Wi-Fi Experience@KBank
ค้นหา:
Join:
Home / Travel / แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว / พังงา / พังงา ดินแดนแห่งภูผาและท้องทะเล / ข้อมูลทั่วไป
   

พังงา ดินแดนแห่งภูผาและท้องทะเล -  ข้อมูลทั่วไป

Send To Friend
 
 

“พังงา” ดินแดนแห่งภูผาและท้องทะเล

ภูผารูปทรงแปลกตา โดดเด่นอยู่เหนือท้องทะเลอันกว้างใหญ่ไพศาล เกาะแก่งมากมายเรียงรายบนผืนน้ำสีเขียวคราม กัลปังหาสีสวย ท้าทายให้ผู้คนดำดิ่งลงสู่โลกใต้ทะเล ฝูงปลาหลากชนิดแหวกว่ายอย่างอิสระ ร่องรอยของเมืองท่าสมัยโบราณที่มีอายุยาวนานนับปีพัน ยังคงเป็นปริศนาที่ต้องค้นหากันต่อไป
ทั้งหมดนี้ สามารถพบได้ในจังหวัดแห่งหนึ่งทางภาคใต้ที่ชื่อว่า “พังงา”

“พังงา” มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะท้องทะเลและหมู่เกาะ รวมทั้งยังมีร่องรอย
ความเจริญรุ่งเรืองของเมืองเก่า ที่ชี้ให้เห็นถึงวัฒนธรรมอันสืบทอดมาอย่างยาวนาน ตัวอย่างแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดแห่งนี้ ได้แก่

เกาะยาว
เกาะแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 137.6 ตารางกิโลเมตร ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม เกาะยาวนี้ประกอบด้วยเกาะ 2 เกาะ คือ เกาะยาวน้อยและเกาะยาวใหญ่ ล้อมรอบด้วยเกาะเล็กๆ ที่น่าสนใจ เช่น หาดป่าทราย หาดท่าเขา อ่าวตีกุด อ่าวคลองสน อ่าวหินกอง อ่าวล้าน อ่าวทราย เกาะโละปาแรด และแหลมนกออก

ที่พัก
บนเกาะยาวน้อยและเกาะยาวใหญ่มีที่พักเอกชนบริการ นอกจากนี้เกาะยาวน้อยมีบริการบ้านพักแบบโฮมสเตย์ ติดต่อสอบถาม หรือดูรายละเอียดเกี่ยวกับโฮมสเตย์เกาะยาวน้อยได้ที่ www.kohyao-cbt.com หรือ
http://www.kohyaohomestay.com นอกจากนี้ยังสามารถให้รถตุ๊กๆ บนเกาะพาตระเวนหาที่พักบนเกาะยาวได้ เมื่อถูกใจแล้วจึงค่อยตกลงเข้าพัก อัตราค่าที่พักเริ่มตั้งแต่ 250 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับความหรูหรา

การเดินทาง
รถสองแถว ออกจากตลาดเทศบาลนครภูเก็ต เวลา 8.20 น. (สายป่าคลอก) ค่ารถ คนละ 20 บาท ใช้เวลา
30 นาที ถึงท่าเรือ เรือเที่ยวแรก ออกเวลา 9.30 น. ค่าเรือคนละ 40 บาท ใช้เวลา 40 นาที ถึงเกาะยาวน้อย (เรือเกาะยาวน้อยจะแวะส่งคนขึ้นที่เกาะยาวใหญ่)

ชายทะเลท่านุ่น
ชายทะเลท่านุ่นเชื่อมสะพานสารสิน - สะพานเทพกษัตรี โดยอยู่ระหว่างจังหวัดพังงาและภูเก็ต จากทางหลวงหมายเลข 4 ตรงเข้าสู่จังหวัดภูเก็ต โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 402 ก่อนถึงเกาะภูเก็ตบริเวณช่องแคบปากพระ จะเห็นหาดทรายทั้งด้านซ้ายและด้านขวา ที่หาดทรายนี้ทุกๆ ปี จะมีเต่าขึ้นมาวางไข่อยู่เสมอ

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์
หมู่เกาะสุรินทร์เป็นหมู่เกาะในทะเลอันดามันห่างจากฝั่งไปทางทิศตะวันตกประมาณ 70 กิโลเมตร เป็นหมู่เกาะที่อยู่ติดกับเขตชายแดนไทย - พม่า ประกอบด้วยเกาะสำคัญ 5 เกาะ คือ เกาะสุรินทร์เหนือ เกาะสุรินทร์ใต้
เกาะไข่ (เกาะตอรินลา) เกาะกลาง (เกาะปาจุมบา) และเกาะรี (เกาะสต๊อก) เป็นหมู่เกาะที่มีแนวปะการังน้ำตื้นที่สมบูรณ์สวยงาม มีปลาสีสันต่างๆ มากมาย เป็นแหล่งสำหรับเหมาะชมปะการังน้ำตื้นโดยเฉพาะเกาะตอรินลา สำหรับบริเวณที่เหมาะจะดำน้ำลึก คือ กองหินริเชลิว อยู่ห่างจากเกาะสุรินทร์ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ 10 กิโลเมตร เป็นแหล่งที่สมบูรณ์ด้วยธรรมชาติใต้ทะเล มีปลาหลายพันธุ์ ปะการังสีสวย และเป็นจุดที่มีโอกาสพบฉลามวาฬได้อีกด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจภายในเขตอุทยานฯ ได้แก่เกาะสุรินทร์เหนือ และ เกาะสุรินทร์ใต้ ซึ่งเป็นเกาะที่อยู่ติดกันโดยมีร่องน้ำคั่นกลาง มีอ่าวทั้งเล็กและใหญ่กระจายอยู่รอบเกาะ ทุกอ่าวมีความสวยงามแตกต่างกันไป เกาะสุรินทร์เหนือเป็นที่ตั้งหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว บ้านพัก ที่กางเต็นท์ และมีเรือหางยาวให้เช่าเที่ยวตามเกาะต่างๆ โดยอ่าวต่างๆ ที่สวยงามมีมากมาย เช่น
- อ่าวไทรเอน ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเกาะสุรินทร์เหนือ เป็นอ่าวที่มีชาวเลพื้นเมืองที่ยังคงดำรงวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม อยู่อาศัยในเรือ ซึ่งมีชื่อว่า “มอแกน” คนกลุ่มนี้นับถือประติมากรรมที่แกะสลักด้วยท่อนไม้ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทุกในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือนเมษายนของทุกปี จะมีการชุมนุมเพื่อไหว้ผีที่ตนเคารพนับถือ
- อ่าวลึก อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะสุรินทร์เหนือ มีปะการังน้ำตื้น สาหร่ายและดอกไม้ทะเล รวม
ทั้งกัลปังกา กัลปังหา และฝูงปลาหลากชนิดอาศัยอยู่
- อ่าวจาก อยู่ทางทิศเหนือของเกาะสุรินทร์เหนือ มีหาดทรายขาวละเอียด เป็นจุดดำน้ำตื้นที่มีแนว
ปะการังที่ค่อนข้างสมบูรณ์อย่างมาก
- อ่าวไม้งาม เป็นอ่าวใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะสุรินทร์เหนือ ชายหาดยาวเป็นแนวโค้ง มีแนวปะการังและปลาหลายชนิด นอกจากนี้ยังมี “เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่าวไม้งาม” ระยะทาง 2 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง
s
- อ่าวบอน ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเกาะสุรินทร์ใต้ เป็นที่อยู่ของชาวมอแกนหรือชาวเลอีกกลุ่มหนึ่ง
- อ่าวเต่า ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะสุรินทร์ใต้ มีเต่าทะเลอาศัยจำนวนมากตามบริเวณใกล้แนว
ปะการัง เหมาะกับการดำน้ำตื้น โดยมีปะการังอ่อน และกัลปังหาให้ชม
- อ่าวผักกาด ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเกาะสุรินทร์ใต้ ดำน้ำได้ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก ไฮไลท์อย่างหนึ่งคือ
แนวปะการังเขากวางที่สวยงามฯลฯ

ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวคือ เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน ส่วนเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมมีมรสุมเข้า ทำฝนตกชุก และคลื่นลมแรง

การเดินทาง
สามารถเดินทางโดยรถยนต์จากอำเภอเมือง มาตามทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม ทางไปอำเภอ
คุระบุรี จนถึงบริเวณกิโลเมตรที่ 721 ก่อนถึงอำเภอคุระบุรี ประมาณ 6 กิโลเมตร จะมีทางแยกให้เลี้ยวซ้ายเข้าท่าเรือคุระบุรีประมาณ 2 กิโลเมตร ป้ายอุทยานฯ อยู่ทางด้านขวา หรือนั่งรถโดยสารประจำทาง
บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการรถโดยสารประจำทางปรับอากาศออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี วันละ 1 เที่ยว เวลา 20.00 น. ถึงอำเภอคุระบุรีเวลา 08.00 น. ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 12 ชั่วโมง และ บริษัท ลิกไนท์ ทัวร์ มีบริการรถโดยสารวิ่งวันละ 1 เที่ยว ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 19.05 น. ถึงอำเภอคุระบุรี เวลา 05.00 น.

สำหรับการเช่าเรือโดยสาร ติดต่ออุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ โทร. 0 7649 1378 ค่าเรือไป - กลับ
1,200 บาท คุระบุรี กรีนวิว รีสอร์ท โทร. 0 7649 1477-8, 0 7659 5068 หรือ บริษัท บาราคูดาไดฟ์วิ่ง จำกัด มีบริการเรือเร็ว (Speed boat) และเรือโดยสารขนาด 50 - 100 คน เรือเร็วใช้เวลา 1.20 ชั่วโมง ค่าโดยสาร
ไป - กลับคนละ 1,700 บาท เรือโดยสารใช้เวลา 3 ชั่วโมง ค่าโดยสารไป - กลับคนละ 1,200 บาท เรือออกจากท่าเรือคุระบุรีทุกวันเวลา 08.30 - 09.00 น. ขากลับออกจากเกาะสุรินทร์ เวลา 14.30 น. มีรถบริการรับส่งฟรีจาก อำเภอคุระบุรีไปยังท่าเรือ ติดต่อสำนักงานกรุงเทพฯ โทร. 0 2183 6120-2 สำนักงานสาขาคุระบุรี โทร. 0 7649 1900 , 08 1401 1574 www.barracudadive.com

ที่พัก
ทางอุทยานฯ มีบ้านพักบริการนักท่องเที่ยว จำนวน 20 หลัง ราคาหลังละ 2,000 บาท เต็นท์สำหรับให้เช่า ราคาเต็นท์ละ 300 - 1,200 บาท/คืน พักได้ 2 - 10 คน ในกรณีที่นำเต็นท์มาเองเสียค่าพื้นที่คนละ 80 บาท/คืน

ค่าเข้าชม
นักท่องเที่ยวต้องเสียค่าขึ้นเกาะ ชาวไทย ผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 40 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 400 บาท
เด็ก 200 บาท สำหรับบริการเรือเที่ยวชมปะการังรอบเกาะ ราคา 140 บาท/คน และมีอุปกรณ์ดำน้ำให้เช่า ราคา 150 บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา 82150 โทร. 0 7649 1378, 0 7649 1582 หรือ สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือ www.dnp.go.th

หมายเหตุ: ทางอุทยานฯ มีการกำหนดปิดอุทยานฯ ทั้งหมด เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม - 15 พฤศจิกายน ของทุกปี ก่อนการเข้าไปท่องเที่ยวในเขตอุทยานฯ นักท่องเที่ยวควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติ โดยเข้าสู่จากเว็บไซต์ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้ที่ www.dnp.go.th และมีการกำหนด
จำนวนนักท่องเที่ยวที่ประสงค์จะเข้าไปท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ

ติดต่อสอบถามข้อมูลหรือสำรองการเข้าไปใช้บริการล่วงหน้าได้ที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์
จังหวัดพังงา โทร. 0 7647 2145-6, 0 7649 1378, 0 7649 1582

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน
หมู่เกาะสิมิลันเป็นหมู่เกาะเล็กๆ ในทะเลอันดามัน ตั้งอยู่ในตำบลเกาะพระทอง ครอบคลุมพื้นที่ 80,000 ไร่ มีจำนวนเกาะทั้งทั้งหมด 9 เกาะ เรียงลำดับจากเหนือมาใต้ ได้แก่ เกาะหูยง เกาะปายัง เกาะปาหยัน เกาะเมี่ยง (มี 2 เกาะติดกัน) เกาะปายู เกาะหัวกระโหลก (เกาะบอน) เกาะสิมิลัน และเกาะบางู

สำหรับที่ทำการอุทยานฯ ตั้งอยู่ที่เกาะเมี่ยงเพราะเป็นเกาะที่มีน้ำจืด หมู่เกาะเหล่านี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหมู่เกาะที่มีความงาม ทั้งบนบกและใต้น้ำที่ยังคงความสมบูรณ์ของท้องทะเล สามารถดำน้ำได้ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก มีปะการังที่มีสีสันสวยงามหลากชนิด ปลาหายาก เช่น กระเบนราหู ปลาวาฬ ปลาโลมา ปลาไหลมอนเร่
ปลาการ์ตูน ทางอุทยานฯ กำหนดประกาศปิดอุทยานฯ ในช่วงวันที่ 16 พ.ค. - 15 พ.ย. เพื่อเป็นการฟื้นฟูธรรมชาติทุกปี

ตัวอย่างสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจภายในเขตอุทยานฯ ได้แก่
- เกาะสิมิลัน หรือ เกาะแปด ถือเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะสิมิลัน มีอ่าวเป็นรูปโค้งเหมือนเกือกม้า หาดทรายขาวละเอียด ใต้ท้องทะเลมีปะการังสวยงามหลายชนิด สามารถดำน้ำทั้งน้ำลึกและน้ำตื้น ทางด้านเหนือของเกาะมีก้อนหินขนาดใหญ่ รูปร่างแปลกตา โดยเฉพาะตอนบนซึ่งตรงกับแนวหาดมีหินรูปเรือใบ ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยงามมาก
- เกาะหัวกะโหลก - หินปูซา หรือ เกาะเจ็ด เป็นเกาะที่มีลักษณะเหมือนรูปหัวกะโหลก เกาะแห่งนี้เป็นจุดที่สามารถพบปลากระเบนราหู หรือฉลามวาฬได้มากที่สุดแห่งหนึ่งในหมู่เกาะสิมิลัน
- เกาะหูยงหรือเกาะหนึ่ง เป็นเกาะขนาดใหญ่ที่มีหาดทรายขาวสะอาดและยาวที่สุด ในเก้าเกาะโดยมักมีเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่ ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์
- เกาะเมี่ยง หรือ เกาะสี่ เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่รองจากสิมิลัน เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานฯ มีสัตว์หลายอย่างที่หาดูได้ยากอย่างเช่น “ ปูไก่” ซึ่งมีลำตัวสีแดงสด ก้ามสีดำเหลือบน้ำเงิน , “นกชาปีไหน” ซึ่งเป็นนกประจำถิ่นขนาดใหญ่ตระกูลเดียวกับนกพิราบป่า มีสีสันและลวดลายสวยงาม พบได้ตามริมชายหาด

ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน เป็นช่วงที่เหมาะกับการมาเที่ยวมากที่สุด ส่วนเดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน เป็นฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ มีคลื่นลมแรงเป็นอันตรายต่อการเดินเรือ

การเดินทาง
- ท่าเรือที่อยู้ใกล้อุทยาน ฯ ที่สุดคือ “ท่าเรือทับละมุ” อำเภอท้ายเหมือง อยู่ห่างจากอำเภอเมือง 70 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายพังงา - ตะกั่วป่า จากท่าเรือทับละมุใช้เวลาในการเดินทางไปหมู่เกาะสิมิลัน
ประมาณชั่วโมงครึ่ง - 2 ชั่วโมง มีเรือโดยสารสปีดโบ๊ทของภาคเอกชนให้บริการทุกวัน ตลอดฤดูกาลท่องเที่ยว (15 พ.ย. - 15 พ.ค.) โดยออกจากท่าเรือทับละมุเวลาประมาณ 8.00 น.(ขาไป) และเดินทางกลับจากเกาะไปท่าเรือทับละมุ เวลาประมาณ 15.00 น. (ขากลับ) ทุกวัน โดยสามารถเลือกได้ทั้งแบบเรือโดยสารไป - กลับอย่างเดียว ราคาประมาณ 1,900 บาทต่อคน (ไป - กลับ), แบบแพ็คเก็จทัวร์ ราคาตั้งแต่ 2,700 บาทขึ้นไป และเรือเช่าเหมาลำราคา 30,000 - 40,000 บาทต่อลำ

สำหรับบริษัทที่ให้บริการเรือเช่านั้น มีด้วยกันหลายบริษัท เช่น เม็ดทราย ทัวร์ มีเรือเช่านั่งได้ 30 - 60 คน
ราคา 9,000 - 15,000 บาท โทร. 0 7644 3276, 0 7644 3340, 08 1893 8042
e-mail: metsine@ksc.th.com, www.similanthailand.com,
บริษัท แจ๊ค สิมิลัน ทราเวล โทร. 0 7652 2052-3, 08 1402 7705 แฟกซ์ 0 7652 2053
e-mail: info@jacksimilan.com, www.jacksimilan.com

- ท่าเรือหาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ก็สามารถเดินทางไปอุทยานฯ ได้ ระยะทาง 70 กิโลเมตร ใช้เวลา
เดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่ บริษัทนำเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต หรือเดินทางโดยเรือ
ท่องเที่ยวของบริษัทเอกชน

ที่พัก
อุทยานฯ มีบริการบ้านพักเป็นเรือนแถว พักห้องละ 2 คนและ 4 คน มีทั้งแบบแอร์ และพัดลม ราคา 600 - 2,000 บาทและราคา 1,000 บาท มีบริการเต็นท์ให้เช่า หลังละ 300 - 1,200 บาท สำหรับนักท่องเที่ยวที่นำเต็นท์มาเอง เสียค่าพื้นที่กางเต็นท์คนละ 80 บาท/คืน

ค่าเข้าชม
นักท่องเที่ยวเสียค่าขึ้นเกาะ ชาวไทย ผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 40 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน โทร. 0 7642 1365 สำนักงานบนฝั่ง
โทร. 0 7659 5045 หรือสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือ www.dnp.go.th

อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา

มีพื้นที่ประมาณ 250,000 ไร่ ครอบคลุมอำเภอเมืองพังงา อำเภอตะกั่วทุ่ง และอำเภอเกาะยาว อุทยานฯ แห่งนี้เป็นอุทยานแห่งชาติประเภทชายฝั่งทะเลแห่งที่สองของประเทศ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเล และเกาะน้อยใหญ่ มีเขาหินปูนลักษณะต่าง ๆ ที่มีความงามแตกต่างกันไปตามลักษณะของหิน สมบูรณ์ด้วยป่าชายเลน และยังเป็นแหล่งขยายพันธุ์สัตว์น้ำอีกด้วย เกาะต่างๆ ในอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงาที่น่าสนใจได้แก่ เกาะปันหยี
เกาะพนัก เขาพิงกัน เขาตะปู หรือเกาะเจมส์บอนด์ เขาหมาจู เขาถ้ำลอด และเกาะห้อง

ในเขตอุทยานฯ มีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง เช่น
- เกาะปันหยี เป็นเกาะขนาดเล็ก มีบ้านคนอยู่อาศัยราว 200 หลังคาเรือน ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม มีอาชีพประมง ขายของที่ระลึก และขายอาหารให้แก่นักท่องเที่ยว มีโรงเรียน และสถานีอนามัยอยู่บนเกาะ
- เขาพิงกัน เขาแห่งนี้มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ เนื่องจากมีภูเขาหินที่แตกออกจากกัน หินที่เล็กกว่าเลื่อนลงมา ฐานจมลงไปในดิน แยกห่างจากกัน ส่วนด้านบนยังคงพิงกันอยู่ ด้านหลังของเขาพิงกันมีทิวทัศน์ที่สวยงาม สามารถมองเห็นเขาตะปู โดดเด่นอยู่ เหนือผืนน้ำ
- ถ้ำลอด เป็นภูเขาลักษณะเกาะทะลุ เรือขนาดเล็กสามารถแล่นผ่านทะลุไปอีกด้านหนึ่งของถ้ำได้ บนเพดานถ้ำมีหินย้อยดูแปลกตา ฯลฯ

การเดินทาง
อุทยานฯ อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 8 กิโลเมตร เริ่มจากทางหลวงหมายเลข 4 จะมีทางแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4144 เข้าไปประมาณ 4 กิโลเมตร เมื่อถึงท่าเรือท่าด่านศุลกากร สามารถเช่าเรือจากบริเวณท่าเรือ หรือเดินทางโดยรถสองแถว มีรถออกจากตัวเมืองไปท่าเรือท่าด่านศุลกากรทุกวัน

การเช่าเรือล่องอ่าวพังงา มีเรือบริการนำเที่ยวออกจากท่าเรือต่างๆ ดังนี้
- ท่าเรือท่าด่านศุลกากร ใกล้โรงแรมพังงาเบย์ รีสอร์ท มีเรือนำเที่ยวหลายขนาดให้เช่า ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 - 4 ชั่วโมง
- ท่าเรือสุระกุล หรือ ท่าเรือกะโสม ในอำเภอตะกั่วทุ่ง มีเรือให้เช่าหลายขนาด
- ท่าเรือในบริเวณอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา มีเรือหลายขนาดไว้บริการ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 - 4 ชั่วโมง

ที่พัก
ทางอุทยานฯ มีบ้านพักบริการนักท่องเที่ยวแบบ 4 คน และ 15 คน มีบริการเต็นท์ให้เช่า ในกรณีที่นักท่องเที่ยว นำเต็นท์มาเอง เสียค่าอาบน้ำคนละ 20 บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา 80 หมู่ 1 ตำบลเกาะปันหยี อำเภอเมือง จังหวัดพังงา 82000 โทร. 0 7641 1136, 0 7641 2188 หรือ
สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือ www.dnp.go.th

ถ้ำพุงช้าง
ถ้ำแห่งนี้อยู่ภายในบริเวณวัดประจิมเขต หลังศาลากลางจังหวัดพังงา มีลักษณะเป็นถ้ำใหญ่ที่อยู่ใจกลาง
เขาช้าง สำหรับบริเวณที่เรียกว่า “พุงช้าง” เป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่สร้างความยิ่งใหญ่ของหินงอกหินย้อย ให้ประทับใจแก่ผู้ที่ได้พบเห็น

การท่องเที่ยว ณ ถ้ำพุงช้าง ถือเป็นการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย นักท่องเที่ยวจะต้องเดินลุยน้ำ นั่งแพ และนั่งเรือแคนนู เพื่อเข้าไปชมหินงอกหินย้อยที่เป็นฝีมือธรรมชาติ หินงอกหินย้อยมีลักษณะของช้างหลากรูปแบบที่แปลกตาไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นหินงอกหินย้อยรูปช้างร้อยๆ เชือกเดินตามกันเป็นวงรอบหินงอกรูปช้างนั่งอยู่ใต้ฉัตรภายในถ้ำ บันไดสีทองเกิดจากหินงอกอันวิจิตรยิ่งเมื่อถูกแสงไฟจะเป็นประกายสวยงาม มาก

การเดินเที่ยวถ้ำพุงช้างใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถติดต่อ
บริษัท ทองแท้ ซี แคนู จำกัด โทร. 0 7626 4320, 0 7641 2292

ย่านเมืองเก่าตะกั่วป่า
ความเจริญรุ่งเรืองของเมืองตะกั่วป่าในยุคทองของเหมืองแร่ สามารถมองเห็นได้จากย่านเมืองเก่าตะกั่วป่า ที่ประกอบด้วยอาคารบ้านเรือนร้านค้าของชาวจีน แบบชิโน - โปรตุกีส บริเวณถนนอุดมธารา และบริเวณถนน
ศรีตะกั่วป่า (ตลาดใหญ่)

แม้ในปัจจุบันธุรกิจเหมืองแร่จะเลิกร้างไป แต่ตึกแถวโบราณเหล่านี้ยังคงมีร่องรอยของอดีตหลงเหลืออยู่มาก ทุกวันอาทิตย์ ระหว่างเวลา 14.00 - 18.00 น. ช่วงฤดูท่องเที่ยวระหว่างเดือนพฤศจิกายน - เมษายนของทุกปีเทศบาลตำบลตะกั่วป่า ร่วมกับชุมชนตลาดใหญ่ ได้รณรงค์ให้ถนนศรีตะกั่วป่า เป็นถนนสายวัฒนธรรมเมืองตะกั่วป่า โดยได้รับความร่วมมือจากชาวชุมชนมาจำหน่ายอาหาร ขนมพื้นบ้านมากมาย อาทิ ขนมบ้า อาโป่ง ขนมเบื้อง ขนมโค ฯลฯ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อเทศบาลเมืองตะกั่วป่า โทร. 0 7642 4279

ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งพังงา
ศูนย์แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ตำบลท้ายเหมือง อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา เป็นหน่วยงานราชการส่วนกลาง ในสังกัดสำนักวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ. 2528 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อการเพาะพันธุ์หอยแครง หอยนางรม และกุ้ง ศึกษา ค้นคว้า วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ การจัดการระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เชิงอุตสาหกรรมแบบยั่งยืน ผลิตและขยายพันธุ์สัตว์น้ำชายฝั่งที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์ ที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ เพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาให้เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจ เป็นต้น

นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมบ่อเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ อาทิ ปลาการ์ตูน ปลากระพงขาว เต่าตนุ เต่ากระ
ปลาปักเป้า ปลาหมอทะเล หอยมือเสือ หอยเชลล์ หอยเป๋าฮื้อ เป็นต้นศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งพังงา เปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา 8.30 - 16.30 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 0 7643 2212-4 แฟกซ์ 0 7657 1008 และ www.fisheries.go.th/cf-phangnga

การเดินทาง
ขับรถยนต์ไปตามแนวถนนเลียบชายหาดท้ายเหมือง ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 4 กิโลเมตร

ศูนย์อนุรักษ์อุทยานใต้ทะเลจุฬาภรณ์
ตั้งอยู่ในกองทัพเรือภาค 3 หมู่บ้านทับละมุ ตำบลลำแก่น ก่อตั้งขึ้นเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ
ใต้ทะเลแก่นักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไป โดยมีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมทางทะเล การฉายสไลด์มัลติวิชั่นเกี่ยวกับใต้ทะเลอันดามัน ศูนย์ฯ แห่งนี้ เปิดบริการ
ทุกวันไม่เสียค่าเข้าชม ตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น. และทางศูนย์ฯ มีบริการที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว
สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 7644 3299–300

อนุสรณ์สถานรำลึกเหตุการณ์สึนามิ
ประติมากรรมอนุสรณ์สถานสึนามิ มีหลายแห่งด้วยกัน เช่น
- ประติมากรรมชื่อว่า "Stabile"
ผลงานการออกแบบของศิลปินชาวสวีเดน ลาร์ส อิงกลุนด์ ศิลปินชาวสวีเดนตั้งอยู่ที่ซอยนายเท่ง
ถนนเพชรเกษม กม.ที่ 61 บ้านบางเนียง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ก่อสร้างโดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อรำลึกถึงเหตุภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547
- อนุสรณ์สถานสึนามิ เรือ ต.813
เรือตรวจการ 813 หรือที่คนทั่วไปในนาม ต.813 เป็นเรือในหน่วยงานกรมตำรวจ มีน้ำหนักถึง 60 ตัน หรือ 60,000 กิโลกรัม กำลังจอดปฏิบัติการอยู่บริเวณชายฝั่งเขาหลัก ได้ถูกคลื่นยักษ์สึนามิพัดเข้าไปเกยบริเวณเชิงเขาเป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร เมื่อเหตุการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ จึงได้คงไว้อย่างนั้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานหรืออนุสาวรีย์ เพื่อระลึกถึงผู้จากไปและเตือนความทรงจำ
บริเวณอนุสรณ์สถานแห่งนี้มีป้ายนิทรรศการแสดงเกี่ยวกับเหตุการณ์สึนามิที่บ้านบางเนียง และจำหน่ายของที่ระลึก หนังสือเกี่ยวกับเหตุการณ์ครั้งนี้ ตั้งอยู่ที่หมู่ 5 บ้านบางเนียง ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา
- สวนอนุสรณ์สึนามิ บ้านน้ำเค็ม
ตั้งอยู่ติดชายทะเลบ้านน้ำเค็ม ห่างจากตัวอำเภอตะกั่วป่าประมาณ 7 กิโลเมตร จัดสร้างในเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ ประกอบด้วย สวนพักผ่อน สวนสุขภาพสำหรับออกกำลังกาย สนามเด็กเล่น มีอนุสรณ์ก่อสร้างเป็นช่องทางเดินระหว่างกำแพงกันดินสองข้าง โดยด้านหนึ่งทำเป็นกำแพงคอนกรีตโค้งคล้ายรูปคลื่น ผิวหินขัดสีดำ และจะมีช่องมองทะลุกำแพง ไปเห็นเรือประมงที่ได้รับความเสียหายจาก คลื่นยักษ์สึนามินำมาตั้งไว้
ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นกำแพงเฉียงปูอิฐสลับกับกระเบื้องเซรามิก และมีรายชื่อของผู้เสียชีวิตสลักบนแผ่นป้ายทองเหลืองติดบนกระเบื้องเซรามิก ซึ่งจำนวนผู้เสียชีวิตที่บ้านน้ำเค็มประมาณ 1,400 คน ไม่ไกลจาก อนุสรณ์มีพระรูปกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงพระยศทหารเรือขนาด 1.5 เท่าของพระองค์จริง ประดิษฐานไว้ให้ชาวประมงที่ออกจับปลาเคารพบูชา ก่อนออกเดินเรือ นอกจากนั้นยังมีร้านจำหน่ายของที่ระลึกผลิตโดยชาวบ้านน้ำเค็ม ร้านอาหารทะเลและบริการนำเที่ยวหมู่บ้านน้ำเค็ม พิพิธภัณฑ์เปิดทุกวันเวลา 8.00 - 17.00น.

วัดนารายณิการาม
วัดแห่งนี้มีเทวรูปพระนารายณ์ รวมทั้งเทวรูปบริวาร องค์จำลอง (องค์จริงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต) เทวรูปเหล่านี้มีความสำคัญเกี่ยวข้องกับประวัติความเป็นมาของเมือง “ตะโกลา” แสดงถึงอิทธิพลรูปแบบศิลปะในศาสนาพราหมณ์ ผ่านการเดินทางติดต่อการค้าของอินเดียกับภูมิภาคแถบนี้ นอกจากนี้ ภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์ชาวบ้านที่จัดแสดง โบราณวัตถุ รวมทั้งศิลาจารึกอายุกว่าพันปีที่ขุดพบบริเวณยอดเขาเลียงอีกด้วย

การเดินทาง
วัดดังกล่าวตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลเหล ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 14 กิโลเมตรหรือตามทางหลวงหมายเลข 401 (ตะกั่วป่า - สุราษฎร์ธานี) จะมีทางแยกขวาเข้าไป 2 กิโลเมตร

วัดสุวรรณคูหา
ชาวบ้านทั่วไป เรียกว่า “วัดถ้ำ” ถือเป็นวัดสำคัญของจังหวัดพังงา เนื่องจากเป็นพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี ประกอบด้วยถ้ำน้อยใหญ่ ที่สำคัญได้แก่ ถ้ำใหญ่ ถ้ำแจ้ง ถ้ำมืด และถ้ำแก้ว ถ้ำใหญ่อยู่ตอนล่างสุด ตลอดความยาวของถ้ำตกแต่งด้วยกระเบื้อง ถ้วย จานเชิงลายคราม และเบญจรงค์ ถ้ำแห่งนี้ถูกใช้เป็นวิหารจึงมีพระพุทธรูปต่างๆ ประดิษฐานอยู่หลายองค์ ที่สำคัญคือ พระพุทธไสยาสน์ ซึ่งมีความงดงามมาก
นอกจากนั้นยังมีพระปรมาภิไธยย่อของพระเจ้าแผ่นดิน และพระราชวงศ์หลายพระองค์อีกด้วย

ค่าเข้าชม
วัดแห่งนี้มีการเก็บค่าเข้าชมเฉพาะชาวต่างชาติ คนละ 10 บาท

การเดินทาง
วัดสุวรรณคูหา ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลกระโสม ตามทางหลวงหมายเลข 4 (พังงา - ภูเก็ต) ห่างจากตัวเมืองพังงาประมาณ 9 กิโลเมตร บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 30 จะมีถนนลาดยาง แยกเข้าขวามือ ตรงไปอีก 1 กิโลเมตรจะถึงตัววัด

ที่พักแนะนำ

- ลา ฟลอร่า รีสอร์ท แอนด์ สปา
รีสอร์ทหรูในเขาหลัก ตั้งอยู่บนหาดบางเนียง ห้องพักออกแบบอย่างทันสมัย ด้านหน้าติดทะเลอันดามัน เป็นหนึ่งด้านการบริการ ราคาเริ่มต้นที่ 6,000 บาท ยกเว้นการพักติดต่อกัน 5 คืน จะตกราว 4,500 บาทต่อคืน
โทรจองห้องพัก หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 076-428000

- อมันดารา ไอส์แสนด์ รีสอร์ท
ตั้งอยู่บนเกาะคอเขา บรรยากาศเน้นความอบอุ่นเหมือนพักอยู่ในบ้าน บริการอย่างเป็นกันเอง ทิวทัศน์และ
หาดทรายที่สวยงามบริเวณรีสอร์ท สร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวอย่างไม่มีวันลืมเลือน ราคาเริ่มต้นที่ 1,100 บาทโดยประมาณ โทรสอบถามรายละเอียดได้ที่ 076-417068, 076-480667

 

- สุวรรณ ปาล์ม รีสอร์ท
รีสอร์ทบนหาดนางทอง อำเภอตะกั่วป่า เพิ่งปรับโฉมใหม่เมื่อไม่นานมานี้ เหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบกิจกรรมการดำน้ำ และนอนอาบแดดในวันพักผ่อนสบายๆ รวมถึงการเล่นกอล์ฟ พายเรือแคนู ขี่ช้าง ล่องแก่ง และอื่นๆ
ห้องพักโอ่อ่า สระว่ายน้ำล้อมรอบด้วยระเบียงไม้ และสปาสุดหรู ที่พร้อมผ่อนคลายในราคาที่ไม่แพงเมื่อเทียบกับการตกแต่ง ที่นี่ห่างจากเกาะสิมิลัน 70 กิโลเมตร ติดต่อจองห้องพักได้ที่ 076-485838 อัตราค่าห้องพักเริ่มตั้งแต่ 1,300 บาทขึ้นไป

ร้านอาหารแนะนำ

ร้านอาหารในจังหวัดพังงามีให้เลือกมากมายโดยเฉพาะในอำเภอตะกั่วป่า ตัวอย่างเช่น

- ร้านพุทธรักษา ตั้งอยู่บนถนนเพชรเกษม ตำบลบางนายสี อำเภอตะกั่วป่า อาหารอร่อย บรรยากาศดี โทรสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0 7642 1576

- ข้าวแกงตะกั่วป่า ร้านนี้อยู่ริมถนนเพชรเกษม ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า ได้รับการบอกต่อกันมาปากต่อปาก เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 10 โมงเช้าถึงบ่าย 2 โมง

- หาดทรายซีฟู้ด จำหน่ายอาหารทะเลเป็นหลัก ตั้งอยู่ในตำบลท้ายเหมือง อำเภอท้ายเหมือง โทรจองโต๊ะเพื่อรอชิมอาหารทะเลสดๆ ได้ที่ 0 7657 1769

แนะนำของฝาก

- ผ้าบาติก
ขอนำเสนอผ้าบาติกที่วาดจากฝีมือของเด็กๆ บ้านน้ำเค็ม อำเภอตะกั่วป่า ในโครงการฟื้นฟูสภาพจิตใจเด็กและเยาวชน ที่นอกจากจะช่วยสร้างรายได้แล้ว ยังเป็นการมอบกำลังใจแก่เด็กๆ ได้อีกด้วยโทรสั่งสินค้า หรือ
สอบถามรายละเอียดได้ที่ 08 9645 7705

- ไข่มุก
ไข่มุก คืออัญมณีซึ่งเป็นของขวัญจากท้องทะเล สามารถซื้อหาเป็นของฝากสำหรับสุภาพสตรี ขอแนะนำแหล่งค้าไข่มุกที่ “ร้านกลุ่มสตรีเกาะปันหยี” อำเภอเมือง จังหวัดพังงา
ติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 08 9725 7896

- กะปิจากกุ้งฝอย และกุ้งเสียบ
กะปิจากกุ้งฝอยที่มีชื่อเสียงของพังงาได้แก่ กะปิเกาะยาว กะปิเกาะปันหยี นอกจากนี้ยังมีกุ้งเสียบของฝากขึ้นชื่อของพังงา ทั้งหมดนี้นักท่องเที่ยวสามารถหาซื้อได้ที่ตลาดสดในอำเภอเมือง หรือตลาดสดในอำเภอ
ตะกั่วทุ่ง


24 มิถุนายน 2554 14:31:11

 
 
   
 
  พังงา
  ข้อมูลทั่วไป
  ข้อมูลน่ารู้ก่อนเดินทาง
  เกร็ดความรู้ที่ควรทราบ
  สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมแนะนำ
  ท่องเที่ยวตามงบประมาณ
  บันทึกการเดินทางประทับใจ
  ผู้จัดการพาชิม
 
 
 
 
 
   
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
   
พฤษภาคม
2555
<  >
 
   
 
     
   
 
เลือกจังหวัดในประเทศไทย