เกาหลี ดินแดนแห่งความสงบยามเช้า ที่ผสมผสานวัฒนธรรมเก่าแก่ เข้ากับเทคโนโลยีล้ำยุคได้อย่างลงตัว
เกาหลีใต้ไม่ได้มีดีแค่กิมจิ ชุดฮันบก แดจังกึมและนักร้องเคป๊อปเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และทิวทัศน์ธรรมชาติที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ยากจะหาชาติใดเหมือน

|
ด้วยความเป็นชนชาติที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่และยาวนานที่สุดชาติหนึ่งในทวีปเอเชีย เกาหลีใต้จึงเป็นอีกประเทศที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ให้มาเยี่ยมเยียนอย่างไม่ขาดสาย สำหรับคนไทยแล้วเราอาจจะรู้จักกับประเทศนี้มากขึ้นผ่านทางซีรีส์มากมาย ที่กำลังอยู่ในกระแสขณะนี้ ซึ่งดูจะทำให้วัฒนธรรมเกาหลี
ซึมซาบเข้ามาในสังคมไทยโดยอัตโนมัติ และทำให้คนไทยปรารถนาที่จะไปท่องเที่ยวยังดินแดนแห่งนี้ให้ได้ อย่างน้อยสักครั้งในชีวิต จะว่าไปแล้วซีรีส์เกาหลีส่วนใหญ่ดูจะแสดงให้เห็นถึงภาพลักษณ์โดยรวมของประเทศ นี้ได้เป็นอย่างดี แม้จะจัดอยู่ในประเทศที่ก้าวหน้าที่สุดประเทศหนึ่งในเอเชีย และมีหลายเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้า และหนุ่มสาวคนทำงานผู้กระตือรือร้น แต่อีกด้านหนึ่ง เกาหลีก็เต็มไปด้วยภูมิทัศน์อันงดงาม
ที่เมื่อได้ลองไปสัมผัสดูสักครั้งหนึ่งก็อดไม่ได้ที่จะอยากกลับไปอีกครั้ง และด้วยเหตุนี้เองเราจึงจะพาคุณไปท่องเที่ยวในทั้งสองด้านของเกาหลีนี้ ผ่านตัวแทนทั้งสองมิติของเกาหลี นั่นคือ กรุงโซลและเกาะเชจูนั่นเอง
|
กรุงโซล
โซลหรือ ซอ-อุล ในภาษาเกาหลีแปลว่าเมืองหลวง โซลมีชื่อเดิมว่า “ฮันยาง” เคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรโชซอนมาก่อน ปัจจุบันเมืองที่มีแม่น้ำฮันไหลผ่านกลางเมืองแห่งนี้ เป็นเมืองหลวงของประเทศเกาหลีใต้และมีสถานะเป็นเมืองพิเศษ อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของประเทศทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ และ
การค้าของประเทศ แต่ด้วยความที่มีประวัติศาสตร์อันเก่าแก่กว่า 600 ปีนี้เอง โซลจึงยังเต็มไปด้วย
สถาปัตยกรรมและสิ่งก่อสร้างมากมายที่แสดงถึงความรุ่งเรืองในอดีต นักท่องเที่ยวที่มาเยือนกรุงโซลจึงมีโอกาสได้เรียนรู้อารยธรรมของชนชาติเกาหลี ไปพร้อมๆ กับเพลิดเพลินกับแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมของเมืองด้วย (http://english.visitseoul.net)

|
พระราชวังเคียงบ๊อก (Gyeongbok Palace)
พระราชวังเคียงบ๊อก หรือ “พระราชวังที่ได้รับพรอันประเสริฐจากสวรรค์” เป็นหนึ่งในห้าพระราชวัง และนับเป็นพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดของราชวงศ์โชซอน สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1394 และเคยถูกทำลายลงในช่วงที่
ญี่ปุ่นเข้าครอบครองประเทศ แต่ภายหลังทางรัฐบาลเกาหลีก็ได้บูรณะให้กลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง นอกจากท้องพระโรงและศาลากลางน้ำแล้ว ภายในยังมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านที่นำเสนอวัฒนธรรมประจำชาติเกาหลีอีกด้วย (www.royalpalace.go.kr/html/eng/main/main.jsp)

|
วัดโซเกซา (Chogyesa Temple)
วัดโซเกซาเป็นวัดใหญ่เพียงแห่งเดียวที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโซล วัดนี้สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1936 ต่อมาได้
กลายเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนานิกายโซเก ซึ่งเป็นนิกายที่มีคนนับถือมากที่สุดในเกาหลี ศาลาใหญ่ของวัดภายในประดิษฐานพระประธาน ส่วนภายนอกรายล้อมไปด้วยพระพุทธรูปน้อยใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่ทั่วบริเวณ ภายในวัดนี้ยังมีต้นสนสีขาวที่เป็นหนึ่งในอนุสรณ์แห่งธรรมชาติ (Natural Monument) ของเกาหลีด้วย

|
พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกาหลี (The National Museum of Korea)
แม้กรุงโซลจะมีพิพิธภัณฑ์มากมายถึงร้อยกว่าแห่ง แต่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกาหลีนับว่าสำคัญที่สุด เนื่องจากเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มุ่งนำเสนอประวัติศาสร์และศิลปะของเกาหลีใต้ รวมทั้งเป็นองค์กรทางวัฒนธรรม ที่เป็นตัวแทนของประเทศเกาหลีมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในปึ ค.ศ. 1945 ภายในจัดแสดงวัตถุกว่า 150,000 ชิ้น โดยแบ่งออกเป็นหมวดหมู่บนพื้นที่ 307,227 ตารางฟุต ภายในตัวอาคารแบบล้ำสมัยที่ออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจมาจากป้อมปราการแบบดั้งเดิม (www.museum.go.kr)
|
สวนสนุกล็อตเต้เวิลด์ (Lotte World Adventure)
สวนสนุกในร่มที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี และใหญ่เป็นอันดับที่ 7 ของโลก นอกจากจะมีเครื่องเล่นหลากชนิดให้เลือกทั้งในร่มและกลางแจ้งแล้ว อาคารต่างๆ ของสวนสนุก ห้างสรรพสินค้า และโรงแรมในล็อตเต้เวิลด์นี้ยังออกแบบและตกแต่งอย่างสวยงาม โดยในแต่ละปีคาดว่ามีผู้เข้ามาเที่ยวในสวนสนุกแห่งนี้มากกว่า 8 ล้านคน (www.lotteworld.com)

|
ตลาดทงแดมุน (Tongdaemun Market)
ตลาดที่ใหญ่ที่สุดและเรียกได้ว่ายอดนิยมที่สุดในกรุงโซล ภายในจำหน่ายสินค้าอุปโภคอย่างเสื้อผ้าและสินค้าพื้นเมืองทั่วไป ทั้งราคาขายปลีกและขายส่ง |
ตลาดนัมแดมุน (Namdaemun Market)
ตลาดที่เหมือนจะสร้างขึ้นมาสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาจับจ่ายระหว่างวัน เพราะที่นี่เปิดให้บริการถึงเที่ยงคืน
และมีทุกอย่างให้เลือกสรร ตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องประดับ ไปจนถึงอาหารต่างๆ ตลาดนัมแดมุนแห่งนี้ได้ชื่อมาจากประตูนัมแดมุน ประตูอันเก่าแก่ด้านทิศใต้ของเมือง และนับเป็นตลาดขายปลีกที่ใหญ่ที่สุดในกรุงโซล แถมยังอยู่ในทำเลทองที่ห่างจากสถานีรถไฟเพียงเดินแค่ 10 นาทีเท่านั้น |
|
ย่านอินซาดอง (Insadong)
ย่านที่เรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า “ถนนแอนทิค” นับเป็นย่านศิลปะที่สำคัญแห่งหนึ่งของเกาหลี อันเต็มไปด้วยตรอกซอกซอยเล็กๆ ที่ชุกชุมไปด้วยแกลอรี่ ร้านขายศิลปะ วัตถุโบราณ เซรามิค ไปจนถึงอาหารพื้นเมือง
อินซาดองได้ชื่อว่าเป็นย่านที่แสดงความเป็นเกาหลี ทั้งในอดีตและปัจจุบันได้ดีที่สุด อาคารส่วนใหญ่ในย่านนี้เป็นอาคารเก่าแบบดั้งเดิม ที่เคยมีขุนนาง พ่อค้า หรือชนชั้นกลางเป็นเจ้าของ แต่ปัจจุบันภายในถูก
ดัดแปลงสำหรับขายสินค้าหรือจัดแสดงผลงานศิลปะต่างๆ
|
ย่านเมียงดอง (Myongdong)
ย่านเมียงดอง หรือ “ถนนแฟชั่นแห่งเกาหลี” เปรียบได้เหมือนฮาราจุกุของญี่ปุ่นก็ไม่ปาน เพราะย่านนี้เป็นแหล่งรวมตัวของวัยรุ่นเกาหลี ที่มาเลือกซื้อสินค้าแฟชั่นแบรนด์ราคาปานกลาง จากทั้งเกาหลีและต่างประเทศ รวมถึงมานัดสังสรรค์กันตามร้านกาแฟ ร้านอาหาร หรือโรงภาพยนตร์ |
สวนสนุกเอเวอร์แลนด์
สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ หรือสวนสนุกกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเกาหลี ก่อตั้งและบริหารโดยตระกูลซัมซุง ตั้งอยู่ในเขตเมืองยงจิน ห่างจากกรุงโซลไปประมาณ 1 ชั่วโมง
นอกจากผู้ที่มาเยือนจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์กลางหุบเขา รวมถึงสวนดอกไม้ที่เปลี่ยนสีไปตามฤดู แล้ว
ไฮไลต์เด่นของที่นี่คือบรรดาเครื่องเล่นหลากชนิด ไม่ว่าจะเป็นรถไฟเหาะ T Express รถไฟเหาะไม้ ที่ใหญ่
ที่สุดในเกาหลี ที่มีจุดสูงสุดถึง 56 เมตร (สูงเป็นอันดับสามของโลก) ลานแข่งรถที่ให้แข่งกันอย่างจริงจังเพื่อความตื่นเต้นสมจริง และสวนสัตว์ซาฟารีที่รวบรวมสัตว์หายากต่างๆ ไว้มากมาย (http://www.everland.com)
เกาะนามิ
เกาะนามิ (Namido Island) ตั้งอยู่ในเมืองชุนชอน จังหวัดคังวอน ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโซลออกไปประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง เกาะนี้เป็นที่รู้จักผ่านละครโทรทัศน์เกาหลีหลายเรื่องในฐานะเกาะโรแมนติคสำหรับคู่รักหนุ่มสาว เนื่องจากมีทิวทัศน์อันงดงามหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทางเดินที่ทอดยาวไปกลางทิวสน หรือมุมเงียบๆ ริมทะเลสาบ นอกจากจะเปิดโอกาสให้ดื่มด่ำกับธรรมชาติแล้ว เกาะนามิยังมีกิจกรรมกีฬามากมายให้ได้เลือกตามใจชอบ อย่างการขี่จักรยาน พายเรือ สกีน้ำ ฯลฯ
COEX Mall
ห้าง COEX Mall ในย่านซัมซอง เขตคังนัมของกรุงโซล เป็นศูนย์การค้าใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย
นอกจากจะเต็มไปด้วยร้านค้ากว่า 250 ร้านแล้ว ที่นี่ยังมีโรงภาพยนตร์ โรงแรม ศูนย์อาหาร และไฮไลต์อย่าง
COEX Aquarium อควาเรียมขนาดใหญ่ที่จัดแสดงสัตว์น้ำเค็มกว่า 500 สายพันธุ์ รวมถึงพิพิธภัณฑ์กิมจิ
(Kimchi Museum) ที่นำเสนออาหารอันเป็นสัญลักษณ์ของเกาหลีชนิดนี้อย่างเจาะลึก
(www.coexmall.com/language/en)

|
เกาะเชจู (Jeju Island)
นอกจากจะเป็นเกาะที่เคยเป็นที่คุมขังแพทย์หญิงแดจังกึม แพทย์หญิงคนเดียวของราชสำนักเกาหลีแล้ว “เกาะแห่งความฝัน” ที่มีระบบการปกครองเป็นของตัวเองแห่งนี้ ยังมีชื่อเสียงไปทั่วโลกในเรื่องของภูมิทัศน์อันงดงาม ที่ประกอบด้วยชายฝั่งที่ยาวถึง 256 กิโลเมตร น้ำตก ภูเขาไฟดับแล้ว และป่าเขารกครึ้ม เกาะเซจูจึงกลายเป็นสวรรค์สำหรับคู่ฮันนีมูน นักท่องเที่ยวที่แสวงหาหนทางใกล้ชิดกับธรรมชาติ และผู้ที่โปรดปรานกีฬากลางแจ้ง (http://english.jeju.go.kr)
|
ถ้ำมันจางกุล (Manjanggul Cave)
ถ้ำมันจางกุลถือเป็นอุโมงค์ลาวาที่ยาวที่สุดในโลก (13,422 เมตร) และเป็นหนึ่งในอนุสรณ์ทางธรรมชาติของเกาหลี อุโมงค์ลาวานี้เกิดขึ้นเมื่อลาวาปะทุออกมาจากปล่องภูเขาไฟ แล้วจับตัวเป็นก้อนแข็งเมื่อเจออากาศที่เย็นกว่าภายนอก เมื่อลาวาเย็นตัวแล้ว ภายในจะกลายเป็นโพรงที่มีอากาศกำลังสบาย ปัจจุบันจึงมีสัตว์กลางคืนมาอาศัยอยู่ภายในอุโมงค์ลาวานี้เป็นจำนวนมาก ที่นี่จึงกลายเป็นแหล่งศึกษาด้านชีววิทยา ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของเกาหลี
ยอดเขาชงซัน อิลซุลโบง (Songsan Ilchulbong)
ยอดเขาชงซัน อิลซุลโบง หรือ “จุดสูงสุดที่พระอาทิตย์ขึ้น” เป็นยอดของภูเขาไฟที่เคยปะทุเมื่อหนึ่งแสนปีก่อน และดับแล้ว บนยอดเขาบริเวณที่เคยเป็นปากปล่องภูเขาไฟกลายเป็นที่ราบ ที่ปัจจุบันจัดไว้สำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้น ว่ากันว่าการเดินไต่ขึ้นไปให้ถึงยอดที่ใช้เวลา 20 นาที ให้ทันเห็นพระอาทิตย์ขึ้นนั้น เป็น
สิ่งหนึ่งที่ชาวเกาหลีหลายคนอยากจะทำครั้งหนึ่งในชีวิต เพราะวิวยามพระอาทิตย์ขึ้นของที่นี่งดงามขึ้นชื่อ
จนถูกจัดเป็น “หนึ่งในสิบทิวทัศน์อันงดงามที่สุดในเขตยงจู” เลยทีเดียว
หมู่บ้านซงอับ (Song-Up Village)
หมู่บ้านริมตีนเขาฮัลลา (Halla) ที่เคยเป็นหมู่บ้านหลักของเกาะเชจูแห่งนี้ อยู่ห่างจากตัวเมืองเชจูใน
ปัจจุบันออกไปประมาณ 60 กิโลเมตร ปัจจุบันที่นี่ได้รับการอนุรักษ์ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติเนื่อง
จากเป็นตัวอย่างของหมู่บ้านสไตล์ชาวภูเขาแบบเชจูแท้ๆ ที่มุงหลังคาด้วยฟางซึ่งหาชมได้ยากในปัจจุบัน การได้เดินเยี่ยมชมวิถีชีวิตของชาวท้องถิ่นที่ยังคงอาศัยอยู่ในหมู่บ้านย้อนยุคนี้ ก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ไม่ควรพลาดหากได้มาเยี่ยมเยียนเกาะเชจูแห่งนี้

|
หมู่บ้านเชจู (Jeju Folk Village)
หมู่บ้านที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นเชจูแท้ๆ เนื่องจากเกาะเชจูเป็นเกาะที่แยกออกจาก
แผ่นดินใหญ่โดยเด็ดขาด ชาวเกาะนี้จึงมีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากชาวเกาหลีส่วนใหญ่ เห็นได้ชัดจากวิถีชีวิตที่ต้องต่อสู้กับธรรมชาติ ทั้งภูเขาไฟระเบิด ภาวะแห้งแล้ง ดินไม่สมบูรณ์ทำให้ปลูกพืชผลไม่ได้ ฯลฯ นอกจากเราจะได้เห็นอาคารบ้านเรือนแบบเซจูทั้งสามประเภท (บนที่ราบ ริมฝั่งทะเลและบนภูเขา) ที่ชาวเกาะปรับให้เข้ากับสภาพภูมิประเทศ และภูมิอากาศแล้ว ที่นี่ยังมีการแสดงศิลปะพื้นบ้านของเชจูและผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นโดยชาวบ้านมาจำหน่ายด้วย (http://eng.jejufolk.com) |
น้ำตกชงจียอน (Cheonjiyon Falls)
น้ำตกชงจียอนหรือที่ๆ แผ่นดิน (ji) พบท้องฟ้า (cheon) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของเกาะเชจู น้ำตกแห่งนี้มีความสูง 22 เมตร กว้าง 12 เมตร โดยน้ำจะตกลงสู่บ่อที่สร้างขึ้น อันเป็นที่อาศัยของปลาไหลหูขาว (Marbled eels) ด้านหน้ามีทางเดินที่ก่อตัวขึ้นจากหินลาวา ซึ่งเป็นมุมที่นักท่องเที่ยวมักใช้ยืนถ่ายรูปโดยให้น้ำตกเป็นฉากหลัง หากไปตอนกลางคืน ที่นี่จะเปิดไฟสาดส่องให้น้ำตกดูสวยไปอีกแบบ ตลอดทางเดินไปน้ำตกจะพบเห็นกองหินสามกองตั้งเรียงกันอยู่ทั่วไป เนื่องจากชาวเกาหลีเชื่อว่าหากสามารถนำหินมาซ้อนเรียงกันได้สามกอง แล้วจะสามารถขอพรจากเทพเจ้าให้ชีวิตประสบความสำเร็จและปราศจากโรคภัยได้ นอกจากนี้น้ำตกชงจียองยังเป็นสถานที่ศึกษาทางชีววิทยาอีกแห่งหนึ่ง เนื่องจากเต็มไปด้วยพืชพรรณและสัตว์หายากมากมาย |
โรงแรมแนะนำ
Jeju Shilla Hotel
โรงแรมวิวสวยระดับ 5 ดาว ที่ตั้งอยู่บนหน้าผาหันหน้าเข้าหามหาสมุทรแปซิฟิคแห่งนี้ เป็นโรงแรม
ยอดนิยมแห่งหนึ่งในเขตจังมุน รีสอร์ทที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มากันเป็นครอบครัว ด้วยโปรแกรมกิจกรรมสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ส่วนใครที่มาเพื่อพักผ่อนหย่อนใจก็สามารถเพลิดเพลินไปกันคาสิโน และดิวตี้ ฟรีที่มีอยู่ในตัวโรงแรมได้ (www.shilla.net)
Nami Island Hotel
โรงแรมมีสไตล์ขนาด 56 ห้อง ที่มีให้เลือกทั้งห้องแบบพื้นเมืองและแบบตะวันตก ซึ่งไฮไลต์คือเหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัสกลิ่นอายความเป็นอยู่แบบดั้งเดิม พร้อมผ่อนคลายกับการนอนบนเสื่อที่ปูทับพื้น
ทำความร้อน (สอบถามข้อมูลได้ที่โทร.031/580-8000)
Metro Hotel
โรงแรมนี้เหมาะสำหรับคนชอบช้อป เพราะตั้งอยู่ในย่านแหล่งช้อปที่ชื่อว่าเมียงดงพอดี เรียกได้ว่าเก็บกระเป๋าเรียบร้อยก็ออกมาเดินเล่นตลาดเมียงดง ที่ว่ากันว่าเป็นแหล่งรวมวัยรุ่นแบบเดียวกับสยามสแควร์หรือจตุจักรได้เลย ที่นี่เต็มไปด้วยทุกสิ่งที่วัยรุ่นต้องการ โรงแรม Metro นอกจะตั้งอยู่บนทำเลกลางเมือง เดินทางไปไหนสะดวกสบายแล้ว โรงแรมยังเพียบพร้อมไปด้วยสาธารณูปโภคและราคาสมเหตุสมผล สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.metrohotel.co.kr (หากจองห้องพักออนไลน์จะได้ราคาที่ลดลงอีกด้วย)
|
ร้านอาหารแนะนำ
Korea House Restaurant
ร้านอาหารที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับโรงแรมไฮแอท ในย่านจังมุน รีสอร์ทแห่งนี้ดัดแปลงอาคารที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ยุคราชวงศ์โชซุน ให้กลายเป็นร้านอาหารที่ยังคงอนุรักษ์ความหรูหราตามแบบราชวงศ์ไว้ และพิพิธภัณฑ์ที่มีนิทรรศการสลับสับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ สำหรับในส่วนร้านอาหารนั้น ที่นี่เชี่ยวชาญในเรื่องการปรุงเนื้อสูตร
ต้นตำรับเกาหลี หมูดำหรือ Huk Daeji รวมไปถึงซุปแบบดั้งเดิม
Geosang Restaurant
ร้านอาหารที่ขายกัลชี-จอริม (Galchi-Jorim) ซุปปลารสชาติเข้มข้น อันเป็นอาหารท้องถิ่นของเกาะเชจู ตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 2578-9 เขตโนเฮยอง-ดง (Noheong-dong)
|
ร้านของฝาก
Daelim Local Products Shop
ร้านขายของที่ระลึกแห่งนี้ตั้งอยู่ตรงข้ามที่จอดรถเขตยงดวม (Yongduam) และอยู่ห่างจากสนามบินเชจูออกไปเพียง 10 นาที ที่นี่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเนื่องจากมีสินค้าท้องถิ่นให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าหัตถกรรม อาหาร หรือแม้กระทั่งไม้ดอกไม้ประดับ
|