อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว อ่าวคุ้งกระเบน จังหวัดจันทบุรี
หลายคนอาจไม่เคยคิดว่าหากอยากมาท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทิศทางที่มาแรง ในยุครณรงค์เรื่องภาวะโลกร้อนเช่นนี้ จะมีจันทบุรีเป็นแหล่ง
ท็อปฮิตติดชาร์ตอยู่ด้วย แต่เชื่อเถอะว่าหากได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง
เควสชั่นมาร์กที่อยู่ในใจจะหายไปทันที!

เมื่อใดที่อยากสัมผัสความเขียวชอุ่มของผืนไพรที่สมบูรณ์ในเชิงนิเวศ เมื่อนั้น อุทยานแห่งชาติน้ำตก
พลิ้ว ในเขตอำเภอแหลมสิงห์ ควรถูกบรรจุไว้ในโปรแกรมอย่างไม่อาจพลาด ที่นี่มีน้ำตลอดปี เปิดตั้งแต่
08.00 - 16.30 น. พอลงจากรถปุ๊บจะเห็นพ่อค้าแม่ขายพากันถือพวงถั่วฝักยาวอวบอัดกำละ 10 บาท มาเสนอขายกันถึงที่ ตอนแรกก็นึกสงสัยว่าคงเป็นผลิตผลขึ้นชื่อของละแวกนี้ เลยช่วยอุดหนุนมา 2 - 3 กำ กะเอากลับไปทำผัดพริกแกงกินสักหน่อย

แต่พอเดินเข้าไปด้านในของอุทยานได้เพียงไม่กี่ 10 เมตร ก็มีอันถึงบางอ้อ เพราะซ้ายมือตรงลานน้ำตกเล็กๆ มีนักท่องเที่ยวทั้งยื่นทั้งโยนพวงถั่วให้ฝูงปลาพลวงหิน ประชากรหลักที่ชุกชุมเต็มสายน้ำ ดีดตัวมาฮุบกินกันหมุบหมับ เป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจชนิดน้อยคนนักจะได้เคยเห็น นอกจากลงน้ำไปแหวกว่าย ในธารน้ำใสเย็นร่วมกับฝูงปลาโดยไม่ต้องกลัวโดนตอด เพราะปลาเหล่านี้เป็นเจ้าบ้านที่มีความคุ้นเคยกับนักท่องเที่ยวดีอยู่แล้ว ที่นี่ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้ชมเพลินความอุดมสมบูรณ์ในเวลา 45 นาที เพื่อให้เห็นถึงระบบนิเวศและวงจรชีวิตในผืนป่า เดินไปเพลินๆ อาจมีกิ้งก่าตัวใหญ่หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าตัว “รั้ง” ออกมาโชว์ตัวเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้เก็บภาพก็ได้นะ
นอกจากความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่รู้สึกชื่นชมก็คือความเอาใจใส่ดูแลของอุทยาน แม้ในวันที่เรามาเป็นวันธรรมดา มีนักท่องเที่ยวบางตา แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังแบกหามอุปกรณ์กู้ภัยขึ้นไปคอยเฝ้าสังเกตการณ์ดูแลความปลอดภัยให้ถึงบนน้ำตก นอกจากทำให้อุ่นใจแล้วยังทำให้ทุกคนเที่ยวกันอย่างรู้จักระวัง ไม่กล้าทิ้งเศษขยะหรือทำลายธรรมชาติ อีกต่างหาก

ชุ่มฉ่ำกับสายน้ำตกแล้ว ดูเหมือนจะยิ่งเร่งเร้าให้อารมณ์รักธรรมชาติคุกรุ่น เลยขอไปลุยต่อที่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 08.30 - 16.30 น. (โทร.
0 3938 8116-8) ป่าชายเลน ที่นี่เคยเสื่อมโทรมจากการบุกรุก จนระบบห่วงโซ่อาหารพังทลาย เรียกว่าสภาพเลวร้ายจนหลายคนคิดว่าคงเกินเยียวยา แต่ในที่สุดด้วยพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อเกือบ 3 ทศวรรษที่แล้ว การกอบกู้ป่าชายเลนแห่งนี้จึงดำเนินขึ้น แม้จะใช้เวลาฟื้นฟูพอสมควร แต่ผลที่ได้เห็นในวันนี้ทำให้รู้สึกพิศวงระคนชื่นใจ ที่กลับมาจัดการทรัพยากร ธรรมชาติและรักษาสมดุลระบบนิเวศชายฝั่งให้หวนคืนมาสมบูรณ์แบบไม่น่าเชื่อ แถมยังกลายเป็นเหมือนโรงเรียนต้นแบบการอนุรักษ์ป่าชายเลนของไทย ให้แต่ละก้าวที่เดินไปบนสะพานไม้เล็กๆ ทอดยาวเป็นระยะทาง 1,600 เมตร เป็นการได้ศึกษาเรียนรู้ด้วยความเพลิด
เพลิน แล้วอย่าลืมแวะทักทาย “ปู่แสม” ผู้สูงอายุที่ยืนต้นโดดเด่นกลางป่ามากว่าร้อยปี กับรูปปั้น “หมูดุด” เจ้าแห่งคุ้งกระเบน ที่หลายคนยังคงรอจะได้เห็นพะยูนเหล่านี้หวนคืนกลับสู่ถิ่นเดิมอีกครั้ง
นอกจากธรรมชาติล้ำค่า อีกสิ่งหนึ่งซึ่งยังคงร่วมใจกันอนุรักษ์ให้คงอยู่ก็คือร่องรอยของวิถีชีวิตในอดีตกว่า 300 ปี ที่ ชุมชนริมน้ำจันทบูร ลุ่มน้ำแห่งการค้าในกาลก่อนแห่งย่านท่าหลวง ตรอกแคบๆ ที่ทอดยาวนี้ขนาบไปด้วยบ้านเรือนเก่าแก่อายุนับร้อยปี สลับกับอาคารสมัยใหม่ที่สร้างขึ้นมาทดแทนเมื่อครั้งเกิดเหตุเพลิงไหม้ หลายบ้านยังคงยึดอาชีพค้าขายเดิมๆ ตั้งแต่รุ่นก่อน ตลอดเส้นทางจึงมีโอกาสได้ลิ้มรสแต่ของอร่อย ไม่ว่าจะเป็นไอศกรีมตราจรวดแท่งละ 5 บาท ที่มีไฮไลต์เป็นรสนมกระเบื้อง อยากรู้เป็นยังไง ต้องชิม ส่วนร้านขนมไทยของคุณยายปานก็ขึ้นชื่อ ทั้งขนมเทียนแก้ว ขนมเทียนสลัดงา และขนมโก๋โบราณใส่หอมเจียวและฟัก ทำขายมาตั้งแต่อายุ 18 จนตอนนี้ 80 กว่า ขนมไข่ป้าไต๊ ก็เป็นอีกเจ้าที่ขายมาตั้งแต่รุ่นสาว จนตอนนี้อายุ 78 ก็ยังนั่งเฝ้าดูลูกหลานสืบทอดตำนานความอร่อย

และเมื่อเดินเลยมาจนเกือบท้ายถนน จะพบกับซอยเล็กๆ มีสะพานเชื่อมไปสู่ อาสนวิหารพระนางมารีอา ปฏิสนธินิรมล ความงามของวิหารสไตล์โกธิคนั้นกินขาด จนเลื่องลือ ว่าเป็นโบสถ์คาทอลิกที่ใหญ่และสวยที่สุดในเมืองไทยขนาดนั้นเลยเชียว แถมยังมีแม่พระพลอย ซึ่งเป็นองค์พระแม่มารีประดับด้วยพลอยกว่าสองแสนเม็ดให้สักการะด้วย
พาเที่ยวไปหลายแห่งแล้ว ขอคั่นเวลาด้วยมื้ออร่อยสักหน่อย พอท้องหิวก็ต้องนึกถึงเมนูประจำถิ่นอย่าง ก๋วยเตี๋ยวหมูเลียงเป็นอันดับแรก คนที่นี่บอกว่า “เลียง” น่าจะหมายถึงการโขลกส่วนผสมรวมกันในครกแล้วนำไปต้ม โดยร้านที่แวะมาฝากท้องครั้งนี้ชื่อ ก๋วยเตี๋ยวหมูเลียงพระยาตรัง ในเขตอำเภอเมือง เส้นถนนพระยาตรัง (เปิดเวลา 09.00 - 15.00 น. โทร. 0 3933 9761) กลิ่นหอม โชยมาแตะจมูกตั้งแต่ก้าวขาลงจากรถ ขายมาตั้งแต่รุ่นคุณยายเมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว มีทั้งหมูและเนื้อให้เลือกสั่งเรียงจานมากิน น้ำซุปที่นี่ทั้งหอมและเข้มข้นเพราะไม่มีคำว่าหวงเครื่อง ใส่ส่วนผสมลงไปประมาณ 20 อย่าง โดยเฉพาะเร่ว ส่วนผสมสำคัญลักษณะ
คล้ายข่า ที่หากไม่มีก็จะถือว่าไม่ใช่ก๋วยเตี๋ยวหมูเลียงกันทีเดียว
อีกหนึ่งร้านที่ขอบอกว่าไม่ควรพลาดอย่างแรง โดยเฉพาะถ้าอยากลิ้มรสความสดแบบส่งตรงจากฟาร์ม ต้องมาที่ ร้านอาหารฟาร์มปูนิ่ม ในเขตอำเภอขลุง นอกจากความสดแบบการันตีได้เพราะมีฟาร์มอยู่หลังร้าน ยังได้เปรียบตรงวิวสวยสะเด็ด เริ่มตั้งแต่การต้องนั่งเรือล่องผ่านผืนป่าโกงกางมายังร้านซึ่งเป็นบริการฟรี แถมเมื่อมาถึงที่นั่งยังได้ทอดสายตาชมทิวเขาสระบาป ที่มีสายเมฆไหลเอื่อยลงมาหยอกล้อตามยอดเขา ปูนิ่มที่อร่อยไปทุกสัดส่วนของร้านนี้ขายเพียงจานละ 130 บาทเท่านั้น จะสั่งให้ไปต้มยำทำแกงอย่างไรก็สุดแล้วแต่จะบัญชา หรือถ้าอยากลิ้มรสหวานนุ่มอุดมไปด้วยโอเมก้าของปลาก็รับรองว่าสดได้ใจเช่นกัน แอบแนะนำอีกนิดว่าถ้าใครชอบหอยนางรมสด ลองสั่ง “หอยตะกม” หรือหอยนางรมใหญ่กันดู แกล้มกับหอมทอดและยอดกระถินแล้ว สดหวานได้ใจจริงๆ (เปิดตั้งแต่ 09.00 - 20.00 น. โทร. 08 6834 4523)
อิ่มท้องแล้วก็มีแรงออกเที่ยวชมวิถีชีวิตแบบพึ่งพากันในชุมชนสักหน่อย ด้วยการไปยัง ศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านการทอเสื่อจันทบูรบ้านเสม็ดงาม เปิดให้แวะมาซื้อของฝากชื่อดังได้ตั้งแต่ 08.00 - 15.30 น. (โทร.
0 3945 4321) การมาที่นี่ไม่เพียงแค่ได้เห็นผลสำเร็จที่เรียงรายอยู่สวยงาม ทั้งเสื่อ และชุดจานรองบนโต๊ะอาหาร แต่ยังได้ไปเห็นกระบวนการตั้งแต่จุดเริ่มต้น การทำนาปอกระเจา ที่ลอกเปลือกนำมาปั่นจนได้เส้นเอ็นปอ ไว้ขึงเป็นเส้นใยในการทอเสื่อกก ส่วนนากกก็เป็นวัตถุดิบสำคัญที่ปลูกกันอย่างล้นหลามในแต่ละครัวเรือน เรียกว่าครบวงจรตั้งแต่ปลูกเอง ผลิตเอง ขายเอง ลดทอนต้นทุนพร้อมเพิ่มความเข้มแข็งให้ชุมชนได้มีอาชีพเสริม นอกเหนือจากการทำสวนผลไม้ ที่สร้างรายได้งามพร้อมความภาคภูมิใจในฝีมือการทออันเลื่องลือ
และเมื่อแดดร่มลมตก อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรพลาดคือ ล่องเรือชมเหยี่ยวแดงที่ลุ่มน้ำเวฬุ ในเขตตำบลบางชัน อำเภอขลุง ที่ทุกเย็นจะมีเหยี่ยวแดงหลายร้อยตัวที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ออกมาโบยบินกลางเวหา ทั้งเพื่อโฉบหาอาหารเหนือผิวน้ำและบินกลับรัง แต่ถ้าวันไหนฝนตกก็เป็นอันอดชม ทางที่ดีควรหาคนไปปักตะไคร้กันเหนียวด้วย ใครอยากชมภาพความอเมซิ่งนี้ลองติดต่อไปที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลบางชัน โทร.
0 3932 6590 นอกจากชมนกแล้วยังจะได้ชมวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านแถบนั้นด้วย เสร็จแล้วอย่าลืมแวะ ชมหิงห้อยที่ศูนย์ท่องเที่ยวเชิงนิเวศป่าชายเลนลุ่มน้ำเวฬุ ที่จะมีมากในช่วงพฤศจิกายน - มิถุนายนของทุกปีด้วย สนใจลองโทรไปสอบถามก่อนได้ที่ สถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 2 โทร. 0 3942 4186
อีกหนึ่งแห่งที่สามารถติดต่อเพื่อล่องเรือชมเหยี่ยวแดง ได้คือ ร้านกาแฟดอยช้าง (โทร. 08 9809 7414) ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามสวนสาธารณะทุ่งนาเชย เลยหอนาฬิกามาไม่ไกล เป็นภาคการท่องเที่ยวของเอกชน แถมที่ร้านยังมีบรรยากาศสบายๆ น่านั่ง พร้อมหอมกรุ่นกาแฟจากดอยช้างมาให้ จิบคู่เบเกอรี่โฮมเมด ด้วย ลองสั่งบลูเบอร์รี่ครีมชีสพายมาละเลียดคู่กับคาปุชชิโน่ หรือจะเป็นบานอฟฟี่ พลางจิบอเมริกาโน่ ก็แสนจะเข้ากัน หรือถ้าเลือกดอยช้างแฟรบเป้ก็ปั่นความเข้มข้นหอมมันออกมาเป็นเกล็ดเย็นๆ ได้อย่างกลมกล่อม
มาจันทบุรีคราวนี้ต้องบอกว่าได้พบหลายอย่างเหนือความคาดหมาย แต่สิ่งที่แน่นอนอยู่อย่างหนึ่งก็คือ ความสมบูรณ์ของธรรมชาติยังคงความสมดุล พร้อมๆ กับวิถีชีวิตของคนในแต่ละชุมชนก็ยังคงแข็งแกร่ง ถือเป็นระบบนิเวศของจังหวัดที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง
การเดินทางจากกรุงเทพ ฯ
รถยนต์
- ใช้เส้นทางสายกรุงเทพฯ - ชลบุรี - พัทยา - บ้านฉาง - ระยอง - จันทบุรี (ทางหลวงหมายเลข 3) ระยะทาง ประมาณ 291 กิโลเมตร
- ใช้เส้นทางสายกรุงเทพฯ - ชลบุรี - ศรีราชา - ระยอง - จันทบุรี (ผ่านทางหลวงหมายเลข 36) ระยะทางประมาณ 254 กิโลเมตร
- ใช้เส้นทางสายกรุงเทพฯ - ชลบุรี - แกลง - จันทบุรี (ผ่านทางหลวงหมายเลข 344) ระยะทางประมาณ 245 กิโลเมตร
หมายเหตุ - การใช้มอเตอร์เวย์จะต้อง จ่ายค่าผ่านทาง 3 ด่าน ไปตามเส้นทางบ้านบึง - แกลง - จันทบุรี แต่ช่วยย่น ระยะเวลาได้มากเลยทีเดียว
รถโดยสารประจำทาง สามารถขึ้นรถได้ที่สถานีขนส่งสายตะวันออก (เอกมัย) ทุกวัน สอบถามรายละเอียด
โทร. 0 2391 2504 หรือจะเลือกบริการ รถปรั บอากาศชั้น1 จากบริ ษั ทเดิ นรถเอกชน ก็ได้ อาทิ เชิดชัยทัวร์ โทร. 0 391-2237 พรนิภาทัวร์ โทร. 0 2391 5179 นครชัย แอร์ โทร. 0 2936 3355
Do You Know?
- ว่ากันว่าชื่อ “จันทบูร” นั้น ผันมาจากการออกเสียงเพี้ยน เพราะมีบันทึกถึงชาวตะวันตกใน อดีตเคยเรียกเมืองนี้ว่า “ชองเตอบอง” (Chantebon)
- สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ทรงสนพระทัยและมีส่วนในการประยุกต์
พัฒนาการทอเสื่อจันทบูรอย่างมาก ทรงเคยตั้งโรงงานทอเสื่อ ที่ตำหนักน้ำ ในวังศุโขทัยด้วย
- การชมป่าโกงกางที่อ่าวคุ้งกระเบน นอกจากวิธีเดินชมแล้วยังสามารถพายเรือคายัคลัดเลาะ ป่าชายเลนได้อีกบรรยากาศหนึ่งด้วย
|