Wi-Fi Experience@KBank
ค้นหา:
Join:
Home / Travel / แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว / ระยอง / เกาะเสม็ด / ข้อมูลทั่วไป
   

เกาะเสม็ด -  ข้อมูลทั่วไป

Send To Friend
 
 

เกาะเสม็ด

“ไปเสม็ด...กันเถอะ” ได้ยินคำชวนนี้ไม่ต่ำกว่าสิบหนในช่วงเวลาไม่ถึงสอง
เดือน จะบอกว่าเป็นเรื่องแปลกก็คงไม่ใช่ เพราะใครๆ ก็พากันไปเสม็ดตลอดเวลา ไปสวีทกับคู่รัก ไปกับแก๊งเพื่อนสนิทเฮฮา พาครอบครัวไปพักร้อน พาเพื่อนต่างชาติไปอวดเสน่ห์ทะเลไทย เสม็ดดูจะเป็นคำตอบที่ถูกต้องสำหรับทุกคนไปทั้งหมด แต่จะเที่ยวเสม็ดอย่างไรให้สนุกถึงที่สุด วันนี้มีคำตอบดีๆ เตรียมไว้ให้แล้ว

ถ้าใครตั้งใจเรียนวิชาประวัติศาสตร์กันสักหน่อยในตอนประถม คงจะต้องรู้จักอีกชื่อหนึ่งของเสม็ดเป็น
อย่างดี เพราะตามวรรณคดีเรื่องดังของสุนทรภู่ กวีเอกสมัยต้นรัตนโกสินทร์เรื่องพระอภัยมณี ที่พระเอกของเรื่องฉีกแนวไปเอาดีทางด้านการเป่าปี่นั้น ได้กล่าวถึงความสวยสดงดงามของเกาะแห่งหนึ่งในท้องเรื่องไว้อย่างเห็นภาพ หาดทรายขาวสะอาดกว้างไกลสุดตา ที่มีเม็ดทรายเนียนละเอียดราวกับทรายแก้ว พร้อมกับตั้งชื่อเกาะสวรรค์แห่งนั้นว่า เกาะแก้วพิสดาร ซึ่งแท้จริงแล้วก็ได้จำลองความงามเหล่านั้นไปจากเกาะเสม็ดนั่นเอง ถึงขนาดที่ว่ามีอ่าวหนึ่งในเสม็ดที่ได้ชื่อว่า หาดทรายแก้ว ซึ่งเต็มไปด้วยเม็ดทรายละเอียดเนียนนุ่มเท้าของจริง

แต่ที่มาของชื่อเสม็ดในปัจจุบันนั้นมาจากที่ว่าบนเกาะเสม็ดมีต้นเสม็ดขาวและเสม็ดแดง ซึ่งเป็นต้นไม้ที่นำมาจุดใช้เป็นคบไฟได้ดีอยู่มากมาย ชื่อของเกาะจึงตั้งขึ้นตามชื่อเจ้าต้นนี้นั่นเอง นอกจากนั้นแล้ว เสม็ดยังขึ้นชื่อว่าเป็นเกาะแห่งความรักอย่างแท้จริง มิใช่เพียงบรรยากาศที่ชวนให้มีอารมณ์โรแมนติกชวนฝันเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะบนเกาะแห่งนี้มีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าเป็น Symbol of love นั่นคือ นกเงือก อาศัยอยู่ภายในบริเวณป่าไม้เหนือยอดเกาะ นกหายากพันธุ์นี้ เป็นที่รู้กันดีว่ามีลักษณะนิสัยรักเดียวใจเดียว และยามใดที่ตัวเมียใกล้ถึงช่วงเวลาฟักไข่ ตัวผู้ก็จะหาทำเลเหมาะๆ ที่ลึกลับซับซ้อนและปลอดภัย ก่อกำแพงกิ่งไม้ซ่อนคู่รักของมันเอาไว้ โดยมีเพียงรูเล็กๆ พอให้จงอยปากส่งป้อนอาหารให้กันเท่านั้น เมื่อไข่ฟักออกมาเรียบร้อยแล้ว ตัวผู้จึงจะ ทำหน้าที่ทลายเกราะคุ้มกันนี้ลง แต่หากตัวผู้ถูกจับหรือมีอันตรายเกิดขึ้น ตัวเมียพร้อมลูกก็จะไม่สามารถออกมาได้และต้องตายตามกันไปในที่สุด บนเกาะเสม็ดสามารถพบเจอนกเงือกตัวเป็นๆ ได้ในยามเช้าที่อ่าวกิ่ว หรือหากโชคดีจริงๆ นกเงือกอาจจะมาเกาะอยู่หน้าห้องพักของปารดีรีสอร์ท ก็เป็นได้

ไปเสม็ดกันอยู่บ่อยๆ แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า่จริง ๆ แล้วเกาะเสม็ด นั้นเป็นส่วนหนึ่งของวนอุทยานแห่งชาติเขา
แหลมหญ้า ที่รวมเอาพื้นที่แถบบนฝั่งของจังหวัดระยองเกาะเสม็ด และเกาะใกล้เคียงเข้าไว้ด้วยกัน บนตัวเกาะเสม็ดเอง ก็มีที่ทำการของอุทยานฯ ตั้งอยู่เช่นกัน และยังถือว่าเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเขตอุทยาน ด้วยขนาดเนื้อที่ 9.6 ตารางกิโลเมตร เสม็ดมีชายหาดแสนสวยอยู่ในอาณาเขตมากมาย ส่วนมากจะเรียงรายอยู่
ตามชายฝั่งทางด้านตะวันออกและด้านเหนือของเกาะ ทางด้านตะวันตกมีเพียงอ่าวเดียวเท่านั้นคือ อ่าวพร้าว ที่หน้าหาดกว้างสวยงามให้เล่นน้ำและท่องเที่ยวชมทิวทัศน์ได้

ส่วนปลายสุดทางด้านใต้นั้นก็ยังมีทีเด็ดอยู่ที่เกาะจันทร์ และแถบสันฉลาม ซึ่งเป็นแหล่งดำน้ำขึ้นชื่อไม่แพ้ที่ไหน สวยพอๆ กับจุดดำน้ำตรงแหลมเรือแตก ที่เป็นจุดดำน้ำลึกซึ่งเป็นที่นิยมอีกแห่งหนึ่ง

แต่ลำพังแค่กิจกรรมเล่นน้ำทะเล เดินเล่นชายหาด และดำน้ำนั้น ไม่ใช่ไฮไลต์ทั้งหมด ที่นักท่องเที่ยว ทั้งหลายตั้งใจจะทำเมื่อมาถึงเสม็ด เสน่ห์อันเย้ายวนของเกาะแก้วพิสดารแห่งนี้ไม่ธรรมดาขนาดนั้น หลายคนมาเสม็ดเพราะเป็นเกาะที่เดินทางมาถึงได้สะดวกที่สุดจากกรุงเทพฯ มาถึงบ้านเพ จังหวัดระยองนั้น ใช้เวลาขับรถราวๆ สามชั่วโมงเท่านั้น เช่นกัน กับการข้ามฟากจากฝั่งบ้านเพมาถึงตัวเกาะ ซึ่งห่างจากแผ่นดินเพียงแค่ 6.5 กิโลเมตรเท่านั้น ทำให้สามารถเดินทางไป-กลับได้ง่ายๆ ในช่วงเวลาสุดสัปดาห์ ฉะนั้นจึงต้องมีแผนการรับมือกับความฮอตฮิตของเสม็ดให้ดีๆ การจองที่พักต้องมีการเตรียมการล่วงหน้าเป็นเดือนๆ จะได้รับประกันได้ว่าไม่ต้องเดินหาที่พักจนเมื่อยแล้วยังคว้าน้ำเหลว หรือต้องหนีไปพักเต็นท์ ในช่วงเวลาที่เสม็ดเต็มแน่นอย่างเทศกาลและวันหยุดยาวต่างๆ

แต่สำหรับอีกหลายคนไม่ใช่แค่เพราะความง่ายและสะดวกที่ทำให้เสม็ดโดนใจ ความมีเอกลักษณ์ของเกาะที่คึกคัก มีชีวิตชีวาเต็มที่ แต่ยังมีธรรมชาติงดงามหลงเหลือให้สัมผัสต่างหากคือจุดขายที่แท้จริง แค่แพลนทริป ไปเสม็ดขึ้นมา ไอเดียก็เริ่มบรรเจิดกันแล้ว บ้างจะขอไปอาบแดด ตัวดำกับอ่านหนังสือที่อ่านไม่จบเสียทีให้ฉ่ำใจ บ้างหมายมั่นปั้นมือว่าจะออกไปเริงร่ากับแสงสียามราตรีบนเกาะให้สุดเหวี่ยง ก็ชื่อเสียงของปาร์ตี้ชายหาดแสนสนุก ได้เต้นรำเท้าเปล่าท่ามกลางแสงดาวเดือน มีเสียงคลื่นลมเป็นแบ็คกราวนด์ ฟังดูน่าสนุกน้อยอยู่เสียเมื่อไหร่ ส่วนคนที่มีคู่ก็ไม่พ้นจะต้องฝันถึงช่วงเวลาสุดโรมานซ์ ในการนั่งดินเนอร์รับลมทะเลใต้แสงดาวสองต่อสอง หรือแอบอิงพิงกันชมความงามของอาทิตย์ตกดินร่วมกันแบบลืมเวลา เพราะบนเกาะนี้มีหลายมุมให้เลือกจับจองเป็นจุดชมวิวเวลาพระอาทิตย์บอกลาอยู่หลายแห่ง ความบันเทิงครบครันอย่างนี้นี่เอง ถึงมีสโลแกนของเกาะเสม็ดที่ใครๆ ก็เอาไว้ใช้พูดติดปากกันอยู่บ่อยๆ ว่า ไปเสม็ด...เสร็จทุกราย อ๊ะๆ ไม่ได้พูดให้คิดลึกนะ ในที่นี้เขาหมายถึงเสร็จเรียบร้อยด้วยความประทับใจทุกด้านตามที่ตั้งความปรารถนาไว้ต่างหาก

สถานที่เที่ยวแนะนำ

อ่าวพร้าว (อ่าวที่แสนโรแมนติค)

อ่าวพร้าวเป็นอ่าวเดียวทางฝั่งตะวันตก ที่มีหน้าหาดกว้างขวางและสวยงาม เพราะฉะนั้นจึงการันตีได้ในเรื่องของความเป็นสัดเป็นส่วน ไม่ปะปนไปกับผู้คนมากมายเหมือนอ่าวอื่นๆ ด้วยทำเลที่เป็นใจเสียขนาดนี้ จึงอดไม่ได้ที่จะขอยกให้อ่าวพร้าวเป็นอ่าวโรแมนติกที่สุดสำหรับคู่รักหวานทั้งหลาย นอกจากความสงบที่เอื้ออำนวยต่อการสวีทกันสองต่อสองแล้ว บริเวณหน้าอ่าวพร้าวยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามที่สุด ในแบบพานอรามา ทั้งท้องฟ้า ทะเล และหาดทราย ที่ฉาบทาไปด้วยสีเหลืองทอง ย้อมบรรยากาศโดยรอบให้นุ่มนวลอ่อนหวานเหมาะกับการเฝ้าดูกับคู่รักเป็นที่สุด และถ้าชมวิวแบบพานอรามาแล้วยังไม่จุใจ ที่สุดหาดอ่าวพร้าวด้านที่เป็นที่ตั้งของรีสอร์ทเลอวิมาน คอทเทจ แอนด์ สปา มีทางวกขึ้นไปสู่จุดชมวิวอีกหนึ่งแห่ง เดินขึ้นไปตามถนนที่นำขึ้นที่สูงไปสักระยะ จะเห็นป้อมยามทางเข้าอุทยานเป็นเครื่องแสดงว่ามาถูกทางแล้ว เดินตรงต่อไปเลยทางขวามือจะมีป้ายบอกทางไปจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกและบ้านพักเยาวชน จุดชมวิวที่ว่าจะเป็นศาลาอยู่ในเขตของบ้านพักเยาวชนนี่เอง เหมาะสำหรับคนที่ชอบทัศนาวิวจากมุมสูง แต่ถ้ายังยืนยันอยากได้ความโรแมนติก นั่งชมอยู่ที่ชายหาดอ่าวพร้าวด้านล่างน่าจะได้อารมณ์สวีทหวานมากกว่า

อ่าวน้อยหน่า (ชายหาดที่เหมาะกับการอาบแดด)

อยากไปอาบแดดให้ผิวสีแทนสวยเซ็กซี่ หรืออยากใช้เวลาชิลล์ๆ ไปกับหนังสือเล่มโปรดอย่างดื่มด่ำ
รับรองได้เลยว่าอ่าวน้อยหน่านี่เอง ที่จะเติมเต็มความสุขในวันพักผ่อนแบบเป็นส่วนตัวบนเกาะเสม็ดอย่างที่ คุณต้องการได้ลงตัวสมบูรณ์แบบที่สุด อ่าวน้อยหน่าเป็นอ่าวที่เรียกได้ว่าอยู่ทางเหนือสุดของเกาะ ถัดไปก็คืออ่าวลูกโยน ซึ่งถึงแม้ต่อจากนั้นจะเป็นท่าเรือหน้าด่านที่คึกคักตลอดเวลาด้วยจำนวนคนขึ้นลงเรือและตลาดบริเวณนั้น แต่ชุมชนหมู่บ้านชาวประมงที่กั้นส่วนเอาไว้แบ่งโซนความคึกคักให้หยุดลงแค่ที่หน้าด่าน ถัดเข้ามานั้นเหลือแต่อาณาเขตอันเงียบสงบที่น้อยคนจะเหยียบย่างเข้ามา แต่สำหรับบางเวลาถ้าหากได้อาบแดด เล่นน้ำจนชุ่มฉ่ำใจ หรืออ่านหนังสือเล่มโปรดจบไปแล้วและอยากหากิจกรรมอย่างอื่นมาแก้เบื่อดูบ้าง จะลอง เดินเล่นไปชมหมู่บ้านชาวประมงที่อยู่ใกล้ๆ ดูก็ได้เขามีกระชังเลี้ยงปลาหลายชนิดอยู่ในทะเล ทั้งปลาทั้งเต่า ลองไปเดินชมดูก็น่าสนใจไปอีกแบบ

เขาบ่อทอง (จุดชมวิวที่เหนือความคาดหมาย)

ใครจะเชื่อว่ามาเสม็ดนอกจากหาดทรายขาว น้ำทะเลใสแล้วยังมีทริปผจญภัยสั้นๆ ไว้เรียกความตื่นเต้นให้บังเกิดเหมือนเอารสชาติของ Pirates of the Caribbean และ Indiana Jones มารวมกัน

สถานที่เกิดเหตุที่ว่านี้มีชื่อว่าเขาบ่อทอง เป็นจุดชมวิวที่ต้องปีนขึ้นไปถึงยอดเขาที่มีความสูงเป็นอันดับสองบนเกาะเสม็ด ซึ่งนอกจากจะเป็นจุดที่จะสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้อย่างสวยงามจับใจ และมองเห็นทิวทัศน์ของเกาะเสม็ดและบริเวณใกล้เคียงได้กว้างไกลแล้ว แน่นอนว่าต้องมีตำนานที่เล่าสืบกันมาเสริมเพื่อเพิ่มอรรถรสในการปีนป่ายขึ้นไปถึงจุดหมายให้ดูเร้าใจยิ่งขึ้น แต่ต้องขอบอกกล่าวกันไว้ก่อนว่า การจะขึ้นเขาบ่อทองนั้นคงต้องหาผู้ชำนาญทางในพื้นที่เป็นไกด์พาขึ้นไป เพราะปากทางเข้านั้นแม้จะมีอยู่หลายที่ แต่ว่าก็ไม่ใช่จะหากันได้ง่ายๆ เพราะไม่มีป้ายบอกให้เห็นชัดเจนอย่างที่เราได้ขึ้นกันมาเป็นเส้นทางหนึ่งจากแถวหาดทรายแก้ว ที่ทำเลเป็นที่ทิ้งขยะเก่าบอกได้เลยว่าแค่ได้เห็นทางขึ้น ความน่าตื่นเต้นก็ถูกปลุกขึ้นมาได้แล้ว แต่เนื่องจากเวลาที่เราขึ้นกันนั้นเป็นเช้ามืดที่รอบข้างยังมีแต่ความมืดปกคลุม เพราะจะต้องขึ้นไปซุ่มหาทำเลก่อนเวลาที่พระอาทิตย์จะขึ้น ทำให้กว่าจะรู้ตัวว่าเส้นทางที่เราปีนป่ายตามผู้นำทางขึ้นไปอย่างไม่ยอมทิ้งระยะห่างนั้น ชันไม่ใช่เล่นเลยทีเดียว

จุดชมวิวด้านบนนั้นมีหลายจุดอยู่เหมือนกัน จุดหนึ่งที่เห็นวิวสวยงามชัดเจนคือผาเดียวดาย ที่มีสัญลักษณ์ให้สังเกตเห็นได้คือกองหินน้อยใหญ่ที่เรียงรายอยู่โดยรอบ น่าจะเป็นฝีมือของผู้มาเยือนทั้งหลายก่อนหน้านี้ที่เสม็ดนี้เขานิยมก่อกองหินกัน มีนัยว่าเพื่อให้สุขภาพแข็งแรงและโชคดีเห็นมีอยู่หลายที่อย่างที่อ่าวปะการังและที่นี่ หลังจากรอชมพระอาทิตย์เผยตัวออกสู่ฟากฟ้า จนสาดแสงสดใสไปทั่วบริเวณแล้ว ก็ถึงเวลาเปิดเผยตำนานขุมทรัพย์แห่งเขาบ่อทองที่เขาลือกันต่อๆ มาว่าเมื่อกาลก่อนโน้น มีโจรสลัดกลุ่มหนึ่งเลือกเอาเกาะเสม็ดเป็นสถานที่ซ่อนขุมทรัพย์ทองคำ ลือกันเป็นจริงเป็นจังมาจนถึงขนาดว่าทางการในสมัยโน้น ส่งตัวแทนคือหลวงภิรมย์มาสืบหาขุมทองที่ว่า จนมีการระเบิดยอดเขาบ่อทองเป็นหลุมลึกราวแปดเมตร ซึ่งก็ยังมีร่องรอยหลักฐานให้เห็นถึงปัจจุบัน บนปากหลุมนั้นก็มีระฆังโบราณ ที่เชื่อกันว่าถ้าตีสองครั้งจะสมหวังในเรื่องคู่ มีความรักที่ยั่งยืนนานอย่าตีเกินสองทีเดียว เพราะอาจจะต้องวุ่นวายกับรักชุลมุนที่ไม่ได้มีแค่คนสองคน อันนี้คนนำทางเขาว่าไว้นะ แต่สรุปว่าก็ยังไม่มีใครค้นหาขุมทองนั้นเจอ เลยมีตำนานเล่าเพิ่มเติมอีกว่า จากการระเบิดคราวนั้นทำให้ทองกระจัดกระจาย กลายเป็นเศษทองละเอียด และไหลลงสู่เบื้องล่างในบริเวณอ่าวพร้าว ดังนั้นเมื่อถึงเวลายามเย็นพระอาทิตย์ใกล้อัสดงสาดแสงสีทองสุกปลั่งลงมาที่หาด จะมีผู้เห็นแสงระยิบระยับสีทองสะท้อนปนอยู่กับผืนทราย อันนี้เป็นจินตนาการที่เพิ่มเติมต่อกันมา ฟังดูแล้วช่างมีไอเดียบรรเจิดกันดีจัง

แต่ถึงแม้จะไม่มีขุมทรัพย์ทองคำใดๆ เขาบ่อทองก็ยังถือเป็นขุมทรัพย์ที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติอันงดงามที่ควรอนุรักษ์ไว้ และควรค่าแก่การชื่นชมต่อผู้พบเห็น ที่อาจจะต้องแลกเปลี่ยนมากับความตื่นเต้นท้าทายเล็กน้อยในระหว่างทางที่จะขึ้นไปให้ถึงยอด

อ่าวลูกโยน (อ่าวที่เหมาะกับการตกปลา)

อ่าวลูกโยนเป็นอ่าวเล็กๆ ซึ่งอยู่ติดกับอ่าวน้อยหน่าทางด้านเหนือของเกาะ แถบนี้ยังไม่ค่อยพลุกพล่านมากนัก จำนวนนักท่องเที่ยว รีสอร์ท ร้านอาหาร ตลอดไปถึงความบันเทิงต่างๆ ยังมีอยู่น้อยให้บรรยากาศที่แตกต่างไปจากส่วนอื่นๆ ในเกาะที่อยู่ล่างลงมา

ทัศนียภาพด้านหน้าของอ่าวจะเป็นโขดหินยาวยื่นออกไปในทะเลด้านหนึ่ง และเหลือพื้นที่หน้าหาดอีกส่วนหนึ่งไว้โดยแบ่งเขตกันไว้ด้วยสะพานไม้เล็กๆ ที่ยื่นออกไปในทะเล บริเวณอ่าวลูกโยนนี้เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวขาลุยเล็กน้อย ที่ชอบการเที่ยวแบบไม่ยึดติดกับความสบาย จะเลือกมาตั้งแคมป์ ปิ้งบาร์บีคิวร่วมกันกับกลุ่มเพื่อน ดูจะเป็นกิจกรรมที่น่าเอ็นจอยที่สุด

แต่กิจกรรมที่ดูจะเหมาะกับอ่าวนี้มากที่สุดเห็นจะเป็นการตกปลาและปลาหมึก ด้วยชัยภูมิที่มีโขดหินกว้างยื่นออกไป มักจะมีนักตกปลามาลงเบ็ดกันมากหน้าหลายตา ทั้งชาวบ้านแถบนั้นหรือนักท่องเที่ยวทั่วไป ถ้าไม่มีเบ็ดส่วนตัวที่เตรียมมา สามารถหาเช่าได้จากรีสอร์ทแถบนั้นด้วยสนนราคา 100 บาทต่อชั่วโมง รวมทั้งเตา
บาร์บีคิวก็มีให้เช่าในราคา 500 บาทต่อชั่วโมง ได้ตกปลาสดๆ มาปิ้งเอง ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วน้ำลาย ขณะนั่ง
เอนกายฟังเสียงคลื่นผสานเสียงจั๊กจั่นที่ประสานเสียงมาจากป่าโปร่งด้านหลัง ก็น่าจะทำให้ลืมความวุ่นวายในเมืองใหญ่ไปได้เช่นกัน

แหลมใหญ่ (ร้านอาหารสำหรับพลพรรค)

ถ้าหากคุณรวบรวมพลพรรคมาเที่ยวกับเพื่อนแบบเป็นก๊วน การสั่งอาหารที่เสิร์ฟมาเป็นจานใหญ่ ก็คงทำให้ทุกคนต่างได้มีโอกาสลิ้มรสในทุกๆ เมนูแบบไม่ต้องมาคอยกระเหม็ดกระแหม่เกรงใจว่าใครยังไม่ได้ชิม งั้นก็ขอให้ยกพลขึ้นหาดมาที่ร้าน Le Blanc กันได้เลย ที่นี่ตั้งอยู่ตรงแหลมใหญ่ซึ่งเชื่อมต่อกับหาดทรายแก้ว โดยมีส่วนของรีสอร์ทอยู่ด้านในด้วย บรรยากาศสบายๆ ริมทะเลกับโต๊ะเก้าอี้ที่จัดวางเรียงรายเพียงพอสำหรับคุณและผองเพื่อน จะนั่งกันแบบชิลล์ๆ หรือสรวลเสเฮฮาอย่างออกรสไปพร้อมกับอาหารทะเลที่ทยอยเสิร์ฟมาในจานไซส์บิ๊ก ซึ่งดูโดดเด่นกว่าที่อื่นก็เข้าท่าทั้งนั้น เรียกว่าอิ่มอร่อยทั้งรสชาติและบรรยากาศไปในตัวเลยทีเดียว (www.lablanesamed.com)

หาดทรายแก้ว (ชายหาดที่คึกคักมากที่สุด)

ราวกับเป็นแม่เหล็กดึงดูดที่ทำให้นักท่องเที่ยวเกือบ 60% พากันมารวมตัวอยู่บนหาดทรายแก้วแห่งนี้ ทีเด็ดของที่นี่ไม่ใช่เพียงแค่มีผืนทรายซึ่งขึ้นชื่อว่าขาวละเอียดที่สุดบนเกาะเสม็ด แต่บรรดาที่พักและร้านรวงต่างๆ ยังพร้อมใจกันเปิดให้บริการเรียงรายแบบรั้วชนรั้ว เลียบไปตามชายหาดที่ทอดยาวนับ 800เมตร นี่ยังไม่นับแอคทิวิตี้ต่างๆ ที่รอให้ลอยตัวลงไปสนุกในท้องทะเลอย่างเจ็ตสกี บานาน่าโบ๊ต คายัค ฯลฯ เรียกว่าบนหาดนี้มีให้คุณ ทุกอย่าง (อาจยกเว้นความเงียบสงบ) ที่นี่เริ่มคึกคักกันตั้งแต่เช้าตรู่ เมื่อแสงแรกของดวงอาทิตย์
สาดส่องบรรดาร่มชายหาดจะถูกกางกันพรึ่บพรับ พร้อมกับนักท่องเที่ยวที่ทยอยตื่นลงมาเล่นน้ำโต้เกลียวคลื่นอย่างสนุกสนาน ก็ใครล่ะจะอดใจไหว ในเมื่อผืนทรายก็ขาว แถมน้ำทะเลก็เป็นสีฟ้าใสแจ๋ว ยิ่งเข้าสู่ช่วงสายความมีชีวิตชีวาก็จะยิ่งทวีคูณ คุณอาจหาเก้าอี้ชายหาดนั่งไม่ได้แล้วตอนนี้เพราะต่างถูกตีตราจองกันหมด และเมื่อเข้าสู่ยามเย็นก็จะยิ่งเต็มไปด้วยเสียงดนตรีและแสงสี ความสนุกสนานบนริมหาดจะคึกคักขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งล่วงเข้าสู่วันใหม่ จึงเหมาะสุดๆ สำหรับคนที่อยากให้เวลาแห่งการพักผ่อนเต็มไปด้วยสีสันแบบสุดเหวี่ยง

ร้านพลอยทะเล (การควงไฟสุดตระการตา)

เมื่อแสงสีเงินยวงเริ่มอาบไล้ไปทั่วผืนฟ้า หนึ่งในกลยุทธ์ที่กระตุกนักท่องเที่ยวให้หยุดกึก แล้วดิ่งตรง
มาทรุดตัวนั่งเอกเขนกตามโต๊ะตัวเล็กบนชายหาดของร้านก็คือการควงไฟ ซึ่งเกือบทุกหาดที่มีร้านสำหรับนั่งดื่มต้องมีการโชว์ท่วงท่าท้าเปลวเพลิงคอยเรียกลูกค้าเข้าร้าน แต่ที่ดูเหมือนจะอลังการทั้งจำนวนคนโชว์และลีลาขอยกให้กับร้านพลอยทะเล บนหาดทรายแก้วเพราะขนกันมาอย่างคับคั่งทั้งรุ่นจูเนียร์และซีเนียร์ ควงคล่องไม่ค่อยตกหล่นให้กรรมการอย่างเราตัดคะแนน แถมยังมีผาดโผน ต่อตัวโยนสลับกัน เรียกว่าสะกดแขกให้นั่งตรึงติดอยู่กับที่นั่งอย่างได้ผล โดยจะแสดงควงไฟประมาณสองรอบต่อคืนในช่วงราว 2 ทุ่ม และ 4 ทุ่มแถมอาหารที่นี่ยังอร่อยไม่เบาจนพากันบอกต่อ

ร้านรถเข็นหน้าพลอยทะเล (ร้านโรตีน่าลิ้มลอง)

หลายคนที่ไม่ได้ไปเสม็ดบ่อยนัก อาจเกิดอาการงงงวยขึ้นได้เมื่อพบว่าอยู่บนเกาะแท้ๆ แต่บนชายหาด
กลับมีร้านโรตีแบบรถเข็นจอดเรียงกัน ยกนิ้วขึ้นนับแล้วดูท่าจะมากกว่าตลาดหลายแห่งในตัวเมืองเสียด้วยซ้ำ ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าโรตีกับทะเลเข้ากันตรงไหน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงตรงรี่ไปสั่งมาชิมกันอยู่ดี และจากการได้ลองลิ้มมาหลายร้าน ก็พบว่าร้านโรตีที่เราลงคะแนนให้มากที่สุดคือเจ้าที่ตั้งอยู่ตรงหน้าร้านพลอยทะเลนี่เอง คนขายหน้าตาออกแนวอาบังรุ่นเอ๊าะ แต่บอกว่าร้านนี้ขายแบบสืบทอดฝีมือกันมา 10 กว่าปีแล้ว ระหว่างยืนรอจะได้เห็นขั้นตอนตั้งแต่การที่แป้งก้อนเนียนนุ่มค่อยๆ ถูกสะบัดแผ่จนเป็นแผ่นบาง ลงทอดจนเหลืองกรอบด้วยไฟอ่อนถึงปานกลาง เพิ่มอรรถรสในการชิมให้ยิ่งรู้สึกอร่อยล้ำ

อ่าวนวล (หาดที่มอบความเป็นส่วนตัว)

หากอยากใช้เวลาไปอย่างเนิบช้าปล่อยอารมณ์ให้อ้อยอิ่งกับระลอกคลื่นและบรรยากาศที่แสนเงียบสงบ เพื่อเป็นการชดเชยความสุนทรีย์ในจิตใจที่ถูกกวนตะกอน ให้ขุ่นจากการทำงานมายาวนาน อ่าวนวล คือจุดหมายที่คุณต้องมาร์กไว้ในอันดับต้นๆ เมื่อต้องการให้ธรรมชาติบำบัดอารมณ์สู่ความผ่อนคลาย

ด้วยความที่เป็นเวิ้งอ่าวเล็กๆ ไซส์กะทัดรัด หาดทรายไม่เนียนละเอียดเท่าที่อื่น มีความหยาบของเศษเปลือกหอยและก้อนกรวดเล็กๆ อยู่บ้าง แถมยังไม่มีร้านรวงหรือความบันเทิงเริงใจเหมือนอย่างหาดอื่น มีเพียงที่พักเล็กๆ จึงน้อยนักที่จะมีผู้คนมาเตร็ดเตร่ เฮฮากัน อ่าวนี้ในบางวันจึงดูค่อนข้างไร้ร้างผู้คน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมาใช้เวลาชิลล์ๆ หรือถ้าเดินลัดขึ้นเขาทางด้านซ้ายของหาดที่สามารถทะลุไปทางอ่าวทับทิมได้ ก็มีจุดชมวิวอยู่ด้านบนให้เพลินมองความงามแบบสุดสายตา แต่อย่าชิลล์จนเผลอเหงาแล้วกัน หนีบคนรู้ใจไปสักคน แล้วคุณจะได้ใช้เวลาอันแสนสุขในแบบเราสองอย่างแท้จริง

อ่าวช่อ (อ่าวเพื่อการมาพักผ่อนเป็นเวลานาน)

อ่าวช่อ หรืออ่าวทานตะวัน หรืออ่าวลุงหวัง แล้วแต่ใครจะถนัดเรียกชื่อไหน แต่ทั้งสามชื่อล้วนหมายถึงอ่าวเดียวกันทั้งหมด คือ อ่าวสวยที่มี สะพานไม้ยื่นยาวออกไปแทนท่าเรืออยู่ติดกับอ่าววงเดือน แต่มีบรรยากาศและเอกลักษณ์ที่แตกต่างออกไปคนละแบบ

อ่าวช่อนี้ถือเป็นอ่าวขวัญใจบรรดานักศึกษา หรือ นักเดินทางงบจำกัดทั้งหลาย เพราะอัตราค่าที่พักที่ไม่สูงจนเอื้อมไม่ถึง ทำให้อ่าวนี้มักจะถูกยึด พื้นที่โดยวัยรุ่นวัยเรียนทั้งหลาย หรือไม่ก็ชาวแบ็คแพ็คเกอร์ ซึ่งพวกหลังนี้ส่วนใหญ่จะมาพักกันเป็นระยะเวลานานๆ หลายอาทิตย์บ้างหรือบางทีเป็นเดือนๆ ก็มีบ่อย อย่างที่พักของลุงหวัง ที่ชื่อลุงหวัง วันเดอร์แลนด์รีสอร์ท เก๋าไม่เก๋าก็คิดดูว่าชื่อลุงหวังผู้เป็นเจ้าของ ได้รับการสถาปนาให้กลายเป็นชื่ออ่าวอีกชื่อหนึ่งไปโดยปริยาย จากความคุ้นเคยของแขกที่มาพักนั่นเอง

ปัจจุบันที่พักในละแวกอ่าวนี้ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงทั้งความสะดวกสบาย ความสะอาดและคุณภาพขึ้นมามากกว่าก่อนเก่า ซึ่งแน่นอนว่า ราคาก็ย่อมต้องพัฒนาตามมาด้วยเป็นลำดับ แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในอัตราราคาที่ไม่แพงนัก เมื่อเทียบกับอัตราที่พักในอ่าวอื่นๆ ใกล้เคียง อย่างอ่าววงเดือน อ่าวแสงเทียน หรือหาดทรายแก้ว

บริเวณชายหาดแถบอ่าวช่อนี้มีภาพกิจกรรมชายหาดมากมายให้เห็นได้อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเล่นน้ำทะเล ก่อกองทราย กีฬาชายหาดเบาๆ หลายประเภทหรือจะเป็นการปูผ้าอาบแดด อ่านหนังสือ ก็มีให้เห็นดาษดื่น กิจกรรมอีกอย่างที่น่ารื่นรมย์เป็นที่สุดสำหรับคนขี้เมื่อยคือการนวดริมหาด ที่มีบรรดามือนวดแบกผ้าและอุปกรณ์เดินไปมารอเรียกให้ใช้บริการอยู่ทั่วไป ได้ผ่อนคลายไปพร้อมๆ กับฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่ง ก็ดูจะได้บรรยากาศ การนวดนอกสถานที่ดีไม่น้อย ไม่ต้องเปิดเพลงธรรมชาติกล่อมเหมือนสปาทั่วไปก็ได้อารมณ์เท่ากัน

อ่าววงเดือน (อ่าวที่เหมาะกับอารมณ์ชิลเอ้าท์)

ถ้าคุณเป็นคนชอบความคึกคัก มีชีวิตชีวาพอประมาณไม่เงียบเหงา แต่ก็ไม่ต้องสนุกสุดขีดถึงขั้นเต้นระบำกันให้มันสุดเหวี่ยงจนเหงื่อกระจาย อ่าววงเดือนน่าจะพอเหมาะพอดีกับความต้องการที่วาดไว้ของคุณ

เพราะอ่าววงเดือนไม่ใช่อ่าวเงียบสงบที่มีความเป็นส่วนตัวเหมือนอ่าวพร้าว อ่าวน้อยหน่า หรืออ่าวนวล แต่ก็ยังไม่คึกคักถึงขั้นแถบซิลเวอร์แซนด์ อ่าวไผ่ อ่าววงเดือนเป็นอีกหนึ่งอ่าวที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจาก
นักท่องเที่ยวทั่วไป ประเภทลองเที่ยวเสม็ดครั้งแรกหรือพวกที่ไลฟ์สไตล์อยู่ตรงกลาง ไม่ต้องหรูและไม่ต้องลุยมาก มักจะได้รับคำแนะนำจากเพื่อนฝูงเซียนเสม็ดทั้งหลายให้มาอยู่ที่อ่าววงเดือน อ่าววงเดือนมีที่พักให้เลือกหลายที่ ที่คุณภาพใช้ได้ทั้งความสะอาดและความสบายก็มีหลายที่อยู่ ที่ติดโผบ่อยๆ ก็น่าจะเป็นวงเดือนวิลล่า (ที่นี่มีร้านอาหารบรรยากาศโอเคด้วยเหมือนกัน) เสม็ดคาบาน่า วิมานเสม็ดรีสอร์ท เป็นต้น

ในยามค่ำคืนแถวอ่าววงเดือนนี้มีร้านอาหารให้เลือกนั่งชิลล์เอาท์ตลอดความยาวของอ่าว แต่ละร้านจุดเทียนวอมแวมแข่งกับแสงดาวแสงเดือนได้อารมณ์โรแมนติกอยู่ไม่น้อย ที่สำคัญถ้าคืนไหนเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง อ่าววงเดือนจะดูสวยสุดใจด้วยแสงนวลจากพระจันทร์ดวงกลมโตที่สาด แสงทอดเป็นลำจากจุดกลางท้องฟ้า ทอดข้ามทะเลมาถึงชายฝั่ง โอบล้อมอ่าวรูปวงพระจันทร์ได้รูปยาว 500 เมตรแห่งนี้ให้สวยงามนวลตาไปทั่ว
บริเวณ นอกจากนี้ แต่ละร้านอาหารยังเพิ่มจุดขายเรียกลูกค้าด้วยเซ็ตสเต็ก ที่จัดเป็นแพ็คเรียงรายอยู่หน้าร้านให้เลือกกันแบบสดๆ จิ้มเลยว่าอยากได้เซ็ตไหน ทางร้านก็จะไปจัดการกริลล์มาให้ตามต้องการ สะดวกสบายทันใจคุณ

อ่าวแสงเทียน (อ่าวที่เหมาะกับการเล่นน้ำทะเล)

อ่าวแสงเทียนเป็นอ่าวขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ที่แทรกตัวอยู่ระหว่างอ่าวที่ดูเจริญแล้วอย่างอ่าววงเดือน และอ่าวที่ขายความติดดินอย่างอ่าวลุงดำ แสงเทียนจึงเป็นอีกหนึ่งอ่าวที่มีตัวเลือกของที่พักและร้านอาหารให้เลือกใช้บริการมากมายอยู่ แต่ไม่ใช่แนวขายแสงสีความคึกคักยามราตรี เพราะที่อ่าวนี้ยังมีความสงบและเป็นธรรมชาติให้ซึมซับอยู่ได้พอสมควร

ที่พักส่วนมากจะเรียงรายอยู่บนที่สูงตามเนินตั้งแต่ต้นหาดจรดท้ายหาด ทำให้มุมมองจากหน้าห้องพักของแต่ละรีสอร์ทเป็นแนวสูง เห็นทะเลได้กว้างไกลไม่ใช่ระดับสายตาเหมือนที่พักตามอ่าวอื่นๆ ส่วนพื้นที่ติดริมหาดอุทิศให้กับบรรดาร้านอาหารทั้งหลายที่นำโต๊ะเก้าอี้ และโมบายอารมณ์ทะเลชิลล์ๆ มาติดประดับไว้ตลอดระยะ เรื่องของความสะดวกสบายที่แสงเทียนก็มีอย่างล้นเหลือ แม้แต่มินิมาร์ทก็ยังมีให้อุ่นใจสำหรับผู้ที่ ไม่ขออยู่ห่างไกลจากความเจริญแม้เพียงครึ่งวัน

ที่พักบนอ่าวนี้ที่ฮอตๆ ก็มีอยู่หลายที่ อย่างแสงเทียนบีช รีสอร์ท หรือบ้านไทยแสงเทียน ที่หลังนี้ไม่มีร้านอาหารในอาณาเขตของตัวเอง แต่รอบๆ บริเวณที่ติดกันก็หาทานได้ง่าย เพียงแค่เดินไปไม่กี่สิบก้าว

น้ำทะเลที่อ่าวแสงเทียนยังใสสะอาดน่าเล่น พื้นที่ส่วนหน้าของแต่ละที่พักมีบริเวณหน้าหาดที่จัดสรรโดยธรรมชาติให้ดูค่อนข้างเป็นสัดเป็นส่วน ทำให้ลงเล่นน้ำได้อย่างสบายใจและสนุกสนาน ไม่ดูแออัดและคึกคักจนเกินไปเหมือนบางอ่าว มีต้นเทียนขึ้นประดับอยู่บางมุมเป็นช่วงๆ เพิ่มร่มเงาให้ชายหาด และเติมแต่งทิวทัศน์ให้ชายหาดดูสวยงามมากขึ้น

อ่าวลุงดำ (สะพานที่เป็นสัญลักษณ์ของเกาะเสม็ด)

อ่าวลุงดำเป็นอีกหนึ่งอ่าวที่มีชื่อเสียงยืนยาว เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวขาประจำของเกาะเสม็ดมาเนิ่นนาน โดยเฉพาะสะพานไม้ที่ทอดยาวไปในทะเล เป็นมุมประจำที่มักจะถูกถ่ายทอดออกไปเป็นภาพถ่ายสู่สายตาประชาชนอยู่เสมอๆ เมื่อเห็นทีไรก็รู้ได้ทันทีทุกครั้งไปว่าเป็นภาพที่เก็บมาฝาก จากเสม็ดแน่นอน บริเวณทะเลหน้าหาดอ่าวลุงดำมีนักท่องเที่ยวนิยมมาเล่นน้ำอยู่บ้างตลอดเวลา และอีกกิจกรรมวัดใจที่ขอแนะนำให้ลองดูสนุกๆ คือการกระโดดน้ำพิสูจน์ความเก๋า โชว์สายตาเพื่อนๆ และผู้ชมจากตัวสะพานที่ยื่นออกไปนั่นเอง ที่พอจะเรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดและหัวเราะเฮฮากันได้ในระดับหนึ่ง

แต่ถ้าไม่ชอบความตื่นเต้นท้าทายขนาดนั้น ที่ปลายสะพานด้านติดหาดต่อเนื่องเข้ามาถึงบริเวณชายหาดด้านใน มีร้านอาหารสุดชิลล์ที่ชื่ออาปาเช่ เป็นจุดที่คนอารมณ์ติสท์ หรือพวกรักสบายทั้งหลายชอบมานั่งผ่อนคลายกันทีละนานๆ ช่วงเวลาที่น่าสบายที่สุดน่าจะเป็นช่วงเช้า ก่อนแดดจ้า ยามสายจะมาไล่แยงตา อีกช่วงก็คือยามเย็นลมพัดสบายๆ มานั่งชมฟ้าเปลี่ยนสีแกล้มค็อกเทล ก็ได้บรรยากาศดีไปอีกแบบ

ที่พักแถบอ่าวลุงดำนั้นราคาเป็นมิตร ไม่โหดร้ายมากนัก และยังไม่พัฒนาไปเป็นแนวชิคเก๋ พร้อมราคาที่อัพสูงขึ้นเหมือนตามอ่าวอื่นๆ มีทั้งแบบบ้านพักเป็นหลังติดทะเล มีวิวด้านหน้าเป็นโขดหินธรรมชาติพร้อมชิงช้านั่งเล่น หรือถ้าชอบแบบอารมณ์ใกล้ชิดติดธรรมชาติเลย ก็มีบ้านต้นไม้ที่ สร้างไว้บนคาคบไม้จริงให้เลือกพัก แต่อาจจะต้องรีบจองล่วงหน้าสักหน่อย

ด้านหลังอ่าวลุงดำ (จุดที่เหมาะกับการขอความรัก)

ด้านหลังอ่าวลุงดำ ด้านหน้าผาตรงข้ามกับหาดแถวบริเวณต่อเนื่องระหว่างอ่าววงเดือน อ่าวแสงเทียน
และอ่าวลุงดำ มีสถานที่ Recommend สำหรับคู่รักคู่หวานที่อยากหลบมุมไปแอบสวีทกันให้เต็มอิ่ม โดยมีฉากหลังสวยงามสุดโรแมนติกของอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้าช่วยเสริมบรรยากาศให้ชวนเคลิบเคลิ้ม

เส้นทางเดินไปนั้นหาไม่ยาก จะขึ้นจากแถวอ่าวลุงดำต่ออ่าวแสงเทียนก็ได้ จะมีป้ายบอกทางไปชม Sunset อยู่ เดินตามไปได้ไม่น่าหลง หรือจะหาทางไปจากอ่าววงเดือนก็ได้เช่นกัน เดินเลี้ยวขึ้นไปตามเนินตรงบริเวณวงเดือนรีสอร์ท จะมีป้ายบอกทางไปชม Sunset เช่นกัน เดินไปได้ยังไม่ทันจะเหนื่อยมากนัก จะออกไปชนกับถนนหน้าทางเข้าแต่ละอ่าว จากนั้นตัดข้ามถนนไปจะมีทางเดินเข้าไปสู่สุมทุมพุ่มไม้เป็นทางเดินเล็กๆ แต่เดินได้ไม่ลำบาก ที่จะพาออกไปสู่จุดชมวิวที่ขอแอบโหวตจากใจเป็นการส่วนตัวว่า เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยและโรแมนติกที่สุดแล้วบนเกาะ

เพราะเมื่อโผล่ออกมาที่ปลายทางเดิน ภาพกว้างพานอรามาสุดสายตาของท้องทะเลที่โดนย้อมจนดูละมุนตาด้วยแสงสีทองสุดท้ายของวัน จนผืนน้ำที่กระเพื่อมน้อยๆ ด้านหลังนั้นดูนุ่มนวลราวกับพรมผ้ากำมะหยี่ที่ปูลาดไปทั่วท้องน้ำ ขับให้ดวงไฟสีส้มจัดเจิดจ้าแต่นุ่มนวลจับตายิ่งโดดเด่นเป็น ประกายงดงามมากยิ่งขึ้น

หน้าผาแผ่นหินกว้างที่ลดหลั่นเป็นชั้น ราวกับธรรมชาติได้เตรียมสร้างไว้เป็นอัฒจันทร์อย่างดี ให้ใช้เป็นที่นั่งชมภาพความงามที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าสายตาได้อย่างเหมาะเจาะ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ถ้าคู่รักคู่ไหนได้มีโอกาสมานั่งดื่มด่ำกับทิวทัศน์งดงามแห่งนี้ร่วมกัน แล้วจะประทับช่วงเวลาแห่ง ความประทับใจนี้ไว้ไปได้อีกนานแสนนาน

อ่าวหวาย (อ่าวที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ)

หลายหาดของเสม็ดนั้นมักจะมีเสน่ห์ตามแบบฉบับของตัวเอง ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักอยู่ตรงผืนทรายที่ราบ
เรียบหรือโขดหินที่ลดหลั่น แต่ถ้าพูดถึงอ่าวที่สามารถสะกดใจให้หลงใหลไปกับความงามของแมกไม้ เรียกว่าเป็นธรรมชาติซึ่งคงคู่ไปกับการแปรสภาพจากความดิบสู่ความศิวิไลซ์ของเกาะได้อย่างแลดูสมดุล ก็ขอบอกว่าคงต้องยกให้กับ อ่าวหวาย เพราะถ้าลองกระเถิบจากผืนทรายเนียนเรียบและน้ำทะเลใสปิ๊งขึ้นมาบนฝั่ง จะพบว่ามีต้นไม้เขียวขจีเรียงรายเต็มไปหมด ทั้งต้นเทียนทะเลฟอร์มสวย ลีลาวดีดอกสีขาวนวลตา รวมถึงต้นไม้แปลกตาไม่รู้จักชื่ออีกหลายต้น ทั้งยังมีการผูกชิงช้าให้ได้นั่งแกว่งไกวใต้ร่มไม้ใหญ่ เรียกว่าแย่งคะแนนจากอ่าวอื่นมาได้ไม่น้อย อ่าวหวายอยู่ห่างจากอ่าวอื่นพอสมควร เป็นช่วงกลางระหว่างอ่าวลุงดำกับอ่าวกิ่ว ถ้าอยากเดินมาด้วยกำลังขาก็คงพอได้ แต่ขอบอกว่าอาจไม่ค่อยสะดวกนัก ที่นี่มีรีสอร์ทอยู่หนึ่งแห่งคือ เสม็ดวิลล์ ซึ่งยังคงพยายามรักษาธรรมชาติโดยรอบเอาไว้กำนัลนักท่องเที่ยว ที่อยากขยับเข้ามาใกล้ชิดกับธรรมชาติให้มากขึ้น

อ่าวกิ่ว (อ่าวที่สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก)

คุณเป็นคนหนึ่งหรือเปล่าที่เวลามาเที่ยวทะเลแล้วจะต้องไม่พลาดสองชอตสำคัญ ในการบันทึกภาพเป็นที่ระลึก เรียกว่าแม้เป็นวันพักผ่อนแต่ก็ถึงขั้นยอมตื่นตั้งแต่ตี 4 ตี 5 บิดขี้เกียจดีดตัวขึ้นจากเตียง เพื่อออกมารอชมแสงแรกแห่งวัน จากนั้นก็ใช้เวลาอย่างเต็มเหนี่ยวไปกับการเที่ยวท่องใน เกาะเสม็ด แล้วกลับมาปักหลักอีกครั้งเพื่อรอชมแสงสุดท้ายของวัน

ถ้าคุณเป็นคนเช่นนั้น อ่าวกิ่ว คือจุดหมายสำคัญที่จะทำให้คุณได้ประหยัดเวลา เพราะส่วนคอคอดของเกาะเสม็ดทางตอนใต้นี้ เป็นสถานที่เดียวบนเกาะซึ่งสามารถดื่มด่ำกับความงามได้จากทั้งสองฟากฝั่ง ในยามอรุณรุ่งต้องมารอชมภาพความตระการตาของการไล่เฉดสีทองอำพัน ที่อาบไล้ไปด้วยไออุ่นทางฝั่งอ่าวกิ่วหน้านอก ลองเดินไปตามผืนทรายขาวนวลด้วยฝ่าเท้าอันเปลือยเปล่าเอนกายลงบนเก้าอี้ชายหาด แล้วปล่อยให้กลไกของธรรมชาติเปิดม่านการแสดงต่อหน้า และเมื่อใกล้ถึงยามเย็นที่รัตติกาลรอคอยจะคลี่ม่านแห่งความมืดลงมาปกคลุม คุณก็เพียงข้ามมาอีกฟากฝั่งสู่อ่าวกิ่วหน้าใน แล้วรอชมพระอาทิตย์ ที่แขวนลอยอยู่บนท้องฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีส้มอมแดง ทิ้งตัวลงเรื่อยๆ จนเริ่มลับหายไปกับชาย ขอบของทะเล การอยู่ที่อ่าวกิ่วคงไม่ส่งผลดีนักหากมาเพียงคนเดียว เพราะบรรยากาศสุดโรแมนติกนี้อาจทำให้โรคหัวใจถามหาได้ ถ้ายังไม่มีคนรู้ใจก็ลองหันไปสะกิดคนข้างๆ ที่แอบปิ๊ง ชักชวนมานั่งชมความงามนี้ด้วยกัน อาจพลอยทำให้เขาใจอ่อนคล้อยตามคุณก็ได้ ใครจะไปรู้


22 มกราคม 2555 02:05:50

 
 
   
 
  ระยอง
  ข้อมูลทั่วไป
  ข้อมูลน่ารู้ก่อนเดินทาง
  เกร็ดความรู้ที่ควรทราบ
  สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมแนะนำ
  ท่องเที่ยวตามงบประมาณ
  บันทึกการเดินทางประทับใจ
  ผู้จัดการพาชิม
 
 
 
 
 
   
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
   
พฤษภาคม
2555
<  >
 
   
 
     
   
 
เลือกจังหวัดในประเทศไทย