“ซิดนีย์” จุดบรรจบแห่งวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตก ที่ซึ่งความทันสมัย ความสนุกสนาน และความรื่นรมย์
มาหลอมรวมกัน ในแวดล้อมธรรมชาติสวยสะพรั่ง
ด้วยแสงแดดสดใสและภูมิประเทศอันงดงาม ไม่ว่าจะเป็นท้องทะเลกว้างไกล เมื่อนำมาต่อเติมด้วยความเจริญแห่งยุคสมัยใหม่ แต้มแต่งด้วยวัฒนธรรม
ผสมผสาน จึงก่อเกิดเป็นดินแดนในฝันของผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก ท่ามกลางสภาพอากาศอบอุ่นที่หมุนเวียนเปลี่ยนฤดูตรงข้ามกับเมืองหนาว จึงได้ชื่อว่าเป็นดินแดน “ดาวน์อันเดอร์”

ซิดนีย์ (Sydney)
“อ่าวโบตานีย์ เบย์” ของเมืองซิดนีย์ คือจุดแรกที่กัปตันเจมส์ คุก มาทอดสมอในยุคล่าอาณานิคมในปี
ค.ศ. 1770 ด้วยความที่ลักษณะทางธรรมชาติในบริเวณโดยรอบนั้น คล้ายกับภูมิประเทศทางตอนใต้ในแคว้นเวลส์ (Wales) ของหมู่เกาะอังกฤษ กัปตันคุกจึงเรียกดินแดนทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลียแห่งนี้ว่า New South Wales ซึ่งปัจจุบันมีฐานะเป็นรัฐ 1 ใน 6 ของออสเตรเลีย มีซิดนีย์เป็นเมืองหลวง
ชื่อ “ซิดนีย์” ได้มาจากกัปตันอาร์เธอร์ ฟิลลิปส์ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติกับ โทมัส ทาวน์สเฮนด์ หรือลอร์ดซิดนีย์ (Thomas Townshend, Lord Sydney) รัฐมนตรีมหาดไทยของอังกฤษ ซึ่งเป็นผู้มอบหมายภารกิจให้กัปตันฟิลลิปส์มุ่งหน้าไปยังโบตานีย์เบย์ ที่กัปตันเจมส์ คุก เคยค้นพบก่อนหน้านี้ เพื่อมองหาถิ่นฐานใหม่สำหรับสร้างอาณานิคม โดยมีจุดประสงค์หลักให้เป็นสถานที่คุมขังนักโทษ แต่เมื่อเดินทางมาถึงจุดที่ระบุไว้ กัปตันฟิลลิปส์กลับไม่พบสถานที่ซึ่งมีลักษณะเป็น “ทุ่งหญ้างดงาม” จึงค้นหาต่อไปโดยแล่นเรือผ่านเข้ามาทางพอร์ตแจ็กสัน แล้วตัดสินใจเทียบท่าที่ซิดนีย์โคฟ (Sydney Cove) หรือท่าเรือเซอร์คูลาร์คีย์ (Circular Quay) เมื่อวันที่ 26 มกราคม ค.ศ. 1788
ปัจจุบัน ซิดนีย์ได้รับการจัดอยู่ในอันดับ 1 ใน 10 เมืองท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลก มีประชากรมากกว่า 4 ล้านคน ซึ่งเป็นสัดส่วน 1 ใน 5 ของประชากรทั้งหมดของออสเตรเลีย ชาวซิดนีย์เรียกตัวเองว่าซิดนีย์ไซเดอร์ (Sydneysiders) พลเมืองส่วนใหญ่แต่ดั้งเดิมมีเชื้อสายอังกฤษและไอริช ภายหลังมีชาวยุโรปและเอเชียเข้ามาตั้งรกรากมากขึ้น ทำให้ซิดนีย์เป็นเมืองหนึ่งซึ่งมีวัฒนธรรมหลากหลาย ขณะที่มีความทันสมัยอย่างเมืองใหญ่ระดับโลก ดังนั้น ถึงแม้จะไม่ใช่นครหลวงของออสเตรเลีย แต่ซิดนีย์ก็เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว รวมไปถึงแฟชั่นของประเทศ
หากจะพูดถึงภูมิทัศน์ นับว่าซิดนีย์มีสมบูรณ์พร้อมชนิดที่เมืองเมืองหนึ่งควรเป็น นอกจากจะเป็นเมืองชายทะเลที่มีหาดทรายสวยๆ ถึง 70 แห่ง อ่าวซิดนีย์ (Sydney Harbour) ยังได้ชื่อว่าเป็นอ่าวธรรมชาติที่สวยที่สุดในโลกอีกด้วย ทั้งยังมี Sydney Opera House โรงอุปรากรแห่งศตวรรษที่ 20 มาประดับให้งามยิ่งขึ้น ขณะที่ในตัวเมืองพร่างพรายด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่แห่งยุคโคโลเนียล ผสานด้วยตึกสูงแห่งยุคสมัยใหม่ที่มีรูปแบบโดดเด่นและบรรจุไว้ด้วยความทันสมัย ดังเช่น Queen Victoria Building (QVB) อาคารแบบวิกตอเรียนประดับด้วยกระจกสี ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ที่สวยที่สุดในโลก
เตรียมตัวท่องสู่โลกน่าพิศวงของเมืองไม่เคยหลับอย่างซิดนีย์ คลิกเข้าไปที่ www.sydney.com.au

ย่านเดอะร็อกส์ (The Rocks)
เขตเมืองเก่าย่านถนนจอร์จ ที่นับได้ว่าเป็นหน้าแรกแห่งประวัติศาสตร์การสร้างชาติออสเตรเลีย เมื่อครั้งกองเรืออังกฤษยกพลขึ้นบกในปี ค.ศ. 1788 อยู่ทางทิศตะวันตกของเซอร์คูลาร์คีย์ ภายในบริเวณมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อยู่ 31 แห่ง มีจุดเด่นอยู่ที่คุกเก่าแก่ที่เป็นอาคารหินทรายสีแดง เคยเกือบถูกทุบทิ้งในศตวรรษที่ 19 เนื่องจากนักพัฒนาที่ดินต้องการสร้างตึกสูงขึ้นแทนที่ แต่นักอนุรักษ์นิยมคัดค้านเอาไว้ และ Cadman’s Cottage บ้านหลังแรกในออสเตรเลีย สร้างเมื่อปี ค.ศ. 1816 เพื่อเป็นที่พักลูกเรือของผู้ปกครองเมืองซิดนีย์ การเที่ยวชมในย่านนี้มักเดินเป็นเส้นทางตามรอยประวัติศาสตร์ตามการแนะนำของ The Rocks Self-Guide Tour

ซิดนีย์โอเปร่าเฮาส์ (Sydney Opera House)
สัญลักษณ์ของเมืองซิดนีย์ที่อวดความงามสง่าอยู่บน Bennelong Point ทางทิศตะวันตกของเซอร์คูลาร์คีย์แห่งนี้เปิดเป็นทางการเมื่อปี ค.ศ. 1973 อาคารหลังคาทรงเปลือกหอยสีขาวซึ่งนับว่าเป็นสถาปัตยกรรมแห่งยุคสมัยของออสเตรเลีย ออกแบบโดยสถาปนิกชาวเดนมาร์ก Jorn Utzon นอกจากจะทำหน้าที่เป็นโรง
อุปรากร ยังมีเวทีคอนเสิร์ต เวทีละคร ห้องสตูดิโอ ห้องจัดเลี้ยง มีภัตตาคาร 2 แห่งคือ Bennelong และ
Harbour Restaurant ตลอดจนคาเฟ่ให้คลายเหนื่อยคลายหิว ลานกว้างด้านหน้ายังใช้เป็นสถานที่จัดงานสำคัญๆ อย่าง งานฉลองปีใหม่ งานฉลองวันชาติ รวมทั้งงานศิลปะการแสดงหลากหลายรูปแบบที่หมุนเวียนมาให้ชม จึงกลายมาเป็นจุดศูนย์รวมของศิลปินและคนหนุ่มสาว คลิกเข้าไปชมเรื่องราวซิดนีย์โอเปร่าเฮาส์ได้ที่ www.sydneyoperahouse.com

สะพานฮาร์เบอร์บริดจ์ (Harbour Bridge)
ทางเชื่อมซิดนีย์เหนือและซิดนีย์ใต้ที่ชาวซิดนีย์ตั้งชื่อให้ว่า “Coat Hanger” นี้เคยมีฐานะเป็นสัญลักษณ์ของซิดนีย์ ก่อนจะถูกโอเปร่าเฮาส์ช่วงชิงตำแหน่งไป แต่ยังเป็นมุมถ่ายภาพที่ระลึกซึ่งขาดไม่ได้ เปิดใช้งานเมื่อปี ค.ศ. 1932 ใช้เวลาในการสร้างทั้งหมด 8 ปี ก่อนจะมาเป็นสะพานโครงเหล็กที่มีช่วงกลางระหว่างตอม่อสองข้างยาวที่สุดในโลก ส่วนโค้งของราวสะพานมีความยาว 503 เมตร พื้นสะพานสูงจากระดับน้ำทะเล 59 เมตร นอกจากจะทำหน้าที่เป็นทางสัญจระหว่างเขตเมืองทั้งสองฝั่งด้วยค่าธรรมเนียมผ่านทาง 3 เหรียญออสเตรเลีย ยังมีกิจกรรมเร้าใจด้วยการไต่ขึ้นไปบนโค้งสะพาน ที่เรียกว่า Bridge Climb ในระดับความสูง 134 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ภายในเวลา 3 ชั่วโมงครึ่ง เพื่อเก็บภาพประทับใจบนยอดสูงสุดของสะพาน ท่ามกลางแสงอาทิตย์อัสดง ดูรายละเอียดได้ที่ www.bridgeclimb.com หรือถ้าไม่ปรารถนาความท้าทายแต่อยากชมวิว สามารถขึ้นไปยังจุดชมวิวบนเสาตอม่อด้านถนนคัมเบอร์แลนด์ ในราคาแค่ 2 เหรียญ
พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย (Museum of Contemporary Art)
อยู่ใกล้กันกับย่านเดอะร็อกส์ จากสำนักงานของ Maritime Service Board ปรับแต่งโฉมใหม่ กลายมาเป็นสถานที่จัดแสดงงานศิลปะร่วมสมัยของศิลปินออสเตรเลีย และศิลปินจากทั่วโลกที่จะจัดแสดงแบบหมุนเวียนอย่างหลากหลาย ร้านกาแฟบนเทอร์เรซของพิพิธภัณฑ์เป็นมุมดีที่มองเห็นวิวเซอร์คูลาร์คีย์ และอ่าวซิดนีย์ อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมคลิกเข้าไปที่ www.mca.com.au ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้น Writers Walk ทางเดินเลียบอ่าวที่จะผ่านเซอร์คูลาร์คีย์และซิดนีย์โอเปร่าเฮาส์ ซึ่งมีจุดเด่นที่แผ่นทองเหลืองทรงกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 90 เซนติเมตร ฝังอยู่ในพื้นคอนกรีต บนแผ่นทองเหลืองนี้สลักชื่อนักประพันธ์ของออสเตรเลีย อย่าง A.B. Banjo Patterson ผู้ประพันธ์เรื่อง A Man from Snowy Mountains และแต่งเพลง Waltzing Matilda โดยมีการนำข้อความเด่นจากบทประพันธ์มาจารึกไว้ด้วย แผ่นทองเหลืองบน Writers Walk นี้อยู่ทั้งหมด 34 แผ่น เป็นผลงานของ NSW Ministry for the Arts

สวนพฤกษศาสตร์ (Royal Botanic Gardens)
สร้างสรรค์ขึ้นในปี ค.ศ. 1816 อยู่ใกล้กับโอเปร่าเฮาส์ โดยทอดตัวเลียบไปตามโค้งอ่าวซิดนีย์ ในอาณาบริเวณกว่า 30 เฮกตาร์ งดงามด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิดที่จัดแต่งเป็นส่วนต่างๆ มุมหนึ่งแสดงพันธุ์ไม้ของประเทศในแถบมหาสมุทรแปซิฟิก ส่วน Domain นั้นจะเป็นลานบนเนินสูง ที่นักการเมืองมักใช้เป็นที่กล่าวคำปราศรัย เป็นที่ตั้งพิพิธภัณฑ์ศิลปะนิวเซาท์เวลส์ (Art Gallery of New South Wales) โดดเด่นด้วยงานศิลปะ Aboriginal Art and Torres Strait Islander Art ชาวซิดนีย์มักจะมาที่สวนพฤกษศาสตร์เพื่อเดินเล่น ออกกำลังกายหรือพักกายพักใจในแวดล้อมสดชื่น จุดชมวิวที่มีอายุเก่าแก่นับศตวรรษเรียกว่า Mrs. Macquarie’s Chair ที่เป็นม้านั่งทำจากหินทรายซึ่งภริยาของผู้การแมคโควรี่มักจะมานั่งชมวิว หากอยู่บนฝั่งเซอร์คูลาร์คีย์แล้วมองไปยังโอเปร่าเฮาส์ จะเห็นสวนพฤกษศาสตร์เป็นฉากหลัง ชมเรื่องราวสวนพฤกษศาสตร์ได้ที่ www.rbgsyd.nsw.gov.au

ซิดนีย์ทาวเวอร์ (Sydney Tower)
อยู่บนถนน Market Street เดิมชื่อ AMP Tower เปิดใช้งานเมื่อปี ค.ศ. 1981 บนหอสูง 305 เมตรโดดเด่นด้วย Observation Deck ที่เป็นจุดชมวิวซิดนีย์ 360 องศา ถัดขึ้นไปจากชั้นนี้คือความท้าทายของ Sydney Tower Skywalk ให้สัมผัสประสบการณ์เดินกลางเวหา ด้วยพื้นระเบียงกระจกใสที่อยู่สูงจากพื้นดิน 268 เมตรในสนน ราคา 120 เหรียญ ภายในเวลา 95 นาที สูงขึ้นไปอีกชั้นเป็นภัตตาคารชมวิวรอบทิศ

ดาร์ลิงฮาร์เบอร์ (Darling Harbour)
ศูนย์รวมความบันเทิงอันโดดเด่นที่อยู่ทางตะวันตกของอ่าวซิดนีย์ สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 200 ปี
ประเทศออสเตรเลียเมื่อปี ค.ศ. 1988 เรียกได้ว่ามีความเพลิดเพลินหลายรูปแบบที่เหมาะสำหรับทุกคน ทั้ง ซิดนีย์อะควาเรียม (Sydney Aquarium) หนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งรวมสัตว์น้ำเอาไว้กว่า 12,000 ชนิดมาแหวกว่ายให้ชมเพลินในมุมมองน่าตื่นตาตื่นใจ จะมองผ่านอุโมงค์กระจกใสยาว 145 เมตร มองจากริมฝั่งมหาสมุทรแสนงามที่ Mermaid Lagoon หรือดื่มด่ำกับความงามของโลกใต้ทะเล ราวกับอยู่ในเมืองบาดาลที่ Great Barrier Reef Theatre www.sydneyaquarium.com.au ที่ฮาร์เบอร์ไซด์ช้อปปิ้ง
เซ็นเตอร์ (Harbourside Shopping Centre) จะคึกคักไปด้วยผู้คนที่มาช้อปปิ้งและมารับประทานอาหารที่มีให้เลือกมากมาย นอกจากสินค้าแบรนด์เนมมากมายให้เลือกแล้ว ในวันสุดสัปดาห์ยังมีตลาดนัดที่ลาน Harbourside Festival Marketplace ช่วยเพิ่มสีสันให้กับการช้อปปิ้ง เลยไปทางทิศเหนือของศูนย์การค้าคือ พิพิธภัณฑ์เรือออสเตรเลีย (Australian National Maritime Museum) ให้เรียนรู้เรื่องราวของเรือชนิดต่างๆ ในประวัติศาสตร์ของออสเตรเลีย www.anmm.gov.au

ย่านไชน่าทาวน์ (Chinatown)
ชุมชนชาวจีนที่ซิดนีย์นับว่าใหญ่โตและคึกคักไม่ใช่เล่น อยู่ไม่ไกลจากดาร์ลิงฮาร์เบอร์มากนัก ไปมาสะดวกด้วยรถรางหรือรถโมโนเรล ถ้าอยากลิ้มรสอาหารจีนประเภทเป็ดย่าง หมูแดง โจ๊ก บะหมี่ ติ่มซำ หรือซื้อหา
ของกินของใช้ที่นำเข้าจากประเทศจีนหรือฮ่องกง แวะมาที่นี่ไม่มีผิดหวังแน่นอน

ตลาดปลาซิดนีย์ (Sydney Fish Market)
มาถึงเมืองแห่งอ่าวแสนสวยทั้งที น่าจะไปชมสีสันของตลาดปลาบนอ่าวแบล็กวัตเทิลเบย์ (Blackwattle Bay) ที่อยู่ทางตะวันตกของดาร์ลิงฮาร์เบอร์ ที่นี่นับว่าเป็นตลาดปลาที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก รองจากตลาดปลาซึกิจิที่โตเกียว นอกจากจะได้เห็นการซื้อขายอาหารทะเลสดที่ได้มาจากน่านน้ำของซิดนีย์แล้ว ยังมีร้านอาหารริมน้ำบรรยากาศดี ให้ได้ลิ้มรสทั้งอาหารจานอร่อยพลางผ่อนคลายกับสายลมเย็น มองนกนางนวลโผบินอย่างเพลิดเพลิน

สวนสัตว์ทารองก้า (Taronga Zoo)
อยู่ในเขตซิดนีย์เหนือซึ่งเป็นย่านที่พักอาศัยอันเงียบสงบ ในบริเวณอ่าวซิดนีย์ฝั่งตรงข้ามกับเซอร์คูลาร์คีย์ เดินทางสะดวกที่สุดด้วยการนั่งเรือเฟอร์รีจากท่าเรือที่เซอร์คูลาร์คีย์ เพียง 12 นาที แล้วต่อรถกระเช้า Aerial Safari ไม่ก็นั่งรถบัส หรือออกกำลังขาด้วยการเดินขึ้นเนิน แต่อาจนั่งรถบัสจากวีนยาร์ดข้ามฮาร์เบอร์บริดจ์มาลงที่สวนสัตว์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสวนสัตว์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกแห่งนี้ได้เลย ภายในอาณาบริเวณที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติสดชื่น มีสัตว์พื้นเมืองของออสเตรเลียและซีกโลกใต้ให้ชมกว่า 3,000 ชนิด เด็กๆ ต้องตื่นตา
ตื่นใจถ้าได้เข้าไปในโซน Wild Asia ซึ่งจำลองป่าฝนให้เป็นที่อยู่สิงสาราสัตว์ในเขตร้อน
ฟ็อกซ์สตูดิโอ (Fox Studios)
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในภาพยนตร์เรื่องดังอย่าง Titanic ที่โรงถ่ายซึ่งเปิดพื้นที่ส่วนหนึ่ง ให้เข้าไปสัมผัสช่วงเวลาเบื้องหลังการถ่ายทำ ได้เห็นการทำงานแบบมืออาชีพก่อนจะออกมาเป็นหนังดังที่น่าประทับใจ เดินทางไปได้ด้วยรถบัสจากเซอร์คูลาคีย์ และจากเซ็นทรัลสเตชั่น www.foxstudiosaustralia.com

แมนลีย์บีช (Manly Beach)
มุ่งหน้าสู่ชานเมืองทางทิศเหนือของซิดนีย์ด้วยเรือ Jetcat หรือเรือเฟอร์รี่ ไปยังแหลมที่มีสองชายหาดต่างอารมณ์ ด้านที่ติดมหาสมุทรแปซิฟิกมีคลื่นซัดสาดแรงพอที่จะเล่นกระดานโต้คลื่น ส่วนด้านติดอ่าวซิดนีย์มีคลื่นลมสงบเหมาะจะเล่นน้ำหรืออาบแดดบนผืนทราย ถนนที่เชื่อมระหว่างสองหาดทำขึ้นเพื่อเป็นทางเดินโดยเฉพาะ มีร้านค้าร้านอาหาร บนสองฟากฝั่งให้แวะชมและชิมตลอดเส้นทางไปจนถึงท่าเรือเฟอร์รี่ จากหาดทราย เข้าสู่แผ่นดินเป็นย่านร้านค้าที่คึกคัก และถ้าอยากเดินเล่นเพลินๆ ก้าวย่างสู่ Manly Scenic Walkway ทางเดินยาว 10 กิโลเมตรร่มรื่นด้วยต้นสนนอร์ฟอร์กสองฟากฝั่ง มีร้านอาหารให้เลือกเติมท้องอยู่หลายร้านด้วยกัน อย่าลืมแวะไ Oceanworld Manly พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีสัตว์ทะเลนานาชนิดและกิจกรรมการเข้าชมน่าสนใจ รอต้อนรับ ชมรายละเอียดได้ที่ www.oceanworld.com.au

บอนไดบีช (Bondi Beach)
ชายหาดโค้งรูปพระจันทร์เสี้ยวทางตอนใต้ของซิดนีย์ ที่นัดพบของบรรดาหนุ่มสาวที่จะมาเล่นน้ำ อาบแดด เล่นกระดานโต้คลื่น ปิกนิก หรืออาจเข้าพักในบังกะโลราคาย่อมเยา ชายหาดแห่งนี้จะคึกคักเป็นพิเศษในช่วงเทศกาล ที่หนุ่มสาวจะพากันมาฉลองอย่างสนุกสนาน ไม่ว่าจะคริสต์มาส ปีใหม่ หรือในโอกาสที่ทีมกีฬา
ชนะเลิศการแข่งขัน บริเวณหาดจึงมีทั้งร้านขายอุปกรณ์กีฬาทางน้ำ ตลอดจนร้านอาหารและร้านกาแฟเก๋ๆ
คลิกเข้าไปดูเรื่องราวของบอนไดบีชที่ www.voyeurmagic.com.au

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าออสเตรเลีย (Australian Wildlife Park)
อยู่ห่างจากซิดนีย์ไปประมาณ 45 นาที ในเส้นทางผ่านสู่บลูเมาเทนส์ มีสภาพธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ทั้งพันธุ์ไม้และสัตว์พื้นเมืองนานาชนิด ไม่ใช่แค่ได้เห็นสัตว์ต่างๆ เท่านั้น แต่สามารถสัมผัสอย่างใกล้ชิดด้วย ทั้งอุ้ม
โคอาล่าถ่ายรูป ป้อนอาหารจิงโจ้ ชมโชว์ตัดขนแกะ และได้เห็นการทำงานของสุนัขเลี้ยงแกะ ในบริเวณ
เดียวกันมีสวนสนุกวันเดอร์แลนด์ ซิดนีย์ (Wonderland Sydney) ที่ได้ชื่อว่าเป็นสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย ให้เด็กๆ ได้เพลิดเพลินกันเต็มอิ่มตลอดวัน

บลูเมาเทนส์ (Blue Mountains)
ไกลออกไปจากซิดนีย์ประมาณ 2 ชั่วโมง คือที่ตั้งของเทือกเขาสีน้ำเงินที่ปกคลุมด้วยต้นกัม ต้นไม้ตระกูลยูคาลิปตัสซึ่งมีใบสีเขียวเข้ม และด้วยไอระเหยของน้ำมันจากใบกัม ทำให้เมื่อมองจากระยะไกลจะเห็นภูเขาเป็นสีน้ำเงิน บลูเมาเทนส์อันยิ่งใหญ่มีสถานะเป็นเขตวนอุทยาน ในอดีตขุนเขาแห่งนี้เคยเป็นอุปสรรคสำคัญในการเดินทางจากฟากฝั่งหนึ่งไปสู่ตอนในของทวีป แต่ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของซิดนีย์ ด้วยธรรมชาติอันสมบูรณ์และทัศนียภาพงดงามดึงดูดให้ผู้คนมุ่งหน้ามา จุดสนใจลำดับแรกคือ
Three Sisters แท่งหิน 3 แท่งซึ่งมองเหมือนใบหน้าผู้หญิงบริเวณจุดชมวิว Echo Point ซึ่งมีทัศนียภาพสวยตระการตา

จากนั้นจะเป็นการเดินทางสู่เบื้องบน เพื่อชมทิวทัศน์มุมสูงแบบ Scenic World สามารถขึ้นไปด้วยกระเช้า
ลอยฟ้า Skyway ที่ให้ได้ชมทิวทัศน์ในระหว่างเส้นทางไปด้วยพร้อม หรืออาจเลือกนั่งรถรางที่ชันที่สุดในโลก Scenic Railway ไม่ก็ขึ้น Horizon Cable Car ถ้าไม่มีเวลามากนัก ก็สามารถมาเที่ยวบลูเมาเทนส์แบบเช้าไปเย็นกลับ แต่ถ้าอยากซึมซับบรรยากาศให้เต็มอิ่ม ด้วยการเดินป่าและอยู่ในแวดล้อมของธรรมชาติ มีโรงแรมหลายระดับราคาให้เลือกพัก ดูรายละเอียด คลิกที่ www.bluemts.com.au

ฮันเตอร์วัลเลย์ (Hunter Valley)
หากขับรถมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือของซิดนีย์โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จะได้เห็นไร่องุ่นที่เป็นแหล่ง
ผลิตไวน์คุณภาพดีของซิดนีย์ รวมตัวกันอยู่ในเขต Lower Hunter แหล่งปลูกองุ่นที่สำคัญคือ Pokolbin และ Cessnock ที่จะมีบริษัทผู้ผลิตไวน์อยู่หลายเจ้าด้วยกัน ในจำนวนนี้มีบางรายดำเนินธุรกิจมากว่า 100 ปี
การเดินทางสู่ฮันเตอร์วัลเลย์ นอกจากจะได้เข้าไปเยี่ยมชมโรงงานผลิตเพื่อชิมและอุดหนุนไวน์ รวมทั้ง
รับประทานอาหารจานอร่อยในภัตตาคารบรรยากาศดีภายในไร่แล้ว อาจจองห้องพักในรีสอร์ตเพื่อสัมผัสภาพชีวิตในไร่องุ่นของออสเตรเลีย ชมเรื่องราวได้ใน www.winecounty.com.au
ร้านอาหารแนะนำ
Georges Mediterranean Bar & Grill
(Tel : + 61 2 9295 5066 เว็บไซต์ : www.georgesrestaurant.com.au)
ลิ้มรสอาหารเมดิเตอร์เรเนียนที่ปรุงจากวัตถุดิบสดใหม่ คุณภาพเป็นเลิศ เด่นด้วยเมนูปลาสดจากตลาดปลา ที่แล้วแต่ว่าวันไหนจะได้ปลาอะไรมา เสิร์ฟพร้อมของเคียงอย่างมะเขือยาวย่าง สลัดมะเขือเทศ หรืออาจสั่ง
หอยนางรมสด ไม่ก็เมนูเนื้อย่างทั้งเนื้อแกะ เนื้อวัว อกไก่ พร้อมเติมกลิ่นอายทะเลด้วยทำเลที่ตั้งริมน้ำที่
The Promenade at King Street Wharf บนอ่าวดาร์ลิงฮาร์เบอร์ พลางเพลินชมนกนางนวลโผผินบินลงมาตรงท่าน้ำ
Sydney Tower Restaurant
(Tel : + 61 2 8223 3883 เว็บไซต์ : www.sydneytowerrestaurant.com.au)
พลาดไม่ได้กับประสบการณ์รับประทานอาหารพร้อมชมวิวเมืองซิดนีย์ในมุมมองรอบทิศ ที่ภัตตาคารลอยฟ้าซึ่งได้ชื่อว่าสูงที่สุดในออสเตรเลีย มีให้เลือกในส่วนของ Sydney Tower Restaurant เป็นอาหารแบบบุฟเฟต์มีให้เลือกหลายสิบชนิด แต่ละจานล้วนคัดสรรวัตถุดิบชั้นดีของซิดนีย์และปรุงอย่างพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็นสลัด เนื้อย่าง อาหารทะเล ของหวาน หรือผลไม้สด เชื่อว่าทุกคนคงจะมีจานโปรดที่ชื่นชอบ หรือถ้าอยากลิ้มรสชาติแบบโมเดิร์นออสเตรเลียนที่ไม่ใช่แค่อร่อยแต่จัดจานสวยเก๋ต้องเป็นที่ 360 Bar and Dining
Efendy
(Tel : + 61 2 9810 5466 เว็บไซต์ : www.efendy.com.au)
ร้านอาหารตุรกียอดนิยมของชาวเมืองซิดนีย์ที่เปิดตั้งแต่มื้อเช้าถึงมื้อค่ำแห่งนี้อยู่ในเขตชายฝั่ง Balmain ห่างออกไปจากใจกลางเมือง 15 นาที เสิร์ฟอาหารตุรกี อย่าง เนื้อม้วนหน่อไม้ฝรั่ง (Pastima) หรือ มะเขือยาวสอดไส้ (Imam Bayildi) ตัวร้านเป็นบ้านทรงวิกตอเรียนที่เด่นด้วยลานด้านหน้าในแวดล้อมต้นโอ๊กใหญ่ร่มรื่น แบ่งพื้นที่เป็นส่วนต่างๆ ไว้รองรับลูกค้าที่ต้องการรับประทานอาหารแบบส่วนตัวตามลำพัง และที่มาจัดปาร์ตี้เป็นกลุ่มใหญ่ รวมทั้งโซนที่เป็น meze bar มุมนัดพบมุมโปรดของหนุ่มสาวมีรสนิยม
ที่พักแนะนำ
Blue A Taj Hotel (www.tajhotels.com)
โรงแรมดีไซน์หรูขนาด 100 ห้อง อยู่ริมฝั่งน้ำในเขตท่าเรือ Woolloomooloo ที่พรั่งพร้อมด้วยความบันเทิง
มีระดับ ประดับด้วยร่องรอยประวัติศาสตร์ของท่าเรือเก่า และโอบล้อมด้วยสีสันของศูนย์กลางเมืองซิดนีย์ ทั้งโอเปร่าเฮาส์ สะพานซิดนีย์ฮาร์เบอร์ สวนพฤกษศาสตร์ ซึ่งมองเห็นได้จากหลากหลายมุมของที่พัก
Room Rate : 285 - 1,130 AUD (ประมาณ 8,800 - 35,000 บาท)
The Kirketon Boutique Hotel (www.kirketon.com.au)
ที่พักขนาดเล็กซึ่งตกแต่งอย่างมีสไตล์ในรูปแบบโรงแรมบูติก อยู่ในเขต Darlinghurst ที่แวดล้อมด้วย
ร้านอาหาร คาเฟ่ บาร์ และไนท์คลับเรียงรายตั้งแต่ Oxford Street จรดสถานี Kings Cross ย่านแสงสีราตรีของซิดนีย์ ได้รับรางวัลมากมายรวมทั้ง Best Boutique Hotel Australasia ที่จัดโดย The Hotel Management Awards Room Rate : 139 AUD (ประมาณ 4,300 บาท)
Clovelly Bed and Breakfast ( www.bedandbreakfastnsw.com.au/clovelly)
สัมผัสอารมณ์ผ่อนคลายเป็นกันเองในบ้านพักหลังกะทัดรัด ที่ตกแต่งอย่างน่ารัก อบอุ่นในแบบบ้านของชาวซิดนีย์ พร้อมอาหารเช้าอย่างดี อยู่บนถนน Pacific Street ระหว่างชายหาด Congee และ Bronte สะดวกสบายด้วยเป็นเส้นทางผ่านของรถประจำทางหลายสาย รวมถึงสายที่วิ่งเข้าสู่ใจกลางเมือง รอบที่พักมีร้านอาหารหลากหลายราคาและร้านค้ามากมาย Room Rate : 130 - 180 AUD (ประมาณ 4,020 - 5,600 บาท)
ของฝากน่าซื้อ

ไวน์จากฮันเตอร์ วัลเลย์ ที่เด่นๆ คือสินค้าจากไร่ Hungerford Hill Winery, Audrey Wilkinson และไวน์ยี่ห้อ Merlot ของไร่ Pepper Tree Winery รวมทั้งช็อกโกแลตสูตรเบลเยียมของ Hunter Valley Chocolate Factory สำหรับเครื่องสำอางนั้น แน่นอนว่าต้องผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากรกแกะ (Placenta) ยี่ห้อที่ผลิตในเมืองซิดนีย์คือ Chantelle ส่วนเครื่องประดับประเภทโอปอล ก็เป็นสินค้าเด่นคุณภาพดีประจำท้องถิ่นเช่นกัน
|