จัตุรัสมิคาแลงเจลโล (Piazzale Michalangelo)

สวนสาธารณะที่ตั้งอยู่บนเนินเขาอีกด้านหนึ่งของแม่น้ำอาร์โน ที่นี่จะมีรูปปั้นเดวิดจำลองอยู่ จากจุดนี้
นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองฟลอเรนซ์ได้ทั้งหมด จึงเป็นจุดที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพเป็นอย่างยิ่ง
จัตุรัสซิญญอเรีย (Piazza della Signoria)
 |
จัตุรัสซิญญอเรีย (Piazza della Signoria) ตั้งอยู่บริเวณเขตเมืองเก่าของฟลอเรนซ์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเมืองการปกครองของฟลอเรนซ์ มาเป็นเวลานาน บริเวณจัตุรัสซิญญอเรียมีรูปแกะสลักแสดงอยู่
มากมาย อาทิ รูปแกะสลักเพอร์ซุส (Perseus) วีรบุรุษกรีกโบราณตอนบั่นคอเมดูซ่า รูปแกะสลักเฮอร์คิวลีส และรูปสลัก “The Rape of the Sabine Women” เป็นต้น
รอบๆ จัตุรัสซิญญอเรีย จะมีวังเวคคิโอ (Palazzo Vecchio) ซึ่งสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1322 ในสมัยก่อน พวกเมดิซี่จะใช้เป็นศาลาว่าการ โดยมีระฆังขนาดใหญ่บนยอดหอเพื่อเรียกประชุมชาวเมือง แจ้ง
ข่าวสารหรือภัยร้ายต่างๆ รูปร่างภายนอกจะเป็น
รูปแบบของศิลปะยุคกลางอย่างชัดเจน ในขณะที่ภายในได้รับการตกแต่งใหม่ในปี ค.ศ. 1540 ให้เป็นศิลปะแบบเรอเนสซองส์ โดยศิลปินและสถาปนิกชื่อดังหลายคนในยุคนั้น ทางเข้าวังเดิมเคยเป็นที่ตั้งของรูปแกะสลักเดวิดของไมเคิล แองเจลโล ซึ่งปัจจุบันได้มีการตั้งรูปจำลองไว้แทนที่รูปสลักจริง
|
(ปีค.ศ. 1873) ซึ่งถูกนำไปเก็บรักษาและแสดงที่ พิพิธภัณฑ์ของมหาวิทยาลัยศิลปะศาสตร์ “Galleria dell’ Accademia” พระราชวังเวคคิโอเปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00 - 19.00 น. โดยเสียค่าเข้าชมคนละ 8 ยูโร รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่
นอกจากนี้ ในบริเวณจัตุรัสซิญญอเรีย ยังมี “พิพิธภัณฑ์อูฟิซี่” (Uffizi Museum) ซึ่งในอดีตได้รับการสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสำนักงานทางด้านกฎหมาย ทะเบียนราษฎร์ และการสังคมต่างๆ เป็นอาคารรูปเกือกม้า มีตึกสองตึกขนานกัน ซึ่งมีทางเชื่อมต่อกัน โดยส่วนที่เชื่อมต่อกันจะขนานไปกับแม่น้ำอาร์โน มีทางเดินลอดใต้ทางเชื่อมเพื่อตรงไปยังจัตุรัสซิญญอเรีย ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีความสำคัญที่สุดของฟลอเรนซ์ ศิลปกรรมในอูฟิซี่ถูกสะสมไว้โดยตระกูลเมดิซี่ และถูกมอบให้สาธารณะในปี 1581 โดยแอนนา มาเรีย โลโดวิกา ทายาทคน
สุดท้ายของตระกูลเมดิซี่ ข้างในมีภาพวาดที่สวยงามของศิลปินชื่อดังจำนวนมาก อาทิ งานของ
ไมเคิล แองเจโล ติตัน และบ๊อตติเชลลิ รวมทั้งมีรูปแกะสลักตั้งแต่สมัยกรีกและโรมันแสดงด้วย เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันอังคารถึงวันอาทิตย์ เวลา 8.15 - 18.50 น. ค่าเข้าชมราคาคนละ 9.45 ยูโร รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่
ดูโอโม (Duomo)
ดูโอโมแห่งเมืองฟลอเรนซ์ ตกแต่งภายนอกด้วยหินอ่อนสีขาว เขียว และชมพูจุดเด่นอยู่ที่โดมสีส้มขนาดใหญ่ ออกแบบโดยบรุนเนลเลสชิ (ฺBrunelleschi) เป็นโดมที่ใหญ่ที่สุดในยุคนั้น และยังคงเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในฟลอเรนซ์ ภายในโดมไม่มีคานแต่ใช้วิธีวางอิฐซ้อนกัน ซึ่งเชื่อกันว่าบรุนเนลเลสนำเทคนิคนี้มาจากวิหารแพนเธออน ของโรมัน จุดเด่นอีกอย่างอยู่ที่ประตูทางเข้า Baptistry (สถานประกอบศีลจุ่ม) ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับ
ดูโอโม ประตูบรอนซ์โดยศิลปิน Lorenzo Ghiberti แห่งนี้แบ่งออกเป็น 8 ช่อง เล่าเรื่องราวในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล จึงได้รับนานว่า Gate of Paradise

มีเรื่องเล่ากันว่า ในขณะนั้นทางเมืองได้จัดประกวดออกแบบประตูของ Baptistry นี้ และตัดสินให้ Ghiberti และ Brunelleschi ชนะร่วมกัน และให้ร่วมกันสร้างประตูขึ้น แต่ Brunelleschi ไม่พอใจและปฏิเสธ เขาออกจาก
ฟลอเรนซ์เพื่อเดินทางไปยังโรม ที่ซึ่งเขาได้ศึกษาสถาปัตยกรรมของโรมัน เขากลับมาฟลอเรนซ์อีกครั้ง
โดยสามารถสร้างโดมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกได้ ทางการเมืองฟลอเรนซ์จึงยกย่องให้เกียรติเขา โดยห้ามมิให้มีการสร้างอาคารใดที่สูงกว่าโดมของดูโอโมแห่งฟลอเรนซ์ เมื่อ Brunelleschi เสียชีวิตลง ศพของเขาก็ได้รับเกียรติให้เก็บไว้ในดูโอโมแห่งนี้
ดูโอโมแห่งฟลอเรนซ์เปิดให้เข้าชมทุกวัน โดยเปิดทุกๆ 40 นาที ในช่วงเวลาตั้งแต่ 10.30 - 13.00 น.และช่วง 15.00 - 16.20 น.เสียค่าเข้าชม 6 ยูโร รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่
สะพานปอนเต้ (Ponte Vecchio)

สะพานเก่าแก่ที่สุดของเมืองที่ยังคงหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน จุดเด่นของสะพานอยู่ที่มีสีเหลืองทองอร่าม บวกกับสองฟากของสะพานจะถูกสร้างเป็นตึกแถว ซึ่งถูกใช้เป็นร้านขายของ ทางด้านบนของตึกแถวบนสะพานยังถูกทำเป็นช่องทางเดินที่เชื่อมวังเวคคิโอ อูฟิซี่ และวังพิตติ บริเวณนี้กล่าวได้ว่าเป็นย่านช้อปปิ้งของฟลอเรนซ์ มีทั้งร้านค้าเป็นห้องๆ และเป็นแบบรถเข็น ตลอดจนพวกแบกะดิน ซึ่งสินค้าที่มีชื่อเสียงของฟลอเรนซ์คือ พวกเครื่องหนัง นอกจากนี้ บริเวณ Ponte Vecchio ยังเป็นที่ตั้งของร้านทอง และจิวเวลลี่ที่มี ชื่อเสียงอีกด้วย
พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยศิลปศาสตร์ Galleria dell’ Accademia
สถาบันศิลปะซึ่งเป็นสถานที่เก็บรักษา และแสดงรูปปั้นแกะสลัก “David” โดย Michelangelo รูปแกะสลักเดวิดนี้ไมเคิล แองเจลโล นำไอเดียมาจากเรื่องราวในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล และสำเร็จเมื่อเขามีอายุ 29 ปี ด้วยผลงานชิ้นนี้ทำให้ไมเคิล แองเจลโล ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักแกะสลักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนั้น และในยุคต่อมา
งานอีกชิ้นที่สำคัญได้แก่รูปแกะสลัก Quattro Prigioni (สี่นักโทษ) รูปแกะสลักแสดงชายที่พยายามหลุดออกมาจากก้อนหิน งานที่แสดงความรู้สึกมากที่สุดงานหนึ่งในชีวิตของไมเคิล แองเจลโล นอกจากนั้นก็ยังมี ภาพวาดโดยศิลปินหลายคนอีกจำนวนมากมายจัดแสดงไว้ที่นี่ เข้าชมได้ในวันอังคารถึงวันอาทิตย์
เวลา 8.15-18.50 น. ค่าเข้าชมคนละ 6.50 ยูโร รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่
วังพิตตี้ (Palazzo Pitti)

วังพิตตี้ตั้งอยู่อีกฝั่งของแม่น้ำอาร์โน โดยมีนักการธนาคารที่ชื่อ “ลูกา พิตตี้” เป็นผู้อำนวยการก่อนสร้าง ซึ่งตั้งใจสร้างวังแห่งนี้ให้ยิ่งใหญ่เพื่ออวดความร่ำรวย ที่เหนือกว่าพวกเมดิซี่ แต่ด้วยค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างที่มากมายมหาศาล ทำให้พิตตี้ต้องประสบปัญหาทางการเงิน และพวกเมดิซี่ก็เยาะเย้ยด้วยการซื้อวังแห่งนี้ไป และใช้เป็นที่พักอาศัยหลักของตระกูล นับจากนั้นผู้ปกครองฟลอเรนซ์ก็อาศัยอยู่ที่นี่เสมอมา ส่วนที่น่าสนใจ ได้แก่ Appartamenti Reali ซึ่งเป็นที่พักของพวกเมดิซี่ ตกแต่งด้วยภาพวาดเฟรชโก Galleria Palatina ส่วนที่แสดงภาพวาดจำนวนมากมายที่สะสมไว้โดยพวกเมดิซี่ และ The Boboli Garden สวนหลังวังที่ตกแต่งไว้ด้วยรูปแกะสลักจำนวนมาก พระราชวังแห่งนี้ ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่ 8.15 - 18.50 น. ค่าเข้าชมคนละ 8.50 ยูโร
เมอร์คาโต นูโอโว (Mercato Nuovo)
เมอร์คาโต นูโอโว จัดเป็นตลาดเครื่องหนังและของที่ระลึกที่ใหญ่สำคัญอีกแห่งของเมืองฟลอเรนซ์ บริเวณนี้มีรูปปั้นบรอนซ์รูปหมูป่า (Il Porcellino) ตั้งอยู่บริเวณจมูกของมันจะเป็นมันเงา เนื่องจากนักท่องเที่ยวนิยมไปลูบ เพราะมีความเชื่อว่าจะทำให้โชคดี
ที่พักแนะนำ
Villa La Vedetta Hotel

โรงแรมยอดนิยมระดับ 5 ดาวแห่งนี้ ได้ชื่อว่าเป็นโรงแรมที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งหนึ่งในอิตาลี และเป็นโรงแรมที่เก่าแก่ที่สุดอันดับที่ 6 ของทวีปยุโรป โรงแรมสไตล์นีโอเรอเนสซองส์แห่งนี้ ตั้งอยู่บนถนน Michelangiolo 78 ซึ่งอยู่ทางนอกเมืองฟลอเรนซ์ ทำให้ได้สัมผัสถึงความสงบเงียบอย่างแท้จริง มีสิ่งอำนวยความสะดวกชั้นยอดมากมายไว้คอยบริการแก่ลูกค้า ภายในห้องพักทั้ง 18 ห้อง นอกจากนี้ ผู้เข้าพักยังสามารถใช้บริการ สิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬาและนันทนาการต่างๆ มากมาย เช่น บริการนวด จาคุซซี ห้องฟิตเนส ซาวน่า
สนามเทนนิส และสระว่ายน้ำกลางแจ้ง รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ |
Albani Hotel
โรงแรมระดับ 4 ดาวแห่งนี้ ตั้งอยู่ถนน Fiume 12 ซึ่งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟกลางของเมืองฟลอเรนซ์อย่างมาก ทำให้สะดวกสบายอย่างยิ่งในการเดินทาง มีบริการห้องพัก 93 ห้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกชั้นยอด ทุกห้องได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม ด้วยเครื่องหนังที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองฟลอเรนซ์และหินอ่อนอิตาลี หลังจากวันอันเหน็ดเหนื่อยจากการท่องเที่ยว ก็ได้เวลากลับมาผ่อนคลายกับห้องฟิตเนส ซาวน่า และสวน แขกผู้เข้าพักจะพบว่า โรงแรมซึ่งมุ่งเน้นการให้บริการด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ยอดเยี่ยมแห่งนี้ นับเป็น สถานที่พักอันคุ้มค่าอีกแห่งหนึ่ง รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่
Villa Carlotta Hotel

ด้วยทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ห่างเพียง 4 กิโลเมตร จากใจกลางของฟลอเรนซ์ จึงทำให้ Villa Carlotta Hotel เป็น
ตัวเลือกชั้นยอดสำหรับการเข้าพักของคุณ โรงแรมระดับ 4 ดาว ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 แห่งนี้ตั้งอยู่บนถนน Michele di Lando 3 ซึ่งใกล้กับวังพิตตี้และสะพานเวคคิโอเป็นอย่างมาก ทำให้สามารถเดินเข้าไปชมเขตตัวเมืองเก่าได้อย่างสะดวก ให้บริการห้องพักทั้งหมด 32 ห้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการของโรงแรม ทุกห้องได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม โดยมีห้องปลอดบุหรี่ เครื่องปรับอากาศ หนังสือพิมพ์รายวัน โต๊ะเขียนหนังสือ และเครื่องเป่าผม รวมถึงรูมเซอร์วิส 24 ชั่วโมง รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่
Berchielli Hotel
เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1890 ตั้งอยู่บนถนน Lungarno Acciaiuoli 14 ซึ่งอยู่ใกล้กับความน่าตื่นตาตื่นใจทั้งหลายของฟลอเรนซ์ โดยอยู่ห่างเพียง 6 กิโลเมตร จากสนามบินนานาชาติของฟลอเรนซ์ โรงแรมระดับ 4 ดาวแห่งนี้ ให้บริการห้องพัก 76 ห้อง ซึ่งได้รับการตกแต่งให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า ด้วยกระจกแก้วและหินอ่อนชั้นดี ผู้เข้าพักยังสามารถใช้บริการสวนเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ โดยสามารถเห็นสะพานเวคคิโอและทิวทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำอาร์โนได้จากตัวโรงแรม ด้วยเหตุผลข้างต้นทำให้ Berchielli ได้รับความนิยมมาอย่าง
ยาวนาน จากผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในเมืองฟลอเรนซ์ รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่
ร้านอาหารแนะนำ
La Reggia degli Etruschi
ร้านอาหารพื้นเมืองสไตล์แคว้นทัสคานีแห่งนี้ ตั้งอยู่บริเวณชานเมืองฟลอเรนซ์ ท่ามกลางบรรยากาศอันร่มรื่นและผ่อนคลาย โดดเด่นด้วยอาหารท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และไวน์อันเลื่องชื่อของแคว้นทัสคานี
มากมาย อาทิ Solaia และBrunello di Montalcino พร้อมสัมผัสบรรยากาศเก่าๆ ตามแบบของเมืองฟลอเรนซ์ รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.lareggiadeglietruschi.com
Giannino in San Lorenzo

เดิมทีที่ตั้งของร้านอาหารแห่งนี้ เป็นพิพิธภัณฑ์ผลงานทางศิลปะมาก่อนในช่วงศตวรรษที่ 16 ก่อนมาปรับปรุงเป็นร้านอาหารในปี ค.ศ. 1920 โดยใช้ชื่อว่า “Old Tavern” ซึ่งทำให้มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมาก จากอาหารในแบบฉบับ Florentine ในร้านอาหารแห่งนี้จะได้ลิ้นรสสเต๊กเนื้อวัวตามแบบ Florentine และอีกหลากหลายเมนูท้องถิ่นอันน่าลิ้มลอง รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.gianninoinflorence.com
La Pentola dell'Oro
หนึ่งในร้านอาหารที่เป็นที่ชื่นชอบของนักเรียนในเมืองฟลอเรนซ์ และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เพราะตั้งอยู่
ใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คน บรรยากาศที่เป็นกันเองของเจ้าของร้าน บริการที่ดีเยี่ยมของพนักงาน และอาหารอิตาเลียนรสชาติดีที่มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ รวมทั้ง ราคาอาหารที่ไม่แพงเกินไปอีกด้วย
รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.lapentoladelloro.it/english.htm
Trattoria La Carabaccia
หนึ่งในร้านอาหารสไตล์ทัสคานีที่ดีที่สุดในอิตาลี Trattoria La Carabaccia มีเมนูอาหารมากมายให้เลือก
อาทิ พาสต้า ฮาร์ตตี้ซุป สเต๊ก แซลมอนรมควัน ไวน์คุณภาพเยี่ยม และของหวานทำเอง ร้านนี้เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1972 ทำให้ไว้ใจได้ถึงคุณภาพและรสชาติของอาหาร รวมทั้งตั้งอยู่ไม่ไกลจากดูโอโม และสถานีรถไฟกลางของฟลอเรนซ์ ทำให้สามารถเดินทางไปได้อย่างสะดวก รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่
ของฝากของที่ระลึก
- เครื่องหนังทุกรูปแบบ เช่น กระเป๋า รองเท้า ฯลฯ ใกล้ๆ ฟลอเรนซ์จะมีเอ้าท์เล็ตเล็กๆ ชื่อ
“The Mall” (Via Europa 8 Tel. 055 865 7775) แต่ต้องเช็กราคาให้ดี เพราะถ้าเป็นคอลเล็กชั่นใหม่จะมีราคาใกล้เคียงกับที่อื่นๆ
- เครื่องประดับและทองคำ
- กระดาษ Florentine, Straw Wares และปฏิทินสวยงามต่างๆ เนื่องจากฟลอเรนซ์ขึ้นชื่อเรื่องกระดาษและความเป็นเมืองศิลปะ
|