ชมมหาพุทธสถานมรดกโลก ดินแดนภูเขาไฟที่ยังมี
ลมหายใจ บนเกาะอันยิ่งใหญ่แห่งอินโดนีเซีย
ประทับใจกับสถาปัตยกรรมมรดกโลกสุดอลังการของพุทธศาสนา สัมผัสพลังแห่งธรรมชาติ และความงดงามของเหล่าภูเขาไฟที่หลับไหล

เกาะชวา (Java)
เกาะชวา เป็นเกาะขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในประเทศอินโดนีเซีย ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นที่ตั้งของจาการ์ตาเมืองหลวงของประเทศ เกาะชวาเป็นเกาะใหญ่อันดับสี่ของอินโดนิเซีย มีพลเมืองอาศัยอยู่หนาแน่นที่สุด มีเนื้อที่ 132,000 ตารางกิโลเมตร จำนวนประชากร 127 ล้านคน
จาการ์ตา (Jakarta)
ในอดีตเมื่อพันกว่าปีก่อนเป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ ริมทะเล แล้วจึงค่อยๆ พัฒนาเติบโตขึ้นมา ก่อนจะได้รับการสถาปนาเป็นเมืองหลวง เมื่อต้นศ.ศ.ที่ 5 ในสมัยพระเจ้าปุรนะวนมัน เมืองหลวงของประเทศอินโดนีเซียตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะชวา ช่วงแรกเริ่มการตั้งถิ่นฐานในจาการ์ตา เริ่มในบริเวณท่าเรือคาลาปาใกล้ปากแม่น้ำจีลีวุง ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากถิ่นที่ตั้งของฮินดูตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 5 มีการบันทึกว่าชาวโปรตุเกสเป็นชาวยุโรปกลุ่มแรกที่เข้ามา และกษัตริย์ฮินดูทรงอนุญาตให้พ่อค้าชาวโปรตุเกสสร้างป้อมที่คาลาปา ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 และยังคงใช้ชื่อว่าท่าเรือซันดา คาลาปา (Sunda Kalapa) ตามชื่อถิ่นฐานยุคแรก
เมืองจาการ์ตาถูกยึดครองในปีพ.ศ. 2070 โดยผู้นำจากอาณาจักรใกล้เคียงจากทางเหนือ ชื่อว่าฟาเลเตฮาน
(Faletehan) ซึ่งเป็นผู้เปลี่ยนชื่อเมืองจากคาลาปาเป็น จายาการ์ตา (Jayakarta) ซึ่งในภาษาชวาแปลว่า
"มีชัยและเจริญรุ่งเรือง" ในวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2070 และได้ถือเอาวันนี้เป็นวันก่อตั้งของจาการ์ตา
ชาวดัตช์มายังจายาการ์ตา ในตอนปลายของคริสต์ศตวรรษที่ 16 ในพ.ศ. 2162 ยาน ปีเตอร์ซูน โคเอน
(Jan Pieterszoon Coen) ได้นำกองกำลังของบริษัทดัตช์อีสต์อินเดีย (Dutch East India Company) ยึดครองเมือง และเปลี่ยนชื่อจายาการ์ตาเป็นบาตาเวีย (Batavia) ซึ่งเป็นชื่อภาษาละตินของชนเผ่าที่อาศัยในเนเธอร์แลนด์ในสมัยโรมัน บาตาเวียเป็นเมืองหลวงของอาณานิคมดัตช์อีสต์อินดีส์ (Dutch East Indies) ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 มีการขยายเมืองเมื่อชาวดัตช์เริ่มย้ายไปทางใต้ ไปที่พื้นที่สูงที่คาดว่ามีความอุดม
สมบูรณ์มากกว่า ชาวอังกฤษยึดครองชวาใน พ.ศ. 2354 และครองอยู่ 5 ปีระหว่างที่เนเธอร์แลนด์ทำสงคราม
นโปเลียน (Napoleonic Wars) ในยุโรป ก่อนคืนให้ดัตช์
หลังจากที่การปกครองโดยตรงของเนเธอร์แลนด์ขยายไปทั่วหมู่เกาะต่างๆ ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 และ 20 ตอนต้น ความสำคัญของบาตาเวียได้เพิ่มขึ้น ชาวดัทช์ใช้กลยุทธ์การคงอำนาจและรายได้ภาษี ทำให้การส่งออกจากพื้นที่ใดๆ ในภูมิภาคเกือบทั้งหมดจะต้องผ่านบาตาเวีย ทำให้เมืองมีความสำคัญทางด้านการเมืองเศรษฐกิจที่ยังคงอยู่ในปัจจุบัน จนกระทั่งญี่ปุ่นได้ยึดครองบาตาเวียในพ.ศ. 2485 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และตั้งชื่อใหม่เป็นจาการ์ตา เพื่อให้ได้การยอมรับจากท้องถิ่น จนกระทั่งที่ญี่ปุ่นพ่ายแพ้ต่อชาวดัทช์ใน พ.ศ. 2488 ชาวดัตช์ยึดครองเมืองอีกครั้ง ทั้งที่ชาวอินโดนีเซียได้ประกาศเอกราชเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2488 จาการ์ตาเป็นศูนย์กลางของความพยายามของชาวดัตช์ ที่จะยังคงอำนาจเหนืออาณานิคมเดิม ระหว่างสงครามเอกราชที่สิ้นสุดด้วยการก่อตั้งอินโดนีเซียเมื่อ พ.ศ. 2492
อนุสาวรีย์แห่งชาติโมนัส (Monas)
อนุสาวรีย์แห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางกรุงจาการ์ต้า สร้างขึ้นบริเวณสถานที่ที่ประธานาธิบดีซูการ์โนเคยใช้เป็นที่ประกาศเอกราช เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เรียกร้องเอกราชของชาวอินโดนีเซีย มีลักษณะเป็นแท่งหิน
สี่เหลี่ยมยอดแหลมสูงประมาณ 137 เมตร ด้านบนยอดเสามีงานประติมากรรมสำริดหุ้มทองคำ เป็นรูปเปลวไฟที่สื่อถึงสัญลักษณ์ของอิสรภาพและการต่อสู้เรียกร้องเอกราช ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นลิฟท์ไปชั้นบนเพื่อชมทิวทัศน์ของกรุงจาการ์ต้าได้
พิพิธภัณฑ์ยาสูบ (House of Sampoerna)
พิพิธภัณฑ์ยาสูบตั้งในย่านธุรกิจของสุราบายา เป็นโรงงานทำบุหรี่เก่าแก่ ใช้การมวนบุหรี่ด้วยมือคนเท่านั้น ด้านในยังจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ ที่จัดแสดงถึงวัตถุดิบ อุปกรณ์ ที่ใช้ในการผลิตยาสูบในสมัยก่อน และยังจัดแสดงสินค้ายาสูบ บุหรี่ ชนิดต่างๆ ที่ถูกผลิตขึ้น โดยโรงงานแห่งนี้ตั้งแต่ปี 1858
สุราบายา (Surabaya)

เป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับที่สองของอินโดนีเซีย และเป็นเมืองเอกของจังหวัดชวาตะวันออก คำว่า สุรา แปลว่า ฉลาม ส่วนคำว่า บายา แปลว่า จระเข้ สำหรับนักเดินทางสำรวจโลกกว้าง สุราบายาเป็นประตูสู่การเดินทางไปสัมผัสภูเขาไฟที่ยังมีลมหายใจอยู่อย่าง ภูเขาไฟโบรโม และภูเขาคาวาอิเจน
ภูเขาไฟโบรโม (Gunung Bromo)

แหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของเกาะชวา ภูเขาไฟที่ยังไม่ดับความสูง 2,339 เมตร นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกต่างเดินทางมาชมบรรยากาศยามเช้าที่นี่ โดยนิยมพักค้างแรมบริเวณ หมู่บ้าน Cemero Lawang แล้วตื่นตั่งแต่เช้ามืด นั่งรถขึ้นไปชมทิวทัศน์พระอาทิตย์ขึ้นที่จุดชมวิว บนขอบปากปล่องภูเขาไฟพีนันจากัน (Penanjakan) มีทะเลหมอกรอบแอ่งโบรโม่พลาโต สวยงามที่สุดในยามเช้า โดยมียอดภูเขาไฟสุเมรุเป็นยอดสูงตั้งตระหง่านอยู่เป็นฉากหลัง จากนั้นก็ลงไปยังหุบทะเลทราย เพื่อนั่งม้าขึ้นไปชมทิวทัศน์บนปากปล่องภูเขาไฟโบรโม โดยมียอดภูเขาไฟขนาดใกล้เคียงตั้งเรียงรายอยู่เป็นกลุ่มเดียวกัน
ภูเขาไฟคาวาอิเจน (Kawah Ijen)

ตั้งอยู่บนเกาะชวาตะวันออก ทางตะวันออกเฉียงใต้ เป็นส่วนหนึ่งของของอุทยานแห่งชาติบาลูรัน ภูเขาไฟ
คาวาอิเจนสูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 2,300 เมตร การเดินขึ้นยอดภูเขาไฟ คาวาอิเจน จากจุดที่ทำการอุทยานใช้เวลาเดินขึ้นไปตามทางป่าฝนร่มครึ้ม ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ใช้เวลาไปกลับและลงไปชมทะเลสาบในปากปล่องภูเขาไฟราว 5 - 6 ชั่วโมง โดยจุดน่าสนใจและน่าประทับใจที่สุดของ ภูเขาไฟ
คาวาอิเจน คือมีทะเลสาบที่เขียวอมฟ้าที่สวยงามที่สุดอยู่ข้างล่าง ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ความเป็นกรดมากที่สุดในโลก และเต็มไปด้วยกรดกำมะถัน คาวาอิเจนมีควันกำมะถันจำนวนมากออกมาจากพุ่งออกจากปล่องภูเขาไฟตลอดเวลา และยังเป็นเหมืองกำมะถันที่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆอีกด้วย
ย็อกยากาตา ( Yogyakata )
เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 11 ล้านคน ย็อกยาการ์ตาตั้งอยู่บริเวณเชิงภูเขาไฟ Merapi พรั่งพร้อมด้วยเสน่ห์ทางวัฒนธรรมหลายประการ เช่น ความเงียบสงบของวัดพุทธและฮินดูที่งดงาม เป็นศูนย์กลางแห่งวัฒนธรรมชวา แต่ก่อนเคยอยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิมหารามของชาวชวาในศตวรรษที่ 16 - 17 ด้วยศิลปะประเพณีอันสวยงามของย็อกยาการ์ต้า และการเป็นที่ตั้งของโบราณสถานสำคัญของอินโดนีเซีย เช่นบุโรพุทโธ และวัดปรัมบานัน ย็อกยากาตาจึงเป็นที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชมเมืองย็อกยาการ์ตาแห่งนี้ ที่แห่งนี้มีบ้านเรือนตั้งอยู่อย่างหนาแน่นและมีผู้คนอาศัยอยู่มากมาย
บุโรพุทโธ (Borobudur)

บุโรพุทโธตั้งอยู่ใจกลางเกาะชวา อยู่ห่างจากเมืองยอกยากาตาร์ (Yogyakata) ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 40 กิโลเมตร สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 8 - 9 สมัยราชวงศ์ไสเลนทราในชวากลาง เมื่อราวปี 778 - 856 หรือก่อนนครวัด 300 ปี โดยบุโรพุทโธเป็นศาสนสถานของศาสนาพุทธนิกายมหายาน ถ้าไม่นับนครวัดของกัมพูชาซึ่ง เป็นทั้งศาสนสถานของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูและศาสนาพุทธ บุโรพุทโธจะเป็นศาสนสถานของศาสนาพุทธที่ใหญ่ที่สุดในโลก บุโรพุทโธสร้างขึ้นจากหินลาวา มีพื้นที่โดยรวมประมาณ 55,000 ตารางเมตร รูปทรงด้านฐานเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างยาวด้านละ 123 เมตร แต่ละด้านมีบันไดและซุ้มประตูขึ้นสู่
มหาเจดีย์ ซึ่งมีทั้งหมด10 ชั้น
วัดปรัมบานัน (prambanan)
วัดปรัมบานันเป็นโบราณสถานได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลกจาก UNESCO ในปี 1991 บุโรพุทโธ หมู่วิหารแห่งปรัมบานันของฮินดูแห่งนี้ สร้างเสร็จราวปี 856 เพื่อฉลองชัยชนะของระไก ปีกาตัน ผู้เป็นทายาท
ผู้สืบทอดราชวงศ์สันชัย ลานตรงกลางของโบราณสถานแห่งนี้มีสิ่งปลูกสร้างแปดหลังหลังใหญ่สุดสามหลังเรียงจากเหนือจรดใต้คือ จันดี ศิวะ มหาเทวา สูง 47 เมตร ฝั่งตรงข้ามทางตะวันออกคือวิหารเล็ก ๆ ที่ครั้งหนึ่งเคยบรรจุ “พาหนะทรง” ของเทพเจ้าแต่ละองค์ เช่น วัวของพระศิวะ หงส์ของพระพรหม และครุฑของพระวิษณุ ใกล้ประตูทางเหนือและใต้ของพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งมีกาแพงล้อมรอบคือวิหารราชสานักสองหลัง ซึ่งมีลักษณะเหมือนกัน สูงราว 16 เมตร จันดี ศิวะ มหาเทวาองค์ใหญ่สุด เพื่อถวายแด่พระศิวะ ตำนานท้องถิ่นกล่าวว่า มีเจ้าหญิงองค์หนึ่ง ออกอุบายเพื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับชายที่ไม่ได้รักกัน โดยกล่าวว่าให้ฝ่ายชายสร้างวัดให้เสร็จในหนึ่งคืน แต่กลับตำข้าวกระเดื่องก่อนเวลาซึ่งเป็นสัญญาณของเช้าวันใหม่ เมื่อฝ่ายชายรู้ว่าตนเองถูกหลอ ก็โกรธมากและได้สาปให้นางเป็นหิน ตามตำนานหญิงสาวยังคงอยู่ที่นี่ ในหอเหนือของวิหารในรูปสลักของนางทุรคาชายาของพระศิวะ
ร้านอาหารแนะนำ
Domus (Tel: +62 21 344 7288)
ร้าน Domus ตั้งอยู่ใจกลางเมืองจาการ์ตา ว่ากันว่าทันทีที่เดินเข้าร้าน ก็เหมือนนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลาไปสู่อิตาลีในช่วงศตวรรษที่ 18 ด้วยอาหารอิตาเลี่ยนรสชาติเยี่ยม โดยเฉพาะพิซซ่า และการบริการที่ดีเยี่ยม ที่สำคัญหลายๆ คนมักจะเซอร์ไพรส์กับราคาที่ค่อนข้างถูก กับร้านอาหารอิตาเลียนระดับนี้
Rumah Makan Adem Ayem (Tel: +62 27 452 1212)
มาถึงเกาะชวาแล้ว หากไม่ได้ลิ้มลองอาหารชวาแท้ๆ ก็เหมือนกับมาไม่ถึง ซึ่งร้าน Rumah Makan Adem Ayem ได้รวบรวมทั้งอาหารชวาแท้ๆ รสชาติเยี่ยม อาหารมุสลิม อาหารจีน และอาหารทะเล เครื่องดื่มเด่นๆ ก็ได้แก่ กาแฟหลากรส และผลไม้คั้นสด นับเป็นร้านเด่นของเมืองย็อกยากาตาที่ไม่ควรพลาดทีเดียว
Bon Ami Restaurant (Tel: +62 31 731 8094)
ร้าน Bon Ami Restaurant ตั้งอยู่บนถนน Jl. Dr. Soetomo ในเมืองสุราบายา ตกแต่งสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนเท่ห์ๆ โดยมีอาหารจานเด็ดเป็นอาหารยุโรปสารพัดชนิด
โรงแรมแนะนำ

Batavia Hotel (www.batavia-hotel.com)
โรงแรมสวยที่นำเอาชื่อเก่าของจาการ์ต้าซึ่งได้รับอิทธิพลจากชาวดัทช์มาเป็นตั้งชื่อ ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจ Kota ในบริเวณเมืองเก่าของจาการ์ตา ตัวอาคารตกแต่งสไตล์อาณานิคมดัทช์อย่างสวยงามราวกับตึกโบราณในยุโรป เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนในทุกไลฟ์สไตล์
Room rate : USD 70 - 225 (ประมาณ 2,450 - 7,875 บาท)
Camera Indah (Tel: +62 33 554 1019)
โรงแรมเล็กๆน่ารักราคาประหยัดบนเนินเขา แต่อลังการด้วยห้องอาหารรสชาติเยี่ยม ที่มีวิวทิวทัศน์ภูเขาไฟ
โบรโม่ สุเมรุ บาต็อก ที่เรียงรายกันอยู่ด้านหน้า สามารถเดินไปเลือกซื้อของที่ระลึก และเดินชมหมู่บ้านCemero Lawang ได้ โรงแรมยังมีบริการแพ็คเกจรถจิ๊บขึ้นสู่ยอดเขาพีนันจากัน และชมภูเขาไฟโบรโม่ในยามเช้า และบริการให้เช่าเครื่องนุ่งห่มกันหนาวอีกด้วย
Inna Garuda (www.innagaruda.com)
โรงแรม Inna Garuda เป็นโรงแรมเก่าแก่ อยู่เคียงคู่กับเมืองย็อกยาการ์ตามาตั้งแต่ปีคศ. 1908 ห้องพักทั้ง 223 ห้องผสมผสานความทันสมัย สง่างามและความเรียบหรูไว้ด้วยกัน ตั้งอยู่บนถนน Malioboro Street
ใจกลางเมืองย็อกยาการ์ตา เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตามแบบฉบับโรงแรมมาตรฐาน
นานาชาติ
Room rate : USD 97 - 318 (ประมาณ 3,395 - 11,130 บาท)
ของฝากแนะนำ

- ใครที่ชอบเครื่องหนังสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง ณ โรงงานผลิตเครื่องหนัง TANGGULANGIN LEATHER INDUSTRY ที่มีคุณภาพแห่งหนึ่งของเกาะชวา
- ร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง Mirota Shop ซึ่งได้รวบรวมสินค้าพื้นเมืองที่มีคุณภาพทุกชนิดที่ผลิตในเกาะชวา เพื่อให้ท่านได้เลือกซื้อของฝากอย่างจุใจ
|