เมืองประวัติศาสตร์ ร่องรอยแห่งความหลัง อันควรค่าแก่การรำลึก
แวะเวียนผ่านมาคราใด ลุ่มแม่น้ำแควก็ยังคงเปี่ยมด้วยความรู้สึก ร่องรอย
ประวัติศาสตร์ยังคงยึดหลักปักฐานอยู่เงียบงัน และวันนี้ลำน้ำแควยังคงทำหน้าที่บรรเลงบทเพลงแห่งความเย็นชื่น ขับกล่อมผู้ที่เดินทางผ่านมาอย่างไม่ขาดสาย
-horz.jpg)
สะพานข้ามแม่น้ำแคว ตั้งอยู่ที่ตำบลท่ามะขามห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือตามทางหลวงหมายเลข 323 ประมาณ 4 กิโลเมตร แยกซ้ายประมาณ 400 เมตร มีป้ายชี้บอกทางไว้ชัดเจน เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย ฮอลันดา และนิวซีแลนด์ประมาณ 61,700 คน และกรรมกรชาวจีน ญวน ชวา มลายู ไทย พม่า อินเดียอีกจำนวนมาก มาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์เพื่อเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า ซึ่งเส้นทางช่วงหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่ จึงต้องมีการสร้างสะพานขึ้น
การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก ความทารุณของสงครามและ โรคภัยตลอดจนการขาดแคลนอาหารทำให้เชลยศึกจำนวนหลายหมื่นคนต้อง เสียชีวิตลง นอกจากนี้ ที่สะพานข้ามแม่น้ำแควมีบริการรถราง Fairmong ทุกวัน โดยวันธรรมดาจะมีตั้งแต่เวลา 08.00 - 19.30 น., 11.20 - 14.00 น., 15.00 - 16.00 น. และ 18.00 - 18.30 น. วันเสาร์ - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00 - 09.30 น., 11.20 - 14.00 น., และ 18.00 - 18.30 น. ค่าโดยสารคนละ 20 บาท สอบถามโทร. 0 3451 1200,
0 3451 2500

สุสานกาญจนบุรี (ดอนรัก) สุสานทหาร สัมพันธมิตรดอนรัก (Kanchanaburi War Cemetery) เนื่องจากการเกณฑ์ทหารสัมพันธมิตร มาสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ ผ่านกาญจนบุรีไปเมียนมาร์ของกองทัพญี่ปุ่น ในสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นเหตุให้เชลยศึกพันธมิตรเสียชีวิตที่กาญจนบุรีเป็นจำนวนมาก สุสานแห่งนี้บรรจุกระดูกของทหารสัมพันธมิตร จำนวน 6,982 หลุม สุสานแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 17 ไร่ ตั้งอยู่หลังสถานีรถไฟกาญจนบุรี ห่างจากศูนย์กลางจังหวัดกาญจนบุรีประมาณ 2 กิโลเมตร ในเขตบ้านดอนรัก ตำบลบ้านเหนือ อำเภอเมืองกาญจนบุรี สุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรัก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ภายในมีการตกแต่งสวยงาม ในแต่ละปี มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศมาเยี่ยมชมจำนวนมาก เพราะเป็นเส้นทางผ่านไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆและอยู่ห่างจากสถานีรถไฟกาญจนบุรีเพียง 300 เมตร เท่านั้น
หอศิลป์และพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสะพานข้ามแม่น้ำแคว เป็นสถานที่เก็บรักษาสิ่งที่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้แก่ อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ โครงกระดูกของเชลยสงครามและภาพถ่ายเหตุการณ์ในสมัยนั้น นอกจากนี้บางส่วนยังจัดทำเป็นหอศิลป์เก็บรวบรวมสิ่งของต่างๆ เช่น แสตมป์ ไปรษณียบัตรโบราณ เพชร พลอย และเครื่องประดับ เปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา 08.00 - 18.00 น. ค่าเข้าชมชาวไทย 20 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0 3451 2596
พิพิธภัณฑ์อักษะเชลยศึก หรือ พิพิธภัณฑ์สงครามวัดใต้ พิพิธภัณฑ์อักษะเชลยศึก หรือ พิพิธภัณฑ์สงครามวัดใต้ (JEATH War Museum : Japan England Australia Thailand Holland) สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2520 ในบริเวณวัดไชยชุมพลชนะสงคราม หรือวัดใต้ ตำบลบ้านใต้ อำเภอเมืองกาญจนบุรี ตัวอาคารสร้างเป็นกระท่อมเลียนแบบค่ายเชลยศึกสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เป็นที่เก็บรวบรวมภาพวาด ภาพถ่าย แสดงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของเชลยศึกสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง นอกจากนั้นยังมีเครื่องมือ เครื่องใช้ ของทหารเชลยศึกสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เช่น อาวุธสงคราม หมวก มีด ช้อน ส้อม เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีเศษลูกระเบิดที่ตกอยู่ตามที่ต่างๆ ระหว่างสงครามแสดงไว้ในบริเวณรอบๆ พิพิธภัณฑ์ สถานที่แห่งนี้อยู่ห่างจากสถานีขนส่งกาญจนบุรีเพียง 400 เมตร ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ในบริเวณวัดไชยชุมพลชนะสงคราม (วัดใต้) ถนนไชยชุมพล เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 - 17.00 น. ค่าเข้าชมชาวไทย 5 บาท ชาวต่างประเทศ 25 บาท

สุสานทหารสัมพันธมิตร หรือ สุสานช่องไก่ สุสานทหารสัมพันธมิตรเขาปูน หรือสุสานช่องไก่ ( Chong-Kai War Cemetery ) เคยเป็นที่ตั้งค่ายเชลยศึกขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแควน้อย ฝั่งตะวันออก ในตำบลเกาะสำโรง อำเภอเมืองกาญจนบุรี ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 2 กิโลเมตร ขนาดเล็กกว่าสุสานกาญจนบุรี (ดอนรัก) มีพื้นที่ประมาณ 7 ไร่ บรรจุศพเชลยศึกรวม 1,750 หลุม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทหารอังกฤษ ภายในมีการตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับอย่างร่มรื่น การเดินทางไปสุสานเขาปูน ทางรถยนต์ไปตามถนนลาดยางประมาณ 2 กิโลเมตร และอาจเดินทางโดยเรือที่หน้าเมืองกาญจนบุรี ตามลำน้ำแควน้อยอีกประมาณ 2กิโลเมตร
เมืองบาดาล ในอดีตเป็นวัดวังก์วิเวการามเดิม ที่หลวงพ่ออุตตมะและชาวบ้านอพยพชาวกะเหรี่ยงและมอญได้ร่วมกันสร้างขึ้น เมื่อปี 2496 ในบริเวณที่เรียกว่า สามประสบ ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำสามสาย คือ แม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำบีคลี่และแม่น้ำรันตี ไหลมาบรรจบกัน ต่อมาในปี 2527 มีการก่อสร้างเขื่อนเขาแหลม ทำให้น้ำเข้าท่วมตัวอำเภอสังขละบุรีเก่ารวมทั้งวัดนี้ด้วย จึงได้ย้ายวัดมาอยู่บนเนินเขา ส่วนวัดเดิมได้จมอยู่ใต้น้ำมานานนับสิบปี ในช่วงฤดูแล้งราวเดือนมีนาคม-เมษายน ซึ่งน้ำลดจะสามารถสังเกตเห็นตัวโบสถ์ของวัดได้อย่างชัดเจน และสามารถนั่งเรือไปเที่ยวชมได้ แต่ในช่วงน้ำขึ้นน้ำจะท่วมสูงเกือบทั้งหมดเหลือเพียงยอดของโบสถ์ให้เห็นเท่านั้น กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว unseen ไทยแลนด์ ในชื่อ เมืองบาดาล

อุทยานแห่งชาติเอราวัณ เดิมมีชื่อว่า อุทยานแห่งชาติเขาสลอบ ประกาศเป็นเขตอุทยานฯ เมื่อวันที่19 มิถุนายน 2518 มีเนื้อที่ 343,735 ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นอุทยานแห่งชาติเอราวัณ เนื่องจากชั้นสูงสุดของน้ำตกเป็นธรรมชาติที่มีลักษณะคล้ายหัวช้างเอราวัณ มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ น้ำตกเอราวัณ เป็นน้ำตกที่ใหญ่และสวยงามบนฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ ต้นน้ำเกิดจากลำห้วยม่องไล่ไหลผ่านลงจากยอดเขาและผาสูง 2,100 เมตร น้ำตกเอราวัณมีความยาว 1,500 เมตร แบ่งเป็น 7 ชั้น แต่ละชั้นมีลักษณะเป็นอ่างสามารถเล่นน้ำได้ และยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเอราวัณ ระยะทาง 1,060 เมตร ใช้เวลาประมาณ30 นาที ผ่านป่าดิบเขา จุดชมวิวและป่าผลัดใบที่สวยงาม ท่านจะได้รับความเพลิดเพลินในการชื่นชมธรรมชาติ และได้ความรู้จากป้ายสื่อความหมาย ในบริเวณอุทยานฯ มีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยว สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรุงเทพฯ โทร. 0 2562 0760 วันจันทร์ - ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30 - 18.00น. วันเสาร์ตั้งแต่เวลา 09.00 - 15.30น. หรือเว็บไซต์ www.dnp.go.th หรือที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ หมู่ 4 ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ กาญจนบุรี โทร. 0 3457 4222
หมายเหตุ : อุทยานแห่งชาติเอราวัณได้รับรางวัลยอดเยี่ยมประเภทแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ภาคกลาง จากการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ครั้งที่ 6 ประจำปี 2549 มีการบริการเทียบเท่าระดับสากล ไม่ว่าจะเป็น รถกอล์ฟสำหรับผู้สูงอายุและคนพิการที่ประสงค์จะเข้าชมน้ำตก ซึ่งอยู่ห่างจากที่จอดรถถึงน้ำตกชั้นแรกประมาณ 700 เมตร

น้ำตกไทรโยคใหญ่ เรียกอีกชื่อว่า น้ำตกเขาโจน ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติไทรโยค เนื่องจากเป็นน้ำตกที่ไหลตกลงจากหน้าผาลงสู่แม่น้ำแควน้อยราวกับกระโจนลงมา น้ำตกไทรโยคใหญ่จะมีน้ำตลอดปี และน้ำจะแรงมากในฤดูฝน และในอดีตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5 ) เคยเสด็จประพาส ณ น้ำตกแห่งนี้ ภายในอุทยานฯ มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติหลายเส้นทางและมีจุดชมวิวสะพานแขวนไทรโยค ที่จะเห็นน้ำตกไทรโยคได้ชัดเจน อัตราค่าเข้าชมอุทยานฯ ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท บริเวณอุทยานฯ มีบริการร้านอาหาร แพพัก แพล่อง เรือเช่า บ้านพัก ค่ายพักแรมและสถานที่กางเต็นท์ สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเขตบางเขน โทร. 0 2562 0760 วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 18.00น. วันเสาร์เวลา 09.00 - 15.30น. หรือ www.dnp.go.th ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค คนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท
เขื่อนวชิราลงกรณ์ เดิมชื่อเขื่อนเขาแหลม ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าขนุน ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี 153กิโลเมตร สามารถเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 323 เหนืออำเภอทองผาภูมิ ไปประมาณ 6 กิโลเมตร เขื่อนวชิราลงกรณ์ เป็นเขื่อนหินถมดาดหน้าด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 92 เมตร สันเขื่อนกว้าง 10 เมตร ยาว 1,019 เมตร กั้นลำน้ำ แควน้อย เป็นเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำอเนกประสงค์
มีความสวยงามตามธรรมชาติ บริเวณเหนือเขื่อนมีทิวทัศน์สวยงาม นักท่องเที่ยวสามารถเช่าล่องเรือแพเที่ยวในทะเลสาบเหนือเขื่อนได้ มีแพพัก แพล่อง มากมายอยู่บริเวณเลยทางเข้าเขื่อนไป 3 กิโลเมตร สำหรับการล่องเรือชมทิวทัศน์ สภาพธรรมชาติของอ่างเก็บน้ำ และสามารถชมสวนมะพร้าวกะทิบนเกาะกลางน้ำ ซึ่งต้องนั่งเรือจากเขื่อนไป 1 ชั่วโมง ต้องติดต่อล่วงหน้ากับอำเภอทองผาภูมิ มีบริการบ้านพักและเรือ(ต้องเช่าเป็นหมู่คณะ) นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โทร. 0 3459 9077 ต่อ 2502 หรือ กรุงเทพฯ โทร. 0 2436 6046 ด่านเจดีย์สามองค์ เขตสิ้นสุดชายแดนไทยด้านทิศตะวันตก
ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองลู ไปตามทางหลวงหมายเลข 323โดยก่อนถึงตัวอำเภอสังขละบุรี 4 กิโลเมตร จะมีทางแยกด้านขวาไปด่านเจดีย์สามองค์ เป็นระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร เส้นทางลาดยางตลอดสาย พระเจดีย์สามองค์นี้เดิมเรียกว่า หินสามกอง เป็นที่สักการะของคนไทยโดยทั่วไปก่อนเดินทางออกจากเขตแดนไทยเข้าสู่เขตแดนพม่า ต่อมาในปีพ.ศ. 2472 พระศรีสุวรรณคีรี เจ้าเมืองสังขละบุรี ได้เป็นผู้นำชาวบ้านก่อสร้างเจดีย์ขนาดเล็กสามองค์ดังที่เห็นในปัจจุบัน นอกจากนี้ด่านเจดีย์สามองค์ยังเป็นช่องทางเดินทัพที่สำคัญของไทย และพม่าในอดีต บริเวณด่านเจดีย์สามองค์ มีร้านขายสินค้าจากประเทศพม่า นักท่องเที่ยวสามารถข้ามชายแดนเข้าไปชมตลาดพญาตองซูในเขตประเทศพม่า ชมตลาดชายแดนซึ่งมีสินค้าของพม่าจำหน่าย โดยเสียค่าผ่านด่าน ชาวไทย 25 บาท ชาวต่างชาติ 10 เหรียญสหรัฐ (สามารถนำรถเข้าไปได้ราคาคันละ 50 บาท) ระหว่างเวลา 08.00 - 18.00 น.

สวนสัตว์เปิดซาฟารีปาร์ค ห่างจากตัวเมืองประมาณ 40 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 3086(กาญจนบุรี - บ่อพลอย) จนถึงกิโลเมตรที่ 21 จะเห็นป้ายสวนสัตว์เปิดทางซ้ายมือ นับเป็นสวนสัตว์เปิดแห่งแรกของกาญจนบุรี ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับสัตว์นานาชนิด เช่น กวาง หมี เสือ สิงโต ม้าลาย ยีราฟ อูฐ ฯลฯ อย่างใกล้ชิด นักท่องเที่ยวสามารถขับรถเข้าไปเที่ยวชมได้ด้วยตนเอง สำหรับผู้ที่ไม่ได้นำรถส่วนตัวมา ทางสวนสัตว์ได้จัดรถไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 - 17.00 น. ค่าเข้าคนไทย ผู้ใหญ่ 150 บาท เด็ก 70 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 150 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3453 1888, 0 3453 1999, 0 3450 0089 โทรสาร 0 3450 0088
ที่พักแนะนำ
หม่อมไฉไล (Momchailai Forest Retreat) เป็นสถานที่พักผ่อนที่สวยงามมากทีเดียว รีสอร์ทตั้งอยู่ท่ามกลางอากาศเย็นชื้น ทำให้เราได้สูดอากาศบริสุทธิ์ของต้นไม้ในป่าได้อย่างชื่นใจ และเพลิดเพลินไปกับเสียงน้ำในแม่น้ำบริเวณใกล้เคียงที่ไหลผ่านส่วนของห้องพัก การตกแต่งทุกอย่างภายในรีสอร์ทเน้นความเป็นธรรมชาติมาก โดยเฉพาะห้องน้ำที่เป็นหน้าต่างแบบเปิดโล่งมีเพียงไม้กั้นเท่านั้น เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นภายในห้องพักจะทำจากไม้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอน โซฟา โต๊ะ แม้แต่ในห้องน้ำยังมีการประดับด้วยต้นไม้ และผลิตภัณฑ์จากไม้ทั้งหมด ตั้งอยู่ที่ 291 หมู่4 ตำบล ท่าสาว อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ผึ้งหวาน รีสอร์ท แควใหญ่ เพียง 5 กิโลเมตร จากตัวเมืองกาญจนบุรี ท่านจะได้พบบ้านพักที่พรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งความสะดวกสบาย ริมแม่น้ำแควใหญ่ ที่พร้อมแต่งแต้มเติมความสุขในวันพักผ่อนให้กับท่านได้ ท่ามกลางธรรมชาติอันเขียวชอุ่มและเย็นฉ่ำ ตั้งอยู่ที่ 72/1 หมู่ 2 ต.ท่ามะขาม อำเภอเมือง กาญจนบุรี
ภูไอยรารีสอร์ท ทองผาภูมิ เป็นรีสอร์ตธรรมชาติที่เหมาะสำหรับผู้ที่หลงใหลในความงดงามของธรรมชาติ ป่าเขาและสายน้ำ ความเงียบสงบกับอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี ทำให้ภูไอยรารีสอร์ททองผาภูมิได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอยู่อย่างไม่ขาดสาย ทั้งบ้านพักที่มีให้เลือก 2 บรรยากาศ บ้านไม้ไผ่ริมน้ำเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก แอร์ ทีวี เครื่องทำน้ำอุ่น หรือบ้านเชิงเขาที่ก่อสร้างด้วยปลีกไม้ผสมไม้ไผ่ตามสไตล์ชาวมอญ ที่มีระเบียงไว้ชมทิวทัศน์มุมสูงของป่าทองผาภูมิ และยังมีอินเตอร์เน็ทแบบไร้สายบริการฟรีสำหรับแขกทุกท่าน ส่วนในเรื่องกิจกรรมนั้นเรามีทั้งการขี่เอทีวีในเส้นทางธรรมชาติที่ไม่เหมือนใคร การนั่งห้างดูช้างป่า บนห้างดูช้างที่สะดวกสบาย การล่องแก่งด้วยเรือคายัก และท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกับพี่น้องชาวกระหรี่ยง ชมการแสดงพื้นบ้าน ทานอาหารท้องถิ่น ขับออฟโรดตะลุยป่าทุ่งใหญ่นเรศวรแค้มป์ปิ้งที่ลำน้ำโจน ตั้งอยู่ที่ ต.ห้วยเขย่ง อำเภอทองผาภูมิ กาญจนบุรี
บ้านทองโย๊ะ ตกแต่งอย่างเรียบง่ายด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้จากท้องถิ่น มีลมเย็นโชยเบาๆจากริมแม่น้ำด้านข้างร้านเข้ามาเป็นระยะๆ ข้อดีของบ้านทองโย๊ะนั้นนอกจากบรรยากาศสบายๆ ใกล้ๆ กับธรรมชาติแล้ว ราคาค่า อาหารของที่นี่ยังย่อมเยาสบายกระเป๋าแถมอร่อยสุดๆ อีกด้วย เมนูแนะนำคือสะเก็ดดาว หรือกระเทียมโทนชุบแป้งคลุกเกล็ดขนมปังทอดนั่นเอง กระเทียมโทนเม็ดใหญ่ๆ เนื้อหวานหอม กรุบกรอบด้วยแป้งชุบทอดภายนอก จิ้มน้ำจิ้มบ๊วยหวาน, ฮังเลพม่า, หน่อไม้ยัดไส้ ส่วนของหวานได้แก่ขนมทองโย๊ะ เป็นชื่อของขนมกะเหรี่ยงชนิดหนึ่งซึ่งเจ้าของร้านนำมาตั้งเป็นชื่อร้าน ทำจากข้าวเหนียวผสมกับงาที่นิ่ม แล้วนำไปตำจนแหลก ปั้นเป็นแผ่นแล้วหั่นเป็นท่อนๆ พอดีคำ จากนั้นจึงนำไปทอด จิ้มกินกับนมข้นหวานหรือน้ำผึ้ง การเดินทางจากถนนเส้นกาญจนบุรี - ทองผาภูมิ เลยแยกทางเข้าเขื่อนวชิราลงกรณ์ จนถึงสี่แยกเลี้ยวซ้ายเข้าตัว อ.ทองผาภูมิ ขับเข้าไปประมาณ 100 เมตร เห็นธนาคารนครหลวงให้เลี้ยวขวา จะถึงสวนอาหารบ้านทองโย๊ะ เปิดตั้งแต่ประมาณ 08.00 - 22.00 น. โทร. 034-599001
บ้านลุงชวนสวนป้าติ๋ว อยู่ที่ถนนแสงชูโต ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมือง ร้านตกแต่งสไตล์ธรรมชาติด้วยไม้ยืนต้น ไม้ประดับมากมาย รวมถึงน้ำตกประดิษฐ์ที่คอยบรรเลงบทเพลงธรรมชาติคลอระหว่างรับประทานอาหาร ให้ความรู้สึกผ่อนคลายทั้งเจริญอาหารขึ้นกว่าปกติ อาหารที่แนะนำ ยำสะเปะสะปะ ปลากดลวก ปลาทับทิมนึ่งมะนาว เป็นต้น
ร้านไทยเสรี ร้านอาหารที่คนในพื้นที่แนะนำ มีชื่อว่า "ร้านไทยเสรี" ตามด้วยคำบรรยายต่อท้ายว่าร้านนี้บรรยากาศธรรมดา แต่อาหารเขาอร่อยมาก ถ้ามาจากกรุงเทพฯ ก่อนถึงแยกศาลหลักเมือง สังเกต ขวามือร้านจะอยู่ติดกับปั๊มน้ำมันเชลล์ ให้สังเกตป้าย "โรงแรมไทยเสรี" เป็นอาคารพาณิชย์ธรรมดา ก่อนหน้านี้หลายปีมีเพียงใต้ถุนโล่งๆ เหมือนโรงแรมต่างจังหวัดสมัยก่อน แต่มาตอนนี้ติดกระจกใสสวยงามสะอาดตา
เมนูที่ขึ้นชื่อคือ ไก่ต้มน้ำปลา เป็นเมนูที่คิดกันขึ้นมานานหลายปีแล้ว แกงป่าลูกชิ้นปลากราย ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน ปลาเค้าทอดราดน้ำปลา น้ำพริกกุ้งสด เห็ดโคนยำ ร้านจะเปิดตั้งแต่ 09.00 - 21.00 น. ทุกวันไม่มีวันหยุด หรือโทร.ไปจองโต๊ะได้ที่ 0 3451 1346, 0 3451 1128
อำเภอบ่อพลอย เคยเป็นแหล่งขุดพลอยและมีเหมืองพลอยมากมายหลายแห่ง ปัจจุบันยังมีร้านค้าพลอยและอัญมณีในอำเภอ บ่อพลอยหลายร้าน ซึ่งจำหน่ายเครื่องประดับที่สวยงามต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกชมและซื้อหาเป็นของที่ระลึก
อาหารพื้นเมือง หากมาเที่ยวเมืองกาญจน์ ต้องไม่พลาดในการสั่งอาหารประเภทปลามารับประทานซึ่งเป็นปลาน้ำจืดหลายชนิดที่จับได้จากในเขื่อน และที่เลี้ยงในกระชัง นำมาทำอาหารหลายชนิดทั้งปลาลวก ต้มยำ ผัดเผ็ดต่างๆ ส่วนผลิตภัณฑ์อาหารที่ขึ้นชื่อคือ วุ้นเส้นท่าเรือ มีโรงงานผลิตที่บริเวณถนนแสงชูโต และยังจำหน่ายของกินของฝากของเมืองกาญจน์หลากหลายชนิด อาทิ วุ้นมะพร้าว ทองม้วนอ่อน ฯลฯ
ร้านแก้ว (794/12-13 หมู่ที่ 2 ถ.แสงชูโต สายใหม่ กม.112 ต.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี โทร.034 612178) เพียบพร้อมสินค้าของฝากที่มีชื่อเสียง และได้รับความนิยมจากลูกค้าเป็นอย่างมาก อาทิ มะขามกวนแก้ว ทองม้วนกรอบ น้ำพริก น้ำมะขามสดฯลฯ เพราะนอกจากจะมีรสชาติที่อร่อยแล้ว ยังได้รับเครื่องหมายเปิบพิศดารแม่ช้อยนางรำ รับรองคุณภาพอีกด้วย
|