นครแสนโรแมนติกท่ามกลางสุนทรียภาพแห่งเสียงดนตรี
|
 |
“ ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก ” บทพระราชนิพนธ์นี้
คงจะใช้กับชาวออสเตรียและชาวเวียนนาไม่ได้เพราะเวียนนาไม่เคยปราศจากเสียงดนตรี เวียนนาจึงไม่เคยหลับจากการไร้ซึ่งผู้มาเยือน
|
|
เวียนนา (Vienna ในภาษาอังกฤษ หรือ Wien ในภาษาเยอรมัน) เป็นเมืองหลวงประเทศออสเตรีย เป็น
|
เมืองใหญ่ที่สุด มีประชากรราว 1.6 ล้านคน มีแม่น้ำสายสำคัญของยุโรปคือแม่น้ำดานูบไหลผ่าน เวียนนาจึงเป็นศูนย์กลางทั้งทางเศรษฐกิจและการปกครองของประเทศ ประกอบกับที่ตั้งที่อยู่ใจกลางของทวีปยุโรปพอดี นครแห่งนี้จึงมีความสำคัญในระดับนานาชาติโดยเป็นสถานที่ตั้งของหน่วยงานขององค์การสหประชาชาติหลายแห่ง เช่น United Nations Industrial Development Organization (UNIDO), Organization of
Petroleum Exporting Countries (OPEC) และยังเป็นที่ตั้งของสำนักงานสหประชาชาติแห่งที่สามของโลก
อีกด้วย ส่วนเรื่องการท่องเที่ยวนั้นเวียนนาก็ไม่เป็นสองรองใคร เวียนนาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญเมืองหนึ่งของยุโรป เพราะความโรแมนติกของดนตรีคลาสสิกและความเงียบสงบของเมือง ที่เป็นเสน่ห์ดึงดูดใจ
นักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ต้องเดินทางมาเยี่ยมชมเวียนนาสักครั้งในชีวิต |
|
พระราชวังเชินบรุนน์ (SchloßSchönbrunn) พระราชวังฤดูร้อนอันยิ่งใหญ่แห่งราชวงศ์ออสเตรีย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของเวียนนา ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองชื่อ Schönbrunn เกิดจากพระจักรพรรดิทอดพระเนตรเห็นบ่อน้ำบาดาลที่พุดขึ้นมาบริเวณนั้นเข้าในครั้งแรกที่เสด็จมาที่นี่ จึงทรงตั้งชื่อพระราชวังว่า “เชินบรุนน์” ซึ่งแปลว่าน้ำพุอันสวยงาม
|
 |
|
ในอดีตพระราชวังเชินบรุนน์เป็นที่ประทับของจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฮับส์บวร์ก ตั้งแต่คริสตศตวรรษที่ 18 ถึง พ.ศ.2461 พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นโดยพระประสงค์ของพระนางมาเรียเทเรซ่า จักรพรรดินีแห่งจักรวรรดิโรมัน ที่ตั้งพระทัยว่าจะสร้างพระราชวังแห่งนี้ ให้มีความงดงามไม่แพ้พระราชวังแวร์ซายส์แห่งกรุงปารีส โดยมี Johann Bernhard Fischer von Erlach และ Nicolaus Pacassi เป็นผู้ออกแบบ และเริ่มก่อสร้างในปลายศตวรรษที่ 17 ภายในพระราชวังถูกออกแบบตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา มีห้องสำคัญๆ กว่า 20 ห้อง อาทิ ห้องทรงพระอักษรของจักรพรรดิ ห้องบรรทม ห้องฉลองพระองค์ ห้องรับรอง ห้องพระราชพิธี ห้องแกลเลอรี่ ห้องมิลเลี่ยน ไชนีสรูม และห้องนโปเลียนซึ่งเป็นที่ประทับของจักพรรดินโปเลียน ห้องต่างๆ นั้นใช้เป็นสถานที่เก็บรวบรวมผลงานทางศิลปะการตกแต่งชั้นเยี่ยมจำนวนมาก เช่น ภาพวาดขนาดใหญ่ติดผนังแสดงเหตุการณ์ในสมัยนั้นๆ
|
|
พระราชวังเชินบรุนน์นี้เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 แห่งฝรั่งเศสกับพระราชโอรสของพระองค์ นอกจากนี้พระนางมารี อองตัวเนต พระราชินีแห่งฝรั่งเศส ก็เคยทรงใช้พระชนม์ชีพในช่วงที่ยังทรงพระเยาว์ที่พระราชวังแห่งนี้อีกด้วย บริเวณรอบๆ อาคารพระราชวังเป็นอุทยานสวนดอกไม้นานาพันธุ์ที่จัดแต่งไว้อย่างร่มรื่นงดงาม บริเวณอุทยานนี้เคยเป็นที่ตั้งของสวนสัตว์แห่งแรกของโลก เมื่อพ.ศ. 2295 ปัจจุบันองค์การยูเนสโกได้ประกาศให้เป็นมรดกโลกเรียบร้อยแล้ว ภายในอุทยานซึ่งอยู่ด้านหลังของพระราชวังมีประตูสีเหลืองอ่อนขนาดมหึมาเรียกว่า Gloriette ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาเหมือนกับที่พระราชวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศส
|
|
พระราชวังเชินบรุนน์เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ทุกวันตั้งแต่ 08.30 - 18.00 น. ในช่วงฤดูร้อน (ส่วนช่วงฤดูอื่นจะปิดเร็วขึ้นประมาณ 1 - 1.30 ชั่วโมง) ค่าเข้าชมและทัวร์มีหลายประเภท อาทิ Imperial Tour ผู้ใหญ่ 9.50 ยูโร เด็ก 6.50 ยูโร Grand Tour ผู้ใหญ่ 12.90 ยูโร เด็ก 8.90 ยูโร (www.schoenbrunn.at/en)
|
|
จัตุรัสสเตฟาน (Stephansplatz) ถือเป็นจุดศูนย์กลางของกรุงเวียนนา เป็นที่ตั้งของมหาวิหาร
Stephansdom (St. Stephen's Cathedral) อันศักดิ์สิทธิ์ สเตฟานสดอมเป็นหนึ่งในโบสถ์ที่สำคัญที่สุดของออสเตรีย เริ่มก่อสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1137 เพื่ออุทิศแด่นักบุญสเตเฟน โดยแรกเริ่มก่อสร้างในสไตล์โรมาเนสก์ แต่ต่อมาในปีค.ศ. 1258 ได้เกิดไฟไหม้ขึ้น จึงสร้างโบสถ์ใหม่ขึ้นในสไตล์โกธิก แต่ยังคงมีส่วนหลงเหลือของโบสถ์เดิมอยู่บ้าง คือส่วนทางเข้าโบสถ์ด้านตะวันตก และหอคอยขนาบข้าง “ TowersoftheHeathens”
(Heidenturme) โบสถ์แห่งนี้เป็นสถานที่จัดงานศพของบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ของออสเตรีย อาทิ
โมซาร์ต เป็นต้น ภายในโบสถ์มี pulpit หนึ่งซึ่งถูกแกะสลักอย่างอลังการ ตรงส่วน balustrade แกะสลักเป็นรูปนักบุญทั้งสี่ ได้แก่ Augustine, Ambrose, Gregory และ Jerome ดูพิสดารโดดเด่นจาก pulpit อื่นของโบสถ์เสียจริง
|
 |
|
ถนนคาร์นท์เนอร์ (Kärntnerstraße) ถนนการค้าใจกลางเมืองที่เชื่อมระหว่างถนนวงแหวนริงสตราเซ่ (Ringstraße) กับจัตุรัสสเตฟาน ถนนสายนี้เป็นถนนช้อปปิ้งสายสำคัญของเวียนนา มีห้างสรรพสินค้า ร้านค้าต่างๆ ตลอดสองข้างทางของถนน สินค้าก็มีมากมายให้เลือกซื้อ อาทิ เสื้อผ้าแบรนด์ยอดนิยม เครื่องแก้ว
คริสตัลเจียระไน ของที่ระลึกต่างๆ รวมถึงร้านอาหาร ร้านไอศกรีม และร้านกาแฟแบบออริจินอลออสเตรียน
|
 |
|
พระราชวังฮอฟบวร์ก (Hofburg) พระราชวังฤดูหนาวฮอฟบวร์กที่แสนงดงาม ซึ่งมีเอกลักษณ์ที่ยอดโดม
สีเขียวอันสง่างาม แต่เดิมเป็นที่ประทับและที่ว่าราชการของจักรพรรดิ สร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปีค.ศ. 1460 ต่อมาในช่วงปี ค.ศ. 1754 - 1773 ได้ถูกดัดแปลงเพื่อใช้เป็นราชสำนัก ท้องพระโรงประดับด้วยพระสาทิสลักษณ์ของบรรดาเจ้านายในราชสำนักฮอฟบวร์ก ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเครื่องใช้ เครื่องแต่งตัว เครื่องประดับของจักรพรรดิ มีทั้งเสื้อผ้า เพชรพลอยและทองคำล้ำค่า ช่วงเดือนกันยายน - มิถุนายน เปิดตั้งแต่ 09.00 - 17.30 น. ส่วนเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม เปิด 09.00 - 18.00 น. ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์ ผู้ใหญ่ 9.90 ยูโร
เด็ก (6 - 18 ปี) 5.90 ยูโร (www.hofburg-wien.at/en)
|
 |
|
จัตุรัสอัลแบร์ตินา(Albertinaplatz) จัตุรัสแห่งนี้เป็นที่ตั้งของแกเลอรีใหญ่กลางเมือง ที่เก็บสะสมภาพเขียน
กราฟิกผลงานของศิลปินดังไว้มากมายตั้งแต่ยุคเรอเนสซองส์ เช่น ผลงานของดาร์วินชี เรื่อยมาจนถึงยุคร่วมสมัย เช่น ผลงานป๊อปอาร์ตของแอนดี้ วอร์ฮอลล์ ซึ่งว่ากันว่ามีผลงานถูกเก็บรักษาไว้มากที่สุดในโลกมากกว่า 1 ล้านชิ้น แต่เดิมผลงานศิลปะบางชิ้นจะถูกนำออกมาจัดแสดงเพียงบางส่วนและเฉพาะบางช่วงเวลาเท่านั้น เพราะอาจเสียหายได้จากการถูกแสงและอากาศ แต่ขณะนี้ทางอัลแบร์ตินาได้ทำสัญญาเช่าภาพจำนวนหลายร้อยภาพจากตระกูล Batliner และ Forberg อย่างถาวร ทำให้สามารถจัดนิทรรศการศิลปะถาวรที่มีชื่อว่า
"From Monet to Picasso" ให้ชมตลอดปีงานนี้ได้รวบรวมผลงานดังๆ ตั้งแต่สมัยอิมเพรสชั่นนิสม์ฝีมือของ
โคลด โมเนต์ จนถึงยุคศิลปะแนวลูกบาศก์ (cubism) ของปาโบล ปิกัสโซ ศิลปินเอกชาวสเปน
|
 |
|
ศาลาว่าการกรุงเวียนนา (Rathaus หรือ Town Hall) ออกแบบโดย Friedrich von Schmidt และเริ่ม
ก่อสร้างตั้งแต่ปี 1872 ถึงปี 1883 เป็นอาคารศิลปะแบบโกธิก สังเกตได้จากยอดแหลมสูงเด่นที่เรียกว่า Rathausmann ซึ่งเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเวียนนา ด้านหน้าของศาลาว่าการเป็นลานกว้างเรียกว่า Rathauspark บริเวณลานมักถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานกิจกรรม หรือออกร้านขายของต่างๆ อยู่เสมอ
|
|
พระราชวังเบลเวแดร์ (Belvedere) พระราชวังหรูหราสไตล์บาโร้ก ที่ปัจจุบันกลายเป็นหอศิลป์แห่ง
ออสเตรีย ตัววังแบ่งเป็นพระตำหนักล่างและพระตำหนักบน ใช้จัดแสดงนิทรรศการศิลปะของศิลปินชื่อดังมากมาย
|
 |
|
โอเปร่า(Staatsoper) โรงอุปรากรแห่งเวียนนาตั้งอยู่ที่ถนน Ringstraße ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญอื่นๆ ของเวียนนาด้วย เช่น รัฐสภา พระราชวังเบลเวแดร์ และอาคารพิพิธภัณฑ์ต่างๆ โรงโอเปร่าแห่งนี้เป็นสถานที่จัดการแสดงอันยิ่งใหญ่หลายต่อหลายครั้ง อาทิ การแสดงอุปรากรของบีโธเฟ่นเรื่อง “ฟิเดลิโอ” ซึ่งประชาชนทั่วทั้งประเทศได้ร่วมฉลองเหตุการณ์สำคัญครั้งนี้ด้วยกัน และงานเทศกาลดนตรีซาลซ์บวร์กเฟสติวัลที่มี
ชื่อเสียงก้องโลก
|
 |
|
การเข้าชมที่นี่จะมีบริการไกด์ทัวร์ 3 - 7 รอบต่อวัน เริ่ม 09.00 - 16.00 น. ค่าเข้าชมมีหลายรูปแบบ เช่น แบบเข้า Staatsoper เท่านั้น ตั๋วผู้ใหญ่ ราคา 5 ยูโร ผู้สูงอายุ 4 ยูโร นักเรียน และเด็ก 2 ยูโร
(www.staatsoper.at/Content.Node2/en/index.php)
|
| |
|
บ้านดนตรี(House of Music) บ้านดนตรีหลังนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาเรื่องดนตรีอย่างจริงจัง พราะที่นี่จะให้ความรู้เรื่องเสียงตั้งแต่ขั้นพื้นฐานไปจนถึงขั้นสูง ภายในบ้านจัดเป็นห้องพิพิธภัณฑ์ทางดนตรีของเหล่าศิลปินชื่อก้องโลก อาทิ Wolfgang Amadeus Mozart, Ludwigvan Beethoven, Franz Schubert, Johann Strauß ฯลฯ ห้องจำลองเสียงต่างๆ ที่ถูกถ่ายทอดผ่านอุปกรณ์แปลกตา ทั้งในรูปฝักบัวอาบน้ำและเบ้าครึ่งวงกลมของลูกโลก และห้องแสดงการจำลองเสียงทารกเมื่อครั้งยังเป็นตัวอ่อนอยู่ในครรภ์มารดา ว่าเขาจะได้ยินเสียงอะไรบ้าง โดยใช้วิทยาการสมัยใหม่มานำเสนอทั้งภาพและเสียงได้อย่างน่าสนใจ
|
 |
|
สวนสาธารณะชตัดต์ปาร์ก (Stadtpark) สวนสาธารณะประจำเมืองขนาดใหญ่มีพื้นที่ 65,000 ตารางเมตร เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าพักผ่อนหย่อนใจหรือออกกำลังกาย ภายในสวนมีรูปปั้นสีทองอร่ามของ
Johann Strauß (Johann Strauß-Denkmal) คีตกวีเอกท่านหนึ่งของออสเตรียเจ้าของบทเพลงอมตะ
“By the beautiful blue Danube” ใกล้ๆ กันมีอาคารสไตล์อิตาเลียน เรอเนสซองส์ เรียกว่า Kursalon เป็นสปาบำบัดรักษาความบกพร่องต่างๆ ด้วยน้ำแร่ธรรมชาติ นอกจากนี้ทางฝั่งใต้ของ Wienfluß หรือธารน้ำใน
ชตัดต์ปาร์ก มีสนามเด็กเล่น Kinderpark สำหรับให้คุณหนูๆ วิ่งเล่น ปีนป่าย และเล่นกีฬากันอย่างเต็มที่
|
 |
|
สวนสนุกพราเตอร์ (Prater) ตั้งอยู่ที่ฝั่งเมืองใหม่ของเวียนนาที่เรียกว่า Leopoldstadt ซึ่งต้องข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำดานูบ ชื่อ “Prater” นั้นแปลว่าทุ่งหญ้า พราเตอร์เป็นสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรีย ที่นี่มีเครื่องเล่นมากมาย เช่น ม้าหมุน ลูกกลิ้งถาดรองแก้ว โรลเลอร์โคสเตอร์ บ้านผีสิง คาสิโน ฯลฯ รวมถึง
ชิงช้าสวรรค์ (Riesenrad) ขนาดยักษ์สูง 200 ฟุต ชิงช้าสวรรค์เก่าแก่ที่อยู่คู่เวียนนามาตั้งแต่ปีค.ศ. 1879 นี้
ใช้เป็นพาหนะชมวิวทั่วเวียนนาได้วิเศษที่สุด นอกจากนี้ยังมีบริการเปิดให้เช่าสำหรับงานฉลองเล็กๆ หรืองานจัดแถลงข่าวพร้อมอาหารค่ำชั้นเลิศ ในตู้กระเช้าเดอลุกซ์จำนวน 2 ตู้ พราเตอร์เปิดเป็นสถานที่สาธารณะสามารถเข้าได้ฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าผ่านประตู แต่ถ้าต้องการจะเล่นเครื่องเล่นชนิดใดก็ค่อยจ่ายเงิน 1-10 ยูโร แล้วแต่ชนิดของเครื่องเล่นนั้นๆ สวนสนุกนี้เปิดตั้งแต่ 10.00 - 01.00 น. ของทุกวัน (www.prater.at)
|
 |
ที่พักแนะนำ
|
|
โรงแรมซาเคอร์(Hotel Sacher) โรงแรมเก่าแก่ระดับ 5 ดาว ประจำกรุงเวียนนา ซึ่งอนุรักษ์ความหรูหราสไตล์ดั้งเดิมของอาคารได้อย่างสมบูรณ์ ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเวียนนาใกล้กับถนนวงแหวน Ringstraße ถนน Kärntnerstraße และโรงโอเปร่า แขกที่มาพักส่วนใหญ่มักจะเป็นชนชั้นสูงหรือผู้มีฐานะดี เพราะราคาห้องพักค่อนข้างจะแพงมากทีเดียว (www.sacher.com)
|
 |
|
โรงแรมแกรนด์ โฮเทล วีน (The Grand Hotel Wien) โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว ชั้นแนวหน้า ที่ตั้งอยู่
ใจกลางกรุงเวียนนา บนถนน Kärntner Ring เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1870 ก่อนจะปิดปรับปรุงและกลับมาเปิดอีกครั้งในปี ค.ศ. 1994 จนถึงปัจจุบัน ภายในตัวอาคารตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมแบบคลาสสิก ที่ผสมกลิ่นอายและความเป็นเอกลักษณ์ของกรุงเวียนนา โรงแรมเก่าแก่แห่งนี้เป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมและสะท้อนวิถีชีวิตของชาวเวียนนาได้เป็นอย่างดี (www.grandhotelwien.com)
|
 |
|
โรงแรมวิลเฮล์มสฮอฟ (Wilhelmshof Hotel) โรงแรมนี้อยู่ใกล้ Prater ที่ฝั่งเมืองใหม่ของเวียนนา สามารถเดินจาก Stephansplatz ได้ภายใน 15 นาที อาคารหลักของโรงแรมสร้างขึ้นตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 เพื่อเป็นอาคารที่พักอาศัย แต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 อาคารหลังนี้ได้ถูกใช้เป็นโรงแรม และกลับไปเป็นที่พักอาศัยอีกครั้งในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 จนกระทั่ง Johann Holzinger ได้ปรับปรุงให้เป็นโรงแรมอีกครั้งเมื่อปี ค.ศ. 1954 โดยเริ่มต้นจากการเป็นโรงแรมระดับ 2 ดาว ที่มี 70 เตียง และค่อยๆ พัฒนาจนปรับระดับขึ้นเป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว ที่มีจำนวนห้องทั้งสิ้น 105 ห้อง (www.wilhelmshof.at/beschreibung.php)
|
 |
|
Hollmann Beletage Boutique Hotel บูติกโฮเทลเล็กๆที่รองรับแขกได้เพียง 18 ท่าน ตกแต่งอย่างน่ารัก
ด้วยเฟอร์นิเจอร์เก๋ๆ มีห้องสมุดเล็กๆ สำหรับให้แขกนั่งเล่นอ่านหนังสือหรือจะฟังเพลงก็ไม่เป็นปัญหา ทำให้แขกที่มาพักรู้สึกเป็นส่วนตัวเหมือนนอนเล่นอยู่ที่บ้าน แถมยังตั้งอยู่ท่ามกลางตึกเก่าในเขตประวัติศาสตร์
ใจกลางกรุงเวียนนาระหว่าง Stephansplatz และ Schwedenplatz และห่างจากสถานีรถไฟใต้ดินเพียง 2 นาทีเท่านั้น (www.hollmann-beletage.at/)
|
 |
ร้านอาหารแนะนำ
|
|
Steirereck ร้านอาหาร 4 ดาว แห่งเดียวของเวียนนา ตั้งอยู่ในบริเวณที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองคือ Stadtpark ที่ถนน Am Heumarkt สไตเรอเร็คเป็นร้านอาหารที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของเวียนนา เป็นร้านอาหารออสเตรียนแห่งแรกที่ได้ 4“hats” จาก Gault Millau เมื่อหลายปีก่อนและยังคงรักษาไว้จนถึงทุกวันนี้ โดยมีเชฟ Heinz Reitbauer เป็นผู้ดูแลและสร้างสรรค์เมนูอาหารออสเตรียนแบบโมเดิร์น ที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ (http://steirereck.at/wien/restaurant/)
|
| |
|
Meierei ร้านในเครือของ Steirereck ตั้งอยู่ในบริเวณ Stadtpark เช่นกัน บรรยากาศของร้านโปร่งสบายแบบสมัยใหม่ ส่วนอาหารของที่นี่จะมีราคาย่อมเยากว่าแต่มีรสชาติอร่อยไม่ด้อยไปกว่ากัน แถมมีชีสกว่า 120 ชนิดจากทั่วโลกและขนมหวานของเวียนนาที่อบจากเตาร้อนๆ สตรูเดิลที่ทำสดใหม่ทุกชั่วโมง
|
| |
|
Zipfer ร้านนี้อยู่ทางซ้ายมือระหว่างทางเดินจาก Schwedenplatz ไปโบสถ์ Stephansdom ก่อนถึงร้านจะเจอร้านไอติมใหญ่ชื่อ Zanoni & Zanoni เดินผ่านไปแล้วสังเกตป้ายร้านให้ดี แล้วก็เดินลงไปใต้ดินก็จะเจอร้านอาหารที่นี่จานใหญ่และอร่อยแต่ไม่แพงเลย
|
| |
|
Figlmiiller ร้านนี้มีอายุเก่าแก่ถึง 70 ปีแล้ว ปัจจุบันบริหารโดยทายาทรุ่นที่ 5 มีอาหารขื้นชื่อของเวียนนาอย่าง “Vicnna schnitzei” หรือหมูทุบที่ถูกทุบจนเป็นแผ่นบางๆ แล้วชุบแป้งทอดเป็นเมนูเด่นของร้าน
|
| |
|
Le Ciel เป็นห้องอาหารสไตล์เวียนนีส อยู่ที่ชั้น 7 ของโรงแรมแกรนด์ โฮเทล วีน สามารถชมวิวของเวียนนาได้อย่างทั่วถึง ห้องอาหารนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นภัตตาคารที่ดีที่สุดของกรุงเวียนนา
|
 |
|
Sacher Café ห้องอาหารของโรงแรมซาเคอร์เป็นต้นตำรับของ “Sacher Torte” เค้กที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเวียนนา เป็นเค้กช็อกโกแลตไส้แยมแอปริคอต เสิร์ฟพร้อมวิปครีม
|
 |
|
Gelateria Italiana ร้านไอศกรีมที่ตั้งอยู่แถวโบสถ์ Stephansdom มีหน้าตาของไอศกรีมที่แปลกตาและน่าลองชิมมาก รสชาติก็ไม่ธรรมดาเสียด้วย
|
 |
|
Anfahrt Pechts กาแฟของร้านนี้ขึ้นชื่อว่ามีรสชาติเป็นเลิศที่สุดของเวียนนาเลยทีเดียว
|
 |
|
ส่วนของฝากเห็นว่าจะเป็นไส้กรอกเวียนนาซึ่งเรียกว่า “วีเนอร์ชนิตเซิล” มีขายอยู่ทั่วไป ราคาไม่แพงมากนัก ขนมขึ้นชื่อของเวียนนา “แอปเปิลสตรูเดิล” (apple strudel) และ Sacher Torte ของร้าน Sacher Café
|