Wi-Fi Experience@KBank
ค้นหา:
Join:
Home / Travel / แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว / ออสเตรีย / เวียนนา / ข้อมูลทั่วไป
   

เวียนนา -  ข้อมูลทั่วไป

Send To Friend
 
 

นครแสนโรแมนติกท่ามกลางสุนทรียภาพแห่งเสียงดนตรี


“ ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก ” บทพระราชนิพนธ์นี้
คงจะใช้กับชาวออสเตรียและชาวเวียนนาไม่ได้เพราะเวียนนาไม่เคยปราศจากเสียงดนตรี เวียนนาจึงไม่เคยหลับจากการไร้ซึ่งผู้มาเยือน

เวียนนา (Vienna ในภาษาอังกฤษ หรือ Wien ในภาษาเยอรมัน) เป็นเมืองหลวงประเทศออสเตรีย เป็น

เมืองใหญ่ที่สุด มีประชากรราว 1.6 ล้านคน มีแม่น้ำสายสำคัญของยุโรปคือแม่น้ำดานูบไหลผ่าน เวียนนาจึงเป็นศูนย์กลางทั้งทางเศรษฐกิจและการปกครองของประเทศ ประกอบกับที่ตั้งที่อยู่ใจกลางของทวีปยุโรปพอดี นครแห่งนี้จึงมีความสำคัญในระดับนานาชาติโดยเป็นสถานที่ตั้งของหน่วยงานขององค์การสหประชาชาติหลายแห่ง เช่น United Nations Industrial Development Organization (UNIDO), Organization of
Petroleum Exporting Countries (OPEC) และยังเป็นที่ตั้งของสำนักงานสหประชาชาติแห่งที่สามของโลก
อีกด้วย ส่วนเรื่องการท่องเที่ยวนั้นเวียนนาก็ไม่เป็นสองรองใคร เวียนนาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญเมืองหนึ่งของยุโรป เพราะความโรแมนติกของดนตรีคลาสสิกและความเงียบสงบของเมือง ที่เป็นเสน่ห์ดึงดูดใจ
นักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ต้องเดินทางมาเยี่ยมชมเวียนนาสักครั้งในชีวิต


พระราชวังเชินบรุนน์ (SchloßSchönbrunn)
พระราชวังฤดูร้อนอันยิ่งใหญ่แห่งราชวงศ์ออสเตรีย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของเวียนนา ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองชื่อ Schönbrunn เกิดจากพระจักรพรรดิทอดพระเนตรเห็นบ่อน้ำบาดาลที่พุดขึ้นมาบริเวณนั้นเข้าในครั้งแรกที่เสด็จมาที่นี่ จึงทรงตั้งชื่อพระราชวังว่า “เชินบรุนน์” ซึ่งแปลว่าน้ำพุอันสวยงาม

ในอดีตพระราชวังเชินบรุนน์เป็นที่ประทับของจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฮับส์บวร์ก ตั้งแต่คริสตศตวรรษที่ 18 ถึง พ.ศ.2461 พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นโดยพระประสงค์ของพระนางมาเรียเทเรซ่า จักรพรรดินีแห่งจักรวรรดิโรมัน ที่ตั้งพระทัยว่าจะสร้างพระราชวังแห่งนี้ ให้มีความงดงามไม่แพ้พระราชวังแวร์ซายส์แห่งกรุงปารีส โดยมี Johann Bernhard Fischer von Erlach และ Nicolaus Pacassi เป็นผู้ออกแบบ และเริ่มก่อสร้างในปลายศตวรรษที่ 17 ภายในพระราชวังถูกออกแบบตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา มีห้องสำคัญๆ กว่า 20 ห้อง อาทิ ห้องทรงพระอักษรของจักรพรรดิ ห้องบรรทม ห้องฉลองพระองค์ ห้องรับรอง ห้องพระราชพิธี ห้องแกลเลอรี่ ห้องมิลเลี่ยน ไชนีสรูม และห้องนโปเลียนซึ่งเป็นที่ประทับของจักพรรดินโปเลียน ห้องต่างๆ นั้นใช้เป็นสถานที่เก็บรวบรวมผลงานทางศิลปะการตกแต่งชั้นเยี่ยมจำนวนมาก เช่น ภาพวาดขนาดใหญ่ติดผนังแสดงเหตุการณ์ในสมัยนั้นๆ


พระราชวังเชินบรุนน์นี้เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 แห่งฝรั่งเศสกับพระราชโอรสของพระองค์ นอกจากนี้พระนางมารี อองตัวเนต พระราชินีแห่งฝรั่งเศส ก็เคยทรงใช้พระชนม์ชีพในช่วงที่ยังทรงพระเยาว์ที่พระราชวังแห่งนี้อีกด้วย บริเวณรอบๆ อาคารพระราชวังเป็นอุทยานสวนดอกไม้นานาพันธุ์ที่จัดแต่งไว้อย่างร่มรื่นงดงาม บริเวณอุทยานนี้เคยเป็นที่ตั้งของสวนสัตว์แห่งแรกของโลก เมื่อพ.ศ. 2295 ปัจจุบันองค์การยูเนสโกได้ประกาศให้เป็นมรดกโลกเรียบร้อยแล้ว ภายในอุทยานซึ่งอยู่ด้านหลังของพระราชวังมีประตูสีเหลืองอ่อนขนาดมหึมาเรียกว่า Gloriette ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาเหมือนกับที่พระราชวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศส


พระราชวังเชินบรุนน์เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ทุกวันตั้งแต่ 08.30 - 18.00 น. ในช่วงฤดูร้อน (ส่วนช่วงฤดูอื่นจะปิดเร็วขึ้นประมาณ 1 - 1.30 ชั่วโมง) ค่าเข้าชมและทัวร์มีหลายประเภท อาทิ Imperial Tour ผู้ใหญ่ 9.50 ยูโร เด็ก 6.50 ยูโร Grand Tour ผู้ใหญ่ 12.90 ยูโร เด็ก 8.90 ยูโร (www.schoenbrunn.at/en)


จัตุรัสสเตฟาน (Stephansplatz)
ถือเป็นจุดศูนย์กลางของกรุงเวียนนา เป็นที่ตั้งของมหาวิหาร
Stephansdom (St. Stephen's Cathedral) อันศักดิ์สิทธิ์ สเตฟานสดอมเป็นหนึ่งในโบสถ์ที่สำคัญที่สุดของออสเตรีย เริ่มก่อสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1137 เพื่ออุทิศแด่นักบุญสเตเฟน โดยแรกเริ่มก่อสร้างในสไตล์โรมาเนสก์ แต่ต่อมาในปีค.ศ. 1258 ได้เกิดไฟไหม้ขึ้น จึงสร้างโบสถ์ใหม่ขึ้นในสไตล์โกธิก แต่ยังคงมีส่วนหลงเหลือของโบสถ์เดิมอยู่บ้าง คือส่วนทางเข้าโบสถ์ด้านตะวันตก และหอคอยขนาบข้าง “ TowersoftheHeathens”
(Heidenturme) โบสถ์แห่งนี้เป็นสถานที่จัดงานศพของบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ของออสเตรีย อาทิ
โมซาร์ต เป็นต้น ภายในโบสถ์มี pulpit หนึ่งซึ่งถูกแกะสลักอย่างอลังการ ตรงส่วน balustrade แกะสลักเป็นรูปนักบุญทั้งสี่ ได้แก่ Augustine, Ambrose, Gregory และ Jerome ดูพิสดารโดดเด่นจาก pulpit อื่นของโบสถ์เสียจริง

ถนนคาร์นท์เนอร์ (Kärntnerstraße) ถนนการค้าใจกลางเมืองที่เชื่อมระหว่างถนนวงแหวนริงสตราเซ่ (Ringstraße) กับจัตุรัสสเตฟาน ถนนสายนี้เป็นถนนช้อปปิ้งสายสำคัญของเวียนนา มีห้างสรรพสินค้า ร้านค้าต่างๆ ตลอดสองข้างทางของถนน สินค้าก็มีมากมายให้เลือกซื้อ อาทิ เสื้อผ้าแบรนด์ยอดนิยม เครื่องแก้ว
คริสตัลเจียระไน ของที่ระลึกต่างๆ รวมถึงร้านอาหาร ร้านไอศกรีม และร้านกาแฟแบบออริจินอลออสเตรียน

พระราชวังฮอฟบวร์ก (Hofburg) พระราชวังฤดูหนาวฮอฟบวร์กที่แสนงดงาม ซึ่งมีเอกลักษณ์ที่ยอดโดม
สีเขียวอันสง่างาม แต่เดิมเป็นที่ประทับและที่ว่าราชการของจักรพรรดิ สร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปีค.ศ. 1460 ต่อมาในช่วงปี ค.ศ. 1754 - 1773 ได้ถูกดัดแปลงเพื่อใช้เป็นราชสำนัก ท้องพระโรงประดับด้วยพระสาทิสลักษณ์ของบรรดาเจ้านายในราชสำนักฮอฟบวร์ก ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเครื่องใช้ เครื่องแต่งตัว เครื่องประดับของจักรพรรดิ มีทั้งเสื้อผ้า เพชรพลอยและทองคำล้ำค่า ช่วงเดือนกันยายน - มิถุนายน เปิดตั้งแต่ 09.00 - 17.30 น. ส่วนเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม เปิด 09.00 - 18.00 น. ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์ ผู้ใหญ่ 9.90 ยูโร
เด็ก (6 - 18 ปี) 5.90 ยูโร (www.hofburg-wien.at/en)

จัตุรัสอัลแบร์ตินา(Albertinaplatz) จัตุรัสแห่งนี้เป็นที่ตั้งของแกเลอรีใหญ่กลางเมือง ที่เก็บสะสมภาพเขียน
กราฟิกผลงานของศิลปินดังไว้มากมายตั้งแต่ยุคเรอเนสซองส์ เช่น ผลงานของดาร์วินชี เรื่อยมาจนถึงยุคร่วมสมัย เช่น ผลงานป๊อปอาร์ตของแอนดี้ วอร์ฮอลล์ ซึ่งว่ากันว่ามีผลงานถูกเก็บรักษาไว้มากที่สุดในโลกมากกว่า 1 ล้านชิ้น แต่เดิมผลงานศิลปะบางชิ้นจะถูกนำออกมาจัดแสดงเพียงบางส่วนและเฉพาะบางช่วงเวลาเท่านั้น เพราะอาจเสียหายได้จากการถูกแสงและอากาศ แต่ขณะนี้ทางอัลแบร์ตินาได้ทำสัญญาเช่าภาพจำนวนหลายร้อยภาพจากตระกูล Batliner และ Forberg อย่างถาวร ทำให้สามารถจัดนิทรรศการศิลปะถาวรที่มีชื่อว่า
"From Monet to Picasso" ให้ชมตลอดปีงานนี้ได้รวบรวมผลงานดังๆ ตั้งแต่สมัยอิมเพรสชั่นนิสม์ฝีมือของ
โคลด โมเนต์ จนถึงยุคศิลปะแนวลูกบาศก์ (cubism) ของปาโบล ปิกัสโซ ศิลปินเอกชาวสเปน

ศาลาว่าการกรุงเวียนนา (Rathaus หรือ Town Hall) ออกแบบโดย Friedrich von Schmidt และเริ่ม
ก่อสร้างตั้งแต่ปี 1872 ถึงปี 1883 เป็นอาคารศิลปะแบบโกธิก สังเกตได้จากยอดแหลมสูงเด่นที่เรียกว่า Rathausmann ซึ่งเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเวียนนา ด้านหน้าของศาลาว่าการเป็นลานกว้างเรียกว่า Rathauspark บริเวณลานมักถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานกิจกรรม หรือออกร้านขายของต่างๆ อยู่เสมอ


พระราชวังเบลเวแดร์ (Belvedere)
พระราชวังหรูหราสไตล์บาโร้ก ที่ปัจจุบันกลายเป็นหอศิลป์แห่ง
ออสเตรีย ตัววังแบ่งเป็นพระตำหนักล่างและพระตำหนักบน ใช้จัดแสดงนิทรรศการศิลปะของศิลปินชื่อดังมากมาย

โอเปร่า(Staatsoper) โรงอุปรากรแห่งเวียนนาตั้งอยู่ที่ถนน Ringstraße ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญอื่นๆ ของเวียนนาด้วย เช่น รัฐสภา พระราชวังเบลเวแดร์ และอาคารพิพิธภัณฑ์ต่างๆ โรงโอเปร่าแห่งนี้เป็นสถานที่จัดการแสดงอันยิ่งใหญ่หลายต่อหลายครั้ง อาทิ การแสดงอุปรากรของบีโธเฟ่นเรื่อง “ฟิเดลิโอ” ซึ่งประชาชนทั่วทั้งประเทศได้ร่วมฉลองเหตุการณ์สำคัญครั้งนี้ด้วยกัน และงานเทศกาลดนตรีซาลซ์บวร์กเฟสติวัลที่มี
ชื่อเสียงก้องโลก

การเข้าชมที่นี่จะมีบริการไกด์ทัวร์ 3 - 7 รอบต่อวัน เริ่ม 09.00 - 16.00 น. ค่าเข้าชมมีหลายรูปแบบ เช่น แบบเข้า Staatsoper เท่านั้น ตั๋วผู้ใหญ่ ราคา 5 ยูโร ผู้สูงอายุ 4 ยูโร นักเรียน และเด็ก 2 ยูโร
(www.staatsoper.at/Content.Node2/en/index.php)

 

บ้านดนตรี(House of Music) บ้านดนตรีหลังนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาเรื่องดนตรีอย่างจริงจัง พราะที่นี่จะให้ความรู้เรื่องเสียงตั้งแต่ขั้นพื้นฐานไปจนถึงขั้นสูง ภายในบ้านจัดเป็นห้องพิพิธภัณฑ์ทางดนตรีของเหล่าศิลปินชื่อก้องโลก อาทิ Wolfgang Amadeus Mozart, Ludwigvan Beethoven, Franz Schubert, Johann Strauß ฯลฯ ห้องจำลองเสียงต่างๆ ที่ถูกถ่ายทอดผ่านอุปกรณ์แปลกตา ทั้งในรูปฝักบัวอาบน้ำและเบ้าครึ่งวงกลมของลูกโลก และห้องแสดงการจำลองเสียงทารกเมื่อครั้งยังเป็นตัวอ่อนอยู่ในครรภ์มารดา ว่าเขาจะได้ยินเสียงอะไรบ้าง โดยใช้วิทยาการสมัยใหม่มานำเสนอทั้งภาพและเสียงได้อย่างน่าสนใจ

สวนสาธารณะชตัดต์ปาร์ก (Stadtpark) สวนสาธารณะประจำเมืองขนาดใหญ่มีพื้นที่ 65,000 ตารางเมตร เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าพักผ่อนหย่อนใจหรือออกกำลังกาย ภายในสวนมีรูปปั้นสีทองอร่ามของ
Johann Strauß (Johann Strauß-Denkmal) คีตกวีเอกท่านหนึ่งของออสเตรียเจ้าของบทเพลงอมตะ
“By the beautiful blue Danube” ใกล้ๆ กันมีอาคารสไตล์อิตาเลียน เรอเนสซองส์ เรียกว่า Kursalon เป็นสปาบำบัดรักษาความบกพร่องต่างๆ ด้วยน้ำแร่ธรรมชาติ นอกจากนี้ทางฝั่งใต้ของ Wienfluß หรือธารน้ำใน
ชตัดต์ปาร์ก มีสนามเด็กเล่น Kinderpark สำหรับให้คุณหนูๆ วิ่งเล่น ปีนป่าย และเล่นกีฬากันอย่างเต็มที่

สวนสนุกพราเตอร์ (Prater) ตั้งอยู่ที่ฝั่งเมืองใหม่ของเวียนนาที่เรียกว่า Leopoldstadt ซึ่งต้องข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำดานูบ ชื่อ “Prater” นั้นแปลว่าทุ่งหญ้า พราเตอร์เป็นสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรีย ที่นี่มีเครื่องเล่นมากมาย เช่น ม้าหมุน ลูกกลิ้งถาดรองแก้ว โรลเลอร์โคสเตอร์ บ้านผีสิง คาสิโน ฯลฯ รวมถึง
ชิงช้าสวรรค์ (Riesenrad) ขนาดยักษ์สูง 200 ฟุต ชิงช้าสวรรค์เก่าแก่ที่อยู่คู่เวียนนามาตั้งแต่ปีค.ศ. 1879 นี้
ใช้เป็นพาหนะชมวิวทั่วเวียนนาได้วิเศษที่สุด นอกจากนี้ยังมีบริการเปิดให้เช่าสำหรับงานฉลองเล็กๆ หรืองานจัดแถลงข่าวพร้อมอาหารค่ำชั้นเลิศ ในตู้กระเช้าเดอลุกซ์จำนวน 2 ตู้ พราเตอร์เปิดเป็นสถานที่สาธารณะสามารถเข้าได้ฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าผ่านประตู แต่ถ้าต้องการจะเล่นเครื่องเล่นชนิดใดก็ค่อยจ่ายเงิน 1-10 ยูโร แล้วแต่ชนิดของเครื่องเล่นนั้นๆ สวนสนุกนี้เปิดตั้งแต่ 10.00 - 01.00 น. ของทุกวัน (www.prater.at)

ที่พักแนะนำ

โรงแรมซาเคอร์(Hotel Sacher) โรงแรมเก่าแก่ระดับ 5 ดาว ประจำกรุงเวียนนา ซึ่งอนุรักษ์ความหรูหราสไตล์ดั้งเดิมของอาคารได้อย่างสมบูรณ์ ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเวียนนาใกล้กับถนนวงแหวน Ringstraße ถนน Kärntnerstraße และโรงโอเปร่า แขกที่มาพักส่วนใหญ่มักจะเป็นชนชั้นสูงหรือผู้มีฐานะดี เพราะราคาห้องพักค่อนข้างจะแพงมากทีเดียว (www.sacher.com)

โรงแรมแกรนด์ โฮเทล วีน (The Grand Hotel Wien) โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว ชั้นแนวหน้า ที่ตั้งอยู่
ใจกลางกรุงเวียนนา บนถนน Kärntner Ring เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1870 ก่อนจะปิดปรับปรุงและกลับมาเปิดอีกครั้งในปี ค.ศ. 1994 จนถึงปัจจุบัน ภายในตัวอาคารตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมแบบคลาสสิก ที่ผสมกลิ่นอายและความเป็นเอกลักษณ์ของกรุงเวียนนา โรงแรมเก่าแก่แห่งนี้เป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมและสะท้อนวิถีชีวิตของชาวเวียนนาได้เป็นอย่างดี (www.grandhotelwien.com)

โรงแรมวิลเฮล์มสฮอฟ (Wilhelmshof Hotel) โรงแรมนี้อยู่ใกล้ Prater ที่ฝั่งเมืองใหม่ของเวียนนา สามารถเดินจาก Stephansplatz ได้ภายใน 15 นาที อาคารหลักของโรงแรมสร้างขึ้นตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 เพื่อเป็นอาคารที่พักอาศัย แต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 อาคารหลังนี้ได้ถูกใช้เป็นโรงแรม และกลับไปเป็นที่พักอาศัยอีกครั้งในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 จนกระทั่ง Johann Holzinger ได้ปรับปรุงให้เป็นโรงแรมอีกครั้งเมื่อปี ค.ศ. 1954 โดยเริ่มต้นจากการเป็นโรงแรมระดับ 2 ดาว ที่มี 70 เตียง และค่อยๆ พัฒนาจนปรับระดับขึ้นเป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว ที่มีจำนวนห้องทั้งสิ้น 105 ห้อง (www.wilhelmshof.at/beschreibung.php)

Hollmann Beletage Boutique Hotel บูติกโฮเทลเล็กๆที่รองรับแขกได้เพียง 18 ท่าน ตกแต่งอย่างน่ารัก
ด้วยเฟอร์นิเจอร์เก๋ๆ มีห้องสมุดเล็กๆ สำหรับให้แขกนั่งเล่นอ่านหนังสือหรือจะฟังเพลงก็ไม่เป็นปัญหา ทำให้แขกที่มาพักรู้สึกเป็นส่วนตัวเหมือนนอนเล่นอยู่ที่บ้าน แถมยังตั้งอยู่ท่ามกลางตึกเก่าในเขตประวัติศาสตร์
ใจกลางกรุงเวียนนาระหว่าง Stephansplatz และ Schwedenplatz และห่างจากสถานีรถไฟใต้ดินเพียง 2 นาทีเท่านั้น (www.hollmann-beletage.at/)

ร้านอาหารแนะนำ

Steirereck ร้านอาหาร 4 ดาว แห่งเดียวของเวียนนา ตั้งอยู่ในบริเวณที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองคือ Stadtpark ที่ถนน Am Heumarkt สไตเรอเร็คเป็นร้านอาหารที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของเวียนนา เป็นร้านอาหารออสเตรียนแห่งแรกที่ได้ 4“hats” จาก Gault Millau เมื่อหลายปีก่อนและยังคงรักษาไว้จนถึงทุกวันนี้ โดยมีเชฟ Heinz Reitbauer เป็นผู้ดูแลและสร้างสรรค์เมนูอาหารออสเตรียนแบบโมเดิร์น ที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ (http://steirereck.at/wien/restaurant/)

 

Meierei ร้านในเครือของ Steirereck ตั้งอยู่ในบริเวณ Stadtpark เช่นกัน บรรยากาศของร้านโปร่งสบายแบบสมัยใหม่ ส่วนอาหารของที่นี่จะมีราคาย่อมเยากว่าแต่มีรสชาติอร่อยไม่ด้อยไปกว่ากัน แถมมีชีสกว่า 120 ชนิดจากทั่วโลกและขนมหวานของเวียนนาที่อบจากเตาร้อนๆ สตรูเดิลที่ทำสดใหม่ทุกชั่วโมง

 

Zipfer ร้านนี้อยู่ทางซ้ายมือระหว่างทางเดินจาก Schwedenplatz ไปโบสถ์ Stephansdom ก่อนถึงร้านจะเจอร้านไอติมใหญ่ชื่อ Zanoni & Zanoni เดินผ่านไปแล้วสังเกตป้ายร้านให้ดี แล้วก็เดินลงไปใต้ดินก็จะเจอร้านอาหารที่นี่จานใหญ่และอร่อยแต่ไม่แพงเลย

 

Figlmiiller ร้านนี้มีอายุเก่าแก่ถึง 70 ปีแล้ว ปัจจุบันบริหารโดยทายาทรุ่นที่ 5 มีอาหารขื้นชื่อของเวียนนาอย่าง “Vicnna schnitzei” หรือหมูทุบที่ถูกทุบจนเป็นแผ่นบางๆ แล้วชุบแป้งทอดเป็นเมนูเด่นของร้าน

 

Le Ciel เป็นห้องอาหารสไตล์เวียนนีส อยู่ที่ชั้น 7 ของโรงแรมแกรนด์ โฮเทล วีน สามารถชมวิวของเวียนนาได้อย่างทั่วถึง ห้องอาหารนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นภัตตาคารที่ดีที่สุดของกรุงเวียนนา

Sacher Café ห้องอาหารของโรงแรมซาเคอร์เป็นต้นตำรับของ “Sacher Torte” เค้กที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเวียนนา เป็นเค้กช็อกโกแลตไส้แยมแอปริคอต เสิร์ฟพร้อมวิปครีม

Gelateria Italiana ร้านไอศกรีมที่ตั้งอยู่แถวโบสถ์ Stephansdom มีหน้าตาของไอศกรีมที่แปลกตาและน่าลองชิมมาก รสชาติก็ไม่ธรรมดาเสียด้วย

Anfahrt Pechts กาแฟของร้านนี้ขึ้นชื่อว่ามีรสชาติเป็นเลิศที่สุดของเวียนนาเลยทีเดียว

ส่วนของฝากเห็นว่าจะเป็นไส้กรอกเวียนนาซึ่งเรียกว่า “วีเนอร์ชนิตเซิล” มีขายอยู่ทั่วไป ราคาไม่แพงมากนัก ขนมขึ้นชื่อของเวียนนา “แอปเปิลสตรูเดิล” (apple strudel) และ Sacher Torte ของร้าน Sacher Café


27 กรกฏาคม 2552 12:36:50

 
 
   
 
  ออสเตรีย
  ข้อมูลทั่วไป
  ข้อมูลน่ารู้ก่อนเดินทาง
  เกร็ดความรู้ที่ควรทราบ
  สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมแนะนำ
  ท่องเที่ยวตามงบประมาณ
  บันทึกการเดินทางประทับใจ
 
 
 
 
 
   
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
   
พฤษภาคม
2555
<  >
 
   
 
     
   
 
เลือกจังหวัดในประเทศไทย