นครพนม
พวงดอกไม้สีเหลืองอร่าม อวดดอกสวย ติดกับฉากแม่นำโขงที่ดูลึกลับและกว้างใหญ่ มองไปไกลๆ จะเห็นม่านหมอกบางเบา ที่ลอยบดบังเทือกเขาฝั่งลาวและเวียดนาม ไม่ว่าจะมองมุมไหนเมืองนี้ก็เงียบสงบ และงดงามราวกับภาพเขียน

นครพนม เมืองที่เลาะเลียบตามชายฝั่งขวาของแม่น้ำโขง ตรงข้ามกับเมืองท่าแขกแขวงคำม่วงของลาว มีบันทึกว่าชื่อเมืองนครพนมในอดีตนั้น มีการเรียกขานกันหลายชื่อและเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ตั้งแต่ชื่อ “ศรีโคตรบุตร” ในสมัยล้านช้าง เมื่อย้ายทำเลที่ตั้งของเมืองก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงมาใช้ชื่อ “เมืองมรุกขนคร” สุดท้ายจึงได้ย้ายเมืองมาตั้งที่บ้านหนองจันทร์ และตั้งชื่อเมืองใหม่ว่า “นครบุรีราชธานี” และในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อเมืองเสียใหม่ว่า
“เมืองนครพนม” การที่พระราชทานชื่อนี้ สันนิฐานได้ว่า อาจจะเนื่องด้วยแต่เดิมเมืองนี้เป็นเมืองลูกหลวงมาก่อน เป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ จึงให้ใช้คำว่า “นคร” นี้อาจรักษาชื่อเมืองเดิม คือ เมืองนครบุรีราชธานีไว้ ส่วนคำว่า “พนม” น่าจะมาจากเป็นที่ประดิษฐานของพระธาตุพนม หรืออาจจะเนื่องมาจาก ที่นี้เดิมมีอาณาเขตไกลไปถึงดินแดนฝั่งชายแม่น้ำโขง คือบริเวณเมืองท่าแขก ซึ่งมีภูเขาสลับซับซ้อนมากมายไปจนถึงดินแดนของประเทศเวียดนาม จึงใช้คำว่า “พนม” ที่แปลว่า “ภูเขา” นั้นเอง
ในปัจจุบันความหลากหลายของอดีต กลายเป็นความงดงามอันทรงคุณค่า เส้นทางท่องเที่ยวของ
นครพนม สามารถดื่มด่ำร่องรอยแห่งอดีต เพื่อนำมาแต่งเติมจินตนาการในปัจจุบัน วิธีการชมเมืองที่นิยมคือการถีบสองล้อ ปั่นไป และทักทายผู้คนกันไป หรือเจอที่ไหนถูกใจก็ชื่นชมได้นานตามใจชอบ ส่วนใครอยากได้ความเร้าใจและรวดเร็ว ก็สามารถนั่งสกายแลพ (ตุ๊กๆ อีสาน) ชมเมืองก็ได้

เส้นทางชมเมืองนครพนม เริ่มกันที่ วัดนักบุญอันนา โบสถ์เก่าแก่ทรงตะวันตก โดดเด่นด้วยหอคอยคู่
ช่วงเวลาที่ได้เยี่ยมชมโบสถ์แห่งนี้ เหมือนหลุดเข้าไปในอดีต ทำให้นึกถึงภาพยนตร์เรื่อง Somewhere in
Time ที่มีชายหนุ่มข้ามภพมาเจอรักกับหญิงสาว โบสถ์คริสต์แห่งนี้มีที่มาอย่างอยากลำบาก กว่าจะสวยงามเป็นฉากตระการตาอย่างที่เห็น เล่ากันว่าวัสดุก่อสร้างส่วนใหญ่นั้นขนมาจากเมืองไซ่ง่อนของเวียดนาม วัดนักบุญอันนาจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของชาวเวียดนามที่เข้ามาตั้งรกรากในเมืองนครพนม แวะชมวัดนักบุญอันนาอยู่นาน ปั่นจักรยานไปเรื่อยๆ ให้มองทางด้านซ้าย เป็นภาพบรรยากาศริมโขงที่สวยที่สุดเท่าที่เคยเลาะเลียบ
ริมโขง เป็นมุมที่ควรมาชมแสงอรุณยามเช้า มองไปทางแฝงคำม่วงในช่วงอากาศดีๆ จะเห็นเงาของทิวเขา
งดงามตา

แต่อย่าปั่นจักรยานเพลินจนเลยจวนผู้ว่าราชการจังหวันครพนม เพราะจวนแห่งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งของ
สถาปัตยกรรมงดงาม ในสไตล์ฝรั่งเศสทั้ผสมผสานงานช่างของชาวเวียดนาม และที่นี้เคยใช้เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เมื่อครั้งที่เสด็จเยี่ยมราษฏรจังหวัดนครพนม

หอนาฬิกาชาวเวียดนามอนุสรณ์ เป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของเมืองนครพนม โดดเด่นเป็นสง่ากลางถนน จุดนี้เป็นเหมือนการขอบคุณคนไทยของชาวเวียดนาม ที่ได้สร้างขึ้นเมื่อครั้งฝรั่งเศสพ่ายแพ้ในสงครามเดียนเบียนฟู ชาวเวียดนามที่ลี้ภัยมาอาศัยในนครพนม ได้ร่วมกันสร้างหอนาฬิกาขึ้นเพื่อระลึกถึงไมตรีจิตของคนไทย ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัย ก็ยังคงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ไว้เสมอมา ถัดจากหอนาฬิกาและเรียบริมฝั่งโขงไปเรื่อยๆ ให้แวะสักการะวัดสำคัญๆ ทุกๆวัด ได้แก่ วัดศรีบัวบาน ที่เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองอันมีงานจิตกรรมฝาผนังที่สวยงามมาก เลยไปอีกหน่อย จะเจอวัดโพธิ์ศรี ที่งามอร่ามด้วยพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ เป็นพุทธรูปโบราณในสมัยล้านช้างถัดจากวัดโพธิ์ไม่มากนัก ให้แวะเข้าไปสักการะหลวงพ่อองค์ตื้อที่วัดกลาง แล้วก็ไปไหว้พระธาตุที่วัดมหาธาตุ แต่ถ้าใครเกิดวันเสาร์ก็นับว่าโชคดี เพราะพระธาตุแห่งนี้เป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันเสาร์ และวัดที่ไม่ควรพลาดที่จะแวะไปสักการะอีกวัดหนึ่งของเส้นทางชมเมืองนครพนม นั้นคือวัดพระอินทร์แปลง ไหว้แล้วอย่าลืมขอพรหนึ่งข้อจากพระอินทร์ ที่เล่าว่าท่านมักจะเสด็จลงมาจากสรวงสวรรค์เพื่อให้พรกับมนุษย์

มาถึงตรงนี้แล้วใครปั่นจักรยานไม่ไหว ก็ยังเปลี่ยนใจเรียกหาสกายแลพได้ เพราะเราไปกันที่บ้านลุงโฮ ที่มีเส้นทางลดเลี้ยวพอสมควร แต่ถ้าใครยังปั่นไหว ก็ปั่นชมนกชมไม้ ก่อนจะถึงบ้านลุงโฮจะต้องผ่านหมู่บ้านนาจอก ซึ่งเป็นชุมชนเวียดนามเก่าที่เป็นบ้านไม้สีเข้ม แต่ทุกบ้านจะปลูกต้นไม้ไว้มากมาย ที่ขาดไม่ได้คือ ต้นหมากกับพลู ซึ่งเป้นวิถีชีวิตของชาวเวียดนาม ผ่านหมู่บ้าน ผ่านทุ่งนาสีเขียวราวกับผืนพรมจรมาถึงบ้านลุงโฮ หรือบ้านหลังที่ประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ได้ลี้ภัยทางการเมืองมาอยู่ที่นี้นานถึง 7 ปี เป็นบ้านชั้นเดียวที่รายล้อมไปด้วยดงดอกไม้และต้นไม้มากมาย เราได้แวะไปทักทายคุณลุงเดียว ผู้ดูแลบ้านแห่งนี้ และลุงเคยเห้นท่านโฮจินมินห์สมัยคุณลุงยังเล็กๆ หมู่บ้านนาจอกแห่งนี้จึงกล่ายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาตร์ วัฒนธรรม และมิตรภาพไทย - เวียดนาม
สิ้นสุดการชมเมืองถ้าไม่ยากเย็นนัก สักห้าโมงกว่าๆ ให้ไปล่องเรือชมพระอาทิตย์ตกดินที่แม่น้ำโขง แส้นเริ่มต้นจากท่าเทียบเรือริมโขง เลาะชาบฝั่งไทย และวนกลับไปเลียบเลาะฝั่งลาว ฝั่งไทยจะดูครึกครึ้นเต็มไปด้วยบ้านเรือน ส่วนฝั่งลาวจะดูร่มครึ้มเต็มไปด้วยต้นไม้ สิ้นสุดการเดินทางของวันนี้ด้วยการสิ้นแสงของพระอาทิตย์ที่ริมฝั่งโขง เส้นทางที่จะแนะนำหลังจากเที่ยวชมเมืองไปแล้ว คือการสักการะพระธาตุประจำวันเกิด ซึ่งในนครพนมมีครบทั้งเจ็ดวัน เริ่มกันตั้งแต่

พระธาตุพนม อำเภอพนมห่างจากตัวเมือง 53 กิโลเมตร เป็นพระธาติสำหรับคนเดิดวันอาทิตย์ สิ่งของที่ต้องเตรียมสักการะ ได้แก่ ข้าวติก น้ำอบ ข้าวเหนียวปิ้ง ดอกไม้สีแดง ธูป 6 ดอก เทียน 2 เล่ม ใครกราบไว้จะช่วยเสริมสิริมงคล
พระธาตุเรณู อำเภอเรณูนคร ห่างจากตัวเมือง 50 กิโลเมตร เชื่อกันว่าเป็นพระธาตุสำหรับคนเกิดวันจันทร์ สิ่งของที่ต้องเตรียมสักการะ ได้แก่ ข้าวตอก น้ำอบ ข้าวเหนียวปิ้ง ดอกไม้สีเหลือง ธูป 15 ดอก เทียนขาว 2 เล่ม ใครกราบไหว้แล้วจะรูปงามผุดผ่อง
พระธาตุศรีคุณ อำเภอนาแก ห่างจากตัวเมือง 78 กิโลเมตร พระธาตุประจำวันอังคาร สิ่งของที่ต้องเตรียมสักการะ ได้แก่ ข้าวตอก น้ำอบ ข้าวเหนียวปิ้ง ดอกไม้สีชมพู ธูป 8 ดอก เทียน 2 เล่ม กราบไหว้แล้วเชื่อว่าจะทำให้จิตใจเข้มแข็ง
พระธาตุมหาชัย อำเภอปลาปาก ห่างจากตัวเมือง 39 กิโลเมตร เป็นพระธาตุประจำวันพุธ สิ่งของที่ต้องเตรียมสักการะ ได้แก่ ข้าวตอก น้ำอบ ข้าวเหนียวปิ้ง ดอกบัว ธูป 17 ดอก เทียนขาว 2 เล่ม ใครได้มากราบไหว้จะร่ำรวยเงินทอง ทำมาค้าขึ้น
พระธาตุประสิทธิ์ อำเภอนาหว้า ห่างจากตัวเมือง 93 กิโลเมตร เป็นพระธาตุประจำวันพฤหัสบดี สิ่งของที่ต้องเตรียมสักการะ ได้แก่ ข้าวตอก น้ำอบ ข้าวเหนียวปิ้ง ดอกไม้สีส้ม ธูป 19 ดอก เทียน 2 เล่มสักการะพระธาตุแห่งนี้แล้วจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน
พระธาตุท่าอุเทน อำเภอท่าอุเทน ห่างจากตัวเมือง 26 กิโลเมตร เป็นพระธาตุประจำวันศุกร์ สิ่งของที่ต้องเตรียมสักการะ ได้แก่ ข้าวตอก น้ำอบ ข้าวเหนียวปิ้ง ดอกไม้สีน้ำเงินหรือฟ้า ธูป 21 ดอก เทียน 2 เล่มสักการะพระธาตุแห่งนี้ชีวิตจะมีแต่ความรุ่งโรจน์
พระธาตุนคร อยู่ในตัวเมืองริมโขง เป็นพระธาตุประจำวันเสาร์ สิ่งของที่ต้องเตรียมสักการะ ได้แก่ ข้าวตอก น้ำอบ ข้าวเหนียวปิ้ง ผ้าสีม่วง หรือธงสีม่วง ธูป 10 ดอก เทียน 2 เล่ม สักการะพระธาตุนครจะเสริมบุญ และเสริมบารมี
นครพนม เส้นทางที่อิ่มบุญและอิ่มใจ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่ไม่ควรพลาดที่จะมาเยือน
ดื่มด่ำบรรยากาศริมโขง
ถ้าใครตั้งใจจะไปล่องเรือชมทิวทัศน์ 2 ฝั่งแม่น้ำโขงที่สวยงามตระการตา ก็มีอัตราค่าบริการท่านละ 40 บาท หรือจะเหมาลำชั่วโมงละ 1,000 บาท เรือจะเป็นเรือสองชั้นนั่งได้ราว 40 คน หรือลองโทร.สอบถามได้ที่
0 4251 1535 ต่อ 103 มือถือ 08 1392 1251
ปั่นรถเมือง
บริการเช่ารถจักรยาน ร้านคูย่งล้ง โทร. 0 4251 1118 ร้านมานะชัยบริการ โทร. 0 4251 4016
ร้านของฝากที่อยากจะแนะนำ
ถ้าจะซื้อของฝากแนะนำให้ซื้อหมูยอ เพราะที่นครพนมมีหมูยอที่อร่อยและต่างจากที่อื่น ส่วนผสมที่ใช้พริกไทยขาว ทำให้หมูยอของที่นี่มีรสไม่เผ็ดร้อนมาก และหอมอร่อยดี
ร้านเหรีญทองหมูยอ ตั้งอยู่ที่ 350 ถ.ศีเทพ อ.เมือง จ.นครพนม โทร. 0 4251 2418
ร้านพัชนีหมูยอ ตั้งอยู่ที่ อ.เมือง จ.นครพนม โทร. 0 4251 3579
ที่พักแนะนำ
กฤษดาริมโขง ตั้งอยู่ที่ 90 หมู่ 2 ถ.ริมโขง ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม โทร. 0 4254 0088
จำนวน 25 ห้อง ราคา 350 - 600 บาท
ธาตุพนมรีสอร์ท ตั้งอยู่ที่ 371 ถ.ชยางกูร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม โทร. 0 4254 1047, 0 4252 5577
จำนวน 46 ห้อง ราคา 250 - 660 บาท
แสงทองริมโขงเกสต์เฮาส์ ตั้งอยู่ที่ 57 หมู่ 1 ถ.ริมโขง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม
โทร. 0 4252 5614, 0 4254 1397 จำนวน 9 ห้อง ราคา 200 - 350 บาท
เฟิสท์ ตั้งอยู่ที่ 16 ถ.ศรีเทพ อ.เมือง จ.นครพนม โทร. 0 4251 1253 จำนวน 63 ห้อง ราคา 140 - 280 บาท
วินเซอร์ ตั้งอยู่ที่ 272 ถ.บำรุงเมือง อ.เมือง จ.นครพนม โทร. 0 4251 1946, 0 4251 1156
จำนวน 50 ห้อง ราคา 250 - 400 บาท
ศรีเทพ ตั้งอยู่ที่ 179 ถ.ศรีเทพ อ.เมือง จ.นครพนม โทร. 0 4251 1439, 0 4251 2395
จำนวน 87 ห้อง ราคา 320 - 600 บาท
เดอะแม่น้ำโขงแกรนด์วิว ตั้งอยู่ที่ 527 ถ.สุนทรวิจิตร อ.เมือง จ.นครพนม โทร. 0 4251 3564-70
แฟกซ์ 0 4251 1037 จำนวน 116 ห้อง ราคา 700 - 2,500 บาท
ข้อมูลน่ารู้ก่อนเดินทาง
การเดินทางจากกรุงเทพ ฯ
นครพนมเป็นดินแดนที่ติดต่อกับอีกสองประเทศ คือลาวและเวียดนาม เมืองที่ผสมผสานวัฒนธรรมหลากหลายจนเป็นเมืองลูกผสม มีอีกหลายมุมที่น่ามองและน่าค้นหาการเดินทางในปัจจุบันแสนจะสะดวกสบาย
ทางรถยนต์ เดินทางโดยรถยนต์ที่ถนนเรียบกว้างขวาง ระยะทางประมาณ 740 กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ
ทางอากาศ เดินทางด้วยเครื่องบินใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 30 นาที ด้วยสายการบินพีพีแอร์ ไป - กลับวันละ 3 เที่ยวต่อวัน ตั้งแต่เช้าถึงเย็น เปิดดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ppair.com/
ทางรถไฟ เดินทางโดยรถดีเซลรางจากกรุงเทพฯ - อุดรธานี จากนั้นโดยสารรถตู้ปรับอากาศบริการ หรือเช่ารถจากอุดรธานี ถึงนครพนม ระยะทาง 252 กิโลเมตร
หมายเลขโทรศัพท์ที่จำเป็น
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกฉียงเหนือ เขต 4 ถ.สุนทรวิจิตร ต.ในเมือง อ.เมือง
จ.นครพนม โทร. 0 4251 3490-1 แฟกซ์. 0 4251 3492 |