ระยิบระยับจับตากับสีสันความเจริญของ....มหานครเซี่ยงไฮ้
ตื่นตาตื่นใจไปกับการพลิกตัวของพญามังกรที่แปรเปลี่ยนความหรูหรา สง่างามของศิลปวัฒนธรรมประดุจปารีสตะวันออกของ “มหานครเซี่ยงไฮ้” ให้กลายเป็นนิวยอร์กตะวันออกแห่งใหม่ ที่พร้อมเปลี่ยนแกนเศรษฐกิจโลกให้มาเริ่มต้นหมุนที่นี่ ในฐานะเมืองเศรษฐกิจที่เจริญเติบโตรวดเร็วที่สุดในโลก
|
“ช่างไห่” หรือ “เซี่ยงไฮ้” ได้ชื่อว่าเป็นมหานครที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของจีน และใหญ่เป็นอันดับ 8
|
ของโลก คำว่า “เซี่ยงไฮ้” แปลว่าเมืองบนทะเล เนื่องจากตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำแยงซีเกียง เป็นเขตการปกครองพิเศษแบบเทศบาลนคร มีสถานะเทียบเท่ามณฑล ขึ้นตรงต่อรัฐบาลกลาง ในด้านอาณาเขตนั้น
ทิศเหนือของเซี่ยงไฮ้ ติดต่อกับมณฑลเจียงชู ทิศใต้ ติดต่อกับมณฑลเจอเจียง ทิศตะวันตก ติดต่อกับมณฑลเจียงซู และมณฑลเจอเจียง ทิศตะวันตกเฉียงใต้เป็นเทือกเขาเล็กๆ ยาวเหยียด เขตเมืองเป็นที่ราบกว้างใหญ่ ความสูงเหนือระดับน้ำทะเลเฉลี่ยประมาณ 4 เมตร ปัจจุบันมีพื้นที่ 6,340.5 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรมากที่สุดในประเทศ โดยมีสัญลักษณ์เป็น “ต้นเมเปิล” อายุเกือบร้อยปี ซึ่งปลูกในสมัยที่ฝรั่งเศสเข้ายึดครองเซี่ยงไฮ้ สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไปอยู่ในเขตมรสุมร้อนเอเชียเหนือ แบ่งเป็น 4 ฤดู ได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ
ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาวและฤดูร้อน
แต่เดิมนั้นเซี่ยงไฮ้เป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ กระทั่งปี ค.ศ. 1842 หลังสงครามฝิ่นกองทัพอังกฤษก็ยกพลเข้าสู่เซี่ยงไฮ้ พร้อมทั้งบังคับเอาพื้นที่บางส่วนให้ตกอยู่ใต้อาณัติเช่นเดียวกันกับสิทธิสภาพนอกอาณาเขต ตามด้วยฝรั่งเศสในปี ค.ศ.1847 สหรัฐอเมริกา ในยุคถัดมา และญี่ปุ่น ในปีค.ศ.1895

|
จะเห็นได้ว่าเซี่ยงไฮ้นั้นผ่านร้อนผ่านหนาว จากการที่ชาวต่างชาติต่างก็ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นมามีอิทธิพล
|
อยู่เหนือเซี่ยงไฮ้ จนทำให้เมืองท่าแห่งนี้คลาคล่ำไปด้วยชาวตะวันตก และเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในปลายทศวรรษ 1920 - ต้นทศวรรษ 1930 เซี่ยงไฮ้ก็กลายเป็นเมืองสำคัญทางด้านอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ตลอดจนเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้า และศูนย์กลางการค้าการเงินของโลกตะวันออกไกล
จนในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เซี่ยงไฮ้ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากภาวะสงคราม จนเข้าสู่ภาวะขาดแคลน โดยอุตสาหกรรมใหญ่ๆ อย่างการผลิตไฟฟ้า การต่อเรือ การเดินเรือ การค้า และการเงิน ฯลฯ ตกอยู่ในมือของบริษัทข้ามชาติ กระทั่งจีนเปลี่ยนแปลงการปกครองสู่ระบอบสาธารณรัฐ ในปี ค.ศ. 1949 อุตสาหกรรม และ
การค้าต่างๆ จึงตกอยู่ในมือของรัฐบาลกลาง เซี่ยงไฮ้จึงกลับสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม การขนส่ง และเศรษฐกิจอีกครั้ง รวมถึงเป็นศูนย์กลางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีน
ปี ค.ศ. 1978 ในสมัยของรัฐบาลเติ้งเสี่ยวผิง ได้ริเริ่มนโยบายเปิดประเทศจึงทำให้ทุนต่างชาติหลั่งไหลเข้าสู่เซี่ยงไฮ้อีกครั้ง ราวกับพลิกฝ่ามือด้วยระยะเวลาเพียงไม่นาน เซี่ยงไฮ้ก็พลิกฟื้นกลับสู่ความรุ่งเรืองและเจริญเติบโต จนเกือบกุมเศรษฐกิจของโลกเอาไว้ในมือ ไม่นับความเจริญรุ่งเรืองทางด้านศิลปวัฒนธรรมของโลกสมัยใหม่ จนกลายเป็นศูนย์กลางแฟชั่น กีฬา ภาพยนตร์ ฯลฯ ที่เติบโตอย่างรวดเร็วไม่แพ้ตึกสูงเสียดฟ้าที่อยู่ทั่วมหานครเซี่ยงไฮ้ จึงไม่แปลกที่เซี่ยงไฮ้จะกลายเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นจีนยุคใหม่

|
ว่ากันว่า เซี่ยงไฮ้นั้นแบ่งโลกของอดีตและโลกแห่งอนาคตไว้แค่เพียงแม่น้ำหวงผู่ (Huangpu River)
|
ด้วยสองฟากฝั่งคือ ฝั่ง “ผู่ซี” (Puxi) ซึ่งเป็นฝั่งตะวันตก อันเป็นย่านเมืองเก่า ที่กล่าวกันว่าเป็นโลกของอดีต และฝั่ง “ผู่ตง” (Pudong) ซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันออก อันเป็นย่านเมืองใหม ที่ดารดาษไปด้วยตึกสูงระฟ้า และเป็นที่ตั้งของย่านการค้ าและเมืองเศรษฐกิจสมัยใหม่อย่างเต็มภาคภูมิ นอกจากนั้นเซี่ยงไฮ้ยังเป็นเมืองทันสมัยอันดับที่ 25 ของโลกจาก 53 เมืองใหญ่ทั่วโลก เช่น ปักกิ่ง มอสโก นิวยอร์ก โตเกียว ลอนดอน และปารีส
สถานที่ท่องเที่ยวและสิ่งที่น่าสนใจในเซี่ยงไฮ้
 |
- เดอะ บันด์ (The Bund) ตั้งอยู่ในฝั่งผู่ซี เป็นย่านที่แสดงให้เห็นถึงความหรูหราเฟื่องฟูและฟู่ฟ่าของเซี่ยงไฮ้ ในฐานะเมืองท่าแห่งความสำราญในอดีตมาช้านาน อันเป็นที่มาของสมญานามว่า “ปารีสตะวันออก” ตั้งอยู่บนถนนจงชาน ริม
แม่น้ำหวงผู่ มีระยะทาง 1.5 กิโลเมตร โดยพื้นที่ริมแม่น้ำแห่งนี้เรียกว่า “หาดไว่ทัน” หากใครที่เคยชม “ภาพยนตร์เรื่องเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้” คงจะคุ้นเคยกับทัศนียภาพของที่นี่เป็นอย่างดี นอกจากนี้ที่เดอะ บันด์ ยังเป็นที่ตั้งของที่ทำการบริษัทใหญ่ๆ ธนาคารชั้นนำ ตลอดจนสถานกงสุลของประเทศต่างๆ ทั่วโลก ลักษณะของอาคารเป็นสไตล์ยุโรปโบราณเก่าแก่งดงาม ตั้งเรียงรายอยู่ทั่วบริเวณริมแม่น้ำ โดยอาคารเหล่านี้ สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยที่เซี่ยงไฮ้ยังเป็นเขตเช่าของประเทศต่างๆ และยังคงอนุรักษ์ไว้จนถึงปัจจุบัน จนกลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมือง โดยปัจจุบันอาคารเหล่านี้ส่วนใหญ่จะกลายเป็นโรงแรม และที่ทำการธนาคารแห่งชาติต่างๆ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็นเมืองที่มีการผสมผสานทางด้านวัฒนธรรม ทั้งของจีนและตะวันตกได้อย่างกลมกลืน |
กิจกรรมอย่างหนึ่งที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้มาเยือนเซี่ยงไฮ้ก็คือ การนั่งเรือล่องแม่น้ำหวงผู่เพื่อชื่นชมความ
งดงามของโลกเก่า และโลกใหม่ริมสองฝั่งแม่น้ำ โดยการล่องเรือนั้นจะมีหลายแบบ ทั้งแบบ 1 ชั่วโมงที่จะล่องจากถนนจินลิง ตงลู่ ไปจนถึงสะพานหยางผู่ และแบบ 2 ชั่วโมงที่จะได้ล่องทั้งสะพานหยางผู่ และสะพานหนานผู่ แต่ถ้าอยากได้อรรถรสแบบสุดๆ ไปเลยก็ต้องล่องแบบ 3 ชั่วโมงครึ่ง ที่จะไปไกลถึงจุดที่แม่น้ำหวงผู่ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำแยงซีเกียง โดยเฉพาะในยามค่ำคืนก็จะโรแมนติกเป็นที่สุด

- หอไข่มุก (Oriental Pearl) เป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดในเอเชียและสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากแคนาดาและรัสเซีย ตั้งอยู่ที่สวนผู่ตง ริมแม่น้ำหวงผู่ ตรงกันข้ามกับเดอะ บันด์ โดยหอไข่มุกแห่งนี้ สูง 468 เมตร หนัก 120,000 ตัน ภายในหอไข่มุกเป็นเสาปล่องกลวงมีลิฟต์ความเร็ว 7 เมตร ต่อ 1 วินาที นอกจากจะเป็นหอคอยที่สูงที่สุดในเอเชียแล้ว หอไข่มุกนี้ยังเป็นหอส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์อีกด้วย โดยลักษณะที่โดดเด่นของหอนี้คือมีไข่มุกเรียงกัน 3 เม็ด จากเม็ดใหญไล่ขึ้นไปเป็นเม็ดเล็ก วางเรียงกันในความสูงที่แตกต่างกันบนเสาที่มีฐาน 3 ต้น และนี่เองคงเป็นที่มาของชื่อหอไข่มุก

| - ถนนนานจิง (Nanjing Lu) จัดเป็นถนนชอบปิ้งสายสำคัญสำหรับชาวเซี่ยงไฮ้ ด้วยว่าเป็นย่านช็อปปิ้งเก่าแก่ที่สุดของเซี่ยงไฮ้ ซื้อขายกันคึกคักตั้งแต่ทศวรรษ 1920 มีความยาวกว่า 6 กิโลเมตร ตั้งอยู่ฝั่งผู่ซี กินพื้นที่ตั้งแต่ฝั่งตะวันตกของ “เดอะ บันด์” ไปจนถึง “พีเพิลส์ สแควร์” มีสินค้าแบรนด์เนมจากทั่วโลก ในช่วงเทศกาลสำคัญๆ อย่างปีใหม่ ตรุษจีน และคริสต์มาส ชาวเซี่ยงไฮ้และนักท่องเที่ยว จะมารวมตัวเพื่อเฉลิมฉลองกันบนถนนสายนี้ โดยพื้นที่ด้านตะวันออกของนานจิง จะได้รับการอนุรักษ์ให้เป็นถนนคนเดิน ถือเป็นอีกย่านที่น่าเดินน่าช็อปที่สุดในเซี่ยงไฮ้ เพราะมีร้านแบบจีนๆ ซุกซ่อนสลับกับห้างหรูตลอดสองข้างทาง
แต่เดิมจีนจัดสรรให้ถนนสายนี้อยู่ในสัมปทานของอังกฤษ และต่อมา ก็มีอีกหลายประเทศเข้ามาทำการค้าในที่ดินแห่งนี้ และถนนนานจิงก็กลายมาเป็นแหล่งซื้อขายสินค้าจากต่างชาติ ที่ใหญ่ที่สุดในเซี่ยงไฮ้ หนึ่งในย่านนั้นมีอาคาร “จินเหมาทาวเวอร์”
|
 |
และ “อาคารเซี่ยงไฮ้เวิร์ดไฟแนนเชียลเซ็นเตอร์” ซึ่งเป็นตึกที่สูงที่สุดในประเทศจีน
- ซินเทียนตี้ (Xintiandi) ถือเป็นแหล่งฮิปล่าสุดของเซี่ยงไฮ้เลยก็ว่าได้ ตั้งอยู่บนฝั่งเมืองเก่า ออกแบบโดยเบนจามิน วูด สถาปนิกชื่อดังชาวอเมริกัน เสน่ห์ของย่านนี้อยู่ที่ความสามารถในการอนุรักษ์ตึกรามบ้านช่องและอาคารเก่าแก่ของเอาไว้ได้ ทั้งยังผสมผสานกับบ้านก่ออิฐสีเทาสไตล์ชิกูเหมิน ที่จำลองขึ้นมาใหม่จากยุคปลายศตวรรษที่ 19 มีทั้งร้านกาแฟและคาเฟ่สไตล์โมเดิร์น โรงภาพยนตร์แบบอาร์ตเฮ้าส์ บูติกเก๋ของดีไซเนอร์ชื่อดัง และช้อปปิ้งมอลล์สุดฮิป

- วัดพระหยก หรือ Jade Buddha Temple (หัวมุม Anyuan Lu กับ Jiangning Lu) สร้างในสมัยราชวงศ์ซ่ง ช่วงปี ค.ศ. 1911 - 1918 เป็นที่ประดิษฐานของพระหยกขาวอันลือชื่อถึง 2 องค์ด้วยกัน องค์แรกเป็นพระหยกขาวปางไสยาสน์ สร้างในรูปแบบศิลปะแบบพม่าที่งดงามอ่อนช้อย ประทับอยู่ในอาคารด้านใน ขณะที่อีกองค์เป็นปางสมาธิ ประทับท่านั่งสูง 1.9 เมตร เป็นที่เคารพนับถือของทั้งชาวจีนและนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลกันมาสักการะกันไม่ขาดสาย จึงเป็นวัดที่คึกคักไปด้วยผู้คนตลอดเวลา
ค่าเข้าชม : 10 หยวน เปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 6.30 น.
- เซี่ยงไฮ้มิวเซียม (201 Renmin Dadao, Tel. (021) 6372 3500) พิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมงานศิลปะถึง 120,000 ชิ้น ด้วยงบประมาณในการก่อสร้างถึง 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในแบ่งออกเป็น 4 ชั้น แยกออกเป็น 10 โซน จัดแสดงตั้งแต่ศิลปะ วัตถุโบราณ งานเซรามิก ตลอดจนภาพเขียนเก่าแก่ของจีนที่หาชมจากที่ไหนไม่ได้ ไปจนถึงงานศิลปะและเฟอร์นิเจอร์แบบหมิงที่ทั้งสง่างามและน่าเกรงขาม ไม่เว้นแม้แต่งานศิลปะที่แสดงถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชนเผ่าต่างๆ
ค่าเข้าชม : เด็ก 5 หยวน ผู้ใหญ่ 20 หยวน เปิดทุกวันเวลา 09.00 - 17.00 น. วันเสาร์เปิดถึง 20.00 น.
- ตลาดหลงหัว เป็นตลาดที่ขายของก๊อปปี้เกรดเอ และบี มีทั้งกระเป๋า เสื้อผ้า กางเกง สินค้าแฟชั่น แม้กระทั่งของอิเล็คทรอนิกส์ต่างๆ มากมาย
- ท่าอากาศยานนานาชาติเซี่ยงไฮ้ผู่ตง ตั้งอยู่ทางตะวันออกของผู่ตง ในเขตเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นประตูหลักสู่ประเทศจีน ครอบคลุมเนื้อที่ประมาณ 40 ตร.กม. เริ่มเปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนตุลาคม 1997 สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 80 ล้านคนต่อปี ตัวสนามบินอยู่ห่างจากศูนย์กลางเมืองเซี่ยงไฮ้ประมาณ 30 กม. ห่างจากสนามบินหงเฉียวประมาณ 40 กม.
- รถไฟฟ้าแม่เหล็ก “แม็กเลฟ" (Maglev ย่อมาจาก Manetic Leviation) วิ่งด้วยความเร็ว 430 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถือเป็นสัญลักษณ์ความทันสมัยล่าสุดของเซี่ยงไฮ้ เริ่มสร้างเดือนมีนาคม ปี ค.ศ. 2001 และให้บริการครั้งแรกเดือนมกราคม ปี ค.ศ. 2003 เป็นรถไฟฟ้าแม่เหล็กความเร็วสูงที่ให้บริการเพื่อการค้าเป็นสายแรกของโลก ใช้เวลาเพียง 7 นาที 20 วินาที จากสนามบินผู่ตงสู่ตัวเมือง

- อาหารเซี่ยงไฮ้ เป็นอาหารที่ผสมผสานระหว่างท้องถิ่นหรือชาติอื่น นำมาปรุงใหม่ให้มีรสชาติเข้มข้นขึ้น จะเป็นอาหารที่มีความสดใหม่และแปลกใหม่ แต่อาหารสไตล์นี้จะมีรสชาติหวาน และค่อนข้างมัน โดยอาหารเซี่ยงไฮ้ที่ขึ้นชื่อก็ได้แก่ อาหารประเภทน้ำแดง เหล้าแดง จะเป็นอาหารที่มีน้ำข้นๆ เช่น ซุปหูฉลาม หูฉลามน้ำแดง ปีกไก่น้ำแดง เป็นต้น ซึ่งในการประกอบอาหารนั้นจะนิยมนำมาหมักกับเหล้า น้ำผึ้ง และน้ำตาลกรวด เพื่อให้มีรสชาติหวานหอม และที่สำคัญของอาหารเซี่ยงไฮ้นั้นจะต้องมี "น้ำแกง" อยู่ด้วยทุกมื้อ ดังนั้น น้ำแกงที่อร่อยๆ มักมีต้นกำเนิดจากแถบนี้ นอกจากนี้อาหารเซี่ยงไฮ้ที่ขึ้นชื่อก็ยังมี “เสี่ยวหลงเปา” ที่หลายคนรู้จักดี ถ้ามีโอกาสไปเซี่ยงไฮ้แล้วจงอย่าพลาดการชิมเสี่ยวหลงเปาร้อนๆ จากเตา วิธีกินเสี่ยวหลงเปาที่ถูกต้องก็คือ ต้องกินขณะกำลังร้อนๆ และรับประทานทั้งลูก แต่ต้องใช้วิทยายุทธ์ขั้นสูง เนื่องจากหากไม่ลวกปากแล้วไส้หมูแดงร้อนๆ เยิ้มๆ นั้นจะอร่อยเป็นที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น ผัดผักทุกชนิดในเซี่ยงไฮ้นั้นยังอร่อยสุดๆ อีกด้วย

ร้านอาหารแนะนำในเซี่ยงไฮ้
- Ding Tai Fung (9 F, Peace Square 12-20 Shuicheng Lu) ร้านสวยและขึ้นชื่อเรื่องเสี่ยวหลงเปาเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ติ่มซำอื่นๆ รสชาติก็ใช้ได้
 |
- Yang’s Fry Dumpling (54 & 60 ใกล้กับถนนนานจิง ซีลู่) มีจุดเด่นคือ มีอาหารที่เรียกว่าเฉงเจียน เปา ซึ่งจะทอดเพียงครึ่งเดียวจนกรอบ ต่างจากเสี่ยวหลงเปาที่คนไทยรู้จักดี นอกจากร้านนี้แล้ว บนถนนเส้นนี้ยังเป็นถนนอาหาร เรียกว่า Wujiang Street Food เป็นถนนสายอาหารที่คลาคล่ำ และดารดาษไปด้วยอาหารสไตล์สตรีตไปทั่วทั้งเส้น ให้เลือกกินกันไม่หวาดไม่ไหวเลยทีเดียว
- Moca Café ร้านกาแฟและร้านอาหารอิตาเลียน ตั้งอยู่ภายในสวนเรนมิน เก๋ไก๋ด้วยบรรยากาศชั้นดาดฟ้า เปิดรับลมพร้อมชมสวนเรนมิน โด่งดังด้วยเชฟชื่อดังจากฮ่องกง ร้านนี้จึงคับคั่งไปด้วยนักท่องเที่ยวจากฮ่องกง ที่แห่แหนกันมานั่งกินอาหารเคล้าอาหารแสนอร่อย
|
- Quanjude (786 786 Huai Hai Zhong Road, Shanghai, 31 200003 China Tel.+86 0 21 6433 7286, +86 0 21 6433 5799, +86 0 21 5876 8800 Open Hours 11.00 - 11.00 hrs. Daily.) ร้านอาหารชื่อดังประจำเซี่ยงไฮ้ โดยเมนูที่ขึ้นชื่อที่สุด หนีไม่พ้น “เป็ดปักกิ่ง” สูตรดั้งเดิม ที่อร่อยทั้งน้ำจิ้มและแป้ง ร้านนี้เปิดมาตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1864
- 1221 (1221 Yanan Xi Lu, Changning, Shanghai Tel. 021 6213 6585, 021 6213 2441) ร้านอาหารจีนสไตล์เซี่ยงไฮ้แท้ๆ โดดเด่นด้วยเมนูเลิศรส อย่าง ไก่แช่เหล้า ติ่มชิม ฯลฯ ที่สำคัญร้านนี้มีเมนูเป็นภาษาอังกฤษ แถมบริการยังยอดเยี่ยมอีกต่างหาก
- Cotton Club (1416 Huaihai Zhong Lu, Shanghai Tel. 6437 7110 7.30 pm - 1.30 am Closed on Monday) ตั้งอยู่ในย่าน French Concession ตรงหัวมุมถนน Fuxing ซึ่งเคยเป็นเขตอิทธิพลของฝรั่งเศสมาก่อน จึงเป็นย่านที่เก๋ไก๋และเปี่ยมไปด้วยรสนิยมแบบเดียวกับชาวฝรั่งเศส ยิ่งได้รับอิทธิพลจากภาพยนตร์เรื่อง Shanghai Baby ก็ยิ่งทำให้บาร์แห่งนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงกับสไตล์ในการตกแต่งแบบคลาสสิกเคล้ากับดนตรีแจ๊ซ
ที่พักแนะนำ
- Peace Hotel (20 Nanjing Donglu,Tel. (021) 6321 6888 Fax. (021) 6329 0300
www.shanghaipeacehotel.com) โรงแรมระดับ 5 ดาว เก่าแก่และมีชื่อเสียงมาช้านาน เพราะตั้งอยู่ตรงแยก
เดอะบันด์และถนนนานจิง แต่เดิมรู้จักกันในนามโรงแรมคาเธ่ย์ ที่เคยโด่งดังที่สุดในเซี่ยงไฮ้ ด้วยความงดงามของตัวอาคารที่ตกแต่งแบบอาร์ตเดคโค และเพลงแจ๊ซที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของโรงแรมแห่งนี้ ปัจจุบันยังมีแจ๊ซบาร์ให้เข้าไปสำราญอารมณ์กันอยู่

- Sofitel Hyland Hotel (505 Nanjing Road East 200001 SHANGHAI, CHINA
Tel. (+86)21 63515888, (+86)21 63514088 e-malil: sofitel@hyland-shanghai.com) โรงแรมฮิปสไตล์ซิตี้โฮเต็ล ระดับ 5 ดาว ตั้งอยู่ในย่านการค้าและย่านช้อปปิ้งของเซี่ยงไฮ้ สะดวกสบายและพรั่งพร้อมไปด้วย
สิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย

- Four Seasons (500 Weihai Lu Tel. (021) 6256 5678 www.fourseasons.com/shanghai/) โรงแรมยอดนิยมระดับ 5 ดาว เช่นเดียวกับโรงแรมในเชนใหญ่ๆ ทั้งหลายที่จะพร้อมพรั่งไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน กับบริการที่ไว้ใจได้ ทันสมัยด้วยการออกแบบและดีไซน์ชั้นเลิศ

- JW Marriott Tomorrow Square (399 Nanjing Xilu Tel. (021) 5359 4969 Fax. (021) 6375 5988 www.marriott.com) เก๋สุดๆ กับสไตล์ในการออกแบบที่เลิศล้ำ ตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมือง ใกล้สวนและพิพิธภัณฑ์ต่างๆ จึงเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีรสนิยมในการเดินทางและพักผ่อน ยิ่งอยู่ชั้นที่สูงที่สุดเท่าไหร่ก็ได้เห็นทัศนียภาพที่งดงามเท่านั้น
- Zhao’an Hotel (195 Heng Tong Road, Shanghai) ที่พักราคามิตรภาพ ระดับ 3 ดาว แต่สะดวกสบายด้วยโลเกชั่นที่ตั้งอยู่ใกล้ถนน Hanzhong และสถานีรถไฟเซี่ยงไฮ้ จึงเหมาะสำหรับทั้งนักธุรกิจ และ
นักท่องเที่ยว ด้วยห้องพักหลากหลายรูปแบบ พร้อมด้วยพนักงานที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ โดยมี Cafe Pavilion บนชั้น 7 ที่ให้บริการอาหารจีนและตะวันตก ทั้งเช้า กลางวัน และค่ำ
- Pearl Hotel (212 Zhao Jia Bang Road, Shanghai, China) โรงแรมระดับ 3 ดาว ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองเซี่ยงไฮ้ที่สวยงาม ล้อมรอบไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยว ร้านค้า ร้านอาหาร ภัตตาคาร และร้านขายของที่ระลึกที่พร้อมไว้บริการนักท่านเที่ยว แถมยังอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากสนามบินเท่าไรนัก จึงเป็นที่นิยมของท่องเที่ยวเป็นอย่างดี เนื่องจากทั้งสวยงาม สะอาด สะดวกสบาย และปลอดภัย
- Le Tour Traveler's Rest Youth Hostel (Bldg.36.319 Jiaozhou Road, Jin An District, Shanghai, 200040 จีน) แม้จะถูกจัดให้อยู่ในระดับ 2 ดาวครึ่ง แต่ก็เป็น 2 ดาวครึ่งที่สมบูรณ์แบบสุดๆ ด้วยความสะดวกสบายและการออกแบบที่ทันสมัย แถมยังมีจุดเด่นอยู่ที่โลเกชั่น เนื่องจากอยู่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ อย่าง วัดจิงอัน (JingAn Temple) ที่อยู่ห่างไปไม่ถึง 1 กิโลเมตร อยู่ใกล้กับถนนนานจิง (Nanjing West Road ) แหล่งช้อปปิ้งสำคัญของเซี่ยงไฮ้ นอกจากนี้ยังอยู่ห่างจากวัดพระหยก (Jade Buddha Temple) เพียง 1 กิโลเมตรเท่านั้น
ของฝากจากเซี่ยงไฮ้
- กำไลหยก มาถึงเซี่ยงไฮ้แล้วอย่าพลาดการซื้อกำไลหยก ที่หลายคนเชื่อว่าเป็นเครื่องประดับนำโชค โดยแหล่งที่น่าซื้อก็ได้แก่ ที่วัดพระหยก เนื่องจากมีทั้งกำไลหยก สร้อยหยก แหวนหยก ฯลฯ
- ผ้าไหมจีน ทั้งที่เป็นผ้าพันคอ เสื้อผ้า และกระเป๋า หลายระดับ หลากหลายราคา แต่ถ้าอยากได้แบบที่ราคาย่อมเยา หาชื้อได้ที่ตลาดขายผ้าที่ถนนลูจาปังลู |