ที่ไหนเลยจะวิเศษและดีต่อสุขภาพหัวใจ ที่ท้าทายเท่าที่เลย… เมืองอัศจรรย์แห่งภูผา
เมื่อลมหนาวพัดเวียนมาอีกครั้ง ก็ราวกับว่าสัญญาณบ่งบอกถึงการผจญภัย
ครั้งใหม่ได้ดังขึ้น และพร้อมปลุกสัญชาตญาณที่หลับใหลของนักเดินทาง ให้ตื่นมาพบความตื่นเต้นไปกับเทือกเขาอันยาวเหยียด เป็นแนวขุนเขาที่มีสัณฐานยอดตัดเรียบ อุดมไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติ ซึ่งเขียวขจีสวยงามกับ
อากาศที่หนาวเย็น ที่เร้นซ่อนความสุขสันต์ในวันพักผ่อน และไหนจะยังใบ
เมเปิลสีแดงสด ซึ่งคอยแทรกตัวท่ามกลางสีเขียวของป่าไม้ ในสายน้ำตกสวย สร้างความงามอันโดดเด่นขึ้นมา เป็นเสน่ห์แห่งสีสันที่หาได้ยากยิ่ง

|
เมื่อฤดูหนาวเวียนมาถึง ทุกคนล้วนปรารถนาที่จะออกเดินทางท่องเที่ยวไปยังที่ต่างๆ ที่ซึ่งได้ชื่นชม
|
ความสวยงามของธรรมชาติ ที่ซึ่งได้ปลดปล่อยตัวเองสู่โลกแห่งการผจญภัย และหลายต่อหลายครั้งความปรารถนาเหล่านั้นล้วนมาบรรจบกันที่จังหวัดเลย

|
ภูกระดึง นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัดเลย ด้วยอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี และ
|
เย็นจัดในฤดูหนาว ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นทั้งความท้าทาย ความสนุกสนานสำหรับนักท่องเที่ยว ภูกระดึงมีลักษณะเป็นภูเขาหินทราย มีพื้นที่ราบกว้างใหญ่ สลับกับเนินเตี้ยๆ บนยอดภูมีทั้งป่าสน ทุ่งหญ้า มีพันธุ์ไม้ดอกไม้ใบขึ้นอยู่ทั่วไปตามบริเวณน้ำตกและลำธาร เหมาะสำหรับผู้รักธรรมชาติและการผจญภัย โดยผาที่
นักท่องเที่ยวนิยมไปนั้นมีดังนี้ ผานกนางแอ่น อยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 2 กิโลเมตร ผานกนางแอ่นเป็น
ลานหินเล็กๆ มีสนขึ้นโดดเด่นริมผา เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงามมาก รวมกับอากาศเย็นๆ ก็ยิ่งทำให้รู้สึกสดชื่น มองทิวทัศน์เบื้องล่างซึ่งเป็นท้องทุ่งเทือกเขา ทั้งยังสามารถมองเห็นผานกเค้าได้ชัดเจน ริมทางเดินใกล้ผานกนางแอ่นเป็นสวนหิน มีดอกกุหลาบป่าขึ้นอยู่เป็นดงใหญ่ จะบานสะพรั่งเต็มต้นในเดือนมีนาคม - เมษายน
|
ยังมี ผาหมากดูก ซึ่งอยู่ใกล้พอๆ กับผานกแอ่น อยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นจุดชมวิว
|
อีกจุดหนึ่ง ซึ่งมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้ความนิยมเดินทางมาชมพระอาทิตย์ตก ทั้งระยะทางไม่ไกลจนเกินไปนัก
|
เดินไกลมาอีกหน่อยจะพบ ผาเหยียบเมฆ ห่างจากที่ทำการประมาณ 4.5 กิโลเมตร ในช่วงที่หมอกจัดๆ
|
นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกับละอองของสายหมอกได้ เหมือนกับว่าเรากำลังยืนอยู่บนก้อนเมฆเลยทีเดียว
|
ไม่ไกลกันจะเป็น ผาแดง ห่างจากที่ทำการประมาณ 4.5 กิโลเมตร ถือเป็นอีกเหลี่ยมเขาที่ท่านจะ
|
สามารถชมทัศนียภาพใกล้เคียงกับผาหล่มสัก แม้จะไม่ได้รับความนิยมเท่า แต่ก็นับเป็นจุดที่สามารถชมวิวอันงดงามได้ไม่แพ้กัน
สำหรับผู้ที่ต้องการพิชิตความเป็นที่สุด คงต้องมาที่ ผาหล่มสัก เป็นหน้าผาที่มีชื่อเสียงที่สุดของภูกระดึง จุดที่มีความงามแปลกตาคือ จุดที่มีแผ่นหินก้อนใหญ่ยื่นลอยออกไปจากหน้าผา มีต้นสนต้นหนึ่งขึ้นริมผาใกล้ๆ กันนี้ ชูกิ่งก้าน ขนานออกไปกับแผ่นหิน ผู้ที่ไปภูกระดึงแล้วหากไม่ได้ไปชม และนั่งถ่ายรูปบนก้อนหินนี้แล้วก็ออกจะไปเสียเที่ยว เพราะลักษณะภูมิประเทศเช่นนี้ไม่มีที่ไหนในโลกจะเหมือนได้ นอกจากนี้ ผาหล่มสักเป็นบริเวณที่มองเห็นทัศนียภาพกว้างขวางมาก ทั้งเป็นทำเลดูดวงอาทิตย์ตกได้ชัดเจนที่สุดตลอดทั้งปี แต่ความที่อยู่ห่างจากที่พักกว่า 8 กิโลเมตร จึงไม่ค่อยมีใครมีโอกาสชมดวงอาทิตย์ตกที่นี่มากนัก แต่ถ้าได้มีโอกาสชมแล้ว ก็จะเห็นว่าคุ้มค่าต่อการเดินทางกลับ ท่ามกลางความมืดทีเดียว จากผาหล่มสัก มีเส้นทางตัดขึ้นเหนือ ไปบรรจบกับเส้นทาง เที่ยวน้ำตกต่างๆได้ แต่เป็นทางที่ตัดไปกลางทุ่ง ซึ่งมีหมู่สนขึ้นอยู่แลดูงดงาม
|
สำหรับน้ำตกนั้นงมีน้ำตกสวยงามอยู่หลายแห่งให้ชม โดยที่มีชื่อของภูกระดึงก็มีตั้งแต่ น้ำตกเพ็ญพบใหม่
|
เดินไปตามลำธารวังกวาง จนถึงน้ำตกวังกวาง แวะชมได้ตามอัธยาศัย จากนั้นเดินลงไปทางซ้ายขึ้นสู่ไหล่
ภูกุ่มข้าว ซึ่งเป็นเนินสูงจนไปถึงสี่แยก ซึ่งมีทางจากองค์พระพุทธรูปมาจากทางซ้าย ตรงไปเป็นทางไปสู่ป่าไผ่ ต่อไปจะเป็นป่าทึบขึ้น ไม่นานก็ถึงน้ำตกเพ็ญพบใหม่ ลองเดินจากลานหินเหนือน้ำตกลงไป จะเห็นลักษณะของแผ่นหินใหญ่ที่หักพังลงไป เกิดเป็นน้ำตกโค้งเว้าเข้ามา ในฤดูหนาวเมเปิลที่มีอยู่หลายต้นบริเวณนี้จะเปลี่ยนสีใบเป็นสีแดง บ้างก็ร่วงลงมาตามลำธารและก้อนหิน เติมแต้มสีสันให้น้ำตกแห่งนี้สวยงามราวภาพวาด
|
จากนั้นเดินทางสู่ น้ำตกถ้ำใหญ่ โดยย้อนกลับมาเดินเลียบลำธารสวรรค์ ย้อนทางน้ำขึ้นไปผ่านป่าทึบ
|
แล้วขึ้นอีกพักใหญ่ จะพบน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งเป็นน้ำตกค่อนข้างสูง ใต้หน้าผาน้ำตกมีหินเรียบอยู่ก้อนหนึ่งเหมาะที่จะไปยืนถ่ายรูปคู่กันได้ จากน้ำตกถ้ำใหญ่จะมีทางเดินออกจากป่าดงดิบขึ้นสู่ทุ่งหญ้า ก่อนจะออกจากป่าดงดิบ จะมีหมู่ก้อนหินโตๆ เป็นกลุ่มใหญ่ เรียกได้ว่าเป็นสวนหินอีกแห่งหนึ่งในจำนวนหลายๆ แห่งบน
ภูกระดึง สวนหินเหล่านี้มีสนทรายขึ้นแซมอยู่ ตามหว่างก้อนหินมีกล้วยไม้ประเภทเอื้องดำ ขึ้นอยู่มากมายบนก้อนหิน

จากสวนหินขึ้นสู่ทุ่งจะพบทางแยก หากเลี้ยวซ้าย จะกลับไปบริเวณองค์พระพุทธรูปและที่พักได้ แต่ถ้าเลี้ยวขวา ไปสักครู่จะถึง น้ำตกธารสวรรค์ ซึ่งเกิดจากหินในลำธารแตกพังทลาย ลงไปยังเห็นเป็นหินก้อนใหญ่ ที่น่าจะประกบกับตัวผาน้ำตกได้อย่างเหมาะเจาะ ข้ามลำธารเหนือน้ำตกไปยังฝั่งตรงข้าม จะมีการเดินต่อไปตามทุ่งผ่านดอนมะเขือเถื่อน ซึ่งเป็นเนินใหญ่ และเนินถัดไปคือ ดอนมน ซึ่งเป็นเนินที่มีทุ่งหญ่ากว้างขวางสวยงาม
ภายในเขตป่าปิดของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง มีน้ำตกสวยงามมากมายที่ซ่อนตัวอยู่ น้ำตกขุนพอง ก็เป็นอีกแห่งหนึ่งที่สร้างเสน่ห์ให้กับภูกระดึงได้มาก เรียกได้ว่าใครที่มาภูกระดึงแล้ว ก็ไม่ควรที่จะพลาดการยลโฉม น้ำตกขุนพอง ความงามและความยิ่งใหญ่บนภูกระดึง ระยะทางจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เดินทางเข้าสู่น้ำตกขุนพองใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนที่จะเห็นตัวน้ำตก ต้องปีนป่ายลงสู่ทางเบื้องล่างสูงชัน น้ำตกแห่งนี้สวยงาม คุ้มค่ากับระยะเวลาการเดินทาง สายน้ำลดหลั่นกันลงมาเป็นชั้นๆ จากที่สูงบวกกับสีแดงสดของใบเมเปิล คอยเพิ่มความตระการตาให้กับน้ำตกงาม กลางป่าใหญ่ได้อย่างลงตัว เหล่านี้ทำให้น้ำตกขุนพองเปรียบเสมือนเพชรเม็ดงามในป่าปิดของภูกระดึง
การเดินทางมาภูกระดึง
- รถยนต์ จากตัวเมืองเลยใช้เส้นทางหมายเลข 201 เส้นเลย - ภูกระดึง ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองเลย
ประมาณ 75 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2019 อีก 8 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานฯ
- รถโดยสารประจำทาง นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง สายกรุงเทพฯ - เลย แล้วลงที่ผานกเค้า ซึ่งเป็นเขตรอยต่อระหว่างชุมแพ-ภูกระดึง จากจุดนี้จะมีรถสองแถวไปอุทยานแห่งชาติภูกระดึง หรือหากนักท่องเที่ยวใช้รถประจำทางเส้นทางกรุงเทพฯ-ชุมแพ แล้วลงที่ตลาดชุมแพ จากนั้นต่อรถสายชุมแพ - ผานกเค้า ไปลงที่ผานกเค้าซึ่งจะมีรถสองแถวไปอุทยานฯ
กิจกรรมที่น่าสนใจ
|
การเที่ยวชมผา นับเป็นกิจกรรมภาคบังคับสำหรับผู้ที่เดินทางมาภูกระดึง พระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก
|
ทะเลหมอกยามเช้า เหล่านี้คือความงามที่ตอบสนองความต้องการของทุกคน รวมกับทิวทัศน์ทางภูมิประเทศอันโดดเด่นให้เลือกชม และเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก
|
การเที่ยวชมน้ำตก นอกจากทุ่งหญ่า หน้าผา ที่เป็นเอกลักษณ์ของภูกระดึงแล้ว น้ำตกต่างๆ ในป่าดงดิบ
|
ก็จัดเป็นส่วนสำคัญที่เพิ่มคุณค่าให้แก่ภูกระดึง น้ำตกบนภูกระดึงมีหลายแห่ง แต่ละแห่งก็มีความสวยงาม
แตกต่างกันไป ทั้งขนาดเล็กดูอ่อนโยนจนไปถึงขนาดใหญ่ที่ดูเข็มแข็ง
สถานที่พัก
|
อุทยานแห่งชาติภูกระดึงมีบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว จำนวน 6 หลัง ค่ายพัก 2 หลัง และเต็นท์ 300
|
หลัง นักท่องเที่ยวสามารถนำเต็นท์ขึ้นไปเองได้ โดยกางเต็นท์ในบริเวณที่กำหนดให้เท่านั้น เสียค่าธรรมเนียม คนละ 5 บาท ติดต่อสอบถามรายละเอียด และสำรองที่พักได้ที่ กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 0 2579 5734 , 0 2579 7223 หรือที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ม.1 ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย 42180 โทร. 0 4281 1112
ร้านอาหาร
|
สำหรับอาหาร และเครื่องดื่ม มีบริการขาย ที่บริเวณอุทยานแห่งชาติภูกระดึง และหากเป็นฤดูกาล
|
ท่องเที่ยว จะมีร้านค้าหลายร้านบนยอดภูคอยให้บริการกับนักท่องเที่ยว โดยมีรายการอาหารและเครื่องดื่มคร่าวๆ ดังนี้ ข้าวราดแกง ข้าวผัดพริก ข้าวผัดกระเพรา ข้าวไข่เจียวหมูสับ ข้าวหมูทอดกระเทียม ข้าวผัด
ข้าวต้ม ก๋วยเตี๋ยว ราดหน้า ผัดไทย ผัดซีอิ๊ว ราคา 30 บาท ส้มตำ 30 บาท ข้าวเหนียว 20 บาท และข้าวเปล่า 15 บาท ส่วนเครื่องดื่มมี เบียร์สิงห์กระป๋อง 40 บาท เบียร์สิงห์ขวด 70 บาท น้ำอัดลมขวดเล็ก 20 บาท
น้ำอัดลมกระป๋อง 20 บาท นมข้น 30 บาท นมกล่องทุกชนิด 15 บาท กาแฟ 15 บาท และโอวัลติน 15 บาท
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง
|
ภูหลวงมีความหมายว่าเขาที่สูงใหญ่ หรือหมายถึงภูเขาของพระเจ้าแผ่นดิน เกิดจากการยกตัวของ
|
พื้นผิวโลก และดินส่วนที่อ่อนพัดพาลงสู่พื้นที่ส่วนต่ำ ภูหลวงประกาศให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2517 มีพื้นที่ประมาณ 560,593 ไร่ สภาพทั่วไปเป็นพื้นที่ราบสูง อากาศเย็นตลอดปี ตั้งอยู่ในบริเวณท้องที่อำเภอวังสะพุง อำเภอภูเรือ อำเภอด่านซ้าย และอำเภอภูหลวง
ฤดูกาลบนภูหลวงมี 3 ฤดู เหมือนพื้นราบ แต่ระดับอุณหภูมิต่างกัน ฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ - เมษายน อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 20 - 24 องศาเซลเซียส จะมีดอกไม้ที่มีสีสันเจิดจ้าสวยงามเช่นเอื้องตาเหิน กล้วยไม้ป่าดอกขาว กุหลาบขาว และกุหลาบแดง ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการชมทุ่งกุหลาบขาวและกุหลาบแดง คือระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม ฤดูฝนอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคม - ตุลาคม อุณหภูมิใกล้เคียงหรือสูงกว่าหน้าร้อนเล็กน้อย จะมีดอกไม้ป่าดอกเล็ก ๆ สีชมพูอมม่วงขึ้นแซมตามทุ่งหญ้า ฤดูหนาวอุณหภูมิลดลงมาก เฉลี่ย 0 - 16 องศาเซลเซียส ในช่วงเดือนพฤศจิกายน - มกราคม บางวันอุณหภูมิลดลงถึง -4 องศาเซลเซียส จะมีก่วมแดงหรือที่รู้จักกันว่าเมเปิ้ล จะเปลี่ยนเป็นสีแดงแล้วผลัดใบ ตามพื้นดินจะเห็นต้นกระดุมเงิน และรองเท้านารีปีกแมลงปอขึ้นอยู่บนก้อนหิน และตามพื้นป่าดิบเขา
ด้านตะวันออกของเทือกภูหลวง มีการค้นพบซากหินรอยเท้าไดโนเสาร์อายุกว่า 120 ล้านปี นอกจากนี้ยังมีป่าหลากชนิด เช่น ป่าผลัดใบหรือป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา แต่ป่าที่โดดเด่นที่สุดบนภูหลวง คือ
ป่าสนสองใบ สนสามใบ และทุ่งหญ้าตามพื้นที่ราบ เนินเขา และลานหิน นอกจากนั้นทางเขตฯ ได้จัดเส้นทางศึกษาธรรมชาติภูหลวง เป็นเส้นทางที่ขึ้นทางอำเภอภูเรือ โดยเริ่มจากโคกนกกระบา ผ่านลานสุริยัน
ผาสมเด็จ รอยเท้าไดโนเสาร์ ระหว่างทางจะพบกุหลาบขาว กุหลาบแดง และกล้วยไม้ป่าต่างๆ โดยใช้ระยะทางเป็นเวลา 1 - 2 วัน นักท่องเที่ยวที่เดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติจะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทาง
การเดินทางขึ้นภูหลวง นักท่องเที่ยวต้องติดต่อล่วงหน้า 15 วัน ที่สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรุงเทพฯ โทร. 0 2561 4292 ต่อ 706 หรือ "http://www.dnp.go.th" ช่วงที่เหมาะในการเที่ยวชมภูหลวง คือ ระหว่างเดือนตุลาคม - พฤษภาคม เขตรักษาพันธุ์ฯ จะปิดในช่วงฤดูฝน การเข้าไปเที่ยวชมจะต้องเสียค่าธรรมเนียม ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท
สถานที่พัก ทางเขตฯ มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว สำรองที่พักล่วงหน้าได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. 0 2579 9446 หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง โทร. 0 1221 0547

|
อุทยานแห่งชาติภูเรือ ตั้งอยู่ในเขตตำบลหนองบัว อำเภอภูเรือ และอำเภอท่าลี่ อาณาเขตทางทิศเหนือ
|
ติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นภูเขาสูงใหญ่ บนยอดเขาเป็นที่ราบกว้างใหญ่มีต้นสนขึ้นสลับซับซ้อน มีลักษณะแปลกคือ มีส่วนหนึ่งเป็นผาชะโงกยื่นออกมาเหมือนหัวเรือสำเภาใหญ่ ลักษณะภูมิประเทศเป็นทิวเขาสลับซับซ้อน ประกอบด้วยเขาหินทรายและหินแกรนิตสลับกัน สัตว์ป่าที่พบเห็นได้แก่ หมี เก้ง หมาใน ไก่ฟ้าพญาลอ เต่าปูลู อุทยานภูเรืออยู่บนยอดเขาสูงทำให้มีอากาศเย็นตลอดปี และเป็นอุทยานที่มีอากาศหนาวเย็นที่สุดของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวจะหนาวเย็นมาก จนกระทั่งน้ำค้างบนยอดหญ้าจะแข็งตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ภาษาพื้นเมือง เรียกว่า “แม่คะนิ้ง” มีเนื้อที่ประมาณ 75,525 ไร่
|
ช่วงเดือนที่เหมาะที่จะมาเที่ยวคือ เดือนตุลาคม - มีนาคม สถานที่น่าสนใจในเขตอุทยานฯ ได้แก่
|
จุดชมทิวทัศน์เดโช เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ในวันที่อากาศดีนักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นภูต่างๆ ของเมืองเลยได้ ผาโหล่นน้อย อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามมาก จากจุดนี้จะมองเห็นภูหลวง ภูผาสาด ภูครั่ง และทะเลภูเขาสลับซับซ้อน ผาซับทอง หรือ
ผากุหลาบ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 2.5 กิโลเมตร เป็นหน้าผาสูงชันและแหล่งน้ำซับ ที่มีพืชน้ำไลเคนสีเหลืองคล้ายสีทองขึ้นเต็มไปทั่ว น้ำตกห้วยไผ่ ตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชัน มีความสูงประมาณ 30 เมตร น้ำตกแห่งนี้นำไปใช้ทำน้ำประปาใน
อำเภอภูเรือด้วย ยอดภูเรือ เป็นจุดที่สูงที่สุดในอุทยานฯ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ 1,365 เมตร บริเวณโดยรอบเป็นลานหินที่มีทุ่งหญ้าขึ้นแซมสลับกับป่าสน มีทั้งสนสองใบที่ขึ้นตามธรรมชาติ และสนสามใบที่เป็นสนปลูก จากจุดนี้ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นแม่น้ำเหือง และแม่น้ำโขงที่กั้นพรมแดนระหว่างไทย - ลาวได้
นอกจากนี้ยังมีจุดที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น ถ้ำหินแตก หินค้างหม้อ หินวัวนอน หินพานขันหมาก
หินพระศิวะ สวนหินเต่า ทุ่งหินเหล็กไฟ ซึ่งหินเหล่านี้มีรูปร่างตามชื่อเรียก ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้า ช่วงปลายฝนต้นหนาวมีดอกไม้เล็กๆ ขึ้นอยู่ทั่วไปน่าชมมาก
การเดินทาง จากตัวเมืองเลยใช้ทางหลวงหมายเลข 203 เส้นเลย - ภูเรือ ระยะทางประมาณ 54
กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 49 - 50 ตรงที่ว่าการอำเภอภูเรือ เข้าไปประมาณ 4 กิโลเมตร รถยนต์สามารถขึ้นได้ และมีทางเดินเท้า 700 เมตร ก็จะถึงยอดภูเรือ
สถานที่พัก อุทยานฯ มีบริการบ้านพักไว้สำหรับนักท่องเที่ยว ติดต่อขอรายละเอียด และสำรองที่พักล่วงหน้าได้ที่ ที่ทำการอุทยานฯ โทร. 0 4288 4144 หรือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร.
0 2562 0760 หรือ www.dnp.go.th

พระธาตุศรีสองรัก ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำหมัน ห่างจากตัวอำเภอด่านซ้าย ประมาณ 1 กิโลเมตร หรือห่างจากตัวจังหวัด 83 กิโลเมตร พระธาตุศรีสองรักมีรูปทรงลักษณะศิลปกรรมแบบล้านช้าง องค์พระธาตุสูง 19.19 เมตร ฐานกว้างด้านละ 10.89 เมตร ฐานเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ย่อมุมไม้สิบสอง องค์ระฆังทรง “บัวเหลี่ยม” คล้ายพระธาตุพนม พระธาตุหลวง (เวียงจันทน์) พระธาตุศรีโคตรบอง (แขวงคำม่วน) และอีกมากมายแถบลุ่มน้ำโขง พระธาตุศรีสองรักสร้างขึ้นถวายเป็นอุเทสิกเจดีย์ (หมายถึงเจดีย์สร้างขึ้นโดยเจตนาอุทิศให้พระศาสนาโดยไม่กำหนดว่าต้องเก็บรักษาสิ่งใด) สร้างขึ้นสมัยกรุงศรีอยุธยาพ.ศ.2103 เสร็จในปีพ.ศ.2106 พระธาตุศรีสองรัก สร้างขึ้นเพื่อเป็นสักขีพยาน ในการช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างกรุงศรีอยุธยา (สมัยพระมหาจักรพรรดิ) และกรุงศรีสัตนาคนหุต (เวียงจันทน์) สมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช นอกจากนี้ภายในวัดยังมีพระพุทธรูปปาง
นาคปรกศิลปะธิเบตด้วย ทุกวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ชาวด่านซ้ายหรือ “ลูกผึ้งลูกเทียน” จะร่วมกันจัดงานสมโภชพระธาตุศรีสองรักขึ้น โดยจะนำต้นผึ้ง (ประดิษฐ์จากโครงไม้ไผ่เป็นทรงหอปราสาทขนาดกว้าง 2 ฟุต สูง 2 ฟุตเศษ กรุรอบด้วยลวดลายงานแทงหยวก จากนั้นประดับด้วย “ดอกผึ้ง” ซึ่งทำจากแผ่นเทียนกลมๆ บางๆ ตากแดดแล้วจับเป็นกลีบ ตรงกลางติดดอกบานไม่รู้โรย หรือขมิ้นหั่นเล็ก ๆ ต่างเกสรดอกไม้สีสดใส) เทียนเวียนหัว (เทียนแท่งที่ฟั่นยาวพอคาดได้รอบศีรษะ) มาถวายองค์พระธาตุ ถือเป็นประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม จะมีการจัดงานนมัสการพระธาตุศรี
สองรักขึ้นทุกปี
การเดินทาง จากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 203 เส้นเลย - ภูเรือ แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 2013 อีก 15 กิโลเมตร ถึงอำเภอด่านซ้ายจากนั้นแยกขวาเข้าเส้นทาง 2113 อีก 1 กิโลเมตร
ข้อปฏิบัติเกี่ยวกับองค์พระธาตุศรีสองรัก คือ ไม่ควรนำสิ่งของหรือดอกไม้สีแดงขึ้นบูชา ไม่ควรแต่งกายด้วยชุดสีแดงขึ้นไปนมัสการ เพราะองค์พระธาตุสร้างขึ้นเพื่อสัจจะและไมตรี สีแดงเป็นสัญลักษณ์ของเลือดและความรุนแรง ไม่ควรกางร่ม สวมหมวกและสวมรองเท้าขึ้นไปบนพระธาตุ ไม่ควรนำเด็กต่ำกว่า 3 ปี
ขึ้นไปนมัสการ (หมายเหตุ : ก่อนท่านจะทำหรือประกอบพิธีใด ๆ ที่เกี่ยวกับองค์พระธาตุขอให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ที่เฝ้าองค์พระธาตุก่อน)

วัดเนรมิตวิปัสสนา อยู่บนเนินเขาห่างจากพระธาตุศรีสองรักไปเล็กน้อย พระอุโบสถและเจดีย์ภายในวัดก่อสร้างด้วยศิลาแลงทั้งหลังอย่างสวยงาม ภายในพระอุโบสถขนาดใหญ่ตกแต่งตามแบบศิลปะส่วนกลาง มีพระพุทธชินราชจำลองเป็นพระประธาน และมีหุ่นขี้ผึ้งของหลวงพ่อพระมหาพันธ์ สีลวิสุทโธ เป็นผู้ริเริ่ม และได้มรณภาพแล้วประดิษฐานอยู่ ผนังภายในอุโบสถมีภาพจิตรกรรมที่สวยงามประดับอยู่โดยรอบ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 4289 1094
พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านผีตาโขน ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดโพนชัย ห่างจากอำเภอเมือง 82 กิโลเมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการศึกษา สำหรับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับงานประเพณีบุญหลวง และการละเล่นผีตาโขน อาคารพิพิธภัณฑ์เป็นเรือนไม้ จัดแสดงเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเมืองด่านซ้าย นิทรรศการผีตาโขน การสาธิตการทำหน้ากากผีตาโขน และสินค้าที่ระลึกผีตาโขนในรูปแบบต่างๆ เปิดให้ชมทุกวัน เวลา 09.00 - 17.00 น. นอกจากนี้ยังมีอุโบสถซึ่งเป็นฝีมือของช่างท้องถิ่น และพระธาตุศรีสองรักจำลอง ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานบุญพระเวสและงานบุญต่างๆ รวมทั้งการจัดงานประเพณีบุญหลวง และการละเล่นผีตาโขนอีกด้วย สอบถามข้อมูลได้ที่ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนอำเภอด่านซ้าย โทร. 0 4289 1094
สวนหินผางาม หรือคุนหมิงเมืองไทย อยู่ที่บ้านผางาม หมู่ 10 ตำบลปวนพุ เป็นสวนหินปูนอายุประมาณ 210 - 280 ล้านปี ที่เกิดจากการสะสมตัวของตะกอนชายฝั่งระดับตื้น ต่อมาเปลือกโลกยกตัวขึ้น และมีการผุพังจากธรรมชาติหลายล้านปี ทำให้ภูเขามีลักษณะสวยงามแปลกตา คล้ายกับสวนหินที่เมืองคุนหมิง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน จนได้รับการขนามนามว่า “คุนหมิงเมืองไทย” ภายในบริเวณสวนหินมีศูนย์
บริการนักท่องเที่ยว การเดินเที่ยวชมธรรมชาติสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อนำชมสวนหินผางาม ในการนำชมเป็นกลุ่มๆ ละ 10 คน ค่าบริการนำชม 100 บาท/กลุ่ม เนื่องจากทางเดินภายในสวนหินแคบและวกวนอาจมีการพลัดหลงได้ เส้นทางเดินชมสวนหินมีจุดที่น่าสนใจได้แก่ ถ้ำทะลุ ภูเขาทรงแปลกคล้ายรูปสัตว์ จุดชมวิวที่ยอดเขาผาบ่อง หรือภูเขาหินที่มีลักษณะเป็นช่องทะลุตรงกลาง โดยแต่ละจุดจะมีชื่อเรียกต่าง ๆ กันไป
สอบถามข้อมูลได้ที่ โทร. 0 4280 1900 การเดินทาง จากกิ่งอำเภอหนองหินใช้เส้นทางหมายเลย 201
เลย - ชุมแพ ไปประมาณ 43 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาไปประมาณ 19 กิโลเมตร
วัดศรีคุณเมือง อยู่ที่ถนนชายโขง ซอย 7 ทางด้านเหนือของตลาดเชียงคาน สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2485 มีกำแพงแก้วล้อมรอบตัวพระอุโบสถ วัดนี้เป็นแหล่งรวมงานศิลปะทั้งแบบล้านนาและล้านช้าง ดังจะเห็นได้จากโบสถ์ซึ่งหลังคาลดหลั่นอย่างศิลปะล้านนา ศิลปวัตถุที่สำคัญมีหลายชิ้น เช่นพระพุทธรูปไม้จำหลัก ลงรักปิดทองปางประทานอภัยแบบล้านช้าง พระพุทธรูปดังกล่าวมีพระเกศาเป็นปุ่มแหลมเล็ก พระกรรณค่อนข้างแหลมและยาว สันนิษฐานว่ามีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 24 - 25 นอกจากนี้ในวัดยังมีธรรมาสน์ไม้แกะสลักลงรักปิดทองทุกด้าน ที่พนักหลังมียอดคล้ายปราสาท ด้านหน้าโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอยู่เต็มหน้าบัน ภาพทั้งหมดเป็นภาพนิทานชาดกชุดพระเจ้าสิบชาติ ซึ่งวาดขึ้นใหม่แทนของเดิม

แก่งคุดคู้ เป็นแก่งหินใหญ่ ขวางอยู่กลางลำน้ำโขงช่วงโค้งของลำน้ำโขงพอดี ทำให้เกิดกระแสน้ำเชี่ยวไหลผ่านแก่ง ในหน้าน้ำน้ำจะท่วมจนมองไม่เห็นแก่ง เวลาที่เหมาะจะชมแก่งคุดคู้คือ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นเวลาที่น้ำแห้งมองเห็นเกาะแก่งชัดเจน มีโค้งสันทรายริมแม่น้ำ สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสสายน้ำโขงและธรรมชาติสองฝั่งอย่างใกล้ชิด ที่บริเวณแก่งคุดคู้มีบริการเช่าเรือยนต์ล่องแม่น้ำโขง ใช้เวลาไป - กลับประมาณ 1 ชั่วโมง ราคาแล้วแต่จะตกลง นอกจากนี้ยังมีร้านขายอาหาร เช่น ไก่ย่าง ส้มตำ ลาบ โดยเฉพาะพล่า กุ้งเต้น ต้มยำปลาจากลำน้ำโขง เป็นอาหารแนะนำในราคาไม่แพง การเดินทาง จากตัวอำเภอเชียงคาน นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถสายรอบเมืองไปแก่งคุดคู้ได้ ซึ่งห่างจากตัวอำเภอเชียงคานไปประมาณ 3 กิโลเมตร
ที่พักแนะนำ
อกาลิน สวนอกาลิน สร้างขึ้นจากไร่รกร้าง โดยคุณอำนาจ คีตพรรณา นักออกแบบ, สถาปนิก และนักเขียนเรื่องสวนผู้มีชื่อเสียง สวนที่นี่เป็นสวนไม้ประดับสไตล์อังกฤษ ซึ่งรวบรวมสวนในรูปแบบต่างๆ กัน เช่น สวนสีแสด, สวนขาว, สวนวงกต และอื่นๆ เข้าไว้ด้วยกัน โดยแบ่งออกเป็นสัดส่วนในเนื้อที่ 30 ไร่ ทั้งหมดซ่อนตัวอยู่มิดชิดริมแม่น้ำโขง และในพื้นที่อีกประมาณ 10 ไร่ริมชายน้ำ เป็นที่ปลูกพืชไร่ เช่น ข้าวโพด มะเขือ ยาสูบ และแปลงผักต่างๆ พืชสวนครัวต่างๆ ตามฤดูกาล เป็นที่เดินชมธรรมชาติอีกแบบหนึ่ง
อกาลิน เดิมสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักผ่อนส่วนตัว บ้านพักที่นี่จึงมีหลายสไตล์ ซึ่งแต่ละหลังก็มีบุคลิกที่แตกต่างกัน ตั้งแต่เรือนลาวโซ่งจนถึง Villa แบบทัสกานี และด้วยเนื้อที่อันไม่จำกัด ที่พักทุกหลังจึงมีบริเวณสวนเป็นส่วนตัว นอกจากอาคารดังกล่าวแล้วยังมีหอเขียน ซึ่งเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ ใช้เป็นสถานที่รับประทานอาหาร บันเทิง และการแสดงบางโอกาส อกาลินเพียบพร้อมสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนหาความสงบอย่างแท้จริง แม้กระนั้นก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งอาจจะทัศนาจรต่อได้ เช่น น้ำตกธารทอง, วัดหินหมากเป้ง, ท่าเสด็จ
หนองคาย, อุทยานแห่งชาติภูพระบาท, อุทยานแห่งชาติภูเรือ, หรือเพียงเที่ยวชมชนบทบนถนนริมโขง หรือเส้นทางแม่น้ำเหืองเลียบพรมแดนไทย - ลาว ชมทิวทัศน์ก็ยังจุใจ อกาลินตั้งอยู่ที่ เลขที่ 133 บ้านทับสงาว
ถ.ปากชมศรีเชียงใหม่ ต.ห้วยพิชัย อ.ปากชม จ.เลย สำนักงานขายกรุงเทพ 380/165 ซอยสันติบาตเทศบาล แขวงจันทรเกษม จตุจักร กทม 10900 โทร. 0 2512 1789
กรสวรรค์ ภูเรือ โฮม สถานที่พักแห่งใหม่ในอำเภอภูเรือ เปิดให้บริการห้องพักอิงธรรมชาติ ผสานความเป็นอยู่แบบอีสานตอนบน กรสวรรค์ ภูเรือ โฮม ตั้งอยู่บนพื้นที่เนินสูง ด้วยเนื้อที่ 16 ไร่ ล้อมรอบไปด้วย
ธรรมชาติป่าน้อยใหญ่ สามารถมองเห็นวิวทิวเขารอบๆ บริเวณของอำเภอภูเรืออย่างชัดเจน เหมาะกับการ
พักผ่อนอย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักแบบธรรมชาติอย่างแท้จริง และช่วงเดือนพฤษภาคมถึงช่วงต้นฝน จะมีหิ่งห้อยออกมาอวดโฉมให้ได้เห็นในยามค่ำคืน นอกจากนี้ บริเวณของกรสวรรค์ ภูเรือ โฮม ท่านสามารถดูดาวในยามค่ำคืนได้อย่างชัดเจนจากทุกมุมของพื้นที่อีกด้วย ตั้งอยู่ที่ 229 หมู่ 6 ต.ร่องจิก อ.ภูเรือ จังหวัดเลย โทร. 0 8154 5566-7
ภูนาคำ รีสอร์ท ให้รางวัลกับชีวิตของคุณ เปิดประสบการณ์การพักผ่อนที่ไม่เหมือนใคร ณ อีสาน บูติค รีสอร์ท แห่งใหม่ ท่ามกลางธรรมชาติที่รายล้อมไปด้วยขุนเขาในมุมกว้าง 360 องศา ดื่มด่ำกับบรรยากาศเย็นสบาย ท่ามกลางลมหนาวแต่อบอุ่นไปด้วยการต้อนรับ ตั้งอยู่ที่ 461 หมู่ 3 บ้านเดิ่น อด่านซ้าย จังหวัดเลย
โทร. 0 4289 2005
ร้านอาหารแนะนำ
อำเภอเมือง
- ครัวนิด 58 ถ.เจริญรัฐ โทร. 0 4281 3013 (อาหารไทย ห่อหมกปลากราย แกงเขียวหวานไก่)
- จ่อยลาบเป็ด 31/1 ถ.คีรีรัฐ โทร. 0 4281 1618
- แซบ เดอ เลย โรงแรม เอ พี คอร์ท ถ.ร่วมใจ โทร. 0 4286 1851
อำเภอภูเรือ
- ครัวเห็ดหอม 228 หมู่ 7 ต.หนองบัว โทร. 0 4289 9285 (ข้าวต้มเห็ดหอม ไข่กะทะเห็ดหอม)
- ชาโต้ เดอ เลย 220 หมู่ 6 ต.ร่องจิก โทร. 0 4280 9521 (เห็ดหอมผัดน้ำมันหอย
ต้มยำไก่บ้าน - ปลาแม่น้ำโขง)
- ภูเรือชาเลท์ 110 หมู่ 4 ต.หนองบัว โทร. 0 4289 9012 (ยำผักกูด ต้มยำปลานำโขง แกงเลียง)
อำเภอเชียงคาน
- คิดถึงฝั่งโขง 243 หมู่ 1 ต.เชียงคาน โทร. 0 4282 1064 (ปลาทอดกระเทียม ต้มยำปลา)
- ครัวนุชา 28/2 หมู่ 4 ต.เชียงคาน โทร. 0 4282 1285 (อาหารอีสาน)
สินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก
กลุ่มทอผ้าไทเลยบ้านก้างปลา ตั้งอยู่ที่บ้านก้างปลา ใช้เส้นทางเลย - เชียงคาน ทางหลวงหมายเลข 201 ออกจากตัวเมืองเลยไปประมาณ 4 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าหมู่บ้านก้างปลาไปอีก 1 กิโลเมตร ที่บ้านผู้ใหญ่บ้านจะมีการรวมตัวกันทอผ้าไทเลย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด นักท่องเที่ยวสามารถชมการสาธิตการทอผ้า และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ได้ เช่น ผ้าผืน เสื้อบุรุษ ชุดสตรี ผ้าขาวม้า กระเป๋า เป็นต้น
กลุ่มหัตถกรรมหวายและผ้าทอพื้นเมืองบ้านนากระเซ็ง ตั้งอยู่ที่บ้านนากระเซ็ง อำเภอท่าลี่ เป็นกลุ่มหัตถกรรมที่ผลิตชุดเฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ต่างๆ จากหวาย และยังมีการทอผ้าพื้นเมืองที่มีความประณีตสวยงาม สามารถชมการผลิตและเลือกซื้อสินค้าของฝากได้ โทร. 0 9840 9317 การเดินทาง เส้นทางเลย - ท่าลี่ ระยะทาง 47 กิโลเมตร เมื่อถึงตัวอำเภอ เลี้ยวขวาไปทางบ้านอาฮี ประมาณ 9 กิโลเมตร และเลี้ยวขวาไปทางบ้านนากระเซ็ง อีกประมาณ 5 กิโลเมตร
ร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก จังหวัดเลย มีสินค้าพื้นเมืองหลายประเภท ได้แก่
มะขามหวาน กุนเชียง หมูแผ่น มะพร้าวแก้ว พวงกุญแจเซรามิครูปผีตาโขน ผ้านวม ผ้าไหม และผ้าฝ้าย มีร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกดังนี้
อำเภอเมือง ดำรงพาณิชย์ 2/10 ถ.เอื้ออารีย์ โทร. 0 4281 2504 (จำหน่ายกุนเชียง หมูยอ ชาใบหม่อน)
อำเภอด่านซ้าย กวินทิพย์ 207 ถ.แก้วอาสา โทร. 0 4289 1246 (จำหน่ายของที่ระลึกผีตาโขน)
อำเภอภูเรือ ร้านชาโต้ เดอ เลย ถ.เลย-ด่านซ้าย โทร. 0 4280 9521 (จำหน่ายอาหาร, สินค้าของที่ระลึก, ผลิตภัณฑ์โอทอป)
อำเภอเชียงคาน
- บ่วยเฮียง 122/4 ถ.ศรีเชียงคาน (จำหน่ายผ้านวม)
- ป้าเชื้อ ซ.3 ถ.ชายโขง (จำหน่ายข้าวหลามกระบอกยาว)
อำเภอภูกระดึง เจ๊กิม 18 หมู่ 1 ตลาดบ้านผานกเค้า โทร. 0 4287 1144 (จำหน่ายมะขามหวาน
ไวน์กระชายดำ)
|