ประเทศนี้อาจไม่ง่ายนักในการเชิญชวนผู้คนทั่วๆ ไป เหมือนอย่างประเทศญี่ปุ่น หรือประเทศในแถบยุโรป แต่ประเทศอินเดียนั้นเป็นประเทศที่พิเศษกว่าประเทศอื่นๆ ตรงที่มีอะไรให้น่าค้นหา วัฒนธรรมต่างๆ ประจำ
ท้องถิ่นยังมีให้เห็นอยู่มาก การแต่งกายก็ยังอยู่ในชุดประจำชาติเป็นส่วนใหญ่ ดินแดนแห่งต้นกำเนิดของศาสนาพุทธและฮินดู และถ้ารักการเที่ยวและการค้นหาไม่มีอะไรยากเกินไปสักนิดที่จะหาเหตุผลไปเที่ยวประเทศนี้
อินเดียแบ่งพื้นที่ออกเป็น 7 ภูมิภาคหลัก ได้แก่ เขตเทือกเขาหิมาลัย เขตที่ราบลุ่มแม่น้ำคงคง เขตเขาสูง ภาคกลาง เขตที่ราบสูงเดกข่าน เขตเทือกเขาฆาตตะวันตก เขตเทือกเขาฆาตตะวันออก และเขตท้องทะเล รวมทั้งหมู่เกาะต่างๆ ความแตกต่างของภูมิประเทศส่งผลให้ภูมิอากาศในประเทศมีตั้งแต่ หิมะที่ปกคลุมเทือกเขาหิมาลัยตลอดทั้งปี ไปจนถึงอากาศอบอุ่นแบบเขตร้อนตามแนวชายฝั่ง และอากาศแบบภาคพื้นทวีปทางตอนในของแผ่นดิน ทำให้อินเดียมีสภาพอากาศที่แตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาคและแต่ละฤดูกาล ช่วงเวลาที่จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนคาบสมุทรอินเดียมากที่สุด คือช่วงหลังฤดูลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้หรือระหว่างเดือนตุลาคมถึงมีนาคมที่มีอากาศเย็นสบาย
ประเทศอินเดียเป็นประเทศที่ใหญ่ติดอันดับ 7 ของโลก มีประชากรกว่าพันล้านคน ซึ่งมีความหานาแน่นที่สุดเป็นอันดับที่ 2 รองจากประเทศจีนเท่านั้น อินเดียถือว่าเป็นถิ่นกำเนินของศาสนาและศาสดาหลายองค์ แต่ศาสนาหลักคือศาสนาฮินดูซึ่งมีอิทธิพลต่อการเนินชีวิตในระบบวรรณะ แบ่งเป็น วรรณะพราหมณ์ ซึ่งเป็นวรรณะที่สูงที่สุด มีความรู้มาก มีตำแหน่งใหญ่โตทางการเมืองและการบริหาร วรรณะกษัตริย์ มีเชื้อสายมาจากนักรบทำงานในตำแหน่งสูงๆ ทางการทหาร วรรณะแพศย์ เป็นพวกที่ทำการค้า ส่วน วรรณะศูทร ประกอบอาชีพทำการเกษตร และ พวกจัณฑาล คือพวกชนชั้นต่ำ ไม่มีวรรณะ และไม่เป็นที่ยอมรับในการคบหาสมาคมกับวรรณะใด
ประเทศอินเดีย มีชื่ออย่างเป็นทางการว่าสาธารณรัฐอินเดีย ตั้งอยู่ในทวีปเอเชียใต้ มีพรมแดนทิศเหนือติดกับจีน เนปาล และภูฏาน ทิศตะวันตกเฉียงเหนือติดกับปากีสถาน ทิศตะวันออกติดบังกลาเทศ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดพม่า และ ทิศตะวันออกเฉียงใต้และตะวันตกเฉียงใต้ติดกับมหาสมุทรอินเดีย มีพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 3,287,590 ตารางกิโลเมตร (ใหญ่กว่าไทยประมาณ 6 เท่า) และมีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก คือ มากกว่า 1,000 ล้านคน
ประเทศอินเดียมี 3 ฤดูกาล ได้แก่ ฤดูร้อน ช่วงเดือนเมษายน - มิถุนายน อุณหภูมิสูงสุด ประมาณ 45 องศาเซลเซียส ฤดูมรสุมช่วงเดือนกรกฎาคม - ตุลาคม อุณหภูมิเฉลี่ย 33 องศาเซลเซียส และฤดูหนาว ช่วงเดือนพฤศจิกายน - มีนาคม อุณหภูมิ 21 - 30 องศาเซลเซียส โดยอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 7 องศาเซลเซียส
ภาษาราชการของอินเดีย คือ ภาษาฮินดี และมีภาษาอังกฤษเป็นภาษารอง อีกทั้งรัฐธรรมนูญอินเดียยังรับรองภาษาท้องถิ่น อีก 16 ภาษาที่ใช้กันอย่างกว้างขวาง อาทิ เตลูกู เบงกาลี มาราธี ทมิฬ อูรดู กุจราดี และปัญจาบี
เมื่อประมาณ 1,500 ปีก่อนคริสตกาล ชาวดราวิเดียน (Dravidian) และชาวอารยัน (Aryan) เริ่มกำเนิดอารยธรรมต่างๆ ในลุ่มแม่น้ำสินธุ ต่อมาในสมัยอาณาจักรเมารยะ (ประมาณ 300 ปีก่อนคริสตกาล) ซึ่งมี
ดินแดนในตอนเหนือตั้งแต่ลุ่มแม่น้ำสินธุจรดอ่าวเบงกอล พระเจ้าอโศกมหาราชได้สร้างความรุ่งเรืองในการปกครอง ตลอดจนการสนับสนุนการเผยแพร่พุทธศาสนา ในสมัยราชวงศ์โมกุล (คริสต์ศตวรรษที่ 16 - 18) เป็นสมัยที่มีการแพร่ขยายอิทธิพล วัฒนธรรมโมกุลอย่างกว้างขวาง ทั้งในด้านการปกครอง ภาษา ศิลปะ สถาปัตยกรรม และศาสนาอิสลาม อังกฤษเริ่มเข้ามามีอิทธิพลในประเทศอินเดียตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 17 เพื่อค้าขายพร้อมๆ กับครอบครองดินแดนและแทรกแซงในการเมืองท้องถิ่น จนกระทั่งอินเดียตกอยู่ภายใต้การ
ปกครองของอังกฤษ ในปี พ.ศ. 2420 (ค.ศ. 1877) โดยมีสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งอังกฤษทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระเจ้าจักรพรรดินีแห่งอินเดีย หลังจากการรณรงค์ต่อต้านการปกครองของอังกฤษมาเป็นเวลานาน อินเดียจึงได้รับเอกราชเมื่อปี พ.ศ. 2490 (ค.ศ. 1947) และได้รับการสถาปนาเป็นสาธารณรัฐอินเดียในปี พ.ศ. 2493 (ค.ศ.1950)
|