย่างเดียวนะ ห้ามถ่ายรูป ไม่งั้นจะโดน
|
 |
|
Bloemenmarkt ตลาดดอกไม้ เป็นถนนช่วงสั้นๆ มีบรรดาดอกไม้หลากหมาย รวมทั้งของที่ระลึกต่างๆมากมายให้เลือกซื้อเป็นของที่ระลึก
หากชอบเดินตลาดก็ไปเดินกันได้ที่ Albert Cuyp mark เป็นตลาดขายของสดแบบบ้านเรานี่เอง แต่ถ้าชอบดูของทั่วๆไป หรือของมือสองก็ต้องไปที่ Waterlooplein mark
หากชอบดูพิพิธภัณฑ์ก็มีให้เลือกเข้ามากมาย เนื่องจากประเทศนี้ได้ชื่อว่ามีพิพิธภัณฑ์มากที่สุดในโลกอีกด้วย ที่น่าสนใจก็เช่น
- Rijksmuseum (ไรค์มิวเซียม)พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เป็นที่รวบรวมผลงานภาพเขียนของศิลปินชาวดัชต์ชื่อดัง ภาพชิ้นเอกขนาดใหญ่มากคือ ภาพ Nachtwachtของเรมบรันท์
- Van Gogh Museum แฟนๆของแวนโก๊ะต้องไม่พลาดเด็ดขาด เพราะที่นี่จัดโชว์ผล งานของแวนโก๊ะไว้มากที่สุด มีทั้งภาพเขียนและภาพสเก็ตช์
- Anne Frank Huis เป็นบ้านที่เด็กสาวชาวยิววัย 13 ปี ใช้เป็นที่หลบซ่อนตัวจากพวกนาซีในห้องลับใต้หลังคา ระหว่างนั้นเธอก็ได้เขียนบันทึกเรื่องราวในขณะที่เธอและครอบครัวหลบซ่อนตัวอยู่ ผู้ที่สนใจต้องรอคิวยาวกันทีเดียว เนื่องจากจำกัดผู้เข้าชมในแต่ละรอบ
- Madame Tussaud”s มาดามทูสโซว์ พิพิธภัณฑ์หุ้นขี้ผึ้ง จำลองบุคคลสำคัญระดับโลก รวมถึงดาราชื่อดังจากฮอลลีวู้ด
- Nemo นีโม่มิวเซียม เป็นอาคารทรงเรือขนาดใหญ่ อยู่ด้านหลังสถานีรถไฟ เป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับเทคโนโลยี ผู้เข้าชมสามารถทดลองเล่นสิ่งประดิษฐ์ต่างๆได้ด้วยตัวเอง
- Sex museum ฟังไม่ผิดแน่นอน บอกแล้วว่าประเทศนี้มีพิพิธภัณฑ์มากที่สุดในโลก เพราะฉะนั้นเรื่องแบบนี้ก็ไม่พลาดเช่นกันสำหรับใครที่ชอบช๊อปปิ้ง ก็มีหลายจุดให้เลือกช๊อปปิ้งกันได้จุใจ เช่น
- Bijenkorf ห้างสรรพสินค้าใหญ่อยู่ตรง Dam square
- Magna Plaza ช๊อปปิ้งเซ็นเตอร์หรูหรา มีสินค้าแปรนด์เนม เป็นอาคารเก่าแก่สวยงาม อยู่ด้านหลังพระราชวัง
- Kalverstraat ถนนช๊อปปิ้งกลางใจเมือง เริ่มต้นตั้งแต่หัวถนนที่ตั้งพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งนั่นเอง
- PC Hoofdstraat แหล่งช๊อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำทั้งหลาย อาจเรียกได้ว่าเป็นถนนไฮโซของเนเธอร์แลนด์ก็ว่าได้
สำหรับคนที่ต้องการซื้อเพชร ก็เตรียมเงินไว้ได้เลย เพราะฝีมือการเจียรนัยเพชรจากอัมสเตอร์ดัมนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นระดับแนวหน้าของโลกเลยทีเดียว บางแห่งเปิดให้เข้าชมการเจียรนัยเพรชอีกด้วย ร้านที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมีพนักงานเกือบทุกชาติให้บริการขายเพชร รวมถึงพนัก งานไทยก็มีประจำอยู่ด้วยเช่นกัน นั่นคือ Coster Diamonds อยู่ใกล้ๆกับ Rijksmuseum โดยต้องลงทะเบียนเข้าชม โดยเพชรที่นี่เป็นที่เดียวในโลกที่มี 57 เหลี่ยม และ 121 เหลี่ยม เนื่อง จากได้จดลิขสิทธิ์ และในตึกเดียวกันนั้นก็จะมีส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์เพชรให้เข้าชมอีกด้วย(เสียค่าเข้าชม) ในส่วนของการจ่ายเงินก็สามารถจ่ายด้วยบัตรเครดิตได้ด้วย จะจ่ายทั้งหมด หรือจ่ายส่วนหนึ่งก่อน เมื่อกลับเมืองไทยแล้วสามารถโอนเงินส่วนที่เหลือได้ทั้งสกุลบาทหรือสกุลยูโร ที่สำ คัญอย่าลืมขอเพิ่มวงเงืนฉุกเงินล่วงหน้าของบัตรเครดิตกสิกรไทย ได้ที่ 0 2888 8888 เพื่ออิสระในการช้อปปิ้งอย่างไรขีดจำกัด รวมถึงอย่าลืมพกบัตรเครดิตกสิกรไทยติดตัวตลอดการเดิน ทางเพื่อความอุ่นใจ
สำหรับคนที่ชอบสังสรรค์ก็มีจุดที่น่าสนใจดังนี้ค่ะ
- Leidseplein ถือเป็นหนึ่งในย่านบันเทิงที่นิยมของชาวดัชต์ ที่นี่เต็มไปด้วย ร้านอาหาร โรงละคร โรงหนังและคาสิโน
- Rembrandtplein อีกย่านบันเทิงที่นิยมของชาวดัชต์ ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร ร้านนั่งดื่มแบบมีเทอราส
เที่ยว Keukenhof สวนทิวลิปชื่อก้องโลกและชมทุ่งทิวลิปตระการตา
|
 |
- Keukenhof สวนทิวลิปที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ผู้คนหลั่งไหลจากทุกประเทศเพื่อมาชมทิวลิปที่นี่ นอกจากทิวลิปแล้วยังมีดอกไม้หลากหลายชนิดให้ชม เช่น ลิลลี่ ไฮยาซิน และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งสวนจะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่ปลายมีนาคมถึงกลางพฤษภาคมของทุกปี
- ปั่นจักรยานชมทุ่งทิวลิป หากชมทิวลิปในสวนยังไม่จุใจ ตรงทางเข้าด้านหน้าจะมีจักรยานให้เช่า และแผนที่ ให้ขี่ชมทุ่งทิวลิปนับแสนนับล้านดอก หลากสีสันที่กระจายอยู่รอบเมืองอีกด้วย
- Bloemencorso ขบวนพาเหรดดอกไม้ ซึ่งจัดขึ้นทุกปี ปกติจะจัดขึ้นในปลายๆเดือนเมษาเพียงแค่ 1 วัน หากต้องการมาชมคงต้องตรวจสอบข้อมูลให้แน่นอนจะได้ไม่พลาดชม
Zaanse Schans (ซานเซอร์ สคันส์)พิพิธภัณฑ์เปิดริมแม่น้ำ Zaan
|
 |
- ชมบ้านเรือนหลังเล็กๆน่ารักๆแบบชาวดัชต์ในสมัยเก่า ซึ่งเป็นบ้านไม้หน้าจั่วทาสีเขียว แต่ละบ้านมีสวนเล็กๆน่ารัก
|
 |
- ชมกังหันลมเรียงรายริมแม่น้ำ ซึ่งเป็นกังหันลมที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมที่หลงเหลืออยู่และได้รวบ รวมมาไว้ที่นี่นี่ ซึ่งเดิมในเขตนี้เป็นเขตอุตสาหกรรมเก่าที่ใช้แรงจากกังหันลมเป็นหลัก
|
 |
- ชมโรงงานทำชีส และมีชีสหลากรสให้ชิมและเลือกซื้อมากมาย
|
 |
- ชมพิพิธภัฑณ์รองเท้าไม้ (Klompen)ประวัติความเป็นมาและการสาธิตการทำรองเท้าไม้ ซึ๋งเป็นรองเท้าที่ใช้ในการทำงานในไร่นาในอดีต รวมทั้งมีให้เลือกซื้อเป็นของที่ระลึกมากมาย
เที่ยวเขต Waterland ทางตอนเหนือของอัมสเตอร์ดัม
|
 |
- Broek in Waterland หมู่บ้านเล็กๆที่ล้อบรอบไปด้วยทุ่งนา บ้านแต่ละหลังทาสีสวยงาม หลังบ้านมีคลองเล็กๆกั้นกลาง แต่ละบ้านต่างจัดสวนได้น่ารัก ยิ่งช่วงฤดูใบไม้ผลิและหน้าร้อน บรรดาดอกไม้หลากสีสันต่างแข่งกันชูชอสวยงาม แค่ได้เดินเที่ยวสูดอากาศบริสุทธิ์ก็มีความสุขแล้ว
|
 |
- Marken หมู่บ้านชาวประมงที่ยังคงอนุรักษ์วิถีความเป็นอยู่แบบเดิมไว้ เดิมหมู่บ้านนี้เป็นเกาะ ต่อ มาในปี 1957 ได้มีการสร้างเขื่อนเป็นถนนเชื่อมกับแผ่นดิน ที่นี่จะได้ชมบ้านไม้สีเขียวปลูกเป็นแถวเรียงกันมีเสาสูง (คล้ายห้องแถว) เพื่อป้องกันน้ำท่วม นอกจากนั้นชาวบ้านบางคนยังคงแต่งกายแบบดั้งเดิมซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่
|
 |
- Volendam หมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งที่ยังคงสภาพบ้านเรือนไม้แบบสีเขียวไว้ รวมถึงยังได้พบเห็นการแต่งกายแบบดั้งเดิมอีกด้วย และถ้ามาในช่วงเทศกาลรื่นเริง ชาวเมืองส่วนใหญ่ก็จะพร้อมใจกันแต่งกายแบบดั้งเดิมกันทั่วเมืองเลยทีเดียว
ชมกังหันลมที่ Kinderdijk
|
 |
- ที่นี่ได้ชื่อว่ามีกังหันลมเรียงรายกันถึง 19 ตัว ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก กังหันลมที่นี่ทำหน้าที่วิดน้ำออกจากไร่นา มีตัวที่เปิดให้เข้าชมภายใน 1 ตัว ซึ่งจะได้เห็นการตกแต่งภายใน แบ่งเป็นสัดส่วน ทั้งห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องครัว เป็นต้น
- มีเรือล่องตามแม่น้ำเพื่อชมกังหันที่เรียงรายอยู่ทั้งสองฝั่ง
- หรือจะเช่าจักรยานปั่นชมธรรมชาติรอบๆก็ได้
- นั่งรถเมล์เที่ยวชมธรรมชาติและเมืองเล็กๆในเขตนี้โดยซื้อตั๋วรถเมล์ที่เรียกว่า Lekdijkkaart ราคา 5 ยูโร สามารถขึ้นลงได้ทั้งวัน
Rotterdam เมืองท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป
- ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ เนื่องจากตึกเก่าๆได้ถูกระเบิดทำลายไปในสงครามโลกครั้งที่สอง มีตึกรูปทรงแปลกๆมากมาย
|
 |
- kubuswoningen ชมบ้านทรงคิวบิคหรือทรงลูกเต๋า สร้างคร่อมถนนโดยมีรูปทรงแบบต้นไม้และมีบ้านรูปลูกเต๋าลอยอยู่ด้านบน เป็นบ้านที่อยู่ได้จริง และมีอยู่ 1 หลังที่เปิดให้เข้าชมภายในได้
|
- Erasmus bridge สะพานที่ถือเป็นสัญญลักษณ์ของเมืองนี้
- Euromast หอคอยที่สูงที่สุดในเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีความสูง 186 เมตร เปิดให้ขึ้นไปชมวิวด้านบนได้ โดยเสียค่าเข้าชมคนละ 8.70 ยูโร
Alkmaar เมืองที่มีตลาดประมูลซื้อขายชีสแบบดั้งเดิม
|
 |
- มีเฉพาะวันศุกร์ในช่วงเช้าเท่านั้น (ตั้งแต่ 10.00 -12.30 น.) เริ่มตั้งแต่วันศุกร์แรกของเดือนเมษายน จนถึงวันศุกร์แรกของเดือนกันยายนของทุกปี ที่นี่คุณจะได้ชมการประมูลซื้อขายชีสในแบบเก่าในลานกว้างใจกลางเมือง
|
 |
Masstricht เมืองใต้สุดของเนเธอร์แลนด์และได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดเมืองหนึ่งของเนเธอร์แลนด์ รวมถึงการแต่งกายของชาวเมืองนี้ที่ดูหรูหรามีสไตล์ ต่างไปจากอัมสเตอร์ดัม
- ชม Heldpoort ป้อมปราการที่ยังคงสภาพเดิม
- ซากกำแพงเมืองดั้งเดิมที่ยังคงหลงเหลือให้เห็น รวมถึงการสร้างสิ่งก่อสร้างใหม่โดยยังคงผสมผสานกับส่วนที่เป็นกำแพงเมืองได้เป็นอย่างดี
- ชมโบสถ์ที่มีอายุมากกว่าพันปีได้ที่เมืองนี้
|
- ชมบรรดาอาคารแต่ละหลังจะมีสัญญลักษณ์ประจำที่แตกต่างกันไปไม่ซ้ำกันเลย
- สำหรับคนที่ชอบช๊อปปิ้ง ที่นี่มีร้านค้าและสินค้าแบรนด์เนมให้เลือกมากมายอย่างจุใจ
- มีร้านแบบเทอราสให้นั่งจิบเครื่องดื่มดูผู้คนมากมากมาย
Delft เมืองเก่าที่น่ารักอีกแห่งหนึ่ง มีคูคลองเล็กๆน่ารักรอบเมือง มีจุดที่สวยงามเช่น
- Oude Kerk หรือ Old church อยู่ในเขตตัวเมืองเก่า เป็นที่ฝังศพของศิลปินวาดภาพที่มีชื่อเสียงอีกคนของเนเธอร์แลนด์ คือ Johannes Vermeer
|
 |
- Nieuwe Kerk หรือ New church เป็นโบสถ์ที่ใช้เป็นที่ฝังศพของราชวงศ์
- Stadhuis หรืออาคารศาลาว่าการเมืองเก่า อยู่ตรงข้ามกับ Nieuwe Kerk
- Royal Delft โรงงานผลิตเซรามิคที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงของเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเรียกว่า Royal Delft Blue ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะคือ เป็นการเขียนลวดลายสีน้ำเงินบนกระเบื้องสีขาว สามารถเข้าชมการสาธิตขั้นตอนการผลิตและเลือกซื้อเป็นของที่ระลึกได้อีกด้วย
Den Haag หรือกรุงเฮก เป็นที่ตั้งของรัฐสภาและสถานที่ราชการสำคัญๆ รวมถึงสถานทูตต่างๆ
- Paleis Noordeinde พระราชวังที่เป้นที่ประทับของพระราชินีในปัจจุบัน
- Vredespaleis หรือ Peace Palace คือศาลโลกที่คนไทยรู้จักกันดี ใช้เป็นที่พิจารณาคดีระดับโลกมาแล้วหลายต่อหลายคดี
- Madurodam เมืองจำลองขนาดจิ๋ว จำลองสถานที่สำคัญๆและมีชื่อเสียงทั่วทุกที่ในเนเธอร์แลนด์ มาไว้ที่นี่
Dutch food
- Haring ปลาดองที่เป็นที่นิยมและชื่นชอบของคนดัตช์ ทานกับหัวหอมใหญ่ซอยและแตงกวาดอง
- Paling ปลาไหลรมควัน รสชาติอร่อย จะทานเล่นๆ หรือทานกับขนมปังก็ได้เช่นกัน
- Stroopwafels ขนมแผ่นกลมบางๆ กรอบนอก นุ่มในด้วยน้ำเชื่อมที่เหนี่ยวนุ่ม รสหวานแหลม
- Patat หรือมันฝรั่งทอดกินกับมายองเนส
- Kroket เป็นของกินเล่นประจำชาติที่มีเอกลักษณ์ทั้งรสชาติและรูปแบบการขาย รูปร่างจะคล้ายๆไส้กรอก มีแป้งกรอบด้านนอก ส่วนด้านในเป็นมันฝรั่งกับเนื้อบด ขายในตู้อัตโนมัติ ที่มีหน้าตาคล้ายๆหน้าต่างช่องเล็กๆ หยอดเหรียบลงไปตามราคา แล้วก็จะเปิดหยิบออกมาจากตู้ได้
|
| |