Wi-Fi Experience@KBank
ค้นหา:
Join:
Home / Travel / แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว / อินเดีย / เดลี / ข้อมูลทั่วไป
   

เดลี -  ข้อมูลทั่วไป

Send To Friend
 
 

ความยิ่งใหญ่ของมหานคร 7 ราชธานี นครหลวงที่มี
ประวัติศาสตร์และอารยธรรมเก่าแก่ หนึ่งบรรดาในเมืองเอกของประเทศในเครือจักรภพ

สัมผัสเมืองเก่าแก่ศูนย์กลางการปกครองของอินเดีย ที่ผสมผสาน
สถาปัตยกรรมอินเดียโบราณในเดลีเก่า อาคารสูงทันสมัยในย่านธุรกิจการค้าของเดลีใหม่ และอนุสรณ์สถานแห่งความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกที่อัครา

เดลี (Delhi)
หรือในชื่อท้องถิ่นว่า ดิลลี เป็นชื่อเรียกสั้นๆ ของ National Capital Territory of Delhi (NCT) เดลีเป็นมหานครที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของอินเดียและมีประชากรมากเป็นอันดับสองของประเทศ

เดลีได้เคยเป็นศูนย์กลางทางการปกครองถึง 7 ครั้ง ทำให้ได้รับฉายาว่า มหานคร 7 ราชธานี ซึ่งเป็นศูนย์กลางอำนาจปกครองของอินเดียตลอดเวลานานกว่า 3,000 ปี ของประวัติศาสตร์ ซึ่งมีทั้งยุครุ่งเรืองและยุค
เสื่อมถอย นับว่าเป็นเมืองที่มีโบราณสถาน และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากที่สุดในประเทศอินเดีย
เดลีจึงเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก นครหลวงเก่าแก่แห่งนี้มีประวัติศาสตร์และอารยธรรมที่สั่งสมกันมานาน จากผู้ครองนครที่มีทั้งสุลต่าน มุสลิม กษัตริย์ฮินดู และจักรพรรดิโมกุล ก่อนอินเดียตกอยู่ใต้การปกครองของอังกฤษ

ในปี ค.ศ. 1700 จักรวรรดิอังกฤษได้เข้ามามีอิทธิพลในอินเดีย เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางการค้าขายในภูมิภาค
และได้พยายามยึดครองอินเดียมาเป็นอาณานิคม จนกระทั่งสามารถยึดครองได้สำเร็จ ในปี ค.ศ. 1877
อังกฤษได้สถาปนาเมืองเดลีเป็นศูนย์กลางการปกครองของประเทศอินเดีย โดยมีสมเด็จพระราชินีนาถ
วิคตอเรีย ดำรงตำแหน่งประมุขสูงสุดของอินเดีย จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1912 จักรวรรดิอังกฤษได้ทำการสร้าง
เดลีใหม่หรือนิวเดลี เพื่อเป็นศูนย์กลางการปกครอง โดยมีเซอร์เอ็ดวิน ลุตเยนส์ (Edwin Lutyens) กับ
เฮอร์เบิร์ต เบเกอร์ (Herbert Berger) ชาวอังกฤษ เป็นผู้ออกแบบ และสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1931 โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 19,500,000 รูปี

ปัจจุบันเดลีแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ เดลีเก่า เป็นเขตวัฒนธรรมในสมัยโบราณ ประกอบด้วยถนนสายเล็กๆ
ตลาดกลางแจ้ง โบสถ์ สุเหร่า มัสยิด และอาคารสถาปัตยกรรมในช่วงกลางของศตวรรษที่ 17 ยุคที่จักรวรรดิโมกุลเรืองอำนาจ ส่วนเดลีใหม่ หรือนิวเดลี คือส่วนที่อังกฤษสร้างขึ้นเป็นที่ตั้งรัฐสภาสถานที่ทำการของรัฐบาล ถือเป็นศูนย์กลางการปกครองของอินเดีย เป็นเมืองสมัยใหม่ที่ประกอบไปด้วย ย่านศูนย์กลางการค้าอันทันสมัย สถาปัตยกรรมของยุคอาณานิคมอันงดงาม ถนนสายใหญ่กว้างขวาง ปลูกไม้ดอกไม้ประดับอย่างสวยงาม ผังเมืองและอาคารใหญ่โตทันสมัย สมฐานะการเป็นเมืองเอกเมืองหนึ่งของประเทศในเครือจักรภพ

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

ประตูเมืองอินเดีย (India Gate)

สถาปัตยกรรม หินทรายแดง Landmark สำคัญของเมืองเดลี สร้างขึ้นเลียนแบบ L’ Arc de Triomphe ของฝรั่งเศส เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ทหารที่พลีชีวิตในสงครามครั้งสำคัญๆ ของอินเดีย เช่น สงครามชายแดนด้าน
ตะวันตกเฉียงเหนือ สงครามอัฟกานครั้งที่ 3 และสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยได้จารึกรายชื่อของทหารที่เสียชีวิตในสนามรบไว้ด้วย ตรงกลางระหว่างประตูมีกระถางหินทรายแดงขนาดใหญ่ จุดไฟลุกโชนไม่เคยมอดดับมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 และมีอักษรจารึกเป็นภาษาฮินดีว่า “อมร ชะวาน ชโยติ” (อมร - ผู้ไม่ตาย ชะวาน - ทหาร และ ชโยติ - ความรุ่งเรือง หรือ ความสว่าง)

ราชฆาฎ (Raj Ghat)
ราชฆาฎ คืออนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงมหาตมคานธี บิดาแห่งชาติอินเดีย (Father of the Nation) สร้างขึ้นบริเวณที่เผาศพมหาตมคานธี มหาบุรุษของชาติชาวอินเดีย ณ จุดที่เผาศพสร้างเป็นแผ่นหินเรียบๆ ทรง
สี่เหลี่ยมผืนผ้าสีดำ มีดวงไฟจุดบูชาไว้ตลอดเวลา ข้างๆ แท่นหินเขียนคำพูดที่มหาตมคานธีกล่าวเป็นคำสุดท้ายก่อนสิ้นใจว่า “เห ราม” (Oh God!) รอบแท่นหินมีทางเดินยกระดับก่อด้วยหินสีนวลล้อมเป็นบริเวณกว้าง ที่ตั้งของราชฆาฏมีอาณาบริเวณกว้างขวาง มีการจัดวางภูมิทัศน์ได้สวยงาม สมกับเป็นที่รำลึกถึงมหาตมคานธี นอกจากนี้ราชฆาฎยังเป็นอนุสรณ์สถานที่อาคันตุกะสำคัญจากต่างประเทศ มักไปวางพวงหรีดเพื่อแสดงความคารวะแด่มหาตมคานธี

ราษฎร์ปติภวัน (Rashtrapati Bhavan)
ราษฎร์ปติภวัน หรือทำเนียบประธานาธิบดีของอินเดีย เดิมเคยใช้เป็นวังของอุปราชอังกฤษในสมัยอาณานิคม มีห้องถึง 340 ห้อง ออกแบบโดย Sir Lutyens สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1929 เป็นสถาปัตยกรรมผสมระหว่างตะวันตกกับศิลปะโมกุล ตัวห้องโถงที่เรียกว่า Durbar Hall มีโดมขนาดใหญ่แบบอินเดียทำด้วยทองแดงอยู่ด้านบน ใช้เป็นที่ประกอบพิธีสำคัญๆ ของทางการ ทางทิศตะวันตกมีสวนโมกุล (Mughal Garden) ซึ่งมีชื่อเสียงว่างดงามมาก เปิดให้คนทั่วไปชมเฉพาะช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม เพราะเป็นช่วงที่ดอกไม้ออกดอกสวยงาม ทั้งตัวอาคารและสวนมีเนื้อที่ถึง 350 เอเคอร์ ราษฎร์ปติภวันตั้งอยู่ที่ต้นถนน Rajpath ด้านตะวันตกบนเนิน Raisina Hill ตรงข้ามกับ India Gate

 ป้อมแดง (Red Fort)

ป้อมแดง ป้อมปราการอายุกว่า 350 ปี สร้างขึ้นจากหินทรายแดง ใช้เป็นที่ประกอบพิธีฉลองเอกราชของอินเดีย ในวันที่ 15 สิงหาคมของทุกๆ ปี โดยนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ทำพิธีคลี่ธงชาติ และกล่าวสุนทรพจน์ ณ บริเวณเชิงเทินของป้อมแดง ป้อมแดงขนาดใหญ่ในอินเดียนอกจากที่เดลี อีกแห่งคือที่เมืองอัคราซึ่งอยู่ห่างจากเดลี ประมาณ 200 กิโลเมตร ในอดีตป้อมแดงเป็นพระราชวังของชาห์ เชฮัน กษัตริย์องค์หนึ่งของราชวงศ์โมกุล ผู้ที่ทรงสร้างทัช มาฮาล ทรงโปรดให้สร้างป้อมแดงในปี พ.ศ. 2181 (ค.ศ. 1638) โดยใช้เวลาสร้าง 10 ปีเสร็จในปี พ.ศ.2191 ในระหว่างการก่อสร้าง ป้อมแดงต้องประสบภัยพิบัติมากมายทั้งจากธรรมชาติและจากข้าศึกศัตรู เช่น แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2262 และถูกรุกรานโดยกองทัพเปอร์เซีย เข้ามาปล้นเอาทรัพย์สมบัติ
มีค่าไปเป็นจำนวนมาก ในปี พ.ศ.2282 ของมีค่าชิ้นสำคัญที่ถูกปล้นไปในครั้งนี้รวมถึงราชบัลลังก์นกยูง
(Peacock Throne) ซึ่งทำด้วยทองและเพชรนิลจินดาอันหาค่ามิได้ และถูกปล้นอีกหลายครั้ง เมื่ออำนาจของราชวงศ์โมกุลเสื่อมโทรมลง

กุตับมีนาร์ (Qutab Minar)

กุตับมีนาร์ หรือที่เคยรู้จักกันในชื่อ ปฤถวีสตัมภ์ ซึ่งหมายถึง หอสูงของกษัตริย์ เป็นหอสูงที่เป็น Landmark อีกอย่างหนึ่งของเมืองเดลี มีความสูงรวม 238 ฟุต แบ่งออกเป็น 5 ชั้น เป็นสถาปัตยกรรมที่มีความสวยงาม ภายนอกทำจากหินทรายสีแดง สร้างเป็นลูกฟูกสูงขึ้นไป ซึ่งได้มีการสร้างต่อกันขึ้นไปหลายทอด หลายยุคสมัย แต่ละลูกฟูกจารึกเป็นอักษรอาระบิกจากบทสวดในพระคัมภีร์โกหร่าน

เดิมพระเจ้าปฤถวีราช กษัตริย์ฮินดูทรงสร้างหอไว้สูงเพียง 95 ฟุต เพื่อให้ลูกสาวของพระองค์ขึ้นไปดูแม่น้ำ
ยมุนาอันศักดิ์สิทธิ์ในขณะสวดมนต์ ต่อมากษัตริย์กุตับอุดดินไอบัก ( Qutub ud-din Aibak) ซึ่งเป็นกษัตริย์
มุสลิม ได้ปรับปรุงในปี พ.ศ. 1743 จากนั้นกษัตริย์องค์อื่นในราชวงศ์เดียวกันได้สร้างต่ออีกสองครั้ง ในปี พ.ศ. 1753 และ พ.ศ. 1779 กษัตริย์ฟิโรซ ชาห์ แห่งราชวงศ์ตุกลัขได้เสริมต่อจนเป็นรูปอย่างที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งนับเป็นศิลปกรรมแบบมุสลิมผสมฮินดูที่หาดูได้ยาก

สุสานหุมายุน (Humayun’s Tomb)

สุสานหุมายุนเป็นที่ฝังศพของกษัตริย์หุมายุน ซึ่งเป็นกษัตริย์องค์ที่สองของราชวงศ์โมกุล สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1565 โดยสถาปนิกชาวเปอร์เชีย และได้รับการสนับสนุนในการสร้างโดยมเหสีของกษัตริย์หุมายนนามว่า
Haji Begun สุสานหุมายุนเป็นแบบอย่างสถาปัตยกรรมโมกุลที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง และเป็นแบบอย่างในการสร้างทัชมาฮาลในเวลาต่อมา ภายในสุสานมีสวนที่ได้รับการจัดแต่งอย่างสวยงามและดูแลเป็นอย่างดี หลุมฝังศพของมเหสีต่างๆ ของกษัตริย์หุมายุน รวมทั้งมเหสี Haji Begun เองและหลุมฝังของช่างตัดผมคนโปรดของกษัตริย์หุมายุนก็อยู่ภายในบริเวณสุสานเช่นเดียวกัน

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ (National Museum)

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอินเดีย เป็นสถานที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุและศิลปกรรมของอินเดียนับแสนชิ้น ที่ตกทอดมาตั้งแต่อารยะธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ (Indus Valley relics) แสดงความเป็นมาของประวัติศาสตร์อินเดียที่มีอายุกว่าห้าพันปี รวมทั้งศิลปกรรมอันล้ำค่าของเอเชียกลางจากเส้นทางสายไหม นอกจากนี้ยังมีสิ่งสำคัญที่พุทธศาสนิกชนจากทั่วโลก จะต้องเข้าไปสักการะเมื่อมาเยือนพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ นั่นคือ พระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งประดิษฐานอยู่บนบุษบกไม้สักแกะสลักปิดทอง ซึ่งรัฐบาลไทยได้จัดสร้างถวายเป็นพุทธบูชา โดยได้มอบให้เป็นของขวัญแก่รัฐบาลอินเดียเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2540 ส่วนยอดของบุษบกทำจากทองคำแท้ ประดับอัญมณีบนยอด พระบรมสารีริกธาตุมีลักษณะเป็นพระบรมอัฐิขนาดประมาณ 1 .5 - 2 นิ้ว ปัจจุบันบุษบกดังกล่าวประดิษฐานอยู่กลางห้องโถงทางปีกซ้าย ของพิพิธภัณฑสถาน

พิพิธภัณฑ์มหาตมคานธี (Gandhi Memorial Museum) 

พิพิธภัณฑ์มหาตมคานธี ตั้งอยู่บริเวณตรงข้ามกับราชฆาฏ เป็นสถานที่จัดแสดงภาพถ่ายเอกสารต้นฉบับ ที่เขียนด้วยลายมือของมหาตมคานธี สิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัว รวมทั้งมีห้องสมุดที่รวบรวมผลงานของคานธี และหนังสืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

พิพิธภัณฑ์และห้องสมุดเนรูห์ (Nehru Memorial Museum and Library)
พิพิธภัณฑ์นี้เดิมเป็นบ้านที่ชื่อว่า Teen Murti Bhavan ซึ่งเป็นของนายกรัฐมนตรียวาหระลาล เนรูห์
(Jawaharlal Nehru) นายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศอินเดีย ซึ่งดำรงตำแหน่งระหว่างปี 1947 - 1964 ก่อนหน้านี้เคยเป็นทำเนียบของผู้บัญชาการทหาร ของกองทัพอังกฤษในอินเดีย ออกแบบโดย Robert Tor Russell

พิพิธภัณฑ์เนรูห์ได้จัดแสดงห้องนอนและห้องทำงานของอดีตนายกรัฐมนตรี ในสภาพเดิมก่อนที่เขาจะถึงแก่อสัญกรรม ภายในบ้านประกอบไปด้วยชั้นหนังสือ และหนังสือสะสมต่างๆ มากมายของนายกรัฐมนตรีเนรูห์ นอกจากจะเป็นบ้านของนายกรัฐมนตรีคนแรกของอินเดียแล้ว พิพิธภัณฑ์นี้ยังถือว่ามีความหมายต่อประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของอินเดีย เพราะเป็นบ้านของนายกรัฐมนตรีอินเดียจากตระกูลคานธีในเวลาต่อมา อีกสองคน คือนางอินธิรา คานธี นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของอินเดีย ผู้เป็นบุตรสาว และนายราจีฟ คานธี หลานชาย ซึ่งทั้งคู่ถูกสังหารขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

วัดบาไฮ (Bahai Temple)
วัดบาไฮหรือที่ที่รู้จักในนามว่าวัดดอกบัว เป็นสถาปัตยกรรมที่นำสมัยมากที่สุดชิ้นหนึ่งของกรุงนิวเดลี โดยมีลักษณะเป็นอาคารขนาดใหญ่รูปดอกบัวบาน ซึ่งประกอบด้วยใบบัวหินอ่อนทั้งหมด 27 กลีบ ล้อมรอบด้วย
สระน้ำจำนวนถึง 9 สระ และสนามหญ้าขนาดกว้างกว่า 67 ไร่

บาไฮเป็นนิกายที่มีถิ่นกำเนิดจากเปอร์เชีย วัดนี้จึงได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิหร่านชื่อว่า Fariburz Sabha เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 1980 และเสร็จสิ้นการก่อสร้างเมื่อปี 1986 ภายในวัดสามารถจุคนได้ถึง 1, 300 คน ที่น่าชื่นชมที่สุด คือวัดแห่งนี้เปิดให้ประชาชนทุกคน ทุกศาสนา และทุกนิกาย สามารถมาเข้ามานั่งปฏิบัติสมาธิได้ ในยามราตรีดอกบัวหินอ่อนของวัดบาไฮจะถูกแต่งแต้มไปด้วยไฟดวงน้อยใหญ่ ดูสว่างไสว และ
สวยงาม

วัดลักษมีนารายัน (Lakshmi Narayan Temple)
วัดลักษมีนารายันหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Birla Mandir ซึ่งเรียกตามชื่อของผู้สร้าง คือ นาย Raja Baldev Birla ซึ่งเป็นนักธุรกิจคนสำคัญของอินเดีย สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2481 เพื่อบูชาพระนารายณ์ และพระลักษมี เป็นที่ซึ่งคนอินเดียและคนต่างชาติที่นับถือเทพเจ้าทั้งสององค์นิยมไปกราบไหว้ขอพร ซึ่งเชื่อว่าจะทรงบันดาลให้สมความปรารถนา

นอกจากเทวรูปสำคัญ 2 องค์ดังกล่าวแล้ว ในบริเวณวัดที่สร้างอย่างงดงามยังมีเทวรูปตามความเชื่อของฮินดูอีกหลายองค์ เช่น พระกฤษณะ และพระพิฆเนศ สำหรับพระพิฆเนศ เป็นที่นิยมว่าศักดิ์สิทธิ์มาก ผู้ที่มาเยี่ยมเยือนมักจะไปกราบไหว้ขอพรให้ทำกิจการต่างๆ สำเร็จ และเชื่อกันว่าจะได้รับพรสัมฤทธิ์ตามความมุ่งหมาย

ทัชมาฮาล (Taj Mahal) 

แม้ไม่ได้ตั้งอยู่ในเดลี แต่ก็สามารถเดินทางมาชมทัชมาฮาลจากเดลีได้ โดยรถบัส ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ก็จะมาถึงเมืองอัครา สถานที่ตั้งของอนุสาวรีย์แห่งความรักอันยิ่งใหญ่ของโลก ซึ่งพระเจ้าชาห์ เชฮัน แห่งเมือง
อัครา สร้างเป็นสุสานฝังศพของพระนางมุมทัชมาฮาล ราชินีอันเป็นที่รักของตน ทัชมาฮาลสร้างขึ้นริมฝั่งแม่น้ำยมนา ในปี พ.ศ. 2173 ใช้เวลาก่อสร้างถึง 21 ปี ทุกส่วนสร้างด้วยหินอ่อนสีขาวนวลผสมผสานสถาปัตยกรรมเปอร์เซีย อินเดีย และอิสลาม ได้รับการยกย่องว่าเป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมโมกุลที่สวยงามที่สุด ใช้แรงงานกว่าสองหมื่นคน ใช้เงินก่อสร้างราวห้าสิบล้านดอลลาร์ ภายในประดับด้วยหินอ่อนสลักฉลุเป็นลวดลาย แต่งแต้มด้วยอัญมณีสีสันสวยงาม และองค์การ UNESCO ได้ประกาศให้ทัชมาฮาลเป็นมรดกโลกในปี 1983

ร้านอาหารแนะนำ

Chor Bizarre
Chor Bizarre เป็นร้านอาหารอินเดียสารพัดรางวัล ความอร่อยของอาหารอินเดียผลงานของร้าน Chor Bizarre ยังสะพัดไกลไปถึงยุโรป โดยมีอีกสาขาตั้งอยู่ที่กรุงลอนดอน ว่ากันว่าเปิดเมนูมาแล้ว จิ้มได้เลยเพราะอร่อยทุกอย่างจริงๆ (www.chorbizarrerestaurant.com)

Rajouri Garden
ร้านอาหารที่เชี่ยวชาญในการสร้างบรรยากาศความเป็นอินเดียแท้ๆ ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง รสชาติอาหารที่ Rajouri Garden ก็โดดเด่นไม่แพ้บรรยากาศ นอกจากนี้ Rajouri Garden ยังได้รับการยอมรับว่าเป็นร้านอาหารปัญจาบชั้นเลิศในราคาไม่แพง และมีสาขาอยู่หลายเมืองในอินเดียอีกด้วย (www.pindballuchi.com)

Park Balluchi
ร้านอาหารอินเดียสไตล์บาร์บีคิว บรรยากาศเป็นห้องกระจกตกแต่งสวยงามรับกับสวนสวยภายนอก เมนูแนะนำคือไก่บาร์บีคิวหมักแซฟฟร่อน หรือชีสย่างยัดไส้ถั่ว เห็ด ลูกเกดและอินทผาลัม ลูกสควอชยัดไส้ชีสและเครื่องสมุนไพรอบหม้อดิน ควรจะจองโต๊ะล่วงหน้าก่อนเดินทางไปยังร้าน (www.parkballuchi.com)

โรงแรมแนะนำ

Hotel Clark International
โรงแรมราคาประหยัด พร้อมบริการครบเครื่องในระดับ 3 ดาว ที่มีห้องพักและราคาให้เลือกหลากหลายระดับ ตั้งอยู่ใจกลางกรุงนิวเดลี สามารถเดินทางท่องเที่ยวในกรุงนิวเดลีได้อย่างสะดวกสบาย บริการอินเตอร์เน็ตไร้สาย และบริการรถรับส่งไปกลับสนามบิน
ราคาค่าห้อง USD 109 - 180 (ประมาณ 3,815 - 6,300 บาท) (www.hotelclarkindia.com)

The Lalit
โรงแรมหรู ระดับ 5 ดาว ที่ตั้งอยู่ในศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเดลี ติดห้างสรรพสินค้า และความทันสมัยเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน The Lalit ยังขึ้นชื่อในเรื่องบุฟเฟ่ต์อาหารเช้าที่มีให้เลือกมากมาย ตัวโรงแรมตั้งห่างจากสนามบินเพียง 24 กิโลเมตร
ราคาค่าห้อง INR 8,900 - 150,000 (ประมาณ 6,344 - 106,842 บาท) (www.thelalit.com)

Oberoi Hotel
โรงแรมหรูหรา ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมอินเดียอันสวยงาม โรงแรมตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจของกรุงนิวเดลี มองเห็นกอล์ฟคลับ และสุสานหุมายุน เจ้าของสารพัดรางวัลโรงแรมยอดเยี่ยมที่เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนและการเดินทางมาติดต่อธุรกิจอย่างแท้จริง
Room rate: USD 14,000 - 200,000 (ประมาณ 10,000 - 142,532 บาท) (www.oberoihotels.com)

ของฝากแนะนำ

เลือกซื้อของฝากจากในเดลีได้ที่ ตลาดจันปาต ซึ่งเป็นที่นิยมเพราะคือศูนย์รวมสินค้าจากทั่วทุกมุมเมืองจากประเทศอินเดีย

17 ธันวาคม 2552 18:03:07

 
 
   
 
  อินเดีย
  ข้อมูลทั่วไป
  ข้อมูลน่ารู้ก่อนเดินทาง
  เกร็ดความรู้ที่ควรทราบ
  สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมแนะนำ
  ท่องเที่ยวตามงบประมาณ
  บันทึกการเดินทางประทับใจ
 
 
 
 
 
   
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
   
พฤษภาคม
2555
<  >
 
   
 
     
   
 
เลือกจังหวัดในประเทศไทย