Wi-Fi Experience@KBank
ค้นหา:
Join:
Home / Travel / แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว / อิตาลี / Capri / ข้อมูลทั่วไป
   

Capri -  ข้อมูลทั่วไป

Send To Friend
 
 

Capri Italy

          เพียงเห็นภาพเมืองตากอากาศบนเกาะเล็กๆ กลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งแต่งแต้มไปด้วยบ้านสีขาว ชมพูอ่อน สลับเหลืองนวล ดูกระจุ๋มกระจิ๋มน่ารัก ตัดฉับกับผาหินสูงตระหง่านเบื้องหลัง ไม่ต่างจากถ้อยคำที่ Belinda Jones บรรยายไว้ในนวนิยายเรื่อง I love Capri แม้แต่น้อย ไม่แปลกใจเลยหากสาวโสดคนใดจะตกหลุมรักหนุ่มอิตาเลียนคมเข้มเข้าอย่างจัง ณ เกาะแห่งนี้ เพราะตัวเองก็หลงรักคาปรีตั้งแต่วินาทีแรกเช่นกัน 


 




          แม้จะมีอาณาเขตราวๆ 19 ตารางกิโลเมตร แต่ชื่อเสียง ของคาปรีกลับโด่งดังไปทั่วโลก ด้วยสภาพบ้านเรือนที่เรียงรายอยู่บนหิน บรรยากาศน่ารักของโรงแรม ร้านอาหาร ตลอดจนร้านขายของราคาแพงระยับยั่วน้ำลายแฟชั่นนิสต้า ส่งผลให้ที่นี่กลายเป็น Dream Destination ของคู่รักหลายต่อหลายคู่ รวมถึงบรรดาเซเลบริตี้และดาราฮอลลีวู้ดก็โปรดปรานมาพักผ่อนในวิลล่าสุดหรู พร้อมช้อปปิ้งในร้านค้าแบรนด์เนมนับไม่ถ้วนที่แทรกตัวอยู่กลางจัตุรัสในเมือง คุณจึงมีโอกาสกระทบไหล่คนดังแบบไม่ตั้งใจอยู่หลายเปอร์เซ็นต์ทีเดียว หลังก้าวลงสู่ท่าเรือเฟอร์รี่ ซึ่งเรียกว่า Marina Grande กลิ่นหอมของดอกส้มมะนาวและอุ่นไอทะเลจางๆ ก็ลอยมาแตะจมูกราวกับเป็นคำกล่าวทักทาย ก่อนที่สองตาจะสะดุดกับป้ายรับฝากกระเป๋า ซึ่งทำให้ยิ้มออกทันที เพราะคงไม่สะดวกนักกับการลากสัมภาระใบโตไปตามถนนแคบๆ ที่พลุกพล่านไปด้วยนักท่องเที่ยว แถมต้องขึ้น-ลงตามแนวเขาเป็นว่าเล่น พอหมดห่วงแล้วก็เริ่มสาวเท้าไปรอบเมืองคาปรีกันดีกว่า จริงๆ แล้วบริเวณ Marina Grande ก็พอสร้างความตื่นตาตื่นใจให้คว้ากล้องออกมาบันทึกภาพไว้ได้แล้ว เพราะหันไปด้านหลังก็เป็นฉากตึกแถวเก๋ๆ หันไปเบื้องหน้าก็มีท้องฟ้ากับทะเลสีสดใสเปล่งประกายรับแสงแดดจ้า 



          จุดชมวิวเกาะคาปรีแบบพาโนรามา ซึ่งทำให้แชะภาพมุมเดียวกับโปสการ์ดได้อย่างสบายๆ วิธีการเดินทางจากท่าเรือเข้าสู่ตัวเมืองคาปรีอาจเลือกนั่งรถบัส หรือจะเดิน เพลินๆ ชื่นชมเสน่ห์ทะเลสีครามไปเรื่อยๆ ก็ได้ สังเกต ง่ายๆ ว่าถึงใจกลางเมืองแล้ว จากหอนาฬิกาที่โดดเด่นมาแต่ไกล สองข้างทางที่มีแต่ร้านรวงบริการนักท่องเที่ยว ทั่วไปเมื่อครู่กลับเปลี่ยนเป็นโรงแรมหรูหราสลับกับร้านค้าระดับไฮเอนด์ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ดังของอิตาลีเองอย่าง Hermès, Salvatore Ferragamo, Valentino, Versace หรือแบรนด์จากฝรั่งเศสอย่าง Louis Vuitton ใครไม่ไหวจะช้อปของแพงก็มีสินค้าแบรนด์ท้องถิ่นเป็นทางเลือก แต่ที่อยากแนะนำให้ซื้อติดไม้ติดมือกลับมาก็คือผลิตภัณฑ์ ที่ทำจากเลมอน ทั้งขนม เครื่องดื่ม น้ำหอม เครื่องสำอาง เนื่องจากคาปรีเป็นแหล่งปลูกเลมอนที่สำคัญแห่งหนึ่งของอิตาลี ของที่ระลึกทั้งหลายจึงดีไซน์เป็นลูกเลมอนสีเหลืองสด ถูกใจสาวเปรี้ยว แน่นอน ที่อยากแนะนำให้ซื้อติดไม้ติดมือกลับมาก็คือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเลมอน เนื่องจากคาปรีเป็นแหล่งปลูกเลมอนที่สำคัญแห่งหนึ่งของอิตาลี นอกจากร้านค้าและโรงแรมแล้ว จัตุรัสกลางเมืองคาปรียังเต็มไปด้วยร้านอาหารและคาเฟ่ ซึ่งราคาอาหารสูงลิบลิ่ว ถ้าอยาก Keep Look เป็นเซเลบก็ไม่ว่ากัน เลี้ยวเข้าไปสัมผัสเมนูสุดบรรเจิดได้ที่ร้าน Edode ร้านอาหารลุคเรียบโก้ผสานกลิ่นอาย แฟชั่น บนถนน Via Camerelle โทร. 081 8388242 (www.edode- capri.com) แต่ถ้าอยากประหยัด อาจแวะร้านขายของท้องถิ่นใกล้ท่าเรือเพื่อซื้อวัตถุดิบง่ายๆ มาทำแซนด์วิชในสไตล์ของคุณเองก็เก๋ได้ไม่แพ้กัน
 
          หากมีเวลานอกจากการชมเมืองหรือตระเวนช้อปปิ้งแล้ว ลองแวะไปชมโบสถ์อันเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยโรมันยังเรืองอำนาจ ดูหนึ่งในนั้นได้แก่ La Chiesa di St.Anna ที่อยู่คู่ชาวคริสเตียนบนเกาะคาปรีมากว่า 500 ปี และเป็นเพียงโบสถ์เดียวที่รักษาเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมอยู่บนอาคารดั้งเดิม ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงตามกระแสอาณานิคม ประตูโบสถ์เป็นเสมือนเส้นแบ่งโลกภายในให้ตัดขาดกับความวุ่นวาย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ หลบความอึกทึกภายนอกอย่างยิ่ง อีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ การล่องเรือ ออกไปชม Blue Grotto ถ้ำมรกตแห่งคาปรี 

 


          ซึ่งมีโอกาสเฉพาะช่วงที่อากาศปลอดโปร่ง คลื่นลมสงบเท่านั้น เรือลำน้อยเลาะเลียบไปตามแนวโขดหินกลางทะเลสีฟ้าใสแจ๋ว มองเห็นพื้นสมุทรลึกลงไปเป็น 10 เมตร กระทั่งถึงปากถ้ำที่เล็กนิดเดียว คนเรือก็จะคว้าสายโซ่ออกมา พร้อมกำชับผู้โดยสารให้นอนราบไปกับท้องเรือ พอได้จังหวะคลื่นลดก็ดึงโซ่เพื่อลากเรือเข้าสู่ตัวถ้ำ เมื่อหันมองย้อนออกมาแสงอาทิตย์ที่สาดส่องกระทบผืนน้ำก็เปล่งประกายสีเทอร์ควอยส์ระยิบระยับสวยสมคำร่ำลือและคุ้มค่าแก่ความพยายามฝ่ากระแสน้ำอันเย็นเยียบจริงๆ 



          เมื่ออิ่มเอมกับตัวเมืองคาปรีจนได้ที่แล้ว ก็ถึงเวลาจับรถบัสไต่ถนนเลียบหุบเหวริมภูเขาสู่อนาคาปรี (Anacapri) เมืองคู่แฝดกับคาปรี แต่ได้ทำเลบนยอดเขา ทำให้บรรยากาศดูหรูหราและเงียบสงบกว่าด้านล่าง แน่นอนว่าต้องมีโรงแรมหรูผุดขึ้นมาเอาใจนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักอยู่หลายแห่ง เช่นเดียวกับบูติกแบรนด์เนมต่างๆ และร้านขายของที่ระลึกก็ล้วนถูกสร้างขึ้นตามรายทาง แทบทุกตรอกซอกซอย แถมยังออกแบบอย่างกลมกลืนในสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน เป็นใครก็อดใจไม่ไหวต้องตรงรี่เข้าไปอย่างกับมีแม่เหล็กมาดึงดูด สำหรับสินค้าที่น่าสนใจไม่ใช่มีเพียงของแบรนด์เนม เท่านั้น พวกเครื่องประดับแฮนด์เมดที่ทำจากไข่มุกและหินสี รวมถึงรองเท้าเชือกถักก็สวยเก๋น่าซื้อไม่ใช่เล่นว่าแต่อย่าเพิ่งช้อปกันเพลิน เพราะสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของอนาคาปรีอยู่ที่ยอดเขาโซลาโร (Monte Solaro) ด้วยความสูง 589 เมตรจากระดับน้ำทะเล ยอดเขาแห่งนี้จึงได้ ชื่อว่าเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดบนเกาะคาปรี และยังตั้งอยู่กึ่งกลางของเกาะเสียด้วย 
 
          การเดินทางสู่ยอดโซลาโรทำได้ทั้งการเดินและนั่งแชร์ลิฟต์พาเคลื่อนขึ้นสู่ยอดเขาเบื้องบน เราเลือกใช้บริการแชร์ลิฟต์แบบไป-กลับในราคาประมาณ 9 ยูโร เพราะนอกจากใช้เวลาแค่ 15 นาทีแล้ว ยังได้เห็นภาพมุมสูงของเมืองอนาคาปรีที่ดูเล็กลงถนัดตาตามระยะความสูงที่เพิ่มขึ้น พร้อมกับภาพของมหาสมุทรที่ค่อยๆ คลี่ออกไปไกลเข้ามาแทนที่ แชร์ลิฟต์นี้เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 09.30-17.00 น. แต่ราวเดือน พ.ย.-มี.ค. จะเปิดถึงแค่ 15.30 น. เพราะพระอาทิตย์รีบอำลาขอบฟ้าเหลือเกิน ณ จุดสูงสุดของเกาะคาปรี ทิวทัศน์รอบด้านสะกดสายตาให้ดำดิ่งสู่ความงามเกินบรรยาย จนรู้สึกได้ว่ามองเพลินอยู่เนิ่นนานจนเกือบเหมือนเวลาจะหยุดเคลื่อนไหว ภาพท้องทะเลสีฟ้าอมเขียวประดับหินปูนทรงคล้ายเรือใบสีขาว ประกอบกับผืนเกาะเรียวแหลมที่ยื่นลงไป ชวนให้นึกต่อ
 
 

          จิ๊กซอว์เกาะแก่งแผ่นดินต่างๆ เข้าด้วยกัน ข้างกายยังมีรูปปั้นเทพเจ้าแบบโรมันยืนเคียงกับภูผา คล้ายจะบอกว่าคาปรีเป็นดินแดนในอาณัติของตนตั้งแต่อดีตจวบจนนิรันดร์ พอลงมาจากยอดเขาโซลาโร ก็แอบได้ยินไกด์ท้องถิ่นบอกว่าที่อนาคาปรีมีคฤหาสน์หลังงามฉาบ สีสดใสอยู่หลังหนึ่ง ตั้งอยู่บน Via G.Orlandi 78 ฟังดูน่าสนใจ บวกกับความอยากรู้ว่าจะสวยงาม ขนาดไหน เลยต้องคลำทางไปดูด้วยตาตัวเอง 



 

          เดินหาไม่ยากนักก็พบอาคารสี่เหลี่ยมหลังใหญ่ ทาสีแดงอมชมพูดูโดดเด่น แผ่นกระเบื้องใกล้บานประตูเขียนเลข 78 ชัดเจน จึงมั่นใจว่าที่นี่แหละ Casa Rossa อันโด่งดัง บ้านหลังนี้ก่อสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1876-1898 เจ้าของเป็นนายพันเอก ชาวอเมริกันชื่อ John Cay H. Mackowen ที่เข้ามาในอิตาลี หลังจากสงคราม American Civil War และผันตัวเองมาอยู่อย่าง สงบในอนาคาปรี สถาปัตยกรรมของบ้านหลังนี้จึงแปลกตาด้วยลักษณะคล้ายป้อมปราการ ผสมผสานศิลปะแบบอิตาเลียน ภายใน จัดแสดงภาพวาดและจิตรกรรมที่สะท้อนให้เห็นเสน่ห์ตราตรึงแห่งเกาะคาปรีตลอดศตวรรษที่ 19 และ 20 Casa Rossa เปิดให้เข้าชมดังนี้ 1 เม.ย.-14 พ.ค. เวลา 10.30-17.00 น. / 15 พ.ค.- 14 ก.ย. เวลา 11.00-13.30 น. และ 17.30-21.00 น. / 15-30 ก.ย. เวลา 10.30-17.00 น. โทร. 08 1838 2193
 
          แม้คาปรีจะเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงเลื่องลือด้านความงามติดอันดับต้นๆ ของโลก แต่เชื่อไหมว่ากลับมีหาดให้พอได้เดินย่ำบนทราย หรือจุ่มตัวลงสัมผัสน้ำทะเลเพียง 2 หาดเท่านั้น อีกทั้งยังมีขนาดไม่กว้างขวางสักเท่าไหร่ โดยหาดที่ว่านี้อยู่ที่หมู่บ้านมาริน่า ปิกโกลา (Marina Piccola) ทางอีกด้านของเกาะ ตรงข้ามกับท่าเรือ Marina Grande ซึ่งสามารถขึ้นรถบัสไปได้ พื้นที่โดยรอบค่อนข้างสงบ ไม่พลุกพล่าน ต่างจาก 2 เมืองแรก แต่ในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. อาจหาพื้นที่ปูผ้าใบบนชายหาดได้ยากสักหน่อย เพราะหาดขาวๆ จะถูกจับจองโดยบรรดาเศรษฐีที่มาตากอากาศในคาปรีไปเสียก่อนแต่ถึงจะมีพื้นที่ให้ว่ายน้ำสู้เกาะสวรรค์อื่นๆ ไม่ได้ ทว่าเสน่ห์ ของเมืองแสนน่ารักจับใจ บวกกับสภาพอากาศที่แจ่มใส คาปรีจึงมีข้อชดเชยที่ทำให้ผู้มาเยือนตกหลุมรักซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้อย่างง่ายดาย
 
การเดินทาง
 
ทางเรือ
มีเรือเฟอร์รี่จากอ่าว Naples บนแผ่นดินอิตาลี 20 เที่ยวต่อวัน ราคา 16 ยูโร ใช้เวลาประมาณ 40 นาที หรือวิธีที่สะดวกรวดเร็วกว่าคือ นั่งเรือข้ามฟากจากเมือง Sorrento ซึ่งใช้เวลาเพียง 20 นาที ในราคา 14 ยูโร
 
การเดินทางภายในเกาะ
มีรถประจำทางวิ่งรอบเกาะไปตามจุดท่องเที่ยวแต่ละแห่ง เช่น จาก ท่าเรือไปตัวเมืองคาปรี และจากคาปรีไปอนาคาปรี แต่รถบัสจาก คาปรีไปยังอนาคาปรีมักจะแน่น ดังนั้น อาจเลือกนั่งจากท่าเรือไป อนาคาปรีโดยตรงก็ได้
 
ช่วงเวลาที่เหมาะสมแก่การท่องเที่ยว
สามารถเที่ยวได้ทุกฤดู แต่เวลาที่เหมาะสมที่สุดคือช่วงฤดูร้อน ราว เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม
 
Tourist Information
ออฟฟิศอยู่ที่ท่าเรือ Marina Grande เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-20.30 น. แต่ในเดือนพฤศจิกายน-มีนาคม เปิดเวลา 09.00-13.00 น. และ 15.30-08.30 น. ข้อมูลเพิ่มเติม www.capritourism.com
 
 

05 กรกฏาคม 2554 12:17:13

 
 
   
 
  อิตาลี
  ข้อมูลทั่วไป
  ข้อมูลน่ารู้ก่อนเดินทาง
  เกร็ดความรู้ที่ควรทราบ
  สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมแนะนำ
  ท่องเที่ยวตามงบประมาณ
  บันทึกการเดินทางประทับใจ
 
 
 
 
 
   
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
   
พฤษภาคม
2555
<  >
 
   
 
     
   
 
เลือกจังหวัดในประเทศไทย