Wi-Fi Experience@KBank
ค้นหา:
Join:
Home / Travel / แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว / อิตาลี / เวนิส / ข้อมูลทั่วไป
   

เวนิส -  ข้อมูลทั่วไป

Send To Friend
 
 

“เวนิส” ราชินีแห่งทะเลอาเดรียติก

เมืองหลวงของแคว้นเวเนโต บ้านเกิดมาร์โคโปโล สุดยอดเมืองแห่งความโรแมนติก ดินแดนที่ล้อมรอบไปด้วยคลองน้อยใหญ่ ศูนย์กลางการค้าขาย
แลกเปลี่ยนในสมัยโบราณ โดดเด่นด้วยบ้านเรือนริมน้ำและเรือกอนโดลาอัน
น่าหลงใหล มนต์เสน่ห์ที่ไม่มีวันหมดจากนครเวนิส


วังดูคาเล (Palazzo Ducale)

วังดูคาเลเป็นที่พักของผู้ปกครองเวนิส ซึ่งเรียกว่า Doge ถูกก่อสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 แต่ได้รับการตกแต่งและก่อสร้างเพิ่มเติมหลายครั้ง รูปโฉมด้านนอกในปัจจุบันเป็นผลงานจากศตวรรษที่ 19 เป็นศิลปะแบบโกธิค ได้รับการตกแต่งด้วยหินอ่อนสีชมพูจากเมืองเวโรน่า ภายในตกแต่งด้วยศิลปะหลายยุคสมัย แบ่งเป็นห้องต่างๆ มากมาย ประดับไว้ด้วยภาพวาดโดยศิลปินเวนิสหลายราย นอกจากนี้ยังมีห้องทรมานนักโทษ และทางออกไปยังสะพานแห่งการทอดถอนใจซึ่งเชื่อมไปยังคุก ว่ากันว่านักรักคาสโนว่าเคยถูกกักขังไว้ที่นี่ และสามารถหลบหนี ออกมาได้ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00 - 19.00 น. (ในช่วงฤดูร้อน) และ
9.00 - 17.00 น. (ในช่วงฤดูหนาว) ค่าเข้าชมคนละ 6.50 ยูโร รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

โบสถ์ซานมาร์โค (Basilica di San Marco)

 

โบสถ์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังของเวนิสแห่งนี้ สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแก่นักบุญมาร์ค ผู้ซึ่งเป็นที่นับถือในเวนิส ในฐานะนักบุญผู้เผยแผ่ศาสนาที่อิยิปต์ และถูกประหารชีวิต ก่อนที่ชาวเวนิสจะไปนำศพกลับมาเก็บไว้ที่โบสถ์ ซานมาร์โคแห่งนี้ จุดเด่นของโบสถ์ที่ซานมาร์โคอยู่ที่การมีโดมถึง 5 โดม ได้รับการตกแต่งด้วยศิลปะที่
แตกต่างกัน ทางด้านหน้าได้รับการประดับด้วยรูปปั้นของนักบุญมาร์ค และรูปปั้นม้าบรอนซ์ 4 ตัว ซึ่งว่ากันว่าขโมยมาจากกรุงคอนสแตนติโนเปิล ส่วนภายในโบสถ์เป็นที่เก็บรักษาศพของนักบุญมาร์ค จุดที่น่าสนใจอยู่ที่เพดาน กำแพง และพื้นซึ่งตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสกสีทอง ครอบคลุมระยะกว่า 4,000 ตารางเมตร เป็นเรื่องราวการเผยแผ่ศาสนาคริสต์ของนักบุญมาร์คและเรื่องราวในพระคัมภีร์ นอกจากนี้ภายในโบสถ์ยังมีพิพิธภัณฑ์ อยู่ด้วย ซึ่งจัดแสดงม้าบรอนซ์ กระเบื้องโมเสค บันทึกเรื่องราวต่างๆ สมัยยุคกลาง รวมทั้งวัตถุโบราณอื่นๆ
มากมาย เปิดให้เข้าชมวันจันทร์ถึงเสาร์ เวลา 9.45 - 17.00น. ส่วนวันอาทิตย์ เปิดให้เข้าชมเวลา
14.00 - 17.00น.ไม่เสียค่าเข้าชมถ้าเข้าเฉพาะโบสถ์ แต่ถ้าเข้าพิพิธภัณฑ์ในนั้นจะเสียค่าเข้าแตกต่างกันไป รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

จัตุรัสซานมาร์โค (Piazza San Marco)

ได้ชื่อว่าเป็นจัตุรัสที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในอิตาลี ในบริเวณจัตุรัสจะมีร้านค้าและร้านอาหารไว้
คอยบริการมากมาย รอบๆ จัตุรัสมีอาคารที่สำคัญสองแห่งคือ หอระฆัง และหอนาฬิกา
- หอระฆัง (Campanile) เป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในเวนิส นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปข้างบนเพื่อชมวิวของเมืองและลำน้ำได้ หอระฆังแห่งนี้เป็นที่ที่กาลิเลโอเคยทำการสาธิตกล้องส่องทางไกลของเขา เดิมทีหอนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ช่วยเหลือนักเดินเรือในตอนกลางคืน แต่ในยุคกลางกลับถูกใช้เป็นที่คุมขังนักโทษ อย่างไรก็ตาม หอระฆังแห่งนี้เคยพังทลายลงในปี ค.ศ. 1902 และได้รับการก่อสร้างขึ้นใหม่ โดยเสร็จสมบูรณ์ในปี 1912 เปิดให้ขึ้นไปชมวิวเมืองได้ทุกวัน โดยเวลาที่เปิดจะแตกต่างกันไปในแต่ละฤดู โดยในฤดูร้อนเปิดตั้งแต่เวลา 9.00 - 19.00 น. ค่าเข้าชมคนละ 5.20 ยูโร รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่
- หอนาฬิกา (Torre dell’ Orologio) ได้รับการสร้างในช่วงปลายศตวรรษที่ 15 หน้าปัดนาฬิกาเป็น
สีน้ำเงิน แสดงการหมุนเวียนของพระจันทร์ และจักรราศีต่างๆ มีเรื่องเล่าว่าช่างที่ออกแบบนาฬิกานี้ถูกทำให้ตาบอดหลังจากเสร็จงาน เพื่อมิให้ไปทำนาฬิกาแบบนี้ขึ้นอีก สามารถเข้าไปชมในหอนาฬิกาได้ แต่ต้องเข้าไปตามรอบของไกด์ทัวร์ ซึ่งจะมีเวลาแตกต่างกันไปในแต่ละวัน ใช้เวลาเข้าชมประมาณ 50 นาทีต่อหนึ่งรอบ
เสียค่าเข้าชมคนละ 17 ยูโร รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

สะพานซิงห์ (Bridge of Sighs, Ponte dei Sospiri)

สะพานซิงห์เป็นสะพานเก่าแก่ที่เชื่อมต่อระหว่างวังดูคาเลกับคุกเก่า เป็นเส้นทางลำเลียงนักโทษเข้าสู่ตัวคุก ออกแบบโดย Antoni Contino ในปี ค.ศ.1602 สร้างมาจากหินปูนสีขาว มีช่องหน้าต่างให้มองออกมาได้ เพื่อให้นักโทษได้ชมความสวยงามของท้องฟ้า และทะเลแห่งเวนิสเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต โดยชื่อ Lord Byron ได้ตั้งชื่อว่าสะพานซิงห์ (Sigh) ในศตวรรษที่ 19 เนื่องมาจากนักโทษจะได้ถอนหายใจเป็นครั้งสุดท้ายที่
สะพานแห่งนี้นั่นเอง

สะพานริอัลโต (Rialto)

สะพานแห่งนี้เดิมทีเป็นสะพานไม้ และสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 หลังจากที่พังทลายลง สะพานหินก็ถูก
สร้างขึ้นทดแทน และเป็นสะพานข้าม Grand Canal เพียงแห่งเดียวจนถึงปี ค.ศ. 1854 จนกลายเป็น
ศูนย์กลางการคมนาคม และค้าขายแลกเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดของเวนิส ใครที่มาเวนิสแล้วไม่ได้มาข้ามสะพานนี้ถือว่ามาไม่ถึง เป็นจุดถ่ายภาพที่สำคัญแห่งหนึ่ง รอบๆ สะพานเป็นย่านขายของที่ระลึกและตลาดขายของสด

โบสถ์ซานตา มาเรีย กลอริโอซา เดอิ ฟรารี (Santa Maria Gloriosa dei Frari)
โบสถ์ซึ่งเป็นที่เก็บศพของผู้มีชื่อเสียงของเวนิสหลายคน รวมทั้งเจ้าของผลงานศิลปะที่มีชื่อเสียง เช่น ภาพ Assumption of the Virgin โดย Titian และภาพ Madonna and Child โดย Bellini ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นภาพศิลปะยุคเรอเนสซองส์ของเวนิส ที่งดงามที่สุดภาพหนึ่ง เปิดให้เข้าชมวันจันทร์ถึงเสาร์ เวลา
9.00 - 18.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 13.00 - 18.00 น. ค่าเข้าชมคนละ 2 ยูโร รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

โบสถ์ซานตา มาเรีย เดลลา ซาลูท (Santa Maria della Salute)
โบสถ์แห่งนี้ตั้งโดดเด่นอยู่ที่ปากทางเข้าแกรนด์คาแนล เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่จัดว่าเป็นสัญลักษณ์
ของเวนิส โบสถ์แบบบาโร้กขนาดใหญ่แห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นเพื่อขอบคุณพระเจ้าในโอกาสที่โรคระบาดได้หายไปจากเวนิสในปี ค.ศ. 1630 จนกระทั่งแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1687 ห้าปีหลังจากผู้ริเริ่มสร้างโบสถ์ได้เสียชีวิต เปิดให้เข้าชมทุกวัน โดยแบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา คือ ตั้งแต่ 9.00 น. ถึงช่วงบ่าย และ 15.00-17.30 น. โดยไม่เสีย
ค่าเข้าชมแต่อย่างใด รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

ที่พักแนะนำ

San Clemente Palace Hotel & Resort

รีสอร์ตสุดหรูระดับห้าดาวแห่งนี้ สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 บนเกาะส่วนตัวห่างจากตัวเมืองเวนิสออกไป ทำให้มีความเป็นธรรมชาติและความเป็นส่วนตัวอย่างยิ่ง ใช้เวลานั่งเรือประมาณ 15 นาที จะถึงจัตุรัส
ซาน มาร์โค ด้วยห้องที่เปิดให้บริการกว่า 200 ห้อง ซึ่งสามารถชมวิวริมทะเลอาเดรียติกได้รอบด้าน อีกทั้งมีการตกแต่งประดับประดาด้วยเฟอร์นิเจอร์ชั้นเยี่ยม บวกกับพรมชั้นดีของเวนิสเอง จึงทำให้รีสอร์ตแห่งนี้เป็นที่ชื่นชอบของบรรดานักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก รายละเอียดเพิ่มเติมที่
http://sanclemente.hotelinvenice.com/

Hotel Danieli
โรงแรม Danieli ได้รับการรางวัลเหรียญทองสำหรับรางวัลที่พักยอดเยี่ยม จากการจัดอันดับของนิตยสาร
Condé Nast Traveler ปี2005 เดิมทีในศตวรรษที่14 ที่ตั้งนี้เป็นวังเก่า 3 วังที่เชื่อมต่อกัน ต่อมาได้ปรับเปลี่ยนเป็นโรงแรมเช่นปัจจุบัน โรงแรมแห่งระดับ 5 ดาวแห่งนี้ ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าของเวนิส ห่างจากจัตุรัส
ซาน มาร์โค เพียง 100 เมตร มีห้องให้พักที่ตกแต่งในสไตล์เวเนเชียน บาโร้ก ถึง 225 ห้องไว้บริการ สามารถชมวิวทิวทัศน์ของแกรนด์คานาลได้อย่างชัดเจน รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.hoteldanieli.it/

Ca Maria Adele
เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยว เนื่องจากสไตล์การตกแต่งที่เป็น
เอกลักษณ์ตามแบบฉบับของเวนิส ในศตวรรษที่ 16 เครื่องประดับตกแต่งชั้นยอดจากเวนิส เฟอร์นิเจอร์แบบเก่าที่มีความคลาสสิก อีกทั้งที่ตั้งก็อยู่ริมแกรนด์คานาล สามารถดื่มด่ำบรรยากาศริมคลองสายใหญ่ที่สุดของเมืองได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังอยู่ห่างจากจัตุรัสซาน มาร์โค เพียง 300 เมตร ทำให้สามารถเดินไปยัง
บริเวณกลางเมืองได้อย่างสะดวกสบาย รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.camariaadele.it/eng/stile.html

Palace Bonvecchiati


โรงแรมระดับ 4 ดาวสไตล์บูติกแห่งนี้ตั้งอยู่ระหว่างจัตุรัสซาน มาร์โค และสะพานริอัลโต ทำให้สะดวกสบายอย่างยิ่งในการเดินท่องเที่ยวชมเมือง โรงแรมนี้ประดับประดาด้วยกระจกแก้วหลากสี คล้ายกับการเลียนแบบด้านในของโบสถ์ซาน มาร์โค บวกกับเฟอร์นิเจอร์เป็นหนังสีแดงชั้นดีที่ตกแต่งได้อย่างเข้ากัน ทำให้ Palace Bonvecchiati เป็นที่พักอีกแห่งที่บรรดานักท่องเที่ยวชื่นชอบ นอกจากนี้ ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างอื่นครบครันไว้บริการ ไม่ว่าจะเป็น ห้องฟิตเนส สปา ซาวน่า และนวดแผนโบราณ รายละเอียดเพิ่มเติมที่
http://www.palacebonvecchiati.it/

ร้านอาหารแนะนำ

Antico Dolo
ร้านอาหาร Antico Dolo ตั้งอยู่ติดกับสะพานริอัลโต ซึ่งเป็นย่านการค้า ทำให้มีผู้คนมากหน้าหลายตาวนเวียนไม่ขาดสาย ร้านนี้บริการอาหารในสไตล์เวเนเชียนโบราณหลายศตวรรษแล้ว ทำให้มั่นใจได้ถึงความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์ และความอร่อยของอาหารได้แน่นอน ส่วนมากจะเน้นเมนูอาหารทะเลที่เลื่องชื่อทั้งหลายของเวนิส นอกจากนี้ ยังจะได้สัมผัสกับบรรยากาศริมแกรนด์คานาลที่สุดแสนจะโรแมนติกอีกด้วย
เปิดให้บริการทุกวันยกเว้นวันจันทร์ตั้งแต่ 12.00 - 22.30น. รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.anticodolo.it

Al Giardinetto

ร้านอาหาร Al Giardinetto แห่งนี้ตั้งอยู่ติดกับจัตุรัสซาน มาร์โค ที่ตั้งนี้เป็นวังเก่าของตระกูล Zorzi ตระกูล
ขุนนางแห่งเวนิส กับรสชาติอาหารตามแบบฉบับของเวนิสโบราณ ท่ามกลางบรรยากาศของสวนซึ่งเป็นแหล่งผลิตไวน์ชั้นเยี่ยม เปิดบริการทุกวันยกเว้นวันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 12.00 - 14.30 น. และ 19.00 - 23.00 น.รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.algiardinetto.it/

Centrale Lounge
ร้านอาหารแนวแฟชั่นสมัยใหม่ ที่ได้รับการตกแต่งอย่างมีสไตล์ตามแบบฉบับของวังเวเนเชียนโบราณ ตั้งอยู่ห่างจากซาน มาร์โค เพียง 1 นาทีด้วยการเดิน ด้วยอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนแท้ๆ ที่นิยมอาหารทะเล และเนื้อสัตว์ พร้อมกับบรรยากาศของเสียงดนตรีชิลๆ ประกอบคลุกเคล้า อีกทั้งคอกเทลรสเลิศหลากหลายสไตล์ ทำให้เป็นอีกร้านหนึ่งที่จะพลาดไม่ได้สำหรับผู้ที่ชอบดื่มด่ำบรรยากาศในยามวิกาล เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 19.00 - 02.00 น. รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.centrale-lounge.com/en/index.htm

Taverna San Lio

เฉพาะวัตถุดิบที่ใหม่ สด สะอาด และคัดสรรมาเป็นอย่างดีแล้ว
เท่านั้นที่ร้าน Taverna San Lio จะนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารจานต่างๆ สไตล์ชาวเวเนเชียน อีกด้วยเชฟฝีมือชั้นยอดที่คัดมาโดยเฉพาะ ทำให้รับประกันได้ว่า อาหารที่ร้านแห่งนี้จะมีความเอร็ดอร่อยอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ยังมีบริการไวน์ขาวและไวน์แดงที่คัดสรรมาอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น Colli Euganei, Prosecco
of Conegliano และ Valdobbiadene ทำให้ช่วยเพิ่มอรรถรสในการ
รับประทานอาหารได้ดียิ่งขึ้น ร้านนี้เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 12.00 - 23.00 น. รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

ของฝากของที่ระลึก

  • หน้ากากแฟนซี เวนิสนั้นขึ้นชื่อในเรื่องของเทศกาลคาร์นิวัล จึงมีหน้ากากแฟนซีหลากแบบหลายสไตล์ให้เลือกมากมาย ประดับประดาด้วยวัสดุสวยงาม เหมาะที่จะซื้อเป็นของฝาก
  • แก้วเป่าจากโรงงานเป่าแก้วมูราโน จัดเป็นงานฝีมือที่มีชื่อเสียงของเวนิส มีให้เลือกหลากหลายตั้งแต่
    เครื่องประดับชิ้นเล็ก เครื่องแก้ว กรอบรูป แจกัน ฯลฯ
  • ลูกไม้บูราโน มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ด้วยความประณีตและความพิถีพิถัน มีให้เลือกตั้งแต่ผ้าปูโต๊ะ ม่านหน้าต่าง และผ้ารองจาน ฯลฯ

16 พฤศจิกายน 2552 11:43:31

 
 
   
 
  อิตาลี
  ข้อมูลทั่วไป
  ข้อมูลน่ารู้ก่อนเดินทาง
  เกร็ดความรู้ที่ควรทราบ
  สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมแนะนำ
  ท่องเที่ยวตามงบประมาณ
  บันทึกการเดินทางประทับใจ
 
 
 
 
 
   
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
   
พฤษภาคม
2555
<  >
 
   
 
     
   
 
เลือกจังหวัดในประเทศไทย