|
.jpg)
เกาะ ล้านเป็นเกาะที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมานานหลายสิบปีแล้วเนื่องจากอยู่ใกล้กับพัทยา
|
| จึงเดินทางถึงกันได้โดยสะดวก ตัวเกาะล้านมีความยาว 5 กิโลเมตร กว้าง 2 กิโลเมตร มีชายหาดที่สวยงามหลาย แห่ง ส่วนใหญ่คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำ ดูปะการัง เล่นกีฬาทางน้ำ เช่น เรือลากร่ม (พาราเซลลิ่ง) เรือสกี สกู๊ดเตอร์ โดยเฉพาะที่หาดตาแหวน หาดทองหลาง หาดนวล และหาดเทียน ส่วนหาดแสมบรรยากาศเงียบสงบกว่าหาดอื่น บริเวณ เกาะล้านและเกาะเล็กๆโดยรอบ อย่างเกาะครก-เกาะสาก เป็นแหล่งดำน้ำดูปะการัง ทั้งแบบน้ำตื้นและ น้ำลึก รวมทั้งยังเป็นสถานที่ฝึกเรียนดำน้ำ และแหล่งตกปลาที่สำคัญ |
จุดท่องเที่ยวสำคัญบนเกาะล้าน ได้แก่ |
|
ท่าหน้าบ้าน เป็นท่าเรือของชุมชนเกาะล้าน ซึ่งนักท่องเที่ยวที่เดินทาง ด้วยเรือเมล์จะไปถึง เมื่อมองย้อนกลับไปยังฝั่งจะเห็นเมืองพัทยาและหาดจอมเทียนที่มีตึกสูงเรียงรายตลอดแนวชาย ฝั่ง นับเป็นจุดชมเมืองพัทยาที่สวยงามแปลกตาไปอีกแบบหนึ่ง
หาด แสม เป็นหาดทรายขาวเนียนละเอียดทอดยาวประมาณ 800 เมตร เป็นแหล่ง ดำน้ำดูปะการังที่ดี ในอดีตเคยมีการพบแร่ทองคำและเป็นที่มาของชื่อแหลมทอง ทางหัวหาดด้านเหนือมีศาลเจ้าแม่ แหลมทองที่ชาวเกาะล้านเคารพสักการะ
หาด เทียน อยู่ด้านเหนือของแหลมทอง ชายหาดหันหน้าตรงหัวเกาะไผ่ ตัว หาดทรายขาวยาว 500 เมตร ริมหาดมีต้นไม้ร่มรื่น และเป็นแหล่งดำน้ำตื้นที่สวยงาม
.jpg)
หาด ตาแหวน เป็นหาดที่มีความสวยงาม ทรายขาวเนียนละเอียดทอดยาว 800 เมตร น้ำใส คึกคักด้วยนักท่องเที่ยวและเครื่องเล่นทางน้ำ เป็นจุดหลักของกรุ๊ปทัวร์ที่ มาลงเล่นน้ำและกินอาหาร ไม่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่รักสงบ ถ้าสนใจควรหาโอกาสไปเที่ยวหลัง 16.00 น. เมื่อกรุ๊ปทัวร์เดินทางกลับหมดแล้ว
หาด ทองหลาง อยู่ต่อเนื่องกับหาดตาแหวนทางด้านทิศเหนือ โดยมีแหลมหินคั่น อยู่ แต่ทางรถยนต์ต้องเข้าคนละเส้นทางกัน บรรยากาศของหาดนี้มักคึกคักไปด้วยกรุ๊ปทัวร์คล้ายหาดตา แหวน แต่เบาบางกว่า ชายหาดมีความยาวประมาณ 500 เมตร
หาด สังวาล เป็นชายหาดเล็กๆ ยาวเพียง 150 เมตร มีหาดทรายขาว ละเอียดและน้ำใส เหนือชายหาดร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ นับเป็นชายหาดที่เหมาะสำหรับคนรักสงบอย่างแท้จริง
หาด นวล อยู่ในส่วนใต้สุดของเกาะล้าน ตัวหาดยาวประมาณ 350 เมตร ทรายไม่ขาวสวยเหมือนหาดอื่น แต่เป็นจุดดำน้ำตื้นที่ดี และเป็นบริเวณที่พบแร่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเกาะ ล้านเชื่อว่าเป็นเหล็กไหลชนิดหนึ่ง นิยมนำมาทำเครื่องรางพกติดตัว เพื่อให้แคล้วคลาดจากอันตรายต่างๆ
เกาะสาก-เกาะครก เกาะสากเป็นเกาะเล็กๆ รูปเกือกม้าอยู่ทางเหนือของเกาะล้าน ห่างกันเพียง 600 เมตร มีหาดทรายขาวสวยยาวประมาณ 250 เมตร อยู่ด้านเหนือของเกาะ สงบเงียบเป็นส่วน ตัวมาก ต้องเหมาเรือจากเกาะล้านไป หรือเหมาจากพัทยาราคาเท่ากับไปเกาะล้าน มีบ้านพักเปิด บริการ แต่ต้องโทร. จองล่วงหน้าประมาณ 1 สัปดาห์ นอกจากนี้ยังควรเตรียมอาหารสดและเครื่องปรุงไป ด้วย ส่วนเครื่องครัวที่บ้านพักมีให้
|
|
สำหรับที่เกาะครกนั้นมีหาดทรายเล็กๆ ไม่เหมาะสำหรับลงเล่นน้ำ แต่นักท่องเที่ยวนิยมดำน้ำ
|
ดูปะการัง ซึ่งอาจไม่คุ้มกับค่าเหมาเรือไป
ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งออกไปราว 7.5 กิโลเมตร
การเดินทาง :นั่งเรือโดยสารประมาณ 45 นาที แต่ถ้าเป็นเรือ เร็วใช้เวลาเพียง 15 นาที มีเรือโดยสารออกจากท่าพัทยาใต้ไปเกาะล้านทุกวัน เที่ยวไป ตั้งแต่เวลา 10.00-18.30 น. เที่ยวกลับ มี 2 รอบ เวลา 12.00 น. และ 14.00 น. อัตราค่าโดยสาร คนละ 20 บาท ที่เกาะล้านเรือจอดบริเวณท่าหน้าบ้าน หากเดินทางต่อไปชายหาด อื่น สามารถเช่าเรือหางยาวหรือรถรับจ้าง นอกจากนี้ยังมีบริการเรือเร็วให้เช่าอยู่ทั่วไปตามชายหาด พัทยา อัตราค่าเช่าประมาณ 1,500-2,000 บาท สามารถแวะเที่ยวได้หลายหาด แล้วแต่จะ ตกลงกัน
เวลาทำการ : ท่องเที่ยวตลอดเวลา
ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม |
|
|
เขาชี จรรย์ เป็นเขาหินปูน เดิมมีการระเบิดหินนำไปใช้
|
| ในการก่อสร้าง ต่อมาสมเด็จพระญาณสังวรทรงเสียดายลักษณะภูมิ ทัศน์อันสง่างามของเขาลูกนี้ จึงมีพระดำริที่จะอนุรักษ์ไว้ และได้ดำเนินการสร้างพระพุทธรูปแกะสลักในลักษณะของ พระพุทธฉายที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลทรง ครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ใน พ.ศ. 2539 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวพระราชทานนามพระพุทธรูปนี้ว่า “พระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดา” แปล ว่า“ พระพุทธเจ้าทรงเป็นศาสดาที่รุ่งเรืองสว่างประเสริฐดุงดังมหาวชิระ” |
| |
|
พระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์เป็นพระพุทธ รูปปางมารวิชัย เลียนแบบพระพุทธนวราชบพิตร
|
ศิลปะสุโขทัยผสมล้านนา มีความสูง 109 เมตร หน้าตักกว้าง 70 เมตร ฐานบัวหรือบัลลังก์สูง 21 เมตร รวมความสูงขององค์พระและบัลลังก์ทั้งสิ้น 130 เมตร โดยเป็นการระเบิดเจาะเนื้อ หินให้เป็นลายเส้น แล้วใช้โมเสกทองประดับเข้าไปตามรอยเส้น เมื่อแสงอาทิตย์ส่องมาต้องหน้าผา จึงเกิด ประกายสีทองราวกับองค์พระกำลังเปล่งประกาย ด้านหน้าองค์พระมีลานอเนกประสงค์ สวนร่มรื่น สระ บัว และสวนหิน ในเนื้อที่ 15 ไร่
ที่ตั้ง : บ้านเขาชีจรรย์ อำเภอสัตหีบ ห่างจากวัดญาณสังวราราม ไปประมาณ 5 กิโลเมตร
การเดินทาง :จากวัดญาณสังวราราม ไปตามทางเดียวกับ วิหารเซียน ผ่านวิหารเซียนไปตามเส้นทางหลัก และมีป้ายบอกทางไปอีก 3 กิโลเมตร หรือจาก ถนนสุขุมวิท เข้าทางแยกที่เลยแยกวัดญาณสังวรารามไปราว 500 เมตร เส้นทางจะตรงถึงเขาชี จรรย์ ระยะทางจากถนนสุขุมวิท 6 กิโลเมตร
เวลาทำการ : 06.00-18.00 น. ทุกวัน
ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม |
|
ฐานทัพเรือ สัตหีบ เป็นบ้านของราชนาวีที่ใหญ่ที่สุดในฝั่งอ่าวไทย ถือ กำเนิดขึ้นจากพระราชดำริใน
|
|
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. 2457 ครั้งประพาส เลียบชายฝั่งทะเลตะวันออก ได้ทอดพระเนตรเห็นว่าชายฝั่งบริเวณนี้มีชัยภูมิดีเยี่ยม สามารถสร้างฐานจอดเรือรบ ได้ จวบจนปัจจุบันฐานทัพเรือสัตหีบได้พัฒนา และเปิดพื้นที่บางส่วนให้ประชาชนได้เข้ามาท่อง เที่ยว เช่น
|
|
หาดดงตาล เป็นชายหาดโค้งยาวไปตามขอบอ่าวสัตหีบ โดยเริ่ม ตั้งแต่ที่ว่าการอำเภอสัตหีบเข้าไปในกองเรือยุทธการ ริมชายหาดเรียงรายไปด้วยต้นตาลขนาดใหญ่ ประชาชนทั่ว ไปนิยมมานั่งพักผ่อน ชมอาทิตย์อันดง และรับประทานอาหาร นอกจากนี้เวิ้งทะเลด้านหน้าหาดยัง เหมาะสำหรับการเล่นเรือใบและวินด์เซิร์ฟ โดยผู้สนใจสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์สมุทรกีฬา โทร. 0-3843 -2593
ท่าเทียบเรือจุกเสม็ด เป็นท่าเรือน้ำลึกซึ่งกองทัพเรือใช้เป็นที่จอดเรือรบสำคัญๆ หลายลำ ไม่ว่าจะ เป็นเรือหลวงจักรีนฤเบศร เรือหลวงสิมิลัน และเรือหลวงพระพุทธยอดฟ้า นักท่องเที่ยวสามารถเข้า ไปชมและถ่ายภาพได้เฉพาะพื้นที่ที่กำหนด คือ บริเวณท่าเรือ รวมถึงดาดฟ้าของเรือหลวงจักรีนฤเบศร แต่อย่างไรก็ตาม บางช่วงเวลาเรือเหล่านี้จะออกปฏิบัติหน้าที่ จึงควรสอบถามไปล่วงหน้าก่อน
หาดนางรำ-หาดนางรอง อยู่ใกล้ท่าเทียบเรือจุกเสม็ด โดยแยกจากทางหลวงหมายเลข 3 เข้าสู่ ทางหลวงหมายเลข 3126 ไปประมาณ 5 กิโลเมตร ถ้าตรงเข้าไปจนสุดก็จะถึงท่าเทียบเรือจุกเสม็ด แต่ถ้า เลี้ยวซ้ายไปอีกเพียงเล็กน้อยก็จะถึงหาดนางรำ-หาดนางรอง โดยหาดนางรำมีความยาวประมาณ 500 เมตร เนื้อทรายขาวละเอียดเนียน ริมหาดมีป่าสนร่มรื่น พร้อมร้านอาหารและบ้านพัก หน้าหาดไม่ลึกจึง เหมาะลงเล่นน้ำหรือเล่นเรือใบ ส่วนหาดนางรองอยู่ติดกัน เป็นแนวหาดสั้นๆที่เงียบสงบกว่า ริม หาดมีโขดหิน ทรายขาว และน้ำใสดี
เขาแหลมปู่เจ้า ตั้งอยู่บริเวณใต้สุดของโค้งอ่าวเตยงาม สามารถขับรถขึ้นไปได้ เพื่อสักการะศาลกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2503 ใกล้ๆกันมีกระโจมไฟชุมพร เขตรอุดมศักดิ์ ลักษณะเป็นประภาคารรูปครีบกระโดงปลา สูง 19.50 เมตร ใช้ส่องสว่างให้ เป็นจุดสังเกตแก่คนเรือในยามค่ำคืน โดยทหารเรือต่างขนานนามให้ว่า “ดวงประทีปแห่งท้องทะเล ไทย” นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวเขาแหลมปู่เจ้า ที่สามารถมองเห็นอ่าวสัตหีบ อ่าวเตย งาม เกาะพระ เกาะเตาหม้อ รวมถึงอ่าวไทยได้อย่างงดงาม
ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล ตั้งอยู่ริมหาดจุกเสม็ด ในเขตหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง เป็นศูนย์เพาะเลี้ยงและอนุบาลลูกเต่าทะเลที่ได้จากเกาะคราม โดยนำมาอนุบาลไว้ 3-6 เดือน แล้วจึงปล่อยคืน สู่ทะเล ศูนย์ฯนี้ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ อาคารนิทรรศการ อะควา เรียม และบ่ออนุบาลลูกเต่าทะเล เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 08.00-16.30 น. ทุกวัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
อ่าวเตยงาม (อ่าวนาวิกโยธิน) เดิมชื่ออ่าวตากัน หรืออ่าวทุ่งไก่เตี้ย เป็นหาด ทรายขาวละเอียดเนื้อเนียนตัดกับท้องทะเลสีคราม ยาวประมาณ 2 กิโลเมตร ในอดีตริมหาดเต็มไปด้วยต้นเตย ทะเล ซึ่งยังพอพบเห็นได้ในปัจจุบัน อ่าวเตยงามนี้ไม่ลาดเอียงมาก น้ำไม่ลึก จึงเหมาะจะลงเล่น น้ำ ชาวจีนเชื่อว่าอ่าวเตยงามคือ “สะดือมังกร”เพราะน้ำในอ่าวจะไหลเวียนจากแหลมปู่เจ้าเข้าสู่ อ่าว นับเป็นจุดก่อเกิดพลังธรรมชาติ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีอนุสรณ์สถาน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวได้ทรงเรือใบข้าวอ่าวไทยจากอำเภอหัวหิน มาถึงอ่าวเตยงาม เมื่อวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2509 เป็นระยะทางกว่า 60 ไมล์ทะเล เพียงลำพังพระองค์เดียว
พิพิธภัณฑ์นาวิกโยธิน ตั้งอยู่ที่อ่าวเตยงาม เป็นอาคารชั้นเดียวใช้จัดแสดงประวัติความเป็นมาของ ราชนาวีไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น. และ 13.00-16.00 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม ภายในอาคารแบ่งเป็น 6 ห้องจัด แสดง และมีส่วนกลางแจ้งด้วย
หาดทรายแก้ว ตั้งอยู่ภายในเขตโรงเรียนชุมพลทหารเรือ เป็นหาดทรายที่สวยที่สุดช่วง หนึ่งของสัตหีบ เพรามีเนื้อทรายขวาวสะอาดเนื้อเนียนทอดยาวกว่า 1 กิโลเมตร อีกทั้งน้ำทะเลมีสีครามสด ใส ริมหาดมีบ้านพัก ร้านอาหาร นวดแผนไทย และกิจกรรมทางน้ำหลากหลาย
|
ที่ตั้ง :เขตอำเภอสัตหีบ
การเดินทาง :จากอำเภอเมืองชลบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 3 ประมาณ 86 กิโลเมตร จนถึงตัวอำเภอสัตหีบ จากนั้นวิ่งเข้าถนนเส้นเลียบหาด จนเข้าสู่เขต ทหารเรือ
เวลาทำการ :ถ้าเป็นอาคารจัดแสดงหรือพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ส่วนใหญ่เปิดเวลา 08.00-16.30 น. แต่ถ้าเป็นแหล่งท่องเที่ยวพวกหาดทรายชายทะเล ก็มักเปิดให้ท่องเที่ยวตลอด เวลา แต่ต้องแลกบัตรผ่านที่ป้อมยามก่อน
ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม
ติดต่อ : ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวกองทัพเรือในพื้นที่อำเภอ สัตหีบ แผนกกิจการพลเรือน กองบัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ โทร. 0-3843-7112 ต่อ 71060, 71061 หรือติดต่อที่กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ กรุงเทพฯ โทร. 0-2375-4720, 0-2475-4481
เว็บไซต์ www.navy.mi.th |
| |
|
วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร
|
| เป็นพระอารามหลวงที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2519 เพื่อถวายสมเด็จพระญาณสังวรฯ สมเด็จพระสังฆราช และต่อมาพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับเป็นองค์อุปถัมภก บริเวณทางเข้าวัดมีศาลานานาชาติ ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรม ประจำชาติของประเทศต่างๆ ตั้งอยู่เรียงรายริมสระน้ำ ภายในบริเวณวัดมีมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาท จำลอง พระเจดีย์ใหญ่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสุมพุทธเจ้า และพระธาตุของพระอรหันต์ สาวก วิหารพระญาณเรศร์ ไกลสุดสายตา |
|
|
|
วิหารพระศรีอริยเมตไตรย พระพุทธไพรีพินาศ ฯลฯ และด้วยสภาพภูมิศาสตร์ที่ตัววัดตั้งอยู่บนเนินเขาสูง จึงสามารถมองออกไปเห็นทัศนียภาพของเขตวัดจรดเมือง พัทยาได้กว้าง
|
|
|
ที่ตั้ง : อยู่ริมอ่างเก็บน้ำบ้านอำเภอ อำเภอสัตหีบ ห่างจากหาดจอมเทียน ประมาณ 15 กิโลเมตร
การเดินทาง : จากหาดจอมเทียนหรือ พัทยาไปตามถนนสุขุมวิท มุ่งหน้าอำเภอสัตหีบ ผ่านชุมชนบ้านอำเภอไปเล็กน้อย สังเกตหลัก กม. 160 เลยไปอีกราว 500 เมตร เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายบอกทางไปวัดญาณฯ อีก 5 กิโลเมตร
เวลาทำการ : ประมาณ 06.00-18.00 น. ทุกวัน
ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม
ติดต่อ : โทร. 0-3823- 7506 |
|
|
สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลับูรพา เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีชื่อเสียงมานาน
|
หลายสิบปีแล้ว โดยเฉพาะมีตู้กระจกขนาดใหญ่ที่เรียกว่าอะควาเรียม เลี้ยงปลาทะเลและสิ่งมีชีวิตหลากชนิดหลากสีไว้
ให้ชม สถาบันแห่งนี้มีเนื้อที่ราว 30 ไร่ ภายในแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล สถานเลี้ยงสัตว์น้ำเค็มไว้จัดแสดง และห้องปฏิบัติการวิจัยวิทยาศาสตร์ทางทะเล (ส่วนนี้ไม่เปิดให้นักท่องเที่ยว
เข้าชม) |
|
อะควาเรียมหรือตู้กระจกแสดงสัตว์น้ำของที่นี่อยู่บริเวณชั้นล่างของอาคาร โดยมีเส้นทางเป็นวงรอบไม่
|
| ย้อนกลับทางเดิมจัดไว้ให้ชม ปัจจุบันมีตู้กระจกอยู่มากถึง 43 ตู้ ตั้งแต่ตู้ขนาดเล็กบรรจุน้ำ 500 ลิตร ไปถึงขนาดมหึมาบรรจุน้ำ 2 แสนลิตร โดยจัดแสดงเริ่มตั้งแต่สัตว์ชายฝั่งทะเล ไปจนถึงสิ่งมีชีวิตในแนวปะการัง และเขตทะเลลึก อาทิ เต่าทะเล ฉลาม ปลาการ์ตูน ดอกไม้ทะเล ปลานกแก้ว ปลาผีเสื้อ ปลากะรัง ปลาข้างเหลือง ม้าน้ำ ปลาสิงโต ปลาปักเป้า ปลาไหลทะเล กุ้งพยาบาล ปูชนิดต่างๆ ปลาดาว กระเบน หอยเม่น ฯลฯ นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับการมาเป็นครอบครัว เพื่อร่วมกันเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ |
|
ปัจจุบันด้านหลังสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล กำลังมีการจัดสร้างอาคาร“โครงการโลกใต้ทะเล”
|
| โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด คาดว่าจะเปิดให้เข้าชมได้ในปลายปี พ.ศ. 2522 นี้ และน่าจะกลายเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศของโลกใต้ทะเลที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของไทยในอนาคต |
| |
|
ที่ตั้ง : เลขที่ 169 ถนนลงหาดบางแสน ตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี ตั้งอยู่ด้านหน้าทางเข้าของมหาวิทยาลัยบูรพา ก่อนถึงหาดบางแสน 1 กิโลเมตร และห่างจากตัวเมืองชลบุรีประมาณ 12 กิโลเมตร
การเดินทาง : ผู้ที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว สามารถขึ้นรถประจำทางสายชลบุรี-บางแสน-หนองมน จากนั้นลงต่อรถสองแถวเข้าหาดบางแสน แล้วลงที่ด้านหน้าของมหาวิทยาลัยบูรพา
เวลาทำการ : เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น. ปิดเพียงวันเดียวคือวันจันทร์ ส่วนวันหยุดราชการเปิดถึง 17.00 น. สาธิตดำน้ำให้อาหารปลามีรอบเวลา 14.30 น. วันหยุดเพิ่มรอบ 10.30 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท นักเรียนและนักศึกษาในเครื่องแบบ 5 บาท
ติดต่อ : โทร. 0-3839-1671-3 เว็บไซต์ www.bims.buu.ac.th
|
| |
สวนผีเสื้อสายทิพย์เป็นสวนผีเสื้อที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย ภายในมีส่วนพิพิธภัณฑ์จัดแสดงให้ความรู้เกี่ยวกับวงจรชีวิตผีเสื้ออันซับซ้อน ชนิดของผีเสื้อ ถ้ำรังนก มีฟาร์มผีเสื้อท่ามกลางสวนไม้ดอกไม้ประดับที่ปลูกไว้งดงาม โดยมีผีเสื้อหลายพันธุ์ที่เพาะเลี้ยงไว้นับพันตัว โดดเด่นคือ ผีเสื้อเอ็ดเวิร์ด หรือผีเสื้อหนอนกระท้อน (Atlas Moth) ซึ่งเป็นผีเสื้อขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และมีลวดลายบนปีกสวยงามแปลกตามาก นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ผึ้ง สวนกล้วยไม้ และร้านขายของที่ระลึกด้วย
สิ่งที่ไม่ควรพลาดชมของสวนผีเสื่อสายทิพย์ คือ กรงผีเสื้อขนาดใหญ่ ที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเดินชมดอกไม้และเพลิดเพลินกับลีลาอันพลิ้วไหวของบรรดาผีเสื้อที่โบยบินอยู่รอบตัว เราจะได้เห็นไข่ของผีเสื้อ หนอนตัวอ่อน ดักแด้ และผีเสื้อเกิดใหม่หลากหลายสายพันธุ์ ทั้งผีเสื้อหนอนใบรัก ผีเสื้อหางตุ้มจุดชมพู ผีเสื้อสะพายฟ้า ผีเสื้อร่อนลม ผีเสื้อเณรและอื่นๆอีกมากมาย นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนันทนาการ ซึ่งผู้เข้าชมสามารถใกล้ชิดธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ เพื่อซึมซับความมหัศจรรย์ของผีเสื้อ
ที่ตั้ง : อยู่บริเวณ กม. 10 ของทางหลวงหมายเลข 36 ในอำเภอศรีราชา
การเดินทาง : หากมาจากถนนสุขุมวิท แยกซ้ายบริเวณตลาดบางพระ ตามทางที่จะไปสวนสัตว์เปิดเขาเขียว
เวลาทำการ : 08.30-17.30 น. ทุกวัน
ค่าเข้าชม : คนไทย ผู้ใหญ่ 30บาท เด็ก 15 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 40 บาท
ติดต่อ : โทร. 0-3829-8330
|
|
|
เมืองจำลองสยาม (Mini Siam) เริ่มต้นโครงการ
|
ด้วยการค้นคว้าข้อมูลตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ.
2529 ปัจจุบันเป็นสถานที่จำลองปูชนียสถานและโบราณสถานที่สำคัญของทั้งไทยและต่างประเทศ ด้วยอัตราส่วนย่อ 1 ต่อ 25 โดยแบ่งเป็นเมืองจำลองสยาม และเมืองจำลองยุโรป ภายในพื้นที่ขนาด 29 ไร่ เช่น วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดมหาธาตุสุโขทัย อุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สะพานข้ามแม่น้ำแคว สะพานพระราม 9 ปราสาทหินพิมาย วัดอรุณราชวราราม
สะพานทาวเวอร์บริดจ์ ดิโอเปร่าเฮาส์ หอไอเฟล
หอเอนปิซ่า และเทพีเสรีภาพ เป็นต้น มาเที่ยวที่นี่เพียงแห่งเดียว จึงเหมือนกับได้เดินทางทั่วไทยและทั่วโลกภายในวันเดียว
ที่ตั้ง : ริมถนนสุขุมวิท หลัก กม. 143 อำเภอบางละมุง ถ้ามาจากเมืองชลบุรีจะอยู่ช่วงก่อนถึงแยกเลี้ยวเข้าพัทยาเหนือ
|
|
การเดินทาง : สามารถมาถึงได้โดยสะดวก ทั้งรถยนต์ส่วนตัวและรถประจำทางสายชลบุรี-พัทยา เนื่องจากตั้งอยู่ริมถนนใหญ่ เมื่อลงรถแล้วก็สามารถเข้าไปซื้อบัตร แล้วเข้าสู่ส่วนจัดแสดงได้เลย
เวลาทำการ : 07.00-22.00 น. ทุกวัน โดยในยามค่ำคืนจะมีการเปิดไฟประดับอย่างสวยงาม
ค่าเข้าชม : คนไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 250 บาท เด็ก 120 บาท
ติดต่อ : โทร. 0-3872-7333, 0-3872-7666 โทรสาร 0-3842-1555
เว็บไซต์ www.minisiam.com |
| |
|
วิหารเซียนมีชื่อภาษาจีนว่า “ต้า ผู่ อี่” เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2531 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ
|
| พระบาทสมเด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวาระที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ โดยอาจารย์สง่า กุลกอบเกียรติ ได้รับพระบรมราชานุญาตให้ก่อสร้างวิหารเซียนขึ้นในบริเวณโครงการพัฒนาพื้นที่วัดญาณสังวราราม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ใช้พื้นที่ประมาณ 7 ไร่ การดำเนินงานในครั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานฤกษ์ในการก่อสร้าง และพระราชทานนามอาคารว่า “อเนกกุศลศาลา” การก่อสร้างใช้เวลา 4 ปี 6 เดือน โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2536 มีสถานที่สำคัญ เช่น หอเซียนหรือหอกลางเป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อปิดทองของลื้อท่งปิง พิพิธภัณฑ์จัดแสดงศิลปะจีนและวัตถุโบราณล้ำค่า รวมถึงรูปสลักหินแกรนิตขนาดใหญ่จากจีนหลายสิบชิ้น เป็นต้น |
| |
ที่ตั้ง : อยู่ใกล้วัดญาณสังวราราม ริมอ่างเก็บน้ำบ้านอำเภอ ห่างจากวัดญาณฯ ประมาณ 2 กิโลเมตร
การเดินทาง : ใช้เส้นทางเดียวกับที่ไปวัดญาณสังวราราม มีทางแยกขวาริมอ่างเก็บน้ำบ้านอำเภอ ช่วงก่อนถึงวัดญาณฯ ประมาณ 500 เมตร เลี้ยวขวาไปตามป้ายบอกทางจะเห็นอาคารทรงจีนโดดเด่นอยู่ริมฝั่งตรงข้าม
เวลาทำการ : 08.00-17.00 น. ทุกวัน
ค่าเข้าชม : คนละ 50 บาท |
| |
| เขาพัทยา หรือเขาทัพยา หรือเขาทัพพระยา มีจุดชมวิวซึ่งสามารถมองเห็นเมืองพัทยาได้ทั้งหมด อยู่ในเขตของสถานีวิทยุโทรทัศน์ สทร.5 พัทยา เปิดให้เข้าชมได้ตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงดึก มีนักท่องเที่ยวนิยมขึ้นไปชมวิวกันเป็นจำนวนมาก โดยจุดสำคัญของเขาพัทยามี 2 แห่งด้วยกัน คือ ยอดเขาพัทยา มีลานชมวิวกว้างและม้านั่งโดยรอบ พร้อมกล้องส่องทางไกลแบบหยอดเหรียญ จากจุดนี้สามารถเห็นเมืองพัทยาได้อย่างกว้างไกล ทั้งตึกสูง บ้านเรือนหนาแน่น เรือท่องเที่ยวที่จอดลอยลำอยู่ในอ่าวพัทยา รวมทั้งเห็นเกาะล้าน บรรยากาศชวนเพลิดเพลิน ลมเย็นสบาย ในช่วงค่ำจะเห็นแสงไฟของเมืองพัทยาสว่างไสว อนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ตั้งอยู่บริเวณเดียวกับลานชมวิว เป็นประติมากรรมรูปหล่อเหมือนจริง สีดำสนิท ในเครื่องแบบทหารเรือเต็มยศพลเรือเอก มีผู้คนมากราบไหว้ตลอดทั้งวัน
ที่ตั้ง : ยอดเขาพัทยา พัทยาใต้ ห่างจากย่านเมืองพัทยา 2 กิโลเมตร
การเดินทาง :ไปตามถนนพัทยาสาย 2 มุ่งหน้าทิศใต้ผ่านแยกไปหาดจอมเทียน จากนั้นตรงต่อไปขึ้นเขาชันผ่านสวนเฉลิมพระเกียรติ จนถึงสามแยกบนเขาที่มีป้อมตำรวจ เลี้ยวขวาจะพบกับทางขึ้นเขาพัทยาอยู่ด้านขวา มีถนนไปจนถึงยอดเขา ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีวิทยุ สทร. 5 จอดรถไว้ได้ทั้งในและนอกสถานี
เวลาทำการ : เปิดให้ท่องเที่ยวตลอดเวลา
ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม
|
| |
ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและอนุรักษ์ป่าชายเลนฯ มีเนื้อที่ประมาณ 300ไร่ จัดเป็นพื้นที่ป่าชายเลนที่สมบูรณ์ที่สุดผืนสุดท้ายของจังหวัดชลบุรีที่หลงเหลืออยู่ โดยทางสำนักงานป่าไม้จังหวัดชลบุรีได้จัดสร้างศูนย์ฯ นี้ขึ้น เพื่ออนุรักษ์ผืนป่าให้คงอยู่ พร้อมให้ความรู้ประชาชนควบคู่กันไปด้วย มีการจัดทำเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติเป็นสะพานไม้ยาว 2,300เมตร ซึ่งจัดเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และมีสวนสุขภาพบริเวณด้านหน้าของศูนย์ฯ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มาออกกำลังกาย
นอกจากผู้เข้าชมจะได้พบเห็นดงต้นโกงกางที่ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น และช่วยกำบังคลื่นลมทะเลได้เป็นอย่างดีแล้ว เรือนรากโกงกางเหล่านี้ยังกลายเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ อีกทั้งช่วยดักให้สารอินทรีย์ในน้ำตกตะกอนได้อีกด้วย ถ้าสังเกตให้ดีจะพบหอย ลูกปลา ปลาตีน ปูก้ามดาบ กุ้ง นกกินเปี้ยว รวมถึงปูพันธุ์ใหม่ชื่อ“หยกฟ้า” และมีนกยางบินวนเวียนมาดักซุ่มจับปลากินเป็นอาหารด้วย
ที่ตั้ง : หมู่ 3 ตำบลเสม็ด อำเภอเมืองชลบุรี ถนนเลียบป่าชายเลน
การเดินทาง : จากถนนสุขุมวิท เลี้ยวขวาที่แยกคีรี จนถึงถนนเลียบป่าชายเลนแล้วเลี้ยวซ้าย ศูนย์ฯ อยู่ตรงข้ามกับสำนักงานป่าไม้จังหวัดชลบุรี
เวลาทำการ : 08.30-18.30 น. ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 10 บาท เด็ก 5 บาท ถ้ามาเป็นหมู่คณะใหญ่ตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป ผู้ใหญ่ราคา 5 บาท เด็กราคา 3 บาท ถ้าต้องการวิทยากรนำชมเพื่อให้ความรู้ คิดค่าวิทยากรชั่วโมงละ 100 บาท
ติดต่อ : โทร. 0-3839-8268-9 (ในวันและเวลาราชการ), 08-1713-9683
โทรสาร 0-3839-8298 |