Wi-Fi Experience@KBank
ค้นหา:
Join:
Home / Travel / แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว / จีน / มาเก๊า / ข้อมูลทั่วไป
   

มาเก๊า -  ข้อมูลทั่วไป

Send To Friend
 
 

มาเก๊า - การเดินทางมาบรรจบของสองวัฒนธรรม

นอกจากการได้ชื่อว่าเป็นลาสเวกัสแห่งเอเชียแล้ว มาเก๊ายังขึ้นชื่อว่าเป็น “สวรรค์ของนักชิม” อีกด้วย ด้วยความที่มาเก๊าเคยตกอยู่ใต้อิทธิพลของชาติตะวันตกอย่างโปรตุเกส ที่นี่จึงกลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวทั้งวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และความเลิศรสของอาหาร โดยเฉพาะส่วนผสมของอาหารจีน และอาหารโปรตุเกส ที่เรียกกันว่า “อาหารแมกกานีส” (Macanese Cuisine) ที่หนักด้วยรสชาติของเครื่องเทศจากยุโรป แอฟริกา อินเดีย ละตินอเมริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจีน ที่นักเดินเรือชาวโปรตุเกสได้นำมาพร้อมกับ
เรือสินค้า แล้วมาคละเคล้าจนได้รสได้ที่กันที่มาเก๊าพอดิบพอดี ด้วยส่วนผสมที่ ลงตัวทั้งทางด้านศิลปะ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม ฯลฯ ไปจนถึงเรื่องอาหาร การกิน และช้อปปิ้งเช่นนี้ จึงสมแล้วที่มาเก๊าจะได้รับการยกย่องว่าเป็น
The Perfect Mix และก้าวกระโดดขึ้นมาเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ของ
นักท่องเที่ยวระดับโลกได้ในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน

มาเก๊ามีเสน่ห์ด้วยความหลากหลาย เพราะเป็นดินแดนของจีนที่เคยอยู่ในปกครองของโปรตุเกสมายาว

นานกว่า 400 ปี ความผสมผสานทางวัฒนธรรมทำให้เกิดเอกลักษณ์เฉพาะตัวใหม่ๆ อย่างเช่นสถาปัตยกรรม ในรูปแบบชิโน-โปรตุกีส ที่นำเอาจุดเด่นของอาคารแบบโปรตุเกสมาปรับเข้ากับของจีน โดยเพิ่มทางเดิน
ด้านหน้าที่มีแนวเสาและซุ้มโค้ง จนมีหน้าตาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่นเดียวกับอาคารมากมายตามถนนหนทางในภูเก็ต หรือแม้อาหารที่เป็นลูกผสมของจีนและเมดิเตอร์เรเนียน เช่น Baccalhau (บาคัลเยา) ที่ปรุงจากเนื้อปลาบดละเอียด นำมาคลุกเคล้ากับแป้งและเครื่องเทศพื้นเมืองของโปรตุเกส แล้วทอดจนหอมได้รสชาติละม้ายคล้ายคลึงกับทอดมันของไทยนิดๆ เหล่านี้ล้วนเป็นตัวอย่างของร่องรอยอันแสดงถึงความเป็นมาของ
มาเก๊าได้อย่างดี

มาเก๊าในปัจจุบัน เป็นเขตการปกครองพิเศษของสาธารณรัฐประชาชนจีนเช่นเดียวกับฮ่องกง ประกอบด้วยเกาะ 3 เกาะ เรียงจากด้านเหนือลงมาทางใต้ ได้แก่ เกาะมาเก๊า เกาะไทปา (Taipa) และเกาะโคโลอาน (Coloane) ซึ่งสองเกาะหลังนี่ก็แทบจะกลายเป็นเกาะเดียวกันไปแล้ว เพราะมีการถมทะเลเชื่อมสองเกาะนี้เข้าด้วยกัน จนกลายเป็นพื้นที่ที่เรียกว่า โคไท (Cotai) ส่วนระหว่างเกาะมาเก๊ากับเกาะไทปา ก็มีสะพานยาวกว่า 2 กิโลเมตรเชื่อมอยู่ ทำให้มีความสะดวกในการเดินทางติดต่อระหว่างเกาะทั้งสามเป็นอย่างมาก

ไปไหนดีในมาเก๊า

วัดอาม่า (A-Ma Temple) วัดนี้คนไทยรู้จักกันดีในชื่อว่า “ศาลเจ้าแม่ทับทิม” เป็นวัดเก่าแก่คู่เมืองมานาน เล่าขานกันว่านานมาแล้วมีสาวจีนที่ชื่อหลิงม่า ต้องการโดยสารเรือ แต่ไม่มีเรือลำไหนให้ความช่วยเหลือ จนมีเพียงชาวประมงกับเรือเล็กๆ ลำหนึ่งเท่านั้นที่ยอมให้หลิงม่าอาศัยเดินทางไปด้วย ระหว่างทางเกิดพายุหนัก ทำให้เรือทุกลำแตกจมลงสู่ก้นทะเล ยกเว้นแต่เรือประมงเล็กๆ ลำที่หลิงม่าอาศัยเดินทางเท่านั้นที่ยังอยู่รอดปลอดภัย เมื่อเรือเข้าเทียบเกาะมาเก๊า หลิงม่า สาวน้อยก็ได้หายตัวไปอย่างปาฏิหาริย์ไร้ร่องรอย ชาวประมงจึงเชื่อว่าเธอคือเทพธิดาแห่งท้องทะเล ที่แปลงกายมาคุ้มครองชาวประมง จนทุกวันนี้ บรรดาชาวประมงก็ยังคงเซ่นไหว้ขอพรให้หลิงม่า หรืออาม่า คุ้มครองให้ปลอดภัยจากภัยพิบัติต่างๆ ก่อนที่จะออกเรือสู่ท้องทะเล และกลายมาเป็นศาลเจ้าแม่ทับทิม หรือวัดอาม่าในทุกวันนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการขอพรให้ไปหมุนลูกแก้วในปากสิงโตด้านหน้าวัดไปทางขวา 3 ครั้ง พร้อมกล่าวคำอธิษฐาน เชื่อกันว่าจะสมหวังตามคำขอ นอกจากนี้คำว่า
A-Ma-Goa ที่หมายถึง อ่าวของอาม่านั้น ยังเป็นที่มาของชื่อเมืองมาเก๊า และเพี้ยนมาเป็นมาเก๊าในวันนี้นั่นเอง

โบสถ์เซนต์ปอล (Ruins of Saint Paul Church) โดดเด่นเป็นสง่าจนกลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญของมาเก๊า ที่ใครๆ ก็ต้องมาเข้าแถวยืนถ่ายรูปที่นี่กันทั้งนั้น โดยโบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ซึ่งถือเป็นโรงเรียนสอนศาสนาแห่งแรกของชาวตะวันตกในตะวันออกไกล ต่อมาเกิดเพลิงไหม้อย่างรุนแรงในปี
ค.ศ. 1835 คงเหลือแต่ส่วนของอาคารด้านหน้าและได้บูรณะขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1991 ส่วนด้านหลังที่ถูกไฟไหม้ไปหมดนั้น ปัจจุบันสร้างขึ้นเป็นพิพิธภัณฑ์ทางศาสนาและประวัติศาสตร์ของมาเก๊าที่ควรค่ากับการเข้าชม

เมาท์ ฟอร์ท (Monte Fort) หรือป้อมมองเต และพิพิธภัณฑ์แห่งชาติมาเก๊า (Museum de Macau) ตั้งอยู่ติดกันกับโบสถ์เซนต์ปอล ด้วยชัยภูมิที่เป็นเนินเขาสูง จึงทำให้เหมาะกับการสร้างป้อมไว้สังเกตการณ์และป้องกันการรุกราน สร้างขึ้นมาตั้งแต่ ค.ศ. 1617 ปัจจุบันถูกรวบรวมไว้เป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์
แห่งชาติมาเก๊า ซึ่งนอกจากจะรวบรวมโบราณวัตถุต่างๆ มาจัดแสดงประวัติศาสตร์ของมาเก๊า ได้อย่างเป็นระบบระเบียบจากอดีตจนถึงปัจจุบันอย่างดีเยี่ยมแห่งหนึ่งแล้ว ยังเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่ดีที่สุดอีกด้วยเช่นกัน

ลานเซนาโด้ สแควร์ (Senado Square) เปรียบไปก็คล้ายๆ กับจัตุรัสใจกลางเมือง ที่จะทำให้เห็นภาพรวมของมาเก๊าได้ดีที่สุด เพราะนอกจากจะเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แล้ว ยังเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญด้วย รอบๆ ลานกว้างที่ปูกระเบื้องตกแต่งเป็นลายเกลียวคลื่นนั้น เรียงรายไปด้วยอาคารในแบบ
ชิโน-โปรตุกีส และเป็นร้านค้าต่างๆ นับแต่ขายยาจีนไปจนถึงเสื้อผ้าทันสมัย นอกจากนี้ ลานเซนาโด้ สแควร์ ยังมีสถานที่สำคัญอยู่ 2 แห่งคือ โฮลี่ เฮาส์ ออฟ เมอร์ซี่ (Holy House of Mercy) อันเป็นสถาบันเก่าแก่ที่สุดในมาเก๊า สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16และโบสถ์เซนต์โดมินิค (Saint Dominic's Church) ที่เป็นสถาปัตยกรรมบาโร้ก (Baroque) อันหรูหราแบบยุโรป และได้รับการอนุรักษ์ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ทางศาสนาให้ชาวคริสต์ได้มาศึกษาหาความรู้ โดยรอบของลานเซนาโด้ สแควร์ ตั้งแต่ทางด้านใต้ เริ่มจากด้านหน้าอาคารลีอัล เซนาโด้ (Leal Senado) หรือหอประชุมเทศบาลมาเก๊าแห่งแรก และใช้งานต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ขึ้นมาทางเหนือความยาวร่วมกิโลเมตรนั้น นับเป็นย่านที่คึกคักขวักไขว่ทั้งกลางวันและกลางคืน จนมาจบที่เนินขั้นบันไดสูงไปสู่โบสถ์เซนต์ปอล

โบสถ์เซนต์ดอมินิก (Saint Dominic’s Church) สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1587 โดยบาทหลวงนิกายดอมินิกันชาวสเปน ส่วนหอระฆังด้านหลังถูกปรับเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็ก แสดงงานอันเกี่ยวเนื่องกับศาสนา (Museum of Sacred Art) ที่น่าสนใจด้วยศิลปวัตถุกว่า 300 ชิ้น ถ้าไม่เดินซื้อของจนเพลินก็ควรแบ่งเวลาให้กับพิพิธภัณฑ์เหล่านี้ด้วย โดยโบสถ์แห่งนี้ตั้งอยู่ตรงกลางของลานเซนาโด้ สแควร์

เจ้าแม่กวนอิม (Kun Iam Statue) รูปปั้นเจ้าแม่
กวนอิมขนาดยักษ์ ที่ถนน ดร.ซุน ยัด เซ็น ซึ่งโปรตุเกสสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ เนื่องในโอกาสส่งมอบมาเก๊าคืนให้กับจีนเมื่อ 19 ธันวาคม ค.ศ. 1999 ซึ่งจะสวยงามด้วยแสงไฟส่องสว่างยามค่ำคืน

Macau Towerจัดเป็นหอคอยที่มีความสูงเป็นอันดับ 10 ของโลก ด้วยความสูง 338 เมตร ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม เหมาะกับการขึ้นไปเดินท้าความบ้าบิ่นบนแผ่นกระจกใส Sky Walk X นอกหอคอยบนความสูง 233 เมตรที่เสียวได้ใจจริงๆ หรือสบายๆ หน่อยก็ไปนั่งจิบเครื่องดื่มพร้อมชมทิวทัศน์มาเก๊ายามค่ำคืนที่ระยิบระยับด้วยแสงไฟอลังการจากโรงแรม และคาสิโนที่ผุดขึ้นราวดอกเห็ด

แหล่งช้อปปิ้ง

นอกจากบริเวณลานเซนาโด้ สแควร์แล้ว ย่านขายสินค้าแบบแผงลอยที่ถูกใจชาวไทยก็น่าจะเป็นย่าน

Rua de Sao Paulo และ Rua das Estalagens โดยให้เดินในถนน Guimarraes ซึ่งเป็นซอยเล็กๆ เชื่อมถนนทั้งสอง จะเป็นย่านของเก่า ร้านของชำ ร้านตัดเสื้อ ฯลฯ เรียงรายกันจนลานตา ควักกระเป๋าสตางค์แทบไม่ทันแต่ถ้าเป็นช่วงเย็นหลังอาหารไปจนดึกๆ ขอแนะนำให้ไปที่ Estrada do Repouso ซึ่งเป็นตลาดของพื้นเมือง
ยามค่ำสนุกตรงที่ได้ของถูกกว่าย่านอื่นถ้าต่อราคาเก่งๆ
ส่วนอีกด้านของ Avenida Almeida Riberiro จากช่วงถนน Rua do Dr. Soares ขึ้นไปบนเนินเขาด้านหลังหอประชุมเทศบาลมาเก๊า (Leal Senado) จนถึง
Rua da Fecilidade ที่เรียกกันว่า "ถนนสายสำราญ" เลี้ยวขวาแล้วเดินตรงไป จะผ่านอาคารสีแดงหลังใหญ่หรือ Red Market ซึ่งเมื่อ 300 ปีก่อนย่านนี้แต่เดิมเป็นย่านบันเทิง อาทิ โรงน้ำชาที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ปัจจุบันอาคารเหล่านี้ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี และปรับเปลี่ยนเป็นภัตตาคารโปรตุเกส และร้านจำหน่ายของหวานและอาหารแห้ง ตลอดจนสินค้าพื้นเมืองของมาเก๊า

ย่าน Avenida Horta e Costa เหมาะสำหรับคนชอบเดิน เพราะเป็นถนนช้อปปิ้งที่ยาวมาก เริ่มต้นตั้งแต่ Red Market เรื่อยไปจนถึง สวนสาธารณะฟลอร่า
การ์เด้น ที่คลาคล่ำไปด้วยสินค้าตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันกล้องถ่ายรูป แถมยังต่อรองราคากันได้อย่างเต็มที่อีกด้วย

นอกจากนี้จากสวนพฤกษศาสตร์คาโมส (Camoes Garden Area) ยังสามารถเดินไปตาม Rua de Entre-Compos เข้าไปยังชุมชนเก่าของมาเก๊าอย่างบริเวณ Estrada do Repouso และ Rua da Barca ที่จะเต็มไปด้วยร้านค้าเล็กๆ และถ้าแรงเหลือเดินไปถึงโรงภาพยนต์ Alegria ก็จะพบกับสวรรค์น้อยๆ ของนักช้อปปิ้ง เพราะเป็นตลาดกลางคืนที่จำหน่ายอาหารนานาชาติและของกระจุกกระจิกต่างๆ และถ้าโชคดีก็จะมีการแสดงงิ้วเป็นของแถมอีกด้วย ข้อสำคัญอย่าลืมออมแรงไว้เดินหิ้วของกลับที่พักด้วยก็แล้วกัน

อาหารการกินที่มาเก๊า

หนึ่งในเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของมาเก๊าก็หนีไม่พ้น “อาหารแมกกานิส” กับอาหารสไตล์ลูกผสมระหว่าง

ตะวันออกและตะวันตก ที่ได้อิทธิพลมาจากโปรตุเกสที่มีให้เห็นอยู่ทั่วไปในมาเก๊า โดยอาหารแมกกานิส
จานเด่น ก็ได้แก่ ไก่แอฟริกัน (Galinha a Africana) และปลาคอดกับกุ้งผัดพริก (Bacalhau and Macanese Chili Shrimps) ขณะที่อาหารจีนเจ้าถิ่นก็ไม่น้อยหน้า ปูผัดผงกะหรี่ กั้งทอดกระเทียม บะหมี่และเกี๊ยวน้ำ โดยเฉพาะที่ไม่ควรพลาดคือ เนื้อผัดวุ้นเส้นซอสสะเต๊ะที่ MGM Grand Macau นั้นอร่อยระดับขอท้าให้ลองด้วย
เนื้อที่หมักจนนุ่มเปื่อยชนิดเข้าปากแล้วแยกไม่ออกเลยว่า อะไรเป็นวุ้นเส้นอะไรเป็นเนื้อ รวมไปถึง “หยำฉ่า” การจิบน้ำชายามบ่ายกับติ่มซำ หลังการเดินท่องเที่ยวมาตลอดวัน ก็เป็นการให้รางวัลกระเพาะและพักขาได้เป็นอย่างดี

เรื่องรับประทานจะยังจบลงไม่ได้ ถ้ายังไม่ปิดฉากด้วยของหวานอันขึ้นชื่อของมาเก๊า ต้องไม่ลืมว่าอิทธิพลของโปรตุเกสทางด้านของหวานนั้นเลื่องลือ เพราะจะหอมหวานด้วยนม เนย และไข่ ขนมที่ขึ้นชื่อของมาเก๊าก็คือ คุกกี้อัลมอนด์ เหมาะสำหรับรับประทานกับน้ำชากาแฟร้อนๆ ที่ควรจะซื้อติดไม้ติดมือกลับมาเป็นของฝากก็คือ ขนมไข่ ที่หน้าตาเหมือนทองม้วนในบ้านเรา ซึ่งจะมีขายทั่วไปโดยเฉพาะแถวๆ ลานเซนาโด้ สแควร์ และถนน Rua de Felicidade แต่ที่เป็นดาวเด่นในด้านของหวานลูกครึ่งของมาเก๊า ก็ต้องยกให้ ขนมทาร์ตไข่ (Egg Tart) ที่ติดใจจนต้องให้คนไปสั่งจอง มารับประทานกันที่โรงแรมทุกวัน ด้วยแป้งหอมกรอบ

ด้านนอกและมีไส้กลางเป็นครีมไข่ (ขาว) ข้นสีเหลืองทองหอมหวานมันกลมกล่อมจึงเป็นของฝากอีกอย่างที่ขาดไม่ได้ แต่เสียดายที่การมารับประทานที่ร้านตอนที่ครีมยังอุ่นหอมนั้น ได้รสชาติต่างกับตอนที่ขนมเย็นแล้วหลายช่วงตัว

ร้านที่โด่งดังก็เห็นจะมีอยู่สองเจ้าที่ลูกค้าแน่นขนัดทั้งวัน คือ Lord Stow’s Bakery (1 Rua da Tassara, Coloane Town Square, Coloane, Macau โทร. (853) 2888 2534) บนเกาะโคโลอาน ที่ของแท้ต้องโรยผงซินนามอนด้วย และร้าน Margaret’s Café Nata (Gum Loi Building, Macau โทร. (853) 2871 0032) บนเกาะมาเก๊า ซึ่งนับเป็นร้านที่มียอดขายขนมทาร์ตไข่สูงที่สุดแห่งหนึ่ง

ที่พักแนะนำ

MGM Grand Macau (Avenida Dr. Sun Yat Sen, Naoe, Macau Tel. (853) 8802 8888 www.mgmgrandmacau.com) โรงแรมสุดหรูระดับ 5 ดาว ใหญ่โต โอ่โถงและพร้อมพรั่งด้วยสิ่งอำนวย
ความสะดวกครบครัน ตระการตาด้วยโถงน้ำพุกลางลาน กับวิลล่าสไตล์โปรตุเกสโบราณ ประดับประดาด้วยงานประติมากรรมชิ้นเลิศจากจิตรกรเอกของโลก อย่าง Salvador Dali นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยความงดงามของห้องพักที่ออกแบบอย่างหรูหรา มองเห็นวิวทิวทัศน์และสีสันยามราตรีของมาเก๊าได้อย่างเต็มตา ยิ่งไปกว่านั้น ภายในตัวโรงแรมยังประกอบไปด้วยคาสิโน ร้านอาหาร และบาร์ที่มีมากถึง 12 แห่ง พร้อมด้วยสปาและ
สระว่ายน้ำกลางแจ้งขนาดใหญ่

The Venetian Macao Resort Hotel (Estrada da Baia de N. Senhora da Esperanca, s/n, Taipa, Macao SAR, Macau) หรูหรา สง่างาม ด้วยการออกแบบที่ตั้งใจให้เป็นจุดหมายปลายทางที่เปี่ยมไปด้วยสีสันและเร้าใจที่สุดในเอเชีย กับความสะดวกสบายที่พร้อมปรนเปรอเหล่านักเดินทาง ด้วยห้องสวีตที่มีมากถึง 3,000 ห้อง มีเนื้อที่กว้างกว่า 70 ตารางเมตร ขณะที่ห้องน้ำหินอ่อนสไตล์อิตาลีก็ยกระดับความหรูหราขึ้นไป
อีกขั้น พร้อมด้วยไฮไลต์สำคัญอย่างคาสิโนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และแหล่งช็อปปิ้งกว่า 350 ร้านค้า ไม่ต่างอะไรกับที่ลาสเวกัส โดยมีเอกลักษณ์สำคัญอย่างเรือกอนโดลา โดดเด่นด้วยอาหารชั้นยอดหลากหลายระดับ พร้อมความบันเทิงที่คาดไม่ถึงอีกนับไม่ถ้วน

Lisboa Hotel (2-4 avenida de lisboa, Macau) โรงแรมระดับ 5 ดาว ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจของมาเก๊า บนถนนหลักของเมืองมาเก๊า สวยงามด้วยสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นพร้อมด้วยภัตตาคารขึ้นชื่อ 12 แห่ง และความบันเทิงตลอด 24 ชั่วโมง หนึ่งในสุดยอดโรงแรมคาสิโนในเอเชีย โรงแรมมีห้องพักและห้องสวีตให้บริการเกือบ 1,000 ห้อง แต่ละห้องตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หรูหรา และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยพร้อมมูล จากตัวโรงแรมเดินไปยังย่านจเซนาโด้สแควร์ประมาณ 300 - 500 เมตรเท่านั้น

Ole London Hotel (Praca de ponte e horta, No 4-6, Macau) แม้จะเป็นโรงแรมระดับ 2 ดาว แต่ด้วยทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้ใจกลางของมาเก๊า จึงทำให้ Ole London Hotel เป็นตัวเลือกชั้นดีสำหรับการสัมผัสความเป็นมาเก๊า ด้วยตัวโรงแรมที่ออกแบบและตกแต่งในสไตล์จีน แต่ก็เป็นโรงแรมเล็กๆ ที่สะดวกสบายไม่น้อย แถมยังสะอาดสะอ้าน และอยู่ใกล้แลนด์มาร์กอย่างเซนาโด้สแควร์เพียง 10 นาทีเท่านั้น

การขอ Visa

มาเก๊ายินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกชาติทุกภาษาเข้าสู่มาเก๊า ดังนั้น นักท่องเที่ยวเกือบทุกชาติศาสนาจึงได้รับการยกเว้นไม่ต้องทำวีซ่า ยกเว้นบางประเทศเท่านั้น สำหรับนักท่องเที่ยวสัญชาติไทย สามารถเดินทางเข้ามาเก๊าโดยไม่ต้องทำวีซ่า และสามารถ พำนักอยู่ในมาเก๊าได้คราวละไม่เกิน 30 วัน ข้อมูลเรื่องวีซ่าดูเพิ่มเติมได้ที่ www.fsm.gov.mo

การเดินทางจากประเทศไทย

มาเก๊ามีสนามบินนานาชาติ (MFM) ที่ครบครันไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก เปิดดำเนินการตั้งแต่เดือนธันวาคม 1995 ตั้งอยู่บนเกาะไทปา นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางสู่มาเก๊า โดยทางเครื่องบินโดยสาร มีสายการบินเปิดให้บริการบินตรงกรุงเทพฯ - มาเก๊าด้วยกัน 3 สายการบิน ได้แก่ สายการบินแอร์เอเชีย www.airasia.com หรือเบอร์โทร 02515 9999 , บางกอกแอร์เวย์ www.bangkokair.com หรือเบอร์โทร 02265 5555 และสายการบินแอร์มาเก๊า www.airmacau.co.th ติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่เบอร์ 0-2614-3000

การเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ

นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวในมาเก๊าได้เองอย่างสะดวก โดยอาศัยระบบขนส่งมวลชน แต่หากต้องการความสะดวกสบายที่มากกว่า ก็สามารถหาซื้อบริการจากบริษัททัวร์ต่างๆ ซึ่งมีให้เลือกหลายโปรแกรมทั้งแบบครึ่งวัน วันเดียว หรือทัวร์ มาเก๊า, เมืองต่างๆ ในมณฑลกวางตุ้ง และฮ่องกง ต่อไปนี้เป็นโปรแกรมบางส่วนพร้อมราคาจากเพียง 2 บริษัททัวร์ในมาเก๊า ท่านสามารถใช้เป็นมาตรฐานในการคำนวณค่าใช้จ่าย และเป็นแนวทางในการเดินทาง

การเดินทางระหว่างเมืองใหญ่

  • เราสามารถข้ามเรือจากมาเก๊า ไปฮ่องกง หรือ เซิ้นเจิ้นได้ แต่ว่าต้องกลับมาขึ้นเครื่องกลับที่มาเก๊า หรือข้ามจากฮ่องกงมาเที่ยวมาเก๊าก็ต้องข้ามไปขึ้นเครื่องที่ฮ่องกงให้ทันเวลาเช่นเดียวกัน

การเดินทางภายในเมือง

  • นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวในมาเก๊าได้เองอย่างสะดวก โดยอาศัยระบบขนส่งมวลชน
    รถเมล์มีให้บริการหลายสาย และมาเป็นระยะ ผู้คนที่นี่นิยมใช้บริการ เพราะประหยัด
  • แท็กซี่

Tourist Information Center

การท่องเที่ยวมาเก๊าประจำประเทศไทย ชั้น 8 อาคารมณียา เซ็นเตอร์, 518/5 ถนนเพลินจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 (สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ชิดลม) โทร. 0 2255 5989 www.macau-thai.com

เวลาท้องถิ่น สภาพอากาศ

มาเก๊า มีภูมิอากาศค่อนข้างอบอุ่น โดยเฉลี่ยอยู่ราว 20 องศาเซลเซียส (68 ฟาเรนไฮด์) มีความชื้นสัมพัทธ์สูงเฉลี่ย 75% - 90% โดยแบ่งเป็นฤดูกาลต่างๆ ได้ดังนี้ ฤดูใบไม้ร่วง (ต.ค. - ธ.ค.) ถือเป็นช่วงที่อากาศดีที่สุด เหมาะแก่การท่องเที่ยว ฤดูหนาว (ม.ค. - มี.ค.) แม้ว่าจะมีอากาศค่อนข้างหนาว แต่ก็มีแสงแดดให้พออบอุ่น เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการไปสัมผัสอากาศเย็น ฤดูร้อนและฝน (เม.ย. - ก.ย.) ในช่วงนี้อากาศจะเริ่มร้อนอบอ้าว และมีความชื้นสัมพัทธ์สูง ในบางช่วงจะมีฝนตกและมักเกิดพายใต้ฝุ่น ราวเดือน มิ.ย. - ส.ค. ในกรณีที่เกิดพายุไต้ฝุ่นถึงระดับ 8 สะพานเชื่อมไทปา, โคโลอาน จะถูกปิดลงชั่วคราว ขณะเดียวกันการเดินเรือ โดยสารและเที่ยวบินต่างๆ ระหว่าง ฮ่องกง - มาเก๊า จะถูกยกเลิกชั่วคราวจนกว่าจะปลอดภัย

ศุลกากร สกุลเงิน และอัตราแลกเปลี่ยน

ระเบียบทางศุลกากร

ขาเข้า ผู้ที่เดินทางเข้ามาเก๊าจำเป็นต้องผ่าน พิธีการศุลกากรเป็นปกติตามระเบียบราชการ แต่การนำเข้าสิ่งของประเภทอาวุธปืนจะต้องมีใบอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ สำหรับบุคคลที่นำเข้ายาเสพติด จะต้องถูกลงโทษและดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนสิ่งของอื่นๆ จะไม่มีการเรียกเก็บภาษี หากมีครอบครองในปริมาณที่เหมาะสมตามที่ทางการมาเก๊ากำหนด

ขาออก มาเก๊าไม่มีการเรียกเก็บภาษีขาออกใดๆ ไม่ว่าจะเป็น วัตถุโบราณ ทองคำ เครื่องประดับอัญมณี
เครื่องใช้ไฟฟ้า และกล้องถ่ายรูป อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านฮ่องกง ทางศุลกากรฮ่องกง อนุญาตให้นักท่องเที่ยว 1 คน สามารถนำเข้าไวน์ได้ 1 ขวด บุหรี่ 200 มวน ซิการ์ 50 มวน หรือยาเส้น 250 กรัม

ภาษีเดินทาง

ทางการฮ่องกงเรียกเก็บภาษีเดินทางขาออกคนละ 19 HK$ ส่วนมาเก๊าจะเรียกเก็บ คนละ 20 MOP$ ซึ่งปกติภาษีเดินทางดังกล่าวจะรวมอยู่ในค่าตั๋วเรือโดยสารเรียบร้อยแล้ว

ภาษีสนามบิน

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ประสงค์จะเดินทางโดยเครื่องบินไปยังประเทศจีน ต้องจ่ายภาษีสนามบินในอัตราคนละ 80 MOP$ ส่วนเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 2 - 12 ปี เสียภาษีสนามบิน คนละ 50 MOP$ แต่หากเดินทางไปยังจุดหมายที่ประเทศอื่น ต้องจ่ายค่าภาษีสนามบินในอัตรา 130 MOP$ สำหรับผู้ใหญ่ และ 80 MOP$ สำหรับเด็กที่มีอายุระหว่าง 2 - 12 ปี โดยปกติสายการบินจะเรียกเก็บภาษีสนามบินรวมอยู่ในตั๋วเครื่องบินเรียบร้อยแล้ว

หน่วยเงินตรา

ค่าเงินสกุลของมาเก๊ามีชื่อเรียกว่า "ปาตากาส์" (MOP$)" 1 ปาตากาส์ จะมีค่า 100 อาโวส (AVOS) ซึ่งค่าเงินดังกล่าว กำหนดเป็นธนบัตรและเหรียญ โดยแบ่งออกเป็น เหรียญ 10, 20 และ 50 อาโวส ; 1, 2, 5 และ 10 ปาตากาส์ ธนบัตร 10, 20, 50, 100, 500 และ 1,000 ปาตากาส์

ระบบไฟฟ้า

โดยทั่วไปจะใช้กระแสไฟฟ้า 220 โวลท์ แบบปลั๊ก 3 ตาหัวกลม

หมายเลขสถานทูต และหมายเลขอื่น ๆ ที่จำเป็น

การท่องเที่ยวมาเก๊าประจำประเทศไทย โทร. 0 2255 5989

เทศกาลที่น่าสนใจในมาเก๊า

เทศกาลตรุษจีน ราวปลายเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ เป็นช่วงเวลาของการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน ตลอดทั้ง 10 วัน ตามท้องถนนจะเต็มไปด้วยดอกไม้สีสันสดใส มีขบวนแห่เชิดสิงโตและเสียงกลองรัวดัง
กึกก้องไปทั่วบริเวณ ครั้นเวลากลางคืนถนนทุกสายต่างประดับประดาไปด้วยโคมไฟระยิบระยับ ในช่วงเทศกาลนี้ชาวมาเก๊าจะเดินทางไปกราบไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล
"Kung Hei Fat Choi" จะใช้เป็นคำทักทายเพื่อส่งความสุขและความปรารถนาดีให้แก่กัน นอกจากนี้ผู้อาวุโสจะมอบอั่งเปา หรือ Laisi ให้กับญาติผู้น้อง โดยใน Laisi หรืออั่งเปาจะใส่เงินเอาไว้แทนสัญลักษณ์ของโชคลาภ และความเจริญรุ่งเรืองมั่งคั่ง ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของชาวจีน

Senhor dor Passos คณะผู้นับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกจะสวมชุดคลุมยาวสีม่วง แล้วมารวมตัวกันเพื่อตั้งขบวนแห่รูปปั้นพระเยซูคริสต์แบกไม้กางเขน ในเทศกาล Procession of the Passion of our Lord, The God Jesus โดยขบวนแห่จะเริ่มเดินจากโบสถ์เซนต์ออกัสติน ไปยังโบสถ์ Cathedral ท่ามกลางฝูงชน
คับคั่งที่มาร่วมพิธีด้วยความนับถือและศรัทธาในองค์พระเยซู

เทศกาลอีสเตอร์ อีสเตอร์เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาพิเศษของผู้นับถือศาสนาคริสต์ ระหว่างเดือนมีนาคม - เมษายนของทุกปี ร้านค้าต่างๆ จะนำขนมและของหวานอย่างช็อกโกแลต และขนม Folar หรือขนมเค้กไข่ของชาวโปรตุเกส ออกมาวางขายกันทั่วไปเพื่อให้ได้เลือกซื้อหาเป็นของขวัญมอบให้กัน

Macau Arts Festival จัดขึ้นทุกปีในช่วงเดือนมีนาคม - เมษายน ภายในงานจะรวบรวมผลงานศิลปะทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็นศิลปะประจำชาติอย่าง อุปรากรจีน ดนตรี ละคร ศิลปการแสดงจากนานาชาติ นิทรรศการศิลปะและงานหัตถกรรมต่างๆที่หาชมได้ ไม่ง่ายนัก

เทศกาลเช็งเม้ง ในเดือนเมษายน ครอบครัวชาวจีนจะเดินทางไปทำความสะอาดสุสาน พร้อมทั้งจัดเตรียมเทียนหอมและเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ สำหรับกราบไหว้บูชาบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ ภายหลังจากทำความสะอาดสุสานและทำพิธีการกราบไหว้บรรพบุรุษเสร็จแล้ว ก็ถือโอกาสใช้ช่วงเวลานี้เป็นการพักผ่อนและสังสรรค์ในครอบครัวไปด้วยพร้อมกัน

Birthday of Pak Tai งานประเพณีพื้นเมือง อีกหนึ่งสีสันในเทสกาลทางศาสนาที่จัดขึ้นในเดือนเมษายน บนเกาะไทปา ที่วัด Pak Tai จะจัดให้มีการแสดงอุปรากรจีนที่บอกเล่าถึงตำนานของ Pak Tai เทพยดาผู้เป็นเลิศและนักรบผู้กล้าแห่งดินแดนทางตอนเหนือ

A-Ma Festival เทศกาลประเพณีอันยิ่งใหญ่นี้จะจัดขึ้นปีละครั้งในเดือนเมษายน เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีและความเลื่อมใสศรัทธาใน อาม่า องค์เทพธิดาแห่งท้องทะเล บริเวณด้านหน้าวัดอาม่าจะมีการแสดงเชิดสิงโตและระบำต่างๆ สีสันสดใสตระการตา ดูมีชีวิตชีวามากเป็นพิเศษ

เทศกาลสรงน้ำพระพุทธรูป เดือนพฤษภาคม วัดต่างๆ ทั่;ทุกหนแห่งของมาเก๊า จะมีการทำพิธีสรงน้ำ
พระพุทธรูป เพื่อทำความสะอาดพระพุทธรูปให้มีความผ่องแผ้วงดงามน่าเลื่อมใส

เทศกาล Drunken Dragon การแสดงประจำท้องถิ่นที่มีสีสันและแตกต่างไปจากงานประเพณีอื่นๆ ของจีน ตามประเพณีจะมีการเต้นรำในท่วงท่า หรือลีลาของคนเมาไปพร้อมกับการเชิดหัวมังกรไม้แกะสลัก กล่าวกันว่าประเพณีนี้เกิดขึ้นในอาณาจักรกวางสีในสมัยของราชวงศ์ชิง โดยสมาคมชาวประมงจะเป็นผู้จัดงานเทศกาลนี้ขึ้นทุกปี ในเดือนพฤษภาคม

Tam Kong Festival เทศกาลเฉลิมฉลองเนื่องในวันเกิดของเทพเจ้า Tam Kong ซึ่งชาวประมงเคารพนับถือรองลงมาจากอาม่า ด้วยเป็นเทพผู้คอยดูแลสภาพดินฟ้าอากาศและช่วยปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บ ระหว่างเทศกาลจะมีการจุดประทัดดังก้องไปทั่วบริเวณวัด Tam Kong นอกจากนี้ยังมีการแสดงอุปรากรจีน และขบวนแห่เชิดสิงโตอย่างสนุกสนาน

Procession of Our Lady Fatima เหล่าสานุศิษย์ผู้มีความเลื่อมใสศรัทธาในองค์พระแม่ฟาติมา จะร่วมกันจัดขบวนแห่พระแม่ฟาติมา ขึ้นในวันที่ 13 เดือนพฤษภาคมของทุกปี ขบวนแห่ดังกล่าวจะเริ่มต้นจากโบสถ์ St.Domingos ไปยังโบสถ์เพนญ่า เพื่อทำพิธีระลึกถึงปาฏิหาริย์ขององค์พระแม่ฟาติมาในโปรตุเกส เมื่อปี
ค.ศ.1917

เทศกาลแข่งเรือมังกร ถือเป็นประเพณีเก่าแก่ทีสืบทอดมาจากจีน จัดขึ้นเพื่อระลึกถึง Wat Yuen กวีผู้ยิ่งใหญ่และขุนนางชั้นผู้ใหญ่ของก๊กฉู่ในสมัยจ๊านก๊ก เทศกาลแข่งขันเรือมังกรในมาเก๊าจะจัดขึ้นในเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายน ซึ่งตรงกับวันที่ 5 เดือน 5 ท้องน้ำบริเวณทะเลสาบ Nam Van จึงเต็มไปด้วยสีสันของเรือจากทั่วสารทิศที่ร่วมลงแข่งขัน เพิ่มสีสันให้สายน้ำดูมีชีวิตชีวา

เทศกาลไหว้เจ้า เพื่อเป็นการรำลึกถึงวิญญาณของบรรพบุรุษและภูติผีต่างๆ ตามประเพณีชาวจีนจะพับกระดาษแล้วเผาตรงบริเวณท้องถนน หรือทางเข้าประตูบ้าน ซึ่งในการทำพิธีบูชาหรือบวงสรวงดังกล่าวจะมีการตระเตรียมอาหารและผลไม้ชนิดต่างๆ ไว้ด้วย

เทศกาลไหว้พระจันทร์ การเฉลิมฉลองเทศกาลดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 ตามปฏิทินทางจันทรคติ ระหว่างเทศกาลนี้จะมีการทำขนมไหว้พระจันทร์ เพื่อนำไปมอบให้กับเพื่อนสนิทและคนคุ้นเคย โดยขนมดังกล่าวทำมาจากไข่และส่วนผสมต่างๆ ที่กวนจนเข้ากัน พอถึงเวลากลางคืนทุกคนจะออกไปเฝ้า
ดูพระจันทร์ และทำพิธีบูชาเทพเจ้าด้วยโคมไฟที่ประดับประดาไว้อย่างงดงามตระการตา เทศกาลนี้จะจัดขึ้นที่บริเวณถนน Pria Grande ,Nam Van Lake ชายหาดฮักซาและหาดชอกวาน ในเมืองโคโลอาน

เทศกาลการแสดงดนตรีนานาชาติ ช่วงเดือนกันยายน - ตุลาคมของทุกปี มาเก๊าจะรื่นเริงไปด้วยการแสดงของศิลปิน วงดนตรีออร์เคสตร้าชั้นนำ รวมไปถึงการขับร้องประสานเสียง ทั้งในรูปแบบของดนตรีตะวันตกและดนตรีจีน มีการแสดงละครในรูปแบบของโอเปร่า และการจัดเวทีการแสดงดนตรีตามสถานที่ต่างๆ ในมาเก๊า อย่างเช่น โบสถ์สไตล์บารอค,โรงละคร D.Pedro V Theatre, สวนสาธารณะ และห้องประชุมในศูนย์วัฒนธรรมแห่งชาติ

Macau Open (Golf Tournament) การแข่งขันกีฬากอล์ฟจัดขึ้นในระหว่างเดือนเมษายน - พฤษภาคม โดยมี The Omega Tour และ The Macau Golf and Country Club เป็นผู้สนับสนุนการแข่งขัน สนามนี้เปิดโอกาสให้นักกอล์ฟระดับภูมิภาค ได้ลงสนามทดสอบและพัฒนาทักษะการเล่นกีฬากอล์ฟอย่างมืออาชีพ เพื่อก้าวไปสู่ตำแหน่งการเป็นนักกอล์ฟระดับโลก

มาเก๊ากรังด์ปรีซ์ จัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 50 ปี ที่นี่เป็นสนามประลองความเร็วของรถและรถจักรยานยนต์ระดับนานาชาติ ทีมีชื่อเสียงระดับโลก ตลอดระยะเวลาหนึ่งอาทิตย์ ถนนสายหลักกลางเมืองมาเก๊าจะเต็มไปด้วยสีสันของแผ่นป้ายต่างๆ ที่นำมาตกแต่งไว้อย่างสวยงาม แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวและนักแข่งจากทุกมุมโลกมาที่นี่ เพื่อสัมผัสกับความสนุกสนานและความเร้าใจซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เพียงปีละครั้ง

เทศกาลคริสต์มาส แม้ว่าประชากรส่วนใหญ่ในมาเก๊าจะไม่ใช่ชาวคริสเตียน แต่ในช่วงฤดูแห่งเทศกาลนี้ชาวมาเก๊าก็จัดให้มีการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ร้านขายขนมเค้กและเบเกอรี่ภายในโรงแรมต่างจัดเตรียมขนมเค้กคริสต์มาสในสไตล์โปรตุเกสไว้จำหน่าย ในตัวเมืองก็จะประดับประดาไว้ด้วยโคมไฟสีสันสวยงาม

เกร็ดความรู้ที่ควรทราบ

Do

  • ข้อแนะนำในการแต่งกาย ในช่วงฤดูร้อน ควรสวมใส่เสื้อผ้าเนื้อบางเบาคล้ายบ้านเรา ในฤดูหนาว
    ควรสวมใส่เสื้อแจ็คเก็ตหนาๆ หรือโอเวอร์โค้ต และควรพกเสื้อกันลมติดตัวไปด้วย
  • เวลาซื้อเครื่องเพชร หรือของเก่า ให้ต่อรองราคา
  • ระวังขโมย หรือพวกล้วงกระเป๋า
  • หากจะเดินทางไปมาเก๊าช่วงวันหยุด ต้องจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้า เพราะอาจเต็มได้

Don't

  • อย่าบ้วนน้ำลายในที่สาธารณะ
  • อย่าขับรถหากไม่มีใบขับขี่
  • อย่าดื่มน้ำก็อก ให้ดื่มน้ำขวดที่สะอาด

Let you Know

  • ผู้ที่เดินทางเข้ามาเก๊าไม่จำเป็นต้องมีใบรับรองการฉีดวัคซีน หรือใบรับรองทางการ แพทย์ ยกเว้นในสถานการณ์ที่เกิดโรคติดต่อระบาดขึ้นในมาเก๊า และประเทศอื่นๆภายในภูมิภาค
  • น้ำประปาที่มาเก๊า เกาะไทปา และโคโลอาน สามารถดื่มได้เนื่องจากได้รับการตรวจสอบคุณภาพตามมาตรฐานสากลจากกรมสุขภาพอนามัยของมาเก๊าเป็นที่เรียบร้อย

ไปรษณีย์และการสื่อสาร

มาเก๊า ไม่มีการคิดอัตราค่าโทรศัพท์ภายในสำหรับเครื่องโทรศัพท์ตามบ้าน แต่ถ้าเป็นโทรศัพท์สาธารณะจะเสียค่าใช้จ่ายครั้งละ 1 ปาตากาส์ โดยบัตรโทรศัพท์จะมีราคา 50, 100 และ 150 ปาตากาส์ ตามย่านธุรกิจสำคัญๆ มีตู้โทรศัพท์ที่ใช้เครดิตการ์ดให้บริการ หากต้องการใช้โทรศัพท์มือถือขณะอยู่ในมาเก๊า สามารถติดต่อหน่วยบริการที่หมายเลข 1000 ที่ทำการไปรณีย์ของมาเก๊ามีประสิทธิภาพสูงและไว้วางใจได้ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเลือกส่งไปรณีย์ทั้งแบบธรรมดาและด่วนพิเศษได้ ทีทำการไปรษณีย์สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ Senado Square สำหรับนักสะสมแสตมป์ กรมไปรษณีย์ของมาเก๊าจะออกแสตมป์รวมถึงโปสการ์ดในคอลเลคชั่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และมีร้านจำหน่ายแสตมป์และโปสการ์ดสำหรับสะสมโดยเฉพาะที่ Av.Da Praia Grande เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.00น. ถึง 18.00น. วันเสาร์จะเปิดให้บริการเวลา 09.00น. - 13.00น.

Financial Tips

  • ค่าเงินสกุลปาตากาส์ของมาเก๊าจะผูกติดกับเงินสกุลดอลลาร์ของฮ่องกงซึ่งนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยมีอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 103.20 ปาตากาส์ = 100 ดอลลาร์ฮ่องกง จะมีค่าความเปลี่ยนแปลงอยู่ไม่เกิน 10% หากเทียบกับค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐหรือเงินยูโรของยุโรป เงิน 1 เหรียญยูโร หรือ 1 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ จะมีค่าประมาณ 8 ปาตากาส์
  • เช็คเดินทางและเงินสกุลต่างประเทศอื่นๆ สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินปาตากาส์ได้ที่โรงแรมต่างๆ ธนาคารและสถานที่รับแลกเปลี่ยนเงินตราที่ได้รับอนุญาต นอกเหนือจากเวลาทำการนักท่องเที่ยวสามารถแลกเปลี่ยนเงินตราได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่สนามบินบนเกาะไทปา และที่โรงแรมลิสบัว
  • ตามปกติธนาคารต่างๆ ในมาเก๊า จะเปิดให้บริการ ตั้งแต่เวลา 9.00 - 17.00 น. สำหรับโรงแรม ร้านค้าและภัตตาคาร ส่วนใหญ่ยินดีรับบัตรเครดิต
     

14 สิงหาคม 2552 14:56:25

 
 
   
 
  จีน
  ข้อมูลทั่วไป
  ข้อมูลน่ารู้ก่อนเดินทาง
  เกร็ดความรู้ที่ควรทราบ
  สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมแนะนำ
  ท่องเที่ยวตามงบประมาณ
  บันทึกการเดินทางประทับใจ
 
 
 
 
 
   
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
   
พฤษภาคม
2555
<  >
 
   
 
     
   
 
เลือกจังหวัดในประเทศไทย