Wi-Fi Experience@KBank
ค้นหา:
Join:
Home / Travel / แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว / เยอรมนี / เบอร์ลิน / ข้อมูลทั่วไป
   

เบอร์ลิน -  ข้อมูลทั่วไป

Send To Friend
 
 

เบอร์ลิน

“เบอร์ลิน” ประตูสู่ภาคตะวันออก นครหลวงแห่งเยอรมนี ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดของประเทศ และอันดับสองในสหภาพยุโรป เมืองริมฝั่ง
แม่น้ำชเปร (Spree) และฮาเฟล (Havel) แห่งนี้ มีชื่อเสียงจากการเป็นศูนย์กลางธุรกิจ ที่ตั้งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ด้านวิศวกรรมไฟฟ้า การผลิตรถยนต์ เคมี เภสัชกรรม การสร้างเครื่องจักร และธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ อีกทั้งเป็นเมืองที่มีสื่อสิ่งพิมพ์หลากหลายมากที่สุดในยุโรป นอกจากนี้ ยังเป็นศูนย์กลางทางการเมืองและประวัติศาสตร์ของประเทศเยอรมนี ที่สำคัญอย่างยิ่ง


กำแพงเบอร์ลิน (Berlin Wall, Berliner Mauer)

กำแพงเบอร์ลินเป็นกำแพงที่กั้นเบอร์ลินตะวันตก ออกจากเยอรมนีตะวันออก แบ่งประเทศเยอรมนีออกเป็น 2 ส่วนจากเหนือจรดใต้ เริ่มสร้างเพื่อจำกัดการเข้าออกระหว่างเขตเบอร์ลินตะวันออกและตะวันตก เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ค.ศ. 1961 และเป็นเช่นนี้มายาวนานถึง 28 ปี ระหว่างนั้นมีชาวเยอรมันพยายามข้ามเขตแดนราว 5,000 ครั้ง และมีคนถูกฆ่าระหว่างการหลบหนี 192 คน จนกระทั่งวันที่ 13 มิถุนายน ค.ศ. 1990 กำแพงเบอร์ลินก็ถูกทำลายลง และรวมประเทศเยอรมนีเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้งหนึ่ง กำแพงเบอร์ลินนับเป็นสัญลักษณ์ของสงครามเย็นก็ว่าได้ ปัจจุบันยังคงเหลือกำแพงบางช่วงไว้เป็นอนุสรณ์ ซากกำแพงบางส่วนก็ถูกจำหน่ายเป็นของที่ระลึก บางส่วนก็ถูกนำไปตั้งแสดงตามที่ต่างๆ การล่มสลายของกำแพงเบอร์ลินนั้นเป็นขั้นตอนแรกของการรวมชาติเยอรมัน จนสำเร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ค.ศ. 1990 และได้ถือเอาวันนี้เป็นวันชาติของประเทศเยอรมนีมาจนถึงปัจจุบัน


ประตูบรานเดนบวร์ก (Brandenburg Gate, Brandenburger Tor)

ประตูบรานเดนบวร์กเป็นสัญลักษณ์สำคัญของกรุงเบอร์ลิน เพราะเป็นประตูเมืองเก่าแก่ ได้รับการก่อสร้างระหว่าง ค.ศ.1788 ถึง ค.ศ. 1791 ตามศิลปะแบบโรมัน โดยฝีมือของ C.G.Langhans เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นเอกภาพของประเทศเยอรมนี ตั้งอยู่ที่ Pariser Platz และถนน Unter den Linden ปัจจุบันเป็นประตูที่เหลืออยู่เพียงแห่งเดียว จากทั้งหมดหลายแห่งที่เข้ากรุงเบอร์ลิน สถานที่แห่งนี้ถือยังเป็นเครื่องหมายแห่งความสงบสุข และมีความสำคัญโดยเป็นจุดแบ่งกรุงเบอร์ลินออกเป็น 2 ส่วนคือตะวันออกและตะวันตก ด้านบนมีรูปปั้นชื่อ Quadriga สูง 5 เมตร มีราชินีแห่งชัยชนะ (Siegesgoettin Viktoria) ควบขับรถเทียมม้า 4 ตัว มุ่งหน้าไปทางฝั่งตะวันออกของเบอร์ลิน ในมือถืออิสริยาภรณ์กางเขนเหล็กกับพวงมาลัยใบมะกอก และนกอินทรีซึ่งเป็นสัตว์ที่แสดงอำนาจของยุคปรัสเซียร์ (Preussen, Prussia)


ศาลาว่าการกรุงเบอร์ลิน (Berliner Rathaus)

ศาลาว่าการกรุงเบอร์ลินเป็นที่ทำงานของนายกเทศมนตรีกรุงเบอร์ลิน ผลงานการออกแบบงานก่อสร้างของ H.F.Wassemann ในระหว่าง ค.ศ.1861 ถึง ค.ศ. 1869 บริเวณนี้มักจะถูกเรียกว่าจัตุรัสแดงเพราะวัสดุก่อสร้างเป็นอิฐแดงทั้งหลัง เป็นศิลปะแบบเรอเนสซองส์อันสวยงาม และตรงกลางมีหอนาฬิกาที่มีความสูง 74 เมตร เปิดให้เข้าชมได้ในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 9.00 - 18.00 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่


โบสถ์ Kurfurstendamm

โบสถ์ Kurfurstendamm หรือชื่อย่อว่า Ku’ Damm ซึ่งนิยมเรียกกันในช่วง 20 ปีก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นสถานที่เก่าแก่ที่มีชื่อเสียง และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โบสถ์แห่งนี้ได้รับความเสียหาย อย่างหนักในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเบอร์ลินถูกทิ้งระเบิดถล่มจนราบเป็นหน้ากลองทั้งเมือง แต่โบสถ์แห่งนี้ยังคงสภาพเดิมที่หลงเหลืออยู่บ้างบางส่วน สามารถมองเห็นอย่างเด่นชัดในปัจจุบัน ภายในโบสถ์ Kurfurstendamm มีการจัดแสดงภาพในอดีต ที่เมืองนี้ถูกทิ้งระเบิดทางอากาศจนเสียหายเกือบทั้งเมือง


อนุสาวรีย์แห่งชัยชนะ (Victory Column, Siegessäule)

สร้างขึ้นตั้งแต่ยุคปรัสเซียโบราณ เพื่อเป็นอนุสรณ์ของการต่อต้านพวกเดนมาร์ก ในปี ค.ศ. 1864 ออสเตรีย ในปี ค.ศ. 1866 และฝรั่งเศส ในปี ค.ศ. 1870 - 1871 มีลักษณะเป็นเสาสูงประมาณ 69 เมตร ออกแบบ
ก่อสร้างโดย J.H.Strack ระหว่าง ค.ศ.1865 - 1873 ในสไตล์นีโอคลาสสิก ชาวเบอร์ลินมักเรียกสถานที่นี้ว่า Golde Else หรือ Victoria แห่งเบอร์ลิน เพราะบนยอดเสามีรูปปั้นของวิคตอเรีย เทพีแห่งชัยชนะถือพวงมาลัยจากใบมะกอก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะกับหอก รูปปั้นนี้หนัก 35 ตัน สูง 8 เมตร มีบันได 285 ขั้น สามารถเดินขึ้นไปชมวิวด้านบนได้ บริเวณนี้ทั้งหมดเรียกว่า Grosser Stern แปลว่าดาวดวงใหญ่ เพราะมีถนน 5 สายใหญ่มาบรรจบกันที่อนุสาวรีย์นี้ ถ้ามองจากข้างบนลงมาจึงดูคล้ายรัศมีของดาวที่เป็นแฉก นอกจากนี้บริเวณนี้ยังใช้เป็นที่จัดงาน Loveparade หรือ Techno-Party อีกด้วย เปิดให้เข้าชมวันอังคารถึงวันอาทิตย์ เวลา
9.00 - 18.00 น. และวันจันทร์ ในเวลา 15.00 - 18.00 น. รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่


โบสถ์อนุสรณ์จักรพรรดิวิลเฮล์ม (Memorial Church, Keiser-Wilhelm-Gedechtniskirche)

สร้างขึ้นในตอนปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 และถูกทำลายอย่างย่อยยับในสงครามโลกครั้งที่ 2 โบสถ์ใหม่ได้รับการก่อสร้างอยู่เคียงข้างซากโบสถ์เก่า ซึ่งถูกรักษาให้คงอยู่ในสภาพนั้น โบสถ์นี้ตั้งอยู่ตรงใจกลางเมืองใกล้ Bahnhof Zoo และแหล่งช้อปปิ้งที่ขึ้นชื่อของเบอร์ลิน ชาวไทยมักจะเรียกโบสถ์นี้กันจนติดปากว่า “โบสถ์หัก” เพราะด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่หักเป็นมุม จนกลายเป็นเอกลักษณ์สำคัญนั่นเอง


จัตุรัสชองดาร์เมนมาร์ก (Gendarmenmarkt)

จัตุรัสหรือ platz แห่งนี้ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป โดยทางด้านทิศเหนือเป็นที่ตั้งของโบสถ์ฝรั่งเศส (Franzoesischer Dom) ทางทิศใต้เป็นที่ตั้งของโบสถ์เยอรมัน (Deutscher Dom) สร้างในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 18 แต่ละโบสถ์สูง 70 เมตร มีหอระฆังอยู่ภายใน ซึ่งจะดังทุกๆ 12, 15 และ 19 นาฬิกา ส่วนตรงกลางเป็นโรงละคร ซึ่งสร้างในสไตล์คลาสสิก ด้านหน้ามีรูปปั้นของกวีนักประพันธ์ที่โด่งดังของเยอรมันที่ชื่อ Schiller ปัจจุบันใช้โรงละครแห่งนี้เป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ตในเบอร์ลินชื่อ Konzerthaus Berlin ส่วนบริเวณรอบๆ ของจัตุรัสนี้เป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้า ร้านค้า ร้านกาแฟ และโรงแรมที่มีชื่อเสียงมากมาย


มหาวิหารแห่งเบอร์ลิน (Berliner Dom)

ตั้งอยู่บนถนน Museumsinsel สร้างในระหว่างปี ค.ศ. 1894 ถึง 1905 สูง 74.8 เมตร เพื่อใช้เป็นโบสถ์ประจำราชวงศ์โฮเฮ่นซอลเลิร์น มหาวิหารแห่งนี้ถือเป็นโบสถ์ทางศาสนาคริสต์นิกายโปรแตสแตนท์ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเยอรมนี เป็นที่ทำพิธีการเจิมน้ำมนต์ เข้าพิธีอภิเษกสมรส และใช้เป็นสถานที่ฝังศพของสมาชิกในราชวงศ์ ซึ่งบริเวณชั้นใต้ดินของโบสถ์แห่งนี้ มีหลุมฝังศพของราชวงศ์โฮเฮ่นซอลเลิร์นอยู่ถึง 97 แห่ง ภายในตัวโบสถ์มีความงดงามตระการตาเป็นอย่างมาก สามารถเข้าชมได้ในวันจันทร์ถึงวันเสาร์ 9.00 - 20.00 น. และวันอาทิตย์ 12.00 - 20.00 น. ค่าเข้าชมคนละ 5 ยูโร รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

อาคารรัฐสภา (Reichstag)

อาคารแห่งนี้ออกแบบก่อสร้างโดย Wallot ระหว่างปี ค.ศ. 1884 - 1894 ใช้เป็นที่ประชุมรัฐสภาของประเทศเยอรมนี เรียกว่า Sitz des Deutschen Bundestages ถือเป็นอาคารที่สำคัญที่สุดของประเทศเยอรมันเลยก็ว่าได้ อาคารหลังนี้เคยถูกทำลายในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จนปัจจุบันได้ถูกบูรณะขึ้นมาใหม่ โดยตรงกลางด้านบนสร้างเป็นครอบแก้ว มีบันไดวนสามารถเดินขึ้นไปชมทิวทัศน์ได้ ครอบแก้วนี้ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอังกฤษ ซึ่งถือเป็นสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง เปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00 น. ถึงเที่ยงคืน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่


ถนน Unter den Linden

หนึ่งในถนนที่สำคัญที่สุดของเยอรมนี จัดเป็นถนนสายที่เชิดหน้าชูตาของนครหลวงแห่งนี้ เพราะเก่าแก่ที่สุด มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์หลายยุคหลายสมัย ปัจจุบันมักใช้เป็นเส้นทางเดินขบวนประท้วงต่างๆ ริมสองข้างทางของถนนเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญๆ เช่น พระราชวังเก่า หอสมุดแห่งชาติ มหาวิทยาลัยเก่าแก่
โรงละครแห่งชาติ โบสถ์เก่าแก่ ที่ใช้ชื่อถนนเช่นนี้ก็เนื่องจากบริเวณตรงกลาง และริมถนนมีต้น Linden อยู่ตลอดสาย ผู้คนสามารถนั่งพักผ่อนหย่อนใจชมวิวทิวทัศน์ได้ นอกจากนี้ ถนนสายนี้ยังใช้เป็นต้นแบบของถนนราชดำเนิน เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสกรุงเบอร์ลินอีกด้วย


เช็กพอยต์ชาร์ลี (Checkpoint Charlie)

สถานที่แห่งนี้ มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของเยอรมนีเป็นอย่างมาก เนื่องจากในสมัยที่แบ่งประเทศเป็นตะวันออกกับตะวันตก เพราะเป็นจุดผ่านแดนระหว่างเบอร์ลินตะวันตก ซึ่งเป็นโซนของสหรัฐอเมริกา และเบอร์ลินตะวันออกซึ่งเป็นเขตของรัสเซีย เป็นจุดทำสงครามเย็นกันของทั้งสองฝ่าย ซึ่งเป็นมหาอำนาจของโลกในสมัยนั้น โดยเอากำลังทหาร รถถัง และอาวุธมาประจันหน้ากัน เพื่อประกาศให้อีกฝ่ายรู้ว่าประเทศของตนมีศักยภาพและอำนาจมากเพียงใด ปัจจุบันยังมีป้อมจุดตรวจและป้ายปักเขตแดนในสมัยนั้นหลงเหลืออยู่ให้เห็น นอกจากนี้ บริเวณใกล้ๆ กันยังมีพิพิธภัณฑ์ชื่อ Checkpoint Charlie Museum ซึ่งแสดงกรรมวิธีในการพยายามหลบหนีจากฝั่งตะวันออกมาสู่ตะวันตก รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่


ปราสาทชาล็อตเทนบวร์ก (Schloss Charlottenburg)

สร้างขึ้นตามพระราชประสงค์ของพระเจ้า Frederick ที่ 3 ที่ทรงต้องการสร้างพระราชวังฤดูร้อน พระราชทานแด่พระนาง Sophie Charlotte พระชายา จึงทรงมีรับสั่งให้สถาปนิกชื่อ Jahann Arnold Nering สร้างขึ้น โดยเริ่มสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1695 กระทั่งเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1699 ตัวพระราชวังล้อมรอบไปด้วยสวนสไตล์
บาโร้ก ที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยสถาปนิกหลายๆ คน ซึ่งสวนแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นสวนหย่อมสไตล์บาโร้กที่สวยที่สุดในเยอรมนีแห่งหนึ่ง สามารถเข้าชมได้ในวันอังคารถึงวันอาทิตย์ เวลา 9.00 - 17.00 น. ค่าเข้าชมคนละ 8 ยูโร รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่


เมืองมรดกโลก Potsdam’s Park Landscape

ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับกรุงเบอร์ลิน ใช้เวลานั่งรถไฟประมาณ 20นาที มีสิ่งก่อสร้างที่เป็นมรดกโลกที่สำคัญของ UNESCO คือ Potsdam’s Park Landscape ซึ่งได้รับการเลือกให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1990 ในบริเวณนี้สถาปนิก Peter Joseph Lenné ได้รวบรวมเอาวังและสวนจากสถาปนิกหลายๆ คนเอาไว้ และได้จัดตั้งเป็น Potsdam’s Park Landscape โดยมีพระราชวังที่สำคัญคือ Neuen Palais และ Schloss Sanssouci

Neuen Palais เป็นพระราชวังขนาดใหญ่มาก ตัวตึกทาสีเป็นสีชมพูอ่อนๆ ตรงกลางของตึกมีโดมรูปทรงครึ่ง
วงกลม ที่เรียกว่า Cupola ด้านในตกแต่งอย่างหรูหรา พื้นของวังทำด้วยหินอ่อนทั้งหมด ดังนั้นหากเข้าชม
ด้านในจึงต้องเปลี่ยนรองเท้าที่เจ้าหน้าจัดเตรียมไว้ให้ นอกจากนี้ ด้านหลังวังมีสวนหย่อมให้ได้เดินพักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย เข้าชมได้ทุกวัน ยกเว้นวันอังคาร เวลา 10.00 - 18.00 น. (ในหน้าร้อน) ค่าเข้าชมราคาคนละ 6 ยูโร รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

Schloss Sanssouci เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของเมือง Potsdam สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นพระราชวัง
ฤดูร้อนของ Friedrich the Great บริเวณด้านนอกของพระราชวังมีบันได เพื่อเดินลงมาสู่สวนที่อยู่ทางด้านหลัง ในหน้าร้อน จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมานั่งชื่นชมความงามของสวนในพระราชวังแห่งนี้ เนื่องจาก
งดงามไปด้วยดอกไม้สวยงามนานาชนิด ที่เบ่งบานอยู่รอบๆ พระราชวังแห่งนี้เปิดให้ชมในวันอังคารถึงวันอาทิตย์ เวลา 9.00 - 17.00 น. (ในหน้าร้อน) ค่าเข้าชมคนละ 8 ยูโร รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่


ของฝากของที่ระลึก

  • หมวกขนสัตว์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะกรุงเบอร์ลิน
  • ผลิตภัณฑ์ที่เป็นรูปหมีแห่งเบอร์ลินทั้งหมด เช่น ตุ๊กตา เสื้อผ้า หมวก เป็นต้น
  • เศษซากกำแพงเบอร์ลินที่มักจะขายพร้อมกับโปสการ์ด


ที่พักแนะนำ

Hotel Adlon
โรงแรม Adlon เป็นโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว ที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศเยอรมัน รับรองแขกบ้านแขกเมืองในเวลาที่มีบุคคลสำคัญต่างๆ มาเยือนประเทศเยอรมัน และกรุงเบอร์ลิน เช่น เชื้อพระวงศ์จากประเทศต่างๆ ประธานาธิบดีของแต่ละประเทศ และดาราฮอลลีวู้ด เป็นต้น นอกจากนี้ โรงแรมแห่งนี้ยังมีสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ไทยเป็นหุ้นส่วนใหญ่อีกด้วย รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.hotel-adlon.de/
 


Radisson Blu Hotel

โรงแรมระดับ 5 ดาวแห่งนี้ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำชเปร (Spree) และโบสถ์เบอร์ลิน ห่างจากศาลาว่าการกรุงเบอร์ลินเพียง 100 เมตร จึงสะดวกอย่างยิงในการเดินไปสถานที่ท่องเที่ยวในเมือง โรงแรมนี้พึ่งเปิดให้บริการในปี
ค.ศ. 2004 จึงรับประกันได้ถึงความใหม่ และทันสมัยของสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโรงแรมครบครัน
รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.radissonblu.com


The Melia Berlin

โรงแรม Melia Berlin เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาวครึ่ง ซึ่งตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเบอร์ลินใกล้กับประตูบรานเดนบวร์ก ชาร์ลีเช็คพอยท์ และรัฐสภา มีห้องพักทั้งหมด 364 ห้อง ซึ่งได้รับการตกแต่งในแบบสแปนิช ด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีดำ นอกจากนี้ ภายในตัวโรงแรมยังมีจุดชมวิว ซึ่งสามารถเห็นทิวทัศน์ของ
กรุงเบอร์ลินได้กว้างไกล บริการแขกผู้มาพักอีกด้วย รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่


Alsterhof Hotel

โรงแรมระดับ 4ดาวแห่งนี้ ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจที่สำคัญในกรุงเบอร์ลิน ทำให้มีความสะดวกสบายในการ
เดินทาง ทุกห้องพักได้รับการตกแต่งอย่างหรูหราในสไตล์โมเดิร์น ที่ได้รับการจัดวางอย่างลงตัว ในทุกพื้นที่ใช้สอย ซึ่งบ่งบอกได้ถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ครบครัน นอกจากนี้ ยังมีภัตตาคารอาหารนานาชาติรสเลิศเปิดให้บริการอีกด้วย รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่


ร้านอาหารแนะนำ

Kellerrestaurant im Brecht-Haus-Berlin
ด้วยสไตล์การตกแต่งร้านแบบย้อนยุค ร้านอาหารแห่งนี้จึงเน้นเมนูอาหารในแบบต้นตำรับ โดยส่วนมากเป็นอาหารเยอรมันตอนใต้และออสเตรีย ที่จะเป็นอาหารจำพวกเนื้อที่มีรสชาติจัดจ้านถึงใจ ตั้งอยู่ชั้นใต้ดินของตึก Brecht-Weigel ซึ่งตั้งอยู่กลางกรุงเบอร์ลิน แต่ก็มีส่วนของร้านที่อยู่ด้านนอก สำหรับผู้ที่ชื่นชอบบรรยากาศแบบ outdoor เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลาหกโมงเย็นถึงเที่ยงคืน รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

Tiergarten Quelle

ร้านอาหารแห่งนี้เป็นร้านในสไตล์โฮมเมดแท้ๆ แบบเยอรมัน ที่โดดเด่นด้วยการใช้มะเขือเทศและชีสเป็นส่วนประกอบ เมนูของร้านนี้มีให้เลือกหลากหลาย ซึ่งสามารถเข้าถึงได้ทุกกลุ่ม พร้อมกับบรรยากาศร้านที่เป็น
กันเอง ตามรูปแบบของธุรกิจครอบครัว อีกทั้งมีเบียร์สดบริการไม่อั้นอีกด้วย เปิดให้บริการในวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลาห้าโมงเย็นถึงเที่ยงคืน และวันเสาร์อาทิตย์ ตั้งแต่บ่ายถึงเที่ยงคืน รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

Wirtshaus Henne

ร้านอาหารนี้ตั้งอยู่บริเวณ Kreuzberg ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่เป็นแหล่งรวมของร้านอาหารกึ่งผับมากมาย แต่ร้านนี้โดดเด่นกว่าร้านอื่นๆ ในเรื่องของเมนูไก่ที่หลากหลายและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของร้าน อีกทั้งมีอาหารในแบบยุโรปอีกมากมายให้เลือกทานได้ตามใจชอบ เปิดบริการในวันอังคารถึงวันเสาร์ ในช่วงเย็นๆ ถึงค่ำ โดยในวันอาทิตย์จะปิดเร็วขึ้นกว่าเดิมประมาณ 2 ชั่วโมง ส่วนวันจันทร์ปิดให้บริการ รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

Paris-Moskau

ร้าน Paris-Moskau แห่งนี้ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ Tiergarten ศูนย์กลางนครเบอร์ลิน เป็นร้านอาหารที่มีความพิเศษอย่างมาก เพราะเปิดให้บริการมาตั้งแต่สมัยก่อนสงครามโลก และยังคงยืนหยัดมาได้
จนถึงทุกวันนี้ จึงรับรองได้ถึงความอร่อยของอาหาร เมนูอาหารของร้านนี้เป็นอาหารแบบท้องถิ่นยุโรป โดยเฉพาะฝรั่งเศสและเยอรมัน นอกจากนี้ ยังมีไวน์ชั้นยอดจากทั่วทุกมุมโลกให้ลูกค้าได้ลิ้มลองอีกด้วย เปิดให้บริการในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ในช่วงกลางวันและเย็น ส่วนวันเสาร์ - อาทิตย์เปิดเฉพาะช่วงเย็น
รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.paris-moskau.de/Start.htm


19 พฤศจิกายน 2552 17:59:10

 
 
   
 
  เยอรมนี
  ข้อมูลทั่วไป
  ข้อมูลน่ารู้ก่อนเดินทาง
  เกร็ดความรู้ที่ควรทราบ
  สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมแนะนำ
  ท่องเที่ยวตามงบประมาณ
  บันทึกการเดินทางประทับใจ
 
 
 
 
 
   
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
   
พฤษภาคม
2555
<  >
 
   
 
     
   
 
เลือกจังหวัดในประเทศไทย