Wi-Fi Experience@KBank
ค้นหา:
Join:
Home / Travel / แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว / สงขลา / สงขลา สีสันของความต่าง / ข้อมูลทั่วไป
   

สงขลา สีสันของความต่าง -  ข้อมูลทั่วไป

Send To Friend
 
 

“สงขลา” สีสันของความต่าง

ดวงไฟสีสวยจากสถานบันเทิงทันสมัย เปล่งแสงล่อใจนักท่องเที่ยวผู้หลงใหลบรรยากาศยามราตรี ในห้วงเวลาเดียวกันนั้นอีกมุมหนึ่งมีแสงไฟดวงเล็กๆ จากเรือพายในตลาดน้ำริมคลองที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน ตลาดใหญ่ใจกลางเมืองคึกคักตั้งแต่ช่วงสายๆ สมกับเป็น “หาดใหญ่” ศูนย์กลางเศรษฐกิจการค้า
ผิดแผกจากย่านเก่าแก่อายุเกือบร้อยปี ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล วิถีชีวิตของ
ชาวประมงริมทะเลสาบน้ำจืดอันกว้างใหญ่ ชวนให้อิจฉาในการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ไม่เร่งร้อน …สิ่งเหล่านี้คือสีสันของ “สงขลา” จังหวัดที่เต็มไปด้วย
ความแตกต่าง แต่เป็นความต่างที่ลงตัว เป็นความขัดแย้งที่กลมกลืน กลายเป็นเสน่ห์ที่ไม่มีใครเลียนแบบได้

ตลาดน้ำคลองแห

ตลาดน้ำแห่งนี้เป็นตลาดน้ำแห่งแรกและแห่งเดียวของภาคใต้ อยู่ที่ท่าน้ำวัดคลองแห ตำบลคลองแห
ห่างจากตัวเมืองหาดใหญ่เล็กน้อย จำหน่ายอาหารพื้นบ้านหลากหลายทั้งอาหารไทย และอาหารมุสลิม รวมทั้งสินค้าพื้นเมืองมากมาย

    กิจกรรม
    นั่งเรือพายจับจ่ายใช้สอยได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีร้านค้าริมฝั่งสำหรับเดินเลือกซื้ออย่าง
    สบายๆ สามารถจ้างเรือพายซึ่งจอดรอให้บริการมากมายที่ท่าน้ำวัดคลองแห ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ตั้งแต่เวลาประมาณ 16.00 - 22.00 น. ถือเป็นตลาดน้ำยามราตรีที่ไม่น่าพลาดการมาเยี่ยมชม

    การเดินทาง
    ตลาดน้ำคลองแหตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือของตัวเมืองหาดใหญ่ จากหาดใหญ่สามารถเข้าถึง
    ตลาดน้ำได้สองทาง ทางแรกเข้าทางถนนนิพัทธ์สงเคราะห์ 5 หรืออีกเส้นทางหนึ่ง ใช้ถนนลพบุรี
    ราเมศวร์ (ทาง 414) และใช้เส้นทางที่จะไปสงขลา จะเห็นป้ายทางเข้าตลาดน้ำคลองแห ให้กลับรถเข้าตลาดน้ำ

    ข้อมูลเพิ่มเติม
    ทางตลาดน้ำมีการรณรงค์ให้ใช้ภาชนะใส่อาหารจำพวก กะลา กระบอกไม้ไผ่ และหม้อดินเผา ซึ่งไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ทานแล้วได้บรรยากาศเก๋ไก๋ไปอีกแบบ

ตลาดกิมหยง

ตลาดกิมหยง เป็นตลาดเก่าแก่ของหาดใหญ่ มีสินค้าให้เลือกซื้อมากมาย ทั้งของกินของใช้ เสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องใช้ไฟฟ้าฯลฯ ช่วงเช้ามืดเป็นตลาดสด ขายผัก ปลา เนื้อสัตว์ แต่ในช่วงสายจะเปลี่ยนมาขายสินค้าทั่วไป คนส่วนใหญ่นิยมเดินทางมาซื้อของแห้งจำพวกผลไม้แห้ง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ขนมอบกรอบ โดยเฉพาะขนมที่นำเข้าต่างจากประเทศในราคาปลอดภาษี
สินค้าในตลาดแห่งนี้ มีราคาถูก คุณภาพดี จึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ นับได้ว่าเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของเมืองหาดใหญ่ก็ว่าได้

    การเดินทาง
    ตลาดกิมหยง ตั้งอยู่บนถนนศุภสารรังสรรค์ ใจกลางเมืองหาดใหญ่ มีที่จอดรถไว้บริการ

ย่านสันติสุข/ตลาดสันติสุข

ย่านดังกล่าวตั้งอยู่บนถนนนิพัทธ์อุทิศ 3 ซึ่งชาวหาดใหญ่นิยมเรียกว่า "สาย 3"  เป็นแหล่งค้าขายสินค้าหลากหลายไม่แพ้ตลาดกิมหยง จุดเด่นของที่นี่คือเครื่องใช้ไฟฟ้า และ ซีดีเพลงราคาถูก

    การเดินทาง
    ย่านสันติสุข ตั้งอยู่ในตัวเมืองหาดใหญ่ ไม่ไกลกับตลาดกิมหยง

เขาคอหงส์

เขาคอหงส์ตั้งอยู่ในเขตอำเภอหาดใหญ่ เป็นจุดชมวิวที่นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นตัวเมืองหาดใหญ่ ได้อย่างชัดเจน หากอากาศปลอดโปร่งอาจมองเห็นได้ไกลถึงทะเลสาบสงขลา บนเขามี "สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่" ซึ่งมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวไทย และมาเลย์นิยมไปสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล เช่น
พระพุทธมงคลมหาราช, เจ้าแม่กวนอิมและเทพเจ้าองค์ต่าง ๆ รวมถึงพระพรหมเอราวัณ

    การเดินทาง
    เขาคอหงส์อยู่ใกล้กับตัวเมืองหาดใหญ่ นักท่องเที่ยวควรเช่ารถท้องถิ่น ที่มีความชำนาญในการขับขี่ เนื่องจากเส้นทางคดเคี้ยวสูงชัน หากขับรถเองต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

    ข้อมูลเพิ่มเติม
    ควรขึ้นไปเที่ยวบนเขาคอหงส์ในช่วงบ่ายแก่ๆ แล้วหยุดพักบริเวณจุดชมวิว หน้าพระพุทธมงคลมหาราช ในตอนเย็นเพื่อชมพระอาทิตย์ตกดิน

น้ำตกโตนงาช้าง

ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง ถือเป็นน้ำตกที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้ มีจำนวน
7 ชั้น ชั้นที่สวยงามที่สุดคือ ชั้นที่ 3 ซึ่งสายน้ำตกไหลแยกออกจากกันเป็น 2 ทางคล้ายงาช้าง ป่าไม้บริเวณน้ำตกมีความอุดมสมบูรณ์มาก มีสัตว์ป่าและนกหายากหลายชนิด อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ฝนตกหนักในช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม
นอกจากนี้บริเวณน้ำตกดังกล่าวงยังเป็นที่ตั้งของ “สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าหาดใหญ่” มีพื้นที่ประมาณ 5 ตารางกิโลเมตร ซึ่งปรับปรุงให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และศึกษาธรรมชาติ

    การเดินทาง
    น้ำตกโตนงาช้าง ห่างจากตัวอำเภอหาดใหญ่ราว 28 กิโลเมตร ไปตามเส้นทางหาดใหญ่ - รัตภูมิ ถึงหลักกิโลเมตรที่ 13 เลี้ยวซ้ายที่บ้านหูแร่ สามารถโดยสารรถสองแถว จากตลาดสดเทศบาล
    หาดใหญ่หรือเช่ารถสามล้อได้ใน ราคาประมาณ 300 - 400 บาท

    กิจกรรม
    นักท่องเที่ยวสามารถชมความงามของน้ำตกทั้ง 7 ชั้นโดยจะใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง นอกจากนี้อาจเดินศึกษาธรรมชาติ ตามเส้นทางที่ทางอุทยานฯ กำหนดไว้ ที่พักทางอุทยาน ฯ มีที่พักแรมไว้บริการ
    นักท่องเที่ยว โทรสอบถามรายละเอียดได้ที่ 074-398-006

    ข้อมูลเพิ่มเติม
    ทางขึ้นน้ำตกแห่งนี้ค่อนข้างชัน ควรสวมรองเท้าที่เหมาะสม แต่งกายให้รัดกุม และใช้ความ
    ระมัดระวังเป็นพิเศษ

ทะเลสาบสงขลา

เป็นทะเลสาบธรรมชาติแห่งเดียวในประเทศไทย มีพื้นที่ราว 190 ตารางกิโลเมตร มีความยาวจากปากน้ำไปทางทิศเหนือประมาณ 80 กิโลเมตร ส่วนที่กว้างที่สุดประมาณ 20 - 25 กิโลเมตร ทะเลสาบสงขลาเป็น
ทะเลสาบส่วนนอกที่เชื่อมกับอ่าวไทย แม้ทะเลสาบแห่งนี้จะเป็นทะเลสาบน้ำจืด แต่น้ำจะกร่อยในช่วงฤดูฝน และมีรสเค็มในฤดูแล้ง ส่วนที่ลึกที่สุดราว 3 เมตร ภายในทะเลสาบสงขลามีเกาะอยู่หลายเกาะ ที่สำคัญได้แก่ เกาะใหญ่ เกาะสี่ เกาะห้า เกาะแก้ว เกาะหมาก เกาะราย และเกาะยอ

    กิจกรรม
    นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือชมเกาะต่างๆ ได้บริเวณแหลมสนอ่อน

    การเดินทาง
    การเดินทางจากหาดใหญ่ ใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 414 ไปทางสะพานติณสูลานนท์ แล้วเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 408 ซึ่งเป็นทางตัดเลียบชายฝั่งทะเลด้านตะวันออก ช่วง
    สงขลา - สทิงพระ สังเกตป้ายด้านซ้ายมือ ให้เลี้ยวซ้ายที่ทางแยก

เกาะยอ

เป็นเกาะเล็กๆ ที่นับว่ามีชื่อเสียงมากที่สุดในทะเลสาบสงขลา มีพื้นที่ราว 9,275 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นไหล่เขาและที่ราบเชิงเขา เหมาะแก่การเพาะปลูก บนเกาะแห่งนี้มีการทำสวนผลไม้แบบสุมรุม คือ ผลไม้ที่ผลัดกันให้ผลผลิตตลอดปี เช่น ส้มโอ มะพร้าว และขนุน ผลไม้ที่มีชื่อของเกาะยอคือ “จำปาดะ” ซึ่งมีลักษณะคล้ายขนุนแต่ผลเล็กกว่า สามารถนำไปประกอบอาหารโดยนำไปทอดเหมือนกล้วยแขก หรือจะรับประทานสดๆ ก็ได้ แต่สิ่งที่ทำให้เกาะยอเป็นที่รู้จักก็คือ “ผ้าทอ” ผ้าทอเกาะยอ เป็นผ้าพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงและได้รับ ความนิยมอย่างมาก เนื่องจากมีลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น ลายราชวัตรลายดอกพิกุล และลายดอก
นอกจากนี้ เกาะยอยังเป็นแหล่งเลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังอีกด้วย ดังนั้น “การท่องเที่ยวเชิงเกษตร” จึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ที่ต้องการเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวประมงพื้นบ้าน

การเดินทาง
เกาะยออยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 20 กม. ใช้
เส้นทางหลวงหมายเลข 407 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง 4083 ทางที่มุ่งหน้าตรงไปยังอำเภอสิงหนคร
ก่อนจะข้ามสะพานติณสูลานนท์สู่ตัวเกาะยอ

ข้อมูลเพิ่มเติม
เกาะยอไม่มีที่จอดรถโดยเฉพาะ แต่สามารถจอด
ได้บริเวณไหล่ทางติดร้านค้า

อุทยานนกน้ำคูขุด

อุทยานแห่งนี้ เป็นอุทยานนกน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ได้รับการประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบ เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2519 มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่หลายอำเภอของจังหวัดสงขลา และบางส่วนใน
พัทลุง เนื่องจากมีซึ่งมีเนื้อที่กว่า 2 แสนไร่ ส่วนใหญ่เป็นทะเลสาบน้ำจืด ความลึกเฉลี่ย 1 เมตร
อุทยานดังกล่าวมีนกอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งนกประจำถิ่นและนกที่อพยพมาตามฤดูกาล ซึ่งจะมี
จำนวนมากที่สุดในเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม โดยมีนกประเภทหายากหลายชนิด เช่น นกกระสานวล
นกออก นกกาบบัว นกกุลาขาว เหยี่ยวรุ้ง เหยี่ยวค่างดำขาว เหยี่ยวทุ่ง เหยี่ยวออสแปร์ นกอัญชัญคิ้วขาว และนกเงือกกรามช้าง เป็นต้น

    ที่พัก
    บริเวณอุทยานฯ มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยวจำนวน 4 หลัง ติดต่อจองห้องพักได้ที่
    0 2562 0760

    กิจกรรม
    นักท่องเที่ยวสามารถชมทัศนียภาพโดยทั่วไป หรือเดินชมตามทางเดินเท้าก็ได้ นอกจากนี้ยังมีหอดูนกให้ชมความสวยงามของนกประเภทต่างๆ หรืออาจล่องเรือชมนกน้ำ โดยเฉพาะช่วงเดือนตุลาคม - เมษายน ซึ่งมีนกน้ำจำนวนนับแสนในอุทยาน โดยมีเรือยนต์หางยาวบริการนำเที่ยวชมทิวทัศน์ทะเลสาบ การล่องเรือจะมีค่าบริการเรือขนาด 6 ที่นั่ง ในอัตราชั่วโมงละ 200 บาท

    การเดินทาง
    จากหาดใหญ่ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 414 ไปทางสะพานติณสูลานนท์ แล้วเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 408 ซึ่งเป็นทางตัดเลียบชายฝั่งทะเลด้านตะวันออก ช่วงสงขลา-สทิงพระ
    ทาง ซ้ายมือมีป้ายบอกทางเข้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบสงขลา เป็นทางแยกเข้าไป ประมาณ 3
    กิโลเมตร เป็นถนนลาดยาง ระยะทางจากหาดใหญ่ - อำเภอสทิงพระ ประมาณ 32 กิโลเมตร

สถาบันทักษิณคดีศึกษา

ตั้งอยู่ในตำบลเกาะยอ เชิงสะพานติณสูลานนท์ช่วงที่ 2 เป็นสถาบันที่ตั้งขึ้นเพื่อศึกษาเกี่ยวกับ
ศิลปวัฒนธรรมของภาคใต้ ลักษณะของอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบภาคใต้ แบ่งออกเป็น 4 อาคาร แต่ละอาคารมีการแสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ และชาติพันธุ์, โบราณวัตถุที่เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่น, อาวุธใน
ภาคใต้ เช่น กริช มีดชายธง มีดหางไก่, ผ้าทอพื้นเมือง เช่น ผ้าทอพุมเรียง ผ้าทอปัตตานี, กระต่ายขูดมะพร้าวรูปทรงต่างๆ ที่หาชมได้ยาก, การละเล่นพื้นเมือง เช่น หนังตะลุง โนรา ลิเกป่า และวิถีชีวิตของชาวภาคใต้
เป็นต้น

    ที่พัก
    สถาบันมีห้องพักและห้องสัมมนาไว้บริการนักท่องเที่ยว โทรสอบถามรายละเอียดได้ที่
    0 7433 1184-9

    เวลาทำการ
    สถาบันทักษิณคดี เปิดทำการเวลา 8.30 - 17.00 น.

    การเดินทาง
    อยู่ห่างจากตัวเมืองสงขลาประมาณ 18 กิโลเมตร ตามทางหลวงสายลพบุรีราเมศวร์ เลี้ยวซ้ายที่
    สี่แยกบ้านน้ำกระจาย ไปตามทางหลวงสาย 4146 ทางไปเกาะยอ ใกล้สะพานติณสูลานนท์ ช่วง 2
    หากเดินทางด้วยรถประจำทางให้นั่งรถโดยสารประจำทางจากหอนาฬิกาในตัวเมือง ลงที่สี่แยก
    บ้านน้ำกระจาย แล้วต่อรถมอเตอร์ไซด์

สะพานติณสูลานนท์

เป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงหมายเลข 4146 เชื่อมระหว่างทางหลวงหมายเลข 407 สายหาดใหญ่ - สงขลา กับทางหลวงหมายเลข 4083 สายสงขลา - ระโนด โดยเป็นสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา จากฝั่ง
บ้านน้ำกระจายผ่านเกาะยอ ไปฝั่งเขาเขียว เพื่ออำนวยความสะดวกในการคมนาคม โดยไม่ต้องรอข้ามแพขนานยนต์ ตัวสะพานแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกเชื่อมระหว่างชายฝั่งอำเภอเมืองสงขลา บริเวณบ้านน้ำกระจาย กับชายฝั่งตอนใต้ของเกาะยอ ความยาวรวมเชิงสะพานทั้งสองด้าน ประมาณ 1,140 เมตร
ช่วงที่ 2 เชื่อมระหว่างฝั่งด้านเหนือของเกาะยอกับฝั่งบ้านเขาเขียว ความยาวทั้งสิ้นประมาณ 1,800 เมตร สะพานแห่งนี้เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2527 และทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2529

วัดมัชฌิมาวาส หรือวัดกลาง

ตั้งอยู่ที่บนถนนไทรบุรี อำเภอเมืองสงขลา เป็นวัดใหญ่และสำคัญที่สุดในจังหวัดสงขลา สร้างขึ้นในช่วงปลายอยุธยา เดิมมีชื่อว่า “วัดยายศรีจันทร์” โดยมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า ยายศรีจันทร์ คหบดีผู้มั่งคั่งในเมืองสงขลา ได้บริจาคทรัพย์เพื่อสร้างวัดแห่งนี้ขึ้น ต่อมามีผู้สร้างวัดเลียบทางทิศเหนือ และวัดโพธิ์ทางทิศใต้ ชาวสงขลาจึงเรียกวัดยายศรีจันทร์ว่า “วัดกลาง” และได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดมัชฌิมาวาส” โดยพระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นวชิรญาณวโรรส คราวเสด็จเมืองสงขลาเมื่อ พ.ศ. 2431
ภายในวัดมีโบราณสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง อาทิ พระอุโบสถ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 เป็นศิลปะประยุกต์ไทย - จีน ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ เช่น ภาพท่าเรือสงขลาที่หัวเขาแดงที่มีการค้าขายกันอย่างคึกคัก ซุ้มประตู เป็นศิลปะจีนผสมผสานกับศิลปะที่ได้รับอิทธิพลตะวันตก นอกจากนี้ ภายในวัดยังมี “พิพิธภัณฑ์ภัทรศิลป” ซึ่งจัดแสดงพระพุทธรูป และโบราณวัตถุที่รวบรวมมาจากเมืองสงขลา
สทิงพระ และระโนด อันเป็นหลักฐานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ดังกล่าวเปิดให้เข้าชมทุกวัน
เว้นวันจันทร์ - อังคารและวันหยุดราชการ

แหลมสมิหลา

“หาดทรายสีขาว ทิวสน และรูปปั้นนางเงือก” ไม่ต้องเฉลยก็ทราบได้ทันทีว่า สถานที่อันเป็นเจ้าของทั้ง 3 สิ่งข้างต้นก็คือ แหลมสมิหลา แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดสงขลา นักท่องเที่ยวนิยมไปพักผ่อนชมทะเลในยามเย็น เหม่อมองออกไปเบื้องหน้า จะพบกับ “เกาะหนูเกาะแมว” ได้ที่ได้ร่ำเรียนมา
ตั้งแต่เด็กว่ามีเรื่องเล่าแสนเร้าใจถึงการขโมย “แก้ววิเศษ” ซึ่งทำให้หนูกับแมวจมน้ำตายกลายเป็นเกาะอย่างทุกวันนี้

    การเดินทาง
    แหลมสมิหลา ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมือง ห่างจากตลาดทรัพย์สิน (ตลาดสดเทศบาล) ประมาณ 2.5 กิโลเมตร จากอำเภอหาดใหญ่ สามารถนั่งรถประจำทางสายหาดใหญ่ - สงขลาได้ แต่หากอยู่ในอำเภอเมืองมีรถสองแถวบริการไปถึงชายหาด

    ข้อมูลเพิ่มเติม
    แหลมสมิหลา มีทางลาดซึ่งรถ Wheel Chair สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก ยกเว้นเพียงบางจุดของชายหาด
เขาตังกวน

เป็นภูเขาลูกเล็กๆ ตั้งอยู่บริเวณปลายแหลมในตัวเมืองสงขลา บนยอดเขาประดิษฐานเจดีย์พระธาตุคู่เมืองสงขลา ในเดือนตุลาคมของทุกปี จะมีพิธีห่มผ้าองค์เจดีย์ ประเพณีลากพระและตักบาตรเทโว
นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองสงขลา และทิวทัศน์สองทะเล คือทะเลอ่าวไทยและทะเลสาบสงขลา ก่อนถึงยอดเขามีศาลวิหารแดง ซึ่งเคยเป็นพลับพลาที่ประทับ ซึ่งรัชกาลที่ 5
โปรดเกล้าฯ ให้พระยาวิเชียรคีรี (ชม) ผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลาในสมัยนั้น สร้างถวายตามพระราชประสงค์ ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ.2431

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสงขลา

ตั้งอยู่ที่ถนนวิเชียรชม ในอำเภอเมือง เดิมเป็นบ้านพักของพระยาสุนทรานุรักษ์ (เนตร ณ สงขลา) ผู้ช่วยราชการเมืองสงขลา สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2421 จนกระทั่งปี พ.ศ. 2437 จึงใช้เป็นที่พำนักและว่าราชการของพระวิจิตรวรศาสตร์ ข้าหลวงพิเศษตรวจราชการเมืองสงขลา ซึ่งต่อมาก็คือเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) หลังจากนั้น ใช้เป็นศาลาว่าการมณฑลนครศรีธรรมราช และเป็นศาลากลางจังหวัดจนถึงปี พ.ศ. 2496
ใน พ.ศ. 2516 กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนอาคารนี้เป็นโบราณสถาน และปรับปรุงเป็น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ แล้วเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2525 ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงโบราณวัตถุ และศิลปวัตถุทางภาคใต้ ถือเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ทางด้านโบราณคดี ประวัติศาสตร์ศิลปะและ ชาติพันธุ์วิทยาที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง

    เวลาทำการ
    เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 - 16.00 น. ยกเว้นวันจันทร์ - อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 7431 1728

ย่านเมืองเก่าสงขลา

ในเขตอำเภอเมืองมีย่านเก่าที่น่าเดินชมเพื่อซึมซับบรรยากาศเมืองสงขลาในอดีต ได้แก่ ย่านถนนนครนอก ถนนนครใน และถนนนางงาม
ราว 200 ปีก่อน ตัวเมืองสงขลาตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของทะเลสาบ เรียกว่า "เมืองสงขลาฝั่งแหลมสน" ต่อมาในพ.ศ. 2385 จึงขยายมาทางฝั่งทิศตะวันออกบริเวณตำบลบ่อยาง เรียกกันว่า "เมืองสงขลาฝั่งบ่อยาง" แรกเริ่มมีถนนสองสายคือ ถนนนครนอก เป็นถนนเส้นนอกติดกับทะเลสาบ และถนนนครใน เป็นถนนเส้นในเมือง หลังจากนั้นมีการตัดถนนสายที่สามเรียกว่า “ถนนเก้าห้อง” หรือ “ย่านเก้าห้อง” ซึ่งต่อมาเรียกกันว่า “ถนนนางงาม”

ปัจจุบันถนนทั้ง 3 สาย ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมของสงขลาไว้ ไม่ว่าจะเป็นห้องแถวไม้แบบจีน, ตึกสไตล์ชิโนโปรตุกีส, ศาลเจ้าพ่อกวนอู, โรงแรมเก่าแก่ประดับลายฉลุไม้อันวิจิตร นอกจากนี้ในย่านดังกล่าวมีขนม อร่อยๆ ทั้งไทย จีน ฝรั่ง ให้เลือกชิมอย่างไม่รู้เบื่อ

วัดพะโคะ

วัดพะโคะ หรือ วัดพระราชประดิษฐาน ตั้งอยู่บริเวณเขาพัทธสิงค์ ในตำบลชุมพร อำเภอสทิงพระ ห่างจากสงขลา 48 กิโลเมตร เดิมเคยเป็นที่จำพรรษาของ สมเด็จพะโคะหรือ “หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด” ซึ่งประชาชนมีความเลื่อมใสอย่างมาก ภายในวัดมีโบราณสถานสำคัญ หลายแห่ง เช่น

- พระสุวรรณมาลิกเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุ ซึ่งภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
- พระพุทธไสยาสน์ หรือพระโคตมะ เป็นพระพุทธรูปปางปรินิพพานฝีมือช่างท้องถิ่น ยาว 18 เมตร สูง 2.5
     เมตร
- รอยพระพุทธบาท ประดิษฐานอยู่ภายในมณฑปยอดเขา ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นรอยพระบาทของ
     หลวงปู่ทวด ฯลฯ

    การเดินทาง
    ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 407 ทางสะพานติณสูลานนท์ผ่านเกาะยอ แล้วเข้าสู่ทางหลวง
    หมายเลข 408 (สงขลา-ระโนด) หลักกิโลเมตรที่ 110 สังเกตทางด้านซ้ายมือจะมีป้ายบอกทางเข้าวัด

ที่พักแนะนำ

  • โรงแรม โนโวเทล เซนทารา หาดใหญ่ (Novotel Centara Hat yai Hotel)

    โรงแรมระดับ 4 ดาว ตั้งอยู่บนถนนสเน่หานุสรณ์ ภายในตัวเมือง จึงสะดวกสบายสำหรับการเดินทางไปยังจุดต่างๆ มีฟิตเนส ซาวน่า และสปา รวมทั้งสระว่ายน้ำ มีห้างเซ็นทรัลอยู่ชั้นล่าง จึงสามารถช้อปปิ้งได้อย่างเพลินใจ นอกจากนี้ บริเวณรอบโรงแรมยังมีร้านอาหารมากมายซึ่งเปิดขายในช่วงค่ำ ทั้งอาหารทะเล และอาหารท้องถิ่น ถือเป็นออฟชั่นเสริมให้โรงแรมแห่งนี้เป็นตัวเลือกที่ดีอีกแห่งหนึ่ง ราคาห้องพักอยู่ระหว่าง 2,000 - 6,500 บาท คลิกเข้าชมตัวอย่างห้องพักได้ใน www.centralhotelsresorts.com หรือโทรสอบถามรายละเอียดที่ 074 352 222

  • โรงแรมนิวซีซั่น โฮเท็ล (New Season Hotel)

    โรมแรมแห่งนี้ ตั้งอยู่บนถนนประชาธิปัตย์ ภายในตัวเมืองหาดใหญ่ ถือเป็นโรงแรมที่มีการเอ่ยแนะนำกันแบบ “ปากต่อปาก” มากที่สุดในหาดใหญ่ก็ว่าได้ เพราะสภาพห้องที่ใหม่เอี่ยมอ่อง การบริการที่ดีเยี่ยม มีอินเทอร์เน็ตสำหรับการติดต่อสื่อสาร ชั้นล่างทีบริการนวดผ่อนคลาย ราคาเริ่มต้นราว 900 บาท จึงนับว่าคุ้มค่าอย่างยิ่งกับความสะดวกสบายที่ได้รับจาก นิวซีซั่น อันเลื่องชื่อ สอบถามรายละเอียด และ
    จองห้องพักได้ที่ 074 352 888

  • หาดแก้วรีสอร์ท

    ติดทะเลอ่าวไทย มีชายหาดขาวทอดยาวกว่า 10 กิโลเมตร เหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างเป็นส่วนตัว เครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน จะลงเล่นน้ำทะเล หรือ ว่ายน้ำในสระของโรงแรมก็เป็นกิจกรรมที่
    น่าสนใจในวันหยุดสบายๆ รีสอร์ทแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ตำบลเชียงเกาะ อำเภอสิงหนคร เป็นที่พักระดับ 3 ดาว ราคาเริ่มต้นเพียง 900 บาทเท่านั้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 074 331 058-9

แนะนำร้านอาหารในจังหวัดสงขลา

  • ชาชัก ฟอร์ ซีน

    ถนนธรรมนูญวิถี อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
    “ชาชัก” เป็นเครื่องดื่มที่พลาดไม่ได้หากเดินทางมาถึงภาคใต้ เอกลักษณ์ของชาชักคือการมีฟองนุ่มๆ ฟูอยู่ด้านบนเพราะการชักแก้วชงชาขึ้นสูงแล้วเทลงมายังภาชนะด้านล่าง ว่ากันว่าเป็นเพราะชาได้รับอากาศ จึงทำให้มีรสกลมกล่อมยิ่งขึ้น
    ร้านชาชัก ฟอร์ซีน แต่งร้านเป็นแนววัยรุ่น นั่งได้ไม่อายใคร แต่ใช่ว่าร้านไหนเก่าแล้วจะไม่เข้าที เพราะของอย่างนี้อยู่ที่ความเก๋า การชงชาชักในลักษณะนี้เป็นวิธีการของชาวมุสลิมที่นำความอร่อยมาฝากโดยไม่เกี่ยวกับเชื้อชาติและศาสนา

  • ร้าน “กู” ชาชัก

    ตั้งอยู่กลางเมืองหาดใหญ่ แต่งร้านในแนว “ดั้งเดิม” มีเมนู “โรตี” มากมายหลายรูปแบบ จุดเด่น
    อยู่ที่ “ลีลา” คนชงชา เจ้าของร้านเป็นชาวมุสลิมแท้ๆ สองพี่น้อง
    ร้านชาชักทั้งหลายมักเปิดเฉพาะช่วงเย็นถึงกลางคืน

  • โชคดี แต่เตี้ยม
ใครหลงใหลใน “ติ่มซำ” ห้ามพลาด
ร้านนี้อย่างเด็ดขาด เพราะขนาดชาวมาเลย์
ยังเดินทางมากินถึงหาดใหญ่ เมนูเด็ดได้แก่
“บักกุดเต๋” ราคาถูกกว่าติ่มซำในกรุงเทพอยู่
หลายบาท แต่ถือเป็นต้นตำรับ เรื่องรสชาติ
จึงไม่ต้องพูดถึง
โชคดี แต่เตี๊ยม ตั้งอยู่บนถนนละม้าย
สงเคราะห์ (คลองเตย) ในอำเภอหาดใหญ่
ใกล้กับโรงเรียนศรีนคร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ร้าน โทร. 074 356 779 และ
074 234 253
  • ศิรดา เกาะยอ

    หากชื่นชอบการนั่งทานอาหารริมทะเลสาบ ร้านศิรดา คงไม่ทำให้คุณผิดหวัง ด้วยบรรยากาศบายๆ ที่เกาะยอ ภายในทะเลสาบสงขลา เมนูเด็ดคือ “ยำศิรดา” หน้าตาคล้ายยำสามกรอบ หวานๆ เปรี้ยวๆ เคี้ยวกรุบกริบ ถ้าไม่ชอบแนวกุ๊กกิ๊ก แนะนำเมนู “ไอ้คลั่งทะเลโหด” ซึ่งมีกุ้ง หอย ปู ปลา ดาหน้าอยู่ในกระทะร้อนให้เลือกชิมได้ตามสะดวก
    ร้านนี้ตั้งอยู่บนถนนสงขลา - ระโนด ตำบลเกาะยอ ใกล้กับสถาบันทักษิณคดีศึกษา
    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ร้าน โทร. 074 450 235

แนะนำของฝาก

  • กรงนกเขา

    เสียงนกเขาขันคู ดูจะเป็นสเน่ห์ที่ชาวใต้ให้ความหลงใหลเป็นพิเศษ ดังนั้น ตามบ้านเรือนต่างๆ จึงมีการเลี้ยงนกดังกล่าวมากมาย ทำให้กรงนกเขากลายเป็นสินค้ายอดนิยมอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งมีแหล่งผลิตที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่อำเภอจะนะ ถือเป็นสินค้าโอทอปของจังหวัดสงขลา ที่คนรักนกอย่ารอช้าโดยเด็ดขาด สนนราคาของกรงนก มีด้วยกันหลายระดับ ขึ้นอยู่กับขนาด วัสดุ และความประณีต

  • ผ้าทอเกาะยอ

    ลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ของผ้าทอเกาะยอ ทำให้คนต่างถิ่นพากันชื่นชมกับความสวยงามประณีตของเส้นด้ายแต่ละเส้น ที่ถักทอเป็นผืนผ้า ใครอยากเป็นเจ้าของผ้าทออันมีชื่อเสียง สามารถหาซื้อได้ที่ร้านค้าบริเวณถนนนครใน และถนนนางงาม

ของฝากอื่น ๆ

ข้าวเกรียบกุ้ง - ปลา น้ำบูดู เม็ดมะม่วงหิมพานต์ กุ้งแก้ว ซึ่งหาซื้อได้จากร้านค้าบริเวณถนนนครในอำเภอเมือง


08 มิถุนายน 2553 14:09:05

 
 
   
 
  สงขลา
  ข้อมูลทั่วไป
  ข้อมูลน่ารู้ก่อนเดินทาง
  เกร็ดความรู้ที่ควรทราบ
  สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมแนะนำ
  ท่องเที่ยวตามงบประมาณ
  บันทึกการเดินทางประทับใจ
  ผู้จัดการพาชิม
 
 
 
 
 
   
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
   
พฤษภาคม
2555
<  >
 
   
 
     
   
 
เลือกจังหวัดในประเทศไทย