แพ็กเกจความสุขที่อุบลราชธานี เมืองแห่งดอกบัวงาม
แม่น้ำสองสี มีปลาแซบหลาย หาดทรายแก่งหิน ถิ่นไทย
นักปราชญ์ ทวยราษฎร์ใฝ่ธรรม งามล้ำเทียนพรรษา
ผาแต้มก่อนประวัติศาสตร์สี่พันปี
ภาพความงดงามของพระอาทิตย์ขึ้นนั้น เป็นภาพที่ผู้คนจำนวนมากหลงรัก ต่างดั้นด้นเดินทางหาชมความสวยงามอันเป็นที่สุด ซึ่งหลายต่อหลายครั้ง
จุดหมายปลายทางของคนเหล่านั้นได้มาบรรจบกันที่นี่ นอกเหนือจากนี้ ยังมีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ทั้งทรัพยากรป่าไม้ แหล่งน้ำธรรมชาติ ไหนจะยังมนต์เสน่ห์แห่งวิถีชีวิตที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง สายใยแห่งสายน้ำที่เชื่อมโยงชีวิตเข้าไว้ด้วยกัน

จังหวัดอุบลราชธานีมีสถานที่สำคัญมากมาย ทั้งยังเป็นจังหวัดที่อยู่ทางตะวันออกสุดของประเทศ ด้วยลักษณะภูมิประเทศเช่นนี้ ทำให้ที่นี่เป็นที่นิยมในการชมพระอาทิตย์ขึ้นแห่งหนึ่งของประเทศไทย ท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงามของลุ่มแม่น้ำโขง
อำเภอเมือง

|
วัดทุ่งศรีเมือง ตั้งอยู่ที่ถนนหลวงในเขตเทศบาลเมือง สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า
|
เจ้าอยู่หัว ผู้สร้างวัดนี้คือ ท่านเจ้าอริยวงศาจารย์ญาณวิมลอุบล สังฆปาโมก (สุ้ย) เจ้าคณะเมืองอุบลราชธานีในสมัยนั้น ท่านได้เคยศึกษาพระธรรมวินัยที่วัดสระเกศราชวรวิหาร กรุงเทพฯ ท่านจึงได้นำพระพุทธบาทจำลองจากวัดสระเกศฯ มายังอุบลราชธานี และได้สร้างหอพระพุทธบาทขึ้นเป็นที่ประดิษฐานหอพระพุทธบาท หลังนี้คือ พระอุโบสถที่พระสงฆ์ใช้ทำสังฆกรรม มีลักษณะของศิลปะแบบรัตนโกสินทร์ตอนต้น และศิลปะเวียงจันทน์ผสมกันอยู่ ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังทุกด้านเขียนขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 อาคารที่สำคัญอีกหลังหนึ่งคือ หอพระไตรปิฎก เป็นหอไตรที่สร้างด้วยไม้ ตั้งอยู่กลางสระน้ำเพื่อเป็นที่เก็บรักษาพระไตรปิฎก ป้องกันไม่ให้มดปลวกไปกัดทำลาย มีลักษณะเป็นศิลปะผสมระหว่างไทย พม่า และลาว กล่าวคือ ลักษณะอาคารเป็นแบบไทยเป็นเรือนฝาปะกน ขนาด 4 ห้อง ภายในห้องที่เก็บตู้พระธรรมทุกด้านเขียนลงรักปิดทอง ส่วนของหลังคามีลักษณะศิลปะไทยผสมพม่าคือ มีช่อฟ้าใบระกา แต่หลังคาซ้อนกันหลายชั้น แสดงถึงอิทธิพลศิลปกรรมพม่าที่ส่งผ่านมายังศิลปะลาวล้านช้าง ส่วนลวดลายแกะสลักบนหน้าบันทั้ง 2 ด้าน เป็นลักษณะศิลปะแบบลาว ตรงส่วนฝาปะกนด้านล่างแกะเป็นรูปสัตว์ประจำราศีต่าง ๆ และลวดลายพันธุ์พฤกษาเป็นช่องโดยรอบ นับเป็นหอไตรที่มีความสวยงามมากแห่งหนึ่ง

|
วัดศรีอุบลรัตนาราม (วัดศรีทอง) ตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ของศาลากลางจังหวัด ถนนอุปราช สร้างเมื่อ
|
พ.ศ. 2398 วัดนี้มีพระอุโบสถที่สร้างตามแบบพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรฯ กรุงเทพฯ เป็นที่ประดิษฐาน
พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง คือ “พระแก้วบุษราคัม” เป็นพระพุทธปฏิมากรปางมารวิชัย สมัยเชียงแสน แกะสลักจากแก้วบุษราคัม
ตามตำนานเล่ากันว่า พระวรราชภักดี(พระวอ) พร้อมด้วยบุตรหลานของพระตาคือ ท้าวคำผง ท้าวทิดพรหม และท้าวก่ำ บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมืองอุบลราชธานี ได้อัญเชิญพระแก้วบุษราคัมมาจาก กรุงศรีสัตนาคนหุต (เวียงจันทน์) เดิมทีพระแก้วบุษราคัมประดิษฐานอยู่ที่บ้านดอนมดแดง และได้อัญเชิญมาประดิษฐานอยู่ที่วัด
ศรีอุบลรัตนารามในเวลาต่อมา ในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชทางราชการได้ประกอบพิธิถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ที่วัดศรีอุบลรัตนาราม พร้อมทั้งได้อัญเชิญพระแก้วบุษราคัมเป็นองค์ประธานในพิธี โดยถือว่าเป็นพระพุทธรูป ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองสืบกันมาแต่โบราณกาล ปัจจุบันในเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี ชาวอุบลราชธานีจะร่วมใจกันอัญเชิญพระแก้วบุษราคัมแห่ไปรอบเมืองอุบลราชธานี เพื่อเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนได้นมัสการกราบไหว้ และสรงน้ำกันโดยถ้วนหน้า เปิดให้เข้านมัสการทุกวันตั้งแต่เวลา 04.30 - 22.00 น.
อำเภอพิบูลมังสาหาร
|
วัดภูเขาแก้ว อยู่บนเนินเขา ภายในวัดมีพระอุโบสถสวยงาม ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบทั้งหลัง เป็น
|
รูปแบบศิลปะไทย หลังคาเป็นโครงสร้างไม่มีมุข ลดหลั่นกันสี่ชั้น ด้านหน้าและด้านหลังมุงด้วยกระเบื้องเคลือบดินเผา ประดับด้วยช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ โดยมีคันทวยรองรับชายคาเป็นรูปนาคโดยรอบ ส่วนบริเวณกลางหลังคาตกแต่งเป็นยอดปราสาททอง หน้าบันจำหลักปูนปั้นลายก้านขดงดงามอ่อนช้อย กลมกลืนกับบัวเสาที่ทำตามแบบศิลปะอินเดีย ภายในพระอุโบสถจะตกแต่งด้วยภาพนูนสูงอยู่เหนือบานประตู และหน้าต่างขึ้นไป เป็นเรื่องราวและภาพจำลองเกี่ยวกับพระธาตุที่สำคัญของประเทศไทย พร้อมทั้งเล่าเรื่องราวประวัติของ พระธาตุแต่ละองค์โดยสังเขป นอกจากนี้บริเวณชั้นล่างของพระอุโบสถยังใช้เป็นศาลาการเปรียญอีกด้วย
|
แก่งสะพือ เป็นแก่งหินที่สวยงามในแม่น้ำมูล ตั้งอยู่ในตัวอำเภอพิบูลมังสาหาร ห่างจากตัวเมือง
|
อุบลราชธานี ตามทางหลวงหมายเลข 217 ประมาณ 45 กิโลเมตร คำว่า “สะพือ” เพี้ยนมาจากคำว่า “ซำพืด” หรือ “ซำปึ้ด” ซึ่งเป็นภาษาส่วยแปลว่า งูใหญ่ หรืองูเหลือม เป็นแก่งที่มีหินน้อยใหญ่สลับซับซ้อน เมื่อกระแสน้ำไหลผ่านกระทบหิน เกิดเป็นฟองขาวมีเสียงดังตลอดเวลา ช่วงที่เหมาะสำหรับเที่ยวชมแก่งสะพือ คือ
หน้าแล้ง ราวเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม เพราะน้ำจะลดเห็นแก่งหินชัดเจนสวยงาม ส่วนหน้าฝนน้ำจะท่วมมองไม่เห็นแก่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เคยเสด็จ
พระราชดำเนินมาชมแก่งนี้ 2 ครั้ง ริมฝั่งแม่น้ำมีศาลาพักร้อน และร้านขายสินค้าพื้นเมือง ในวันหยุดมีประชาชนมาเที่ยวพักผ่อนกันเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ในเดือนเมษายนของทุกปี ช่วงเทศกาลสงกรานต์ มีการจัดงานประเพณีสงกรานต์แก่งสะพือ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และประเพณีอันดีงามด้วย
อำเภอสิรินธร
|
เขื่อนสิรินธร ชาวบ้านนิยมเรียกว่า “เขื่อนโดมน้อย” เป็นเขื่อนหินแกนดินเหนียว สร้างกั้นลำโดมน้อย
|
อันเป็นสาขาของแม่น้ำมูล ตัวเขื่อนสูง 42 เมตร ยาว 940 เมตร อำนวยประโยชน์ในการผลิตกระแสไฟฟ้า และการชลประทาน บริเวณริมทะเลสาบมีสวนสิรินธร ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ มีรูปปั้น และน้ำพุสวยงาม มีบริการ
บ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว สอบถามรายละเอียดที่เขื่อนสิรินธร โทร. 0 4536 6081
การเดินทางสามารถเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 217 เลี้ยวขวาที่กิโลเมตร 71 ประมาณ 500 เมตร
อยู่ห่างจากตัวเมือง 70 กิโลเมตร
|
ช่องเม็ก อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 90 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 217 เป็นจุดผ่านแดน
|
ถาวรไทย - ลาว ที่มีถนนเชื่อมต่อสู่แขวงจำปาสัก ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญทางภาคใต้ของประเทศลาว ในบริเวณด่านนอกจากจะเป็นที่ตั้งของหน่วยราชการ แล้วยังมีตลาดสินค้าชายแดนร้านค้าปลอดภาษีในเขตประเทศลาว ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเที่ยวชมและจับจ่ายสินค้าได้ สำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในแขวงจำปาสัก ได้แก่ เมืองปากเซ ปราสาทวัดภู มหานทีสีทันดอน หรือสีพันดอน ซึ่งเป็นบริเวณที่แม่น้ำโขงแผ่กว้างกว่า 7 กิโลเมตร ทำให้มีเกาะแก่งจำนวนมาก และจุดที่น่าสนใจมากคือ น้ำตกหลี่ผี และน้ำตกคอนพะเพ็ง การเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในประเทศลาวผ่านด่านช่องเม็กนั้น ในส่วนของชาวต่างประเทศจะต้องใช้หนังสือเดินทาง และสำหรับคนไทยทำใบอนุญาตผ่านแดนที่สำนักงานจังหวัดอุบลราชธานี หรือที่ว่าการอำเภอสิรินธร ได้โดยใช้สำเนาบัตรประชาชน 2 แผ่น และรูปถ่าย 2 นิ้ว หรือ 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป ค่าธรรมเนียมการทำบัตร
ผ่านแดน 30 บาท ถ้ามีหนังสือเดินทาง สามารถเดินทางผ่านได้โดยไม่ต้องทำวีซ่า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจังหวัดอุบลราชธานี โทร. 0 4525 5505 ด่านตรวจคนเข้าเมือง โทร. 0 4548 5107
อำเภอโขงเจียม
|
วัดถ้ำคูหาสวรรค์ ตั้งอยู่ตำบลบ้านด่าน ริมทางหลวงหมายเลข 2222 วัดนี้ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2521
|
โดย "หลวงปู่คำคนิง จุลมณี" ซึ่งใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรมจำพรรษา ปัจจุบัน หลวงปู่ท่านได้มรณภาพแล้ว แต่
ร่างกายของท่านไม่เน่าเปื่อย บรรดาลูกศิษย์ได้เก็บร่างของท่านไว้ในโลงแก้วเพื่อบูชา บริเวณวัดมีจุดชมวิว สามารถมองเห็นทัศนียภาพของลำน้ำโขง และฝั่งลาวได้อย่างชัดเจน
|
แม่น้ำสองสี หรือ ดอนด่านปากแม่น้ำมูล อยู่ในเขตบ้านเวินบึก นั่งเรือจากตัวอำเภอโขงเจียมไป
|
ประมาณ 5 นาที เป็นบริเวณที่แม่น้ำมูลไหลลงสู่แม่น้ำโขงเกิดเป็นสีของแม่น้ำที่ต่างกัน จึงเรียกกันอย่างคล้องจองว่าโขงสีปูน มูลสีคราม จุดที่สามารถมองเห็นแม่น้ำสองสีได้อย่างชัดเจน คือ บริเวณลาดริมตลิ่งหน้าวัดโขงเจียม และบริเวณบางส่วนของหมู่บ้านห้วยหมาก ในเดือนเมษายน จะเป็นเดือนที่เห็นความแตกต่างของสีน้ำได้ชัดเจนที่สุด นอกจากนี้แล้วบริเวณใกล้เคียง ยังมีบริการเรือพาล่องชมทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำ ชมแม่น้ำสองสี แก่งตะนะ บ้านเวินบึก และผาแต้ม โดยสามารถแวะซื้อของที่ระลึกที่ตลาดหมู่บ้าน ในฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวได้อีกด้วย

|
อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2534 ครอบคลุม
|
พื้นที่อำเภอโขงเจียม อำเภอศรีเมืองใหม่ และอำเภอโพธิ์ไทร มีพื้นที่ติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีแม่น้ำโขงเป็นเส้นแบ่งพรมแดน มีพื้นที่ประมาณ 140 ตารางกิโลเมตร สภาพภูมิประเทศ เป็นที่
ราบสูงและเนินเขา มีหน้าผาสูงชันซึ่งเกิดจากการแยกตัวของผิวโลก สภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่าเต็งรัง มีหินทรายลักษณะแปลกตากระจายอยู่ทั่วบริเวณ มีพันธุ์ไม้ดอกที่สวยงามขึ้นอยู่ตามลานหิน
การเดินทาง จากอำเภอโขงเจียมใช้ทางหลวงหมายเลข 2134 ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 2112 ถึง
กิโลเมตรที่ 8 แล้วเลี้ยวขวาไปผาแต้มอีกราว 5 กิโลเมตร รวมระยะทางจากโขงเจียมประมาณ 18 กิโลเมตร
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่
|
เสาเฉลียง อยู่ก่อนถึงผาแต้มประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นเสาหินธรรมชาติที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำ
|
และลมนับล้านปี มีลักษณะคล้ายดอกเห็ดเรียงรายกันอยู่มากมาย ซึ่งหินดังกล่าวจะปรากฏเห็นซากเปลือกหอย กรวด ทราย อยู่ในเนื้อหิน ซึ่งนักธรณีวิทยาสันนิษฐานว่า เมื่อประมาณล้านกว่าปีมาแล้ว บริเวณนี้คงจะเป็นทะเลมาก่อน ชาวบ้านบริเวณนี้เรียกเสาหินที่คล้ายดอกเห็ดนี้ว่า “เสาเฉลียง” ซึ่งแผลงมาจากคำว่า “สะเลียง” ที่หมายถึง “เสาหิน” บริเวณนี้ยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติให้นักท่องเที่ยวเดินเที่ยวชม แต่ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง

|
ผาแต้มและผาขาม เป็นหน้าผาสูงที่สวยงามตามธรรมชาติ บริเวณด้านล่างของหน้าผามีภาพเขียนสี
|
ก่อนประวัติศาสตร์ปรากฏเรียงรายอยู่เป็นระยะ มีอายุไม่ต่ำกว่าสามพันถึงสี่พันปี ทางอุทยานฯ ได้ทำทางเดินจากหน้าผาด้านบนลงไปชมภาพเขียนสีเหล่านี้ ที่หน้าผาด้านล่าง ระยะทางประมาณ 500 เมตร ภาพเขียนจะอยู่บนผนังหน้าผายาวติดต่อกันประมาณ 180 เมตร ซึ่งเป็นมุมต่ำกว่า 90 องศา มีภาพทั้งหมดประมาณ 300 ภาพ แบ่งเป็น 5 ประเภท คือ สัตว์ ลายเรขาคณิต คนทำนา ภาพมือ และภาพตุ้ม (เครื่องมือจับปลาของชาวประมงริมโขง) ด้านตรงข้ามผาแต้มคือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีแม่น้ำโขงเป็นเส้นกั้นพรมแดน ทำให้ผาแต้มเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจจะชมพระอาทิตย์ขึ้น ก่อนที่แห่งใดในประเทศไทย เช่นเดียวกันกับที่หมู่บ้านเวินบึก ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงไม่ไกลจากบริเวณแม่น้ำสองสีมากนัก ซึ่งทุกวันนี้จะมีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก
|
น้ำตกสร้อยสวรรค์ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่เกิดจากลำธาร 2 สาย คือ ห้วยสร้อย และห้วยไผ่ที่ไหลจาก
|
หน้าผาคนละด้านมาบรรจบกัน ซึ่งสูงประมาณ 20 เมตร มองดูคล้ายสร้อยที่แขวนคอ บริเวณน้ำตกเต็มไปด้วยต้นไม้ และดอกไม้นานาพรรณ มีมากในช่วงปลายฝนต้นหนาว น้ำตกสร้อยสวรรค์จะสวยงามมากในช่วงปลายฤดูฝน เช่นเดียวกับน้ำตกอื่นๆ ในบริเวณนี้

|
น้ำตกแสงจันทร์ (น้ำตกลงรู) เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่มีความสวยงามและมีลักษณะพิเศษ เกิดจาก
|
ลำห้วยเล็กๆ บนลานหินไหลลอดผ่านหน้าผาหินที่มีลักษณะเป็นรู ลงสู่เพิงผาด้านล่าง หากเดินทางมาชมตอนช่วงเที่ยงวัน ซึ่งแสงอาทิตย์ลอดผ่านรูพอดี จะมองเห็นสายน้ำตกเหมือนแสงจันทร์
ทั้งนี้อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ยังไม่มีบริการบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว ผู้ประสงค์จะค้างแรมในเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม ต้องเตรียมอุปกรณ์การพักแรมมาเอง และต้องกางเต็นท์ในบริเวณที่อุทยานฯ จัดเตรียมไว้ให้ นักท่องเที่ยวสามารถติดต่ออุทยานแห่งชาติผาแต้ม ได้ที่โทร. 0 4524 9780
อำเภอวารินชำราบ
|
วัดหนองป่าพง ตั้งอยู่ตำบลโนนผึ้ง เป็นวัดที่มีบรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบ เหมาะแก่การเล่าเรียน
|
พระธรรมวินัย และปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน เมื่อพ.ศ. 2497 หลวงปู่ชา (พระโพธิญาณเถร) ได้ทำการบุกเบิกปรับปรุงพื้นที่ให้เหมาะสมแก่การปฎิบัติธรรม และได้จัดตั้งเป็นสำนักสงฆ์ขึ้นในปีนั้น และเปลี่ยนสภาพเป็นวัดในโอกาสต่อมา บริเวณวัดสิ่งก่อสร้างที่น่าสนใจคือ พิพิธภัณฑ์พระโพธิญาณเถร (ชา สุภัทโท) เป็นอาคารที่จัดแสดงเครื่องอัฐบริขาร หุ่นขี้ผึ้งของหลวงปู่ชา สุภัทโท เครื่องทองเหลือง และพระพุทธรูป เปิดให้เข้าชม เวลา 08.00 - 16.30 น. และเจดีย์ศรีโพธิญาณ เป็นสถานที่พระราชทานเพลิงศพของหลวงปู่ชา
|
วัดป่านานาชาติ ตั้งอยู่ที่บ้านบุ่งหวาย ตำบลบุ่งหวาย ห่างจากตัวเมืองอุบลราชธานีไปตามเส้นทาง
|
จังหวัดศรีสะเกษ ประมาณ 14 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 226 จะมีป้ายบอกขวามือ วัดป่านานาชาติเป็นสาขาที่ 19 ของวัดหนองป่าพง ในวัดจะมีพระภิกษุชาวต่างประเทศมาจำพรรษาเป็นจำนวนมาก เพื่อศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย และปฏิบัติทางวิปัสสนากัมมัฏฐาน พระภิกษุชาวต่างประเทศในวัดเกือบทุกรูปสามารถพูดภาษาไทย สวดภาษาบาลีได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังเป็นพระที่เคร่งครัดใน
พระธรรมวินัย ทำให้เป็นที่เคารพศรัทธาแก่พุทธศาสนิกชนทั่วไป
ที่พักแนะนำ
|
ทอแสง โขงเจียม รีสอร์ท (Tohsang Khongjiam Resort) โรงแรมระดับมาตรฐานสากลที่แวดล้อมไป
|
ด้วยธรรมชาติที่งดงาม อันประกอบด้วยป่าเขาและวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำโขง แม่น้ำสองสี นอกจากนี้ในเวลาเย็นจะเห็นความงามของพระอาทิตย์ ที่ทอดยาวลงมาตามเกาะแก่งกลางแม่น้ำโขง รีสอร์ทตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง อำเภอโขงเจียม ใกล้แม่น้ำสองสี โขงเจียมถือว่าเป็นอำเภอตะวันออกสุดของประเทศไทย ดังนั้นที่ทอแสงโขงเจียม รีสอร์ท จึงเป็นจุดที่ชมพระอาทิตย์ขึ้นได้ก่อน และสวยที่สุดที่หนี่งในประเทศไทย (68 หมู่ 7 อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี 34220 โทร 0 4535 1174-6 www.tohsang.com)
|
อารยา รีสอร์ท โขงเจียม ริเวอร์ไซด์ ที่พักสวยท่ามกลางธรรมชาติ ให้บรรยากาศความเป็นส่วนตัว
|
แวดล้อมด้วยแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอโขงเจียม เช่น แม่น้ำสองสี ผาแต้ม แก่งตะนะ จากที่พักอารยารีสอร์ท ทุกยามเช้าและยามเย็น สามารถเดินเล่นที่สวนสาธารณะริมแม่น้ำโขง ชมแสงอาทิตย์ทอแสงประกายเหนือแม่น้ำ รวมถึงการเดินไปชมแม่น้ำสองสี จุดบรรจบระหว่างแม่น้ำมูล สายเลือดสำคัญของชาวอุบล กับ
แม่น้ำโขง แม่น้ำนานาชาติ ที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนหลายประเทศ ได้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวโขงเจียมได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด (500 ถนนภู่กำชัย ต.โขงเจียม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี โทร. 0 4535 1385, 08 6877 4204)
|
บ้านมงคล & รีสอร์ท ให้บริการห้องพักราคาย่อมเยาว์ เน้นการบริการอย่างอบอุ่น ให้ความรูสึกเหมือน
|
อยู่บ้านกับครอบครัว (595 ถ.แก้วประดิษฐ์ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี 34220 โทร. 0 4535 1352,
08 1967 8578, 08 1312 0249)
ร้านอาหารแนะนำ
|
แพอาหารอารยา อยู่ริมแม่น้ำโขง ชมวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำ แกล้มกับอาหารรสแซ่บของทางร้าน
|
สำหรับผู้ที่รักสุขภาพคงจะถูกใจที่นี่มากเป็นพิเศษ เพราะมีเมนูปลาหลายชนิด ให้เลือกรับประทาน ทั้งปลา
เนื้ออ่อน ปลาคัง ปลาบึก ฯลฯ ร้านตั้งอยู่ที่ถนนเลียบแม่น้ำโขง อำเภอโขงเจียม โทร 0 4535 1015
|
ร้านอินโดจีน (ถนนสรรพสิทธิ์ อ.เมือง โทร.045-254126) อีกหนึ่งตำนานของเมืองอุบลฯ ไม่แนะนำ
|
ไม่ได้เด็ดขาดเพราะดังไปทั่วประเทศ เมนูแนะนำประจำร้านได้แก่ ปอเปี๊ยญวน (ที่นี่เรียก "เมี่ยง") มีทั้งสดและทอด แหนมเนือง กุ้งพันอ้อย ก๋วยจั๊บ เนื้อย่างใบชะพลู ฯลฯ
|
ร้านสหโภชนา อาหารขึ้นชื่อของร้านคือ กุ้งสดๆ จากแม่น้ำมูลตัวใหญ่ ราคาประมาณกิโลละ 600-700
|
บาท กิโลนึง ถ้าขนาดใหญ่ จะได้ประมาณ 3-4 ตัว แต่ถ้ากุ้งขนาดกลาง ก็จะได้ประมาณ 6 - 8 ตัว แม่ครัวทำได้หลายอย่าง แต่ขอแนะนำ กุ้งเผา เพราะกุ้งที่นี่มีมันทุกตัว เวลาเอาไปเผาแล้วจะหอมมาก นอกจากเมนูกุ้ง
แม่น้ำแล้ว รายการปลาต่างๆ ก็อร่อยไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นปลาบึก ปลาคัง ปลาโจก ปลาทับทิม หรือแม้กระทั่งปลาเนื้ออ่อน อย่างปลาทับทิมนั้นบางท่านอาจจะดูว่าธรรมดา หากินง่ายอยู่แล้ว แต่อยากให้ลองสั่งปลาทับทิม ทอดน้ำปลา เพราะกรอบนอกนุ่มใน ไม่เหนียวอย่างนี้...ไม่ธรรมดา และถ้าต้องการสั่งกุ้งแม่น้ำ โปรดจอง
ล่วงหน้า (ช้า...อาจหมด)ร้านนี้อยู่ที่ถนนวิพากย์ อ.พิบูลมังสาหาร อยู่ในบริเวณแก่งสะพือ โทร.045-441049, 045-442060
ของฝากแนะนำ
ร้านดาวทอง (ถนนศรีณรงค์อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี โทร. 0 4525 5131) จำหน่ายหมูยอ กุนเชียงหมู แหนมเอ็นไก่ และ ปลาส้ม
ร้านพันชาติ(ถนนราชบุตร อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี โทร. 0 4524 3433) ร้านนี้จำหน่ายของที่ระลึก เครื่องใช้และของตกแต่งบ้านไทยๆ สินค้าหัตถกรรม ผ้าพื้นเมือง และผลิตภัณฑ์จากผ้าในรูปแบบต่างๆ ในราคาที่คุณพอใจ |