Wi-Fi Experience@KBank
ค้นหา:
Join:
Home / Travel / แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว / เคนยา / เคนยา / ข้อมูลทั่วไป
   

เคนยา -  ข้อมูลทั่วไป

Send To Friend
 
 

เคนยา

มนตราแห่งกาฬทวีปยังคงเพียกหาเหล้านักเดินทางผู้นิยมธรรมชาติ

ทุ่งหญ้าสะวันนาโบกพลิ้วเรียวรวงท่ามกลางสายลมเย็นชื่น เป็นผืนพรมสีทองอันอ่อนนุ่มหล่อเลี้ยงชีวิต
สรรพสัตว์ เงาร่มของต้นอะเคเชียแผ่กว้างบังแสงแดดแรงร้อน ยอดเขาคีลีมานจาโร (Kilimanjaro) ที่ตระหง่านอยู่เบื้องหลังฟุ้งเมฆ แสดงให้เห็นว่าธรรมชาตินั้นยิ่งใหญ่นัก แม้ช้างแอฟริกันตัวโตยังเหลือเพียงเล็กนิดเมื่อเทียบกัน แต่กระนั้น มนุษย์เรายิ่งต้อยต่ำยามเข้าไปอยู่ในโอบล้อมของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่เช่นนี้

ก้าวแรกสู่แผ่นดินเคนยาที่กรุงไนโรบี (Nairobi) เมืองหลวงรถตู้คันเล็กนำผู้โดนสารคันละไม่เกิน 6 ชีวิต มุ่ง
หน้าสู่อุทยานแห่งชาติแอมโบเซลี (Amboseli National Park) ที่อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงไนโรบี ประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่งก็เข้าสู่เขตอุทยานฯ ก่อนอื่นต้องเติมท้องให้อิ่มที่ Amboseli Serena Safari Lodge
(www.serenahotels.com) แล้วจึงออกเดินทางไปชมหมู่บ้านมาไซ ชมพื้นเมืองซึ่งอาศัยอยู่กระจายไปทั่วภาคใต้และภาคกลางของเคนยา ยังชีพด้วยการเลี้ยงสัตว์ และสัตว์เหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับพวกเขาด้วยความเชื่อที่เล่าขานเป็นตำนานว่าในยุคกาลก่อน ที่ท้องฟ้าและผืนดินยังหลอมรวมเป็นหนึ่งแล้วจู่ๆ ก็แยกจากกันโดยมีต้นฟิกเชื่อมอยู่ตรงกลางเหมือนเป็นสะพาน ตอนนั้นเอง Enkai พระเจ้าของพวกเขาก็ส่งฝูงสัตว์ให้เดินลงมาตามสะพานต้นไม้ ด้วยเหตุนี้ชาวมาไซจึงทักทายกันว่า “เราหวังว่าฝูงสัตว์ของท่านจะสบายดีนะ”
น่าแปลกที่ชาวมาไซกินแต่เนื้อสัตว์นมและเลือดวัว เพราะไม่ปลูกพืชไร่ แต่กลับผอมเพรียวและแข็งแรงมาก เดินท่องไปทั่วท้องทุ่งเป็นหลายๆ กิโลอย่างสบาย เห็นคุณยายคนหนึ่งอายุเกินร้อยเข้าไปแล้วยังแข็งแรงอยู่เลย

ท่ามกลางที่ราบแห้งแล้งอันกว้างใหญ่มีกระแสลมหมุนที่ชาวมาไซเรียกว่า Devil Wind ก่อตัวอยู่โดยรอบ เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านมาไซ ค่าเข้าชมคนละ 20 เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการช่วยสนับสนุนและพัฒนาหมู่บ้าน ตราบใดที่ยังไม่จ่ายเงินห้ามหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมาเด็ดขาด เมื่อเงินถึงมือหัวหน้าหมู่บ้านถึงจะเริ่มพิธีต้อนรับ โดยหนุ่มสาวชาวมาไซจะมายืนเรียงแถวหน้ากระดานแล้วร้องเพลง พลางผลัดกันกระโดดโชว์ความแข็งแกร่ง จากนั้นก็สาธิตการจุดไฟด้วยมูลช้าง บรรยายเรื่องยาสมุนไพร ชมบ่อน้ำสาธารณะ พาชมบ้านที่ทำจากมูลวัว (ถึงได้มี
จำนวนประชากรแมลงวันจำนวนมาก) ข้างในบ้านนั้นมืดมาก เวลาเข้าไปต้องค่อยๆ เดิน ตบท้ายด้วยช้อปปิ้ง
อุดหนุนของที่ระลึกแฮนด์เมดของชาวหมู่บ้านกลางแดดร้อนเปรี้ยง ราคาบอกผ่านค่อนข้างสูงทีเดียว แต่ของบางชิ้นก็เป็นมาสเตอร์พีซแท้จริง ต้องเลือกดูให้ดี

ถึงเวลาของ Game Drive หรือก็คือการส่องสัตว์ เมื่อพบสัตว์ที่มาเล็มหญ้าอยู่ใกล้กับถนนหรือกำลังเดินข้าม
ถนน คนขับจะหยุดรถให้ เราสามารถยืนชมภาพชีวิตสัตว์ป่าในธรรมชาติและถ่ายรุปผ่านช่องหลังคารถตู้ที่เปิดออกได้ คนขับรถจะเปิดก่อนเริ่ม Game Drive เพราะระหว่างทางห้ามลงจากรถ ไม่อย่างนั้นอาจกลายเป็นของ
เล่นของเจ้าป่าทั้งห้า (Big Five มีสิงโต ควายป่า ช้าง เสือดาว และแรดดำ) ส่วนช่วงเวลาของ Game Drive จะเป็นตอนเช้าหรือไม่ก็บ่ายคล้อยถึงเย็น ตอนเที่ยงๆ สัตว์ทั้งหลายมักจะหลบร้อนพักผ่อนอยู่ตามสุมพุ่มไม้ และหลังพระอาทิตย์ลับฟ้าก็ถือว่าจบเกม

อุทยานแห่งชาติแอมโบเซลี ครอบคลุมพื้นที่ 392 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ที่เชิงเขาคิลีมานจาโรซึ่งอยู่ในเขตแดนประเทศแทนซาเนีย (Tanzania) คิลีมานจาโรเป็นภูเขาไฟยังไม่ดับที่สูงที่สุดในแอฟริกา (5,895 เมตร) มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี ด้วยความสูงเสียดฟ้าแม้อยู่คนละฟากประเทศ แต่ได้กลายเป็นจุดขายของแอมโบเซลี สร้างสีสันตื่นเต้นให้กับ Game Drive เป็นอย่างมาก โยเฉพาะช่วงเวลาเย็นใกล้อัสดงที่ทุกคนรอคอย คอยทั้งสิงโตซึ่งมักจะออกมานอนกลิ้งเกลือกยืดเส้นยืดสายอยู่ริมทางรถผ่าน โขลงช้างเดินข้ามทุ่งหญ้าเพื่อกลับที่พัก รวมทั้งยีราฟ ม้าลาย อิมพาลา หมูป่า วิลเดอบีสต์ และบรรดาสัตว์ที่หากินตอนกลางวันทั้งหลาย และอีกสิ่งที่เฝ้ารอใจจดใจจ่อคือการเผยยอดงามสล้างของคีลีมานจาโร จากฉากเมฆที่บดบังอยู่ตลอดทั้งวัน แต่เพียงไม่กี่นาทีหลังจากนั้น อาทิตย์ก็ลาแสง ช่วงเวลาสั้นๆ นั้นเองทำให้รู้สึกว่าเป็นเวลาอันมีค่ายิ่ง ทุกคนรีบกดชัตเตอร์กันระรัวเพื่อเก็บภาพสัตว์และคีลีมานจาโร ยามค่ำคืนที่ OI Tukai Lodge (www.oltukailodge.com) เป็นเวลาของการพักผ่อนอย่างแท้จริง รีสอร์ทส่วนใหญ่จะไม่มีโทรทัศน์ให้ เพราะจะทำให้ไม่เข้าถึงการท่องเที่ยวธรรมชาติ

จากแอโบเซลี วันต่อมาย้อนกลับไปเมืองไนโรบีเพื่อผ่านไปสู่เมืองนานยูกิ (Nanyuki) ซึ่งอยู่ทางเหนือของ
ไนโรบี ในบริเวณเดียวกับ Mount Kenya ภูเขาสูงอันดับสองของแอฟริกา (5,199 เมตร) ที่อยู่ในแนวเส้น
ศูนย์สูตร โดยแวะรับประทานมื้อกลางวันที่ภัตตาคาร Tamarind (www.tamarind.co.ke) ที่เป็นภัตตาคาร
ระดับเฟิร์สคลาสของกรุงไนโรบี เน้นเมนูซีฟู้ดแสนอร่อย บริการเป็นเลิศ และที่นี่เป็นที่เดียวที่เราได้ทานอาหารทะเล เพราะชาวเคนยานิยมบริโภคเนื้อ ถ้าเป็นร้านแนวเคนยาแท้ๆ ต้องภัตตาคาร Carnivore
(www.carnivore.co.ke) ทั้งวัว แกะ ไก่ หมู จระเข้ นกกระจอกเทศที่พนักงานเสิร์ฟจะถือเนื้อต่างๆ เหล่านี้มาทั้งไม้เสียบ มาหั่นให้ถึงจาน น่าตื่นเต้นสมกับได้รับโหวตเป็น 1 ใน 50 ร้านอาหารในโลกที่ควรลิ้มรสสักครั้ง ถ้าไปไนโรบีน่าจะแวะไปชมบ้านพักของ Karen Blixen ผู้ประพันธ์เรื่อง Out of Africa ซึ่งแต่งงานกับญาติผู้พี่ที่ทำไร่กาแฟ เธอผู้นี้เป็นทั้งนักเขียนและศิลปิน ภาพวาดของเธอนั้นมีฝีแปรงที่เต็มไปด้วยพลัง หลังหย่าขาดกับสามี คาเรน บลิกเซน กลับบ้านเกิดที่เดนมาร์กในปี ค.ศ.1931 เพราะธุรกิจไร่กาแฟล้มเหลว และไม่หวนคืน
เคนยาอีกเลย จนจบชีวิตเมื่อปี ค.ศ.1962 คณะอายุได้ 77 ปีด้วยโรคมะเร็งปอด เนื่องจากสูบบุหรี่จัด

จากไนโรบีน่าใช้เวลา 3 ชั่วโมงครึ่งก็ถึงที่พัก Mount Kenya Safari Club (www.lonrhohotels.com) รีสอร์ทหรูสไตล์อังกฤษ มีเตาผิงให้ในห้องนอนด้วย ที่นี่มีการแสดงแบบเคนยาให้ชมก่อนอาหารค่ำ และสาธิตให้เห็นความแตกต่างระหว่างระดับเหนือและใต้เส้นศูนย์สูตร โดยดูการหมุนวนของน้ำในขัน เมื่อตื่นมาในตอนเช้าได้ตื่นตาตื่นใจกับวิวสวยของโรงแรม ที่มองไปเห็นภูเขาเคนยาเป็นฉากหลัง วันนี้จะเดินทางไปที่อุทยานแห่งชาติสวีทวอเตอร์ส (Sweetwaters National Park) ที่อยู่ห่างเพียง 30 นาที พื้นที่บริเวณภูเขาเคนยามีความอุดมสมบูรณ์ชุ่มชื้น จะเห็นไร่นาเขียวขจีเรียงรายอยู่ตลอดทาง โดยเฉพาะไร่ชาและไร่กาแฟที่เป็นพืชเศรษฐกิจของเคนยา ที่มีศูนย์อนุรักษ์ลิงชิมแพนซี Ol Pejete (www.olpejetaconservancy.org) ซึ่งเคยมีการถ่ายทำสารคดีเผยแพร่ทั่วโลกมาแล้ว และเราก็ได้พบกับดาราดังอย่างโซเครดิตและโพโค การเข้าชมนั้นไม่มีการจ่ายค่าผ่านทางแต่ควรจะให้ค่าสนับสนุนตามศรัทธาเป็นเงิน 5 - 85 ดอลลาร์หรือมากกว่านั้น เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลชิมแพนชีที่กำลังจะสูญพันธุ์ นอกจากนั้นยังได้ไปทักทายกับ Morani แรดดำกำพร้า ซึ่งทางศูนย์ฯ นำมาเลี้ยงตั้งแต่เด็ก แรดดำนั้นเป็นสัตว์รักสันโดษอยู่แล้ว จึงไม่ค่อยญาติดีกันเท่าไรนัก สำหรับพ่อนักรบ
(Morani เป็นภาษาสวาฮิลีแปลว่านักรบ) โดนทำร้ายมามาก แม้จะดูเรียบร้อยดียามที่เราไปรุมล้อม แต่คนดูแลยังต้องคอยเตือนไม่ให้ส่งเสียงดัง ถ้าโมรานีตกใจอาจทำร้ายเราได้ มื้อกลางวัน Sweetwaters Tented Lodge (www.e-gnu.com) น่าประทับใจ ทั้งอาหารอร่อยบรรยากาศสบาย และที่พักน่ารักมาก เป็นเต้นท์แต่ข้างในสะดวกสบายแบบโรงแรมชั้นดี มีทั้งแบบที่อยู่บนเรือนยกพื้นสูง และแบบริมชายทุ่งที่สามารถเอนหลังชมสัตว์ที่มาเล็มหญ้าได้จากเต้นท์ของตัวเอง ส่วนที่ Serena Mountain Lodge (www.serenahotels.com) ที่พักแรมคืนนั้นก็น่ารักไม่แพ้กันเป็นอารมณ์ Treetops Hotel ที่สร้างอยู่กลางป่า สามารถชมสัตว์ที่มาดื่มน้ำในบ่อริม
ชายป่าที่ทางโรงแรมทำขึ้น แล้วถ้าอยากชมสัตว์ชนิดใดเป็นพิเศษก็กรอกในแบบฟอร์มที่พนักงานนำมาแจกตอนอาหารค่ำ ถ้าหากสัตว์ที่เราเลือกแวะมาบริเวณบ่อน้ำ พนักงานโรงแรมจะมาเคาะประตูห้องให้ลุกขึ้นมาดูที่ริมระเบียง ที่สนุกอีกอย่างเป็นทัวร์เดินป่าที่จะมีไกด์พาเข้าไป ไกด์ต้องพกปืนลูกซองไปด้วยเผื่อสถานการณ์คับขัน สร้างความรู้สึกตื่นเต้นได้ดีสมกับอยู่ในป่าธรรมชาติจริงๆ

วันต่อมาที่ไปอุทยานแห่งชาติทะเลสาบนากูรู (Lake Nakuru National Park) น่าตื่นตาตื่นใจในอีกรูปแบบ ด้วยเป็นการพาชมทะเลสาบนากูรู แหล่งอาหารของฟลามิงโกสีชมพู ถ้าเป็นช่วงเดือน กรกฎาคม - ตุลาคมจะมา
รวมตัวกันนับแสนนับล้านตัว จนทะเลสาบกลายเป็นสีชมพู อุทยานฯแห่งนี้เป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์แรดดำและแรดขาวที่ใกล้สูญพันธ์ และเป็นถิ่นที่อาศัยของเสือดาว หนึ่งในบิ๊กไฟล์ที่หาดูได้ยาก ที่ Laka Nakuru Lodge (www.lakenakurulodge.com) ซึ่งเราแวะทานข้าวเที่ยงมีเรื่องราวจากนิตยสารเมืองไทยที่เขียนเกี่ยวกับ
เคนยามาติดไว้ที่บอร์ดให้แขกไปใครมาได้ชมด้วย ระหว่างทางสู่ทะเลสาบไนวาชา (Naivasha Lake) ได้แวะชมความงามตระการตาของ The Great Riff Valley หุบผาที่เกิดจากรอยปริแตกของแผ่นดิน ตรงกลางของรอยแยกนั้นทรุดตัวลงไปกลายเป็นหุบเขา มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ไพศาล เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของแอฟริกาที่เริ่มต้นจากเอธิโอเปียผ่านทะเลสาบทูร์คานา ตัดผ่านใจกลางเคนยาจนถึงตอนใต้ของประเทศ ความที่แวะชมทิวทัศน์และชมสัตว์แสนเพลิดเพลินแทบไม่รู้ตัวว่าถึงเวลาเย็นอีกแล้ว เราเช็คอินที่ Lake Naivasha Simbe Lodge
(www.marasimba.com) พร้อมพระอาทิตย์ลับฟ้ารีสอร์ทนี้เป็นที่เดียวในการเดินทางที่มีโทรทัศน์ด้วย แต่
เหมาะกับห้องพักซึ่งเป็นแบบทันสมัย

เช้าวันใหม่ ได้ตื่นเต้นกับการล่องเรือในทะเลสาบไนวาชา ซึ่งมีฮิปโปโปเตมัสนอนก่ายเกยกันอยู่กลางทะเล สาบบริเวณตื้นเขิน ทะเลสาบแห่งนี้เคยแห้งขอดเมื่อต้นศตวรรษที่ 20 ก่อนจะมาเต็มเปี่ยมอีกครั้งเพราะฝนตกหนักติดต่อกัน กลายมาเป็นทะเลสาบใสสะอาดนิ่งสงบ มีแนวต้นปาปิรุสขึ้นอยู่ที่ริมขอบ ในฤดูฝนหลากทะเล สาบจะแผ่ขยายอาณาบริเวณถึง 991 ตารางกิโลเมตร เลือกใช้บริการเรือของชาวชุมชนไนวาชาเพื่อสนันสนุนชุมชน (เพราะโรงแรมรวยอยู่แล้ว) มีเรื่องตื่นเต้นที่คนเรือยืนยันว่าไม่เคยเกิดมาก่อน เจ้าฮิปโปตัวเขื่องที่กำลังพักผ่อนอยู่ริมกองผองเพื่อน ได้ลุกขึ้นมาวิ่งไล่เรือของเราตอนดับเครื่องจอดถ่ายรูป โชคดีที่ติดเครื่องได้ทันก่อนที่มันจะมาถึงเรือ เป็นอารมณ์ตกใจปนขำ แต่ถ้าติดเครื่องไม่ทันก็คงขำไม่ออกเพราะฮิปโปเป็นสัตว์ดุร้าย โดยเฉพาะฮิปโปแอฟริกัน (ทุกอย่างที่เป็นแอฟริกันรู้สึกว่าจะดุหมด) แต่ทุกคนมั่นใจว่าคนเรือจะทิ่มหอกใส่ได้ทันถ้าจวนตัวจริงๆ ที่ริมฝั่งทะเลสาบมีฝูงสัตว์อยู่มากมาย ทั้งยีราฟ อิมพาลา ให้ได้ชมกันอย่างชิดใกล้

จากทะเลสาบไนวาชา ตรงดิ่งผ่าน Narok Line ถนนที่ช่างตั้งชื่อได้อารมณ์สำหรับคนไทยมากคำว่า Narok ไม่มีคำแปล เป็นชื่อเมืองทันสมัยของเคนยา แต่ถนนนั้นสิช่างขรุขระและตลบไปด้วยฝุ่น ทางสายนี้มุ่งไปสู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า มาไซ มาร่า (Masaai Mara National Reserve) แหล่งรวมสัตว์ป่าที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยพื้นที่กว้างถึง 1,700 ตารางกิโลเมตร มีเขตแดนเชื่อมต่อกับประเทศแทนซาเนียเช่นเดียวกับ
แอมโบเซลี สัตว์เด่นของที่นี่ที่หลายคนอยากเห็นคือชีต้าร์และสิงโต แต่ที่น่าตื่นเต้นชวนมหัศจรรย์คือช่วงเวลาเดือน กรกฎาคม - กันยายน ฝูงสัตว์ป่านับล้านตัวอพยพมาจากแถบทุ่งหญ้าเซเรงเกติของแทนซาเนีย
เพื่อมาหาแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์กว่า

ยามเช้าตรู่วันสุดท้ายของการเดินทาง กัปตันบริษัทบอลลูน Transworld Safaris Kenyo มารับพวกเราที่ Mara Serena Lodge (http://www.serenahotels.com/serenamara/) เพื่อพาขึ้นบอลลูนชมความงดงามอันกว้างใหญ่ไพศาลของมาไซ มาร่า (ค่าขึ้นชม 300 - 400 ดอลลาร์สหรัฐฯ) ยามเมื่อบอลลูนลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือ
อุทยานแห่งชาติมาไซ มาร่า มองลงสู่เบื้องล่างเห็นผืนทุ่งหญ้าสีทองอร่ามเรืองในสายแดดแรกแห่งวัน แม่น้ำมาร่าและขุนเขาสร้างภาพบรรเจิด เป็นภาพฝันที่ยากจะพบ ณ ที่แห่งใดในโลก เป็นการอำลาจากเคนยาด้วยภาพประทับที่ยึดตรึงอยู่ในใจไปตราบนานเท่านาน

ข้อมูลน่ารู้ก่อนเดินทาง

คนไทยสามารถขอวีซ่าได้ที่สนามบินโจโมเคนยัตตาได้แต่อาจจะต้องเสียเวลาเข้าคิว ดังนั้น ควรขอวีซ่าที่สถานกงสุลในประเทศไทย Consulate - General of the Republic of Kenya 568 ซอยปรีดี พนมยงค์ 42 (พานิชย์อานันท์ แยก 16) สุขุมวิท 71 โทร. 0 2391 8857 , 0 2391 8998 ต่อ 380 ยื่นขอวีซ่าได้เฉพาะ
วันจันทร์ พุธ และศุกร์ ระหว่างเวลา 09.00 - 12.00 น. ค่าธรรมเนียมคนละ 50 เหรียญสหรัฐฯ (ราคาเดียวกันทั้งที่เมืองไทยและเคนยา)

การเดินทางจากประเทศไทย

Kenya Airways มีเที่ยวบินตรงไป กรุงเทพฯ - กรุงไนโรบี ทุกวัน ใช้เวลาบินประมาณ 9 ชั่วโมงครึ่ง หรืออาจใช้บริการแพ็คเกจทัวร์ “เคนยา ซาฟารี” 6 วัน 5 คืน ของสายการบินซึ่งจะเตรียมทุกอย่างให้พร้อม ในราคาเริ่มต้นที่ 112,100 บาทต่อคน ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่ไปและจำนวนคนที่จอง ติดต่อที่ โทร. 0 2634 2207
แฟกซ์ 0 2634 1930 E-mail : chainuan.khaobang@kenya-airways.co.th
Website : www.kenya-airways.com

เวลาท้องถิ่น สภาพอากาศ

เวลาที่เคนยาเร็วกว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง

ศุลกากร สกุลเงิน และอัตราแลกเปลี่ยน

สกุลเงินเคนยาเรียกว่า เคนยา ชิลลิง (KES) อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 0.43191 (อัตราแลกเปลี่ยนในเดือนกุมภาพันธ์ 2553 จากธนาคารแห่งประเทศไทย

 


23 พฤษภาคม 2553 00:10:11

 
 
   
 
  เคนยา
  สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมแนะนำ
 
 
 
 
 
   
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
   
พฤษภาคม
2555
<  >
 
   
 
     
   
 
เลือกจังหวัดในประเทศไทย