แม่กลอง-อัมพวา เมืองแห่งชีวิตเลียบชายน้ำ
|
แม่กลองเมือง 3 นา 3 น้ำ จังหวัดเล็กๆ ที่ดารดาษไปด้วยแหล่งข้าวปลาอาหารอันอุดมสมบูรณ์ ทั้งนาข้าว นาเกลือ และนากุ้ง สัมผัสกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นอาชีพการทำสวนผักผลไม้ การเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าว การทำขนมไทยในวรรณคดี หรือการเที่ยวชมตลาดน้ำได้อย่างไม่รู้จบ
แม่กลอง-อัมพวาตอบโจทย์การท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและวัฒนธรรม
ในทุกรูปแบบ
|
 |
“แม่กลอง” ชื่อเรียกสั้นๆ ของจังหวัดสมุทรสงคราม ในส่วนตัวอำเภอเมืองแม่กลอง ถือเป็นแหล่งปลาทูที่ดังที่สุดในประเทศไทย ทั้งยังมีดอนหอยหลอดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ในปัจจุบัน อำเภอแม่กลองไม่ได้เป็นแค่ทางผ่าน หากยังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการ
ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของอัมพวานั่นเอง
|
| ดอนหอยหลอด |
|
ตั้งอยู่ที่ตำบลบางจะเกร็ง อำเภอเมือง สันดอนกว้างประมาณ 3 กิโลเมตร ยาว 5 กิโลเมตร ปากอ่าว
|
| แม่กลอง เกิดจากการตกตะกอนของดินปนทรายหรือเรียกว่า “ทรายขี้เป็ด” ช่วงฤดูร้อนเป็นช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว มากที่สุด เพราะน้ำทะเลลงนานกว่าช่วงอื่น มองเห็นสันดอนเป็นบริเวณกว้าง สามารถเช่าเรือลงไปดูสันดอนหรือลงไปหาหอยหลอดได้ |
 |
-วัดศรัทธาธรรมหรือวัดมอญ ตั้งอยู่ที่หมู่ 5 ตำบลบางจะเกร็ง ไปตามถนนธนบุรี-ปากท่อ (พระราม 2) ประมาณกิโลเมตรที่ 64 เส้นทางเดียวกับดอนหอยหลอด เข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร วัดนี้จะอยู่ทางขวามือก่อนถึงดอนหอยหลอด เป็นวัดที่มีพระอุโบสถเป็นจุดเด่นสร้างโดยพระครูสมุทรวิสุทธิวงศ์ (อดีตเจ้าอาวาส) ในปี 2535 พระอุโบสถทำด้วยไม้สักทองผนังฝังมุกทั้งด้านในและด้านนอก ลวดลายมีความละเอียดงดงาม แสดงเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติและรามเกียรติ์
ภายในประดิษฐานหลวงพ่อบ้านแหลม หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด หลวงพ่อพุทธโสธร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวสมุทรสงครามและจังหวัดใกล้เคียง ในบริเวณวัดมีขนมกาละแม-รามัญจำหน่าย โดยกลุ่มแม่บ้านรามัญพัฒนา เป็นขนมขึ้นชื่อของวัดมีรสชาติเหนียว หวาน มัน ห่อด้วยกาบหมาก สามารถชมการสาธิตกวนกาละแมในกระทะใบใหญ่ได้ในบริเวณวัด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 0-3471-1305
-วัดบ้านแหลม หรือวัดเพชรสมุทรวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่กลอง อำเภอเมือง บริเวณถนนเพชรสมุทร เป็นวัดสำคัญของจังหวัด แต่เดิมชื่อวัดศรีจำปา ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อวัดบ้านแหลมเป็น
พระพุทธรูปสำคัญองค์หนึ่งของไทย ลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางอุ้มบาตรขนาดเท่าคนจริง สูงประมาณ 167 เซนติเมตร สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสุโขทัย-อยุธยาตอนต้น ความเชื่อและวิธีการบูชา เชื่อกันว่าหากได้มาสักการะปิดทองหลวงพ่อบ้านแหลม แล้วจะช่วยเสริมอำนาจบารมีแก่ชีวิต บังเกิดแต่ความเป็นสิริมงคลสืบไป |
 |
| -ตลาดร่มหุบ |
|
ตลาดสดขนาดเล็กยาวขนาบสองข้างทางรถไฟ เชื่อมต่อไปยังตลาดแม่กลอง ขายอาหารทะเล
|
| ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “ตลาดเสี่ยงตาย” เพราะรถไฟสายแม่กลอง-วงเวียนใหญ่ วิ่งผ่านใจกลางตลาดวันละ 9 รอบ พ่อค้าแม่ค้าจะหุบร่มเพื่อเปิดทางให้รถไฟ ส่วนคนจ่ายตลาดก็ต้องหลบติดชิดขอบตลาดตามไปด้วย |
 |
อัมพวา |
|
ชุมชนเล็กๆ ที่มีความเจริญทั้งในด้านการเกษตรและการค้ามาตั้งแต่โบร่ำโบราณ มีหลักฐานเชื่อได้ว่า
|
ในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททองนั้น อำเภออัมพวาคือแขวงบางช้าง มีตลาดค้าขายเรียกว่า “ตลาดบางช้าง” ซึ่งเจ้าของตลาดเป็นหญิงชื่อ“น้อย”ต่อมามี
บรรดาศักดิ์เป็นท้าวแก้วผลึก ซึ่งเป็นราชนิกุล
“ณ บางช้าง” สืบเชื้อสายมาตั้งแต่ในสมัย
กรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นมีคำกล่าวเรียก “อัมพวา” ว่า “สวนนอก” หมายถึง
สวนบ้านนอก เป็นของวงศ์ราชนิกุลบางช้าง
ส่วนบางกอก เป็นส่วนของเจ้านายในราชวงศ์ก็เรียกว่า “สวนใน” จึงมีคำเรียกขานเล่าต่อกันว่า
“บางช้างสวนนอก บางกอกสวนใน” จนถึงในสมัย
ร. 4 จึงยกเลิกไป
อำเภออัมพวาจึงเป็นเมืองที่มีความสำคัญเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทยมายาวนาน ปัจจุบัน จากอำเภออัมพวาเรื่อยไปถึงอำเภอบางคนทียังคงเป็นชุมชนริมน้ำเก่าแก่ซึ่งมีวิถีชีวิตแบบชาวสวน ทำสวนผลไม้และพืชเป็นหลัก ว่ากันว่าเสน่ห์ของอัมพวาที่ดึงดูดผู้คนจากต่างถิ่นมาอย่างไม่ขาดสายคือ การคงวิถีชีวิตของคนริมน้ำและรูปแบบตลาดน้ำโบราณเอาไว้อย่างดี โดยในอัมพวานั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ ดังนี้ |
 |
-อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (อุทยาน ร.2) พิพิธภัณฑ์
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ลักษณะเป็นอาคารทรงไทย แบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ อันได้แก่
หอกลาง ภายในประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ 2 และจัดแสดงศิลปโบราณวัตถุสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เช่น เครื่องเบญจรงค์ เครื่องถ้วย หัวโขน ส่วนต่อมาคือ ห้องชาย*** จัดแสดงให้เห็นลักษณะความเป็นอยู่ของชายไทยที่มีความกล้าหาญ มีพระพุทธรูปสำหรับบูชา รวมทั้งแท่นพระบรรทม ซึ่งเชื่อว่าเป็นของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
ส่วนห้องหญิง แสดงให้เห็นลักษณะความเป็นอยู่ของหญิงไทยโบราณ ชานเรือน ห้องนอน ห้องน้ำและห้องครัว นอกจากนี้ยังมีโรงละครกลางแจ้งสวนพฤกษชาติเป็นสวนพันธุ์ไม้ในวรรณคดีนานาชนิดและมีร้านจำหน่าย |
สินค้าพื้นเมือง พร้อมทั้งจำหน่ายพันธุ์ไม้ อุทยานฯ เปิดให้เข้าชมทุกวัน โดยในวันจันทร์-ศุกร์ เปิดเวลา 08.30-17.00 น. วันเสาร์-วันอาทิตย์ เปิดเวลา 08.30-17.30 น. ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 20 บาท
เด็ก 5 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร. 0-3475-1666, 0-3475-1376
โทรสาร. 0-3475-1376
-วัดอัมพวันเจติยาราม ตั้งอยู่ติดกับอุทยาน ร. 2 เป็นวัดของตระกูลราชนิกุลบางช้าง สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 หลังวัดแห่งนี้เคยเป็นนิวาสสถานเก่าของหลวงยกกระบัตร (พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) และคุณนาค (สมเด็จพระอมรินทรามาตย์พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 1) และเป็นสถานที่พระราชสมภพของรัชกาลที่ 2 วัดอัมพวันเจติยารามได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ โดยพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 รัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 ปัจจุบันวัดอัมพวันเจติยารามเป็นพระอารามหลวง
ชั้นโท พระอุโบสถตลอดจนถาวรวัตถุในวัดนี้
ส่วนใหญ่เป็นศิลปะและสถาปัตยกรรมในสมัย
กรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น |

-ตลาดน้ำท่าคา ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าคา อำเภออัมพวา เป็นตลาดนัดทางน้ำที่ยังคงความเป็นธรรมชาติของวิถีชีวิตชาวบ้านส่วนมากมีอาชีพทำสวนปลูกพืชชนิดต่างๆ เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว จึงพายเรือนำพืชผักและผลไม้จากสวน เช่น พริก หอม กระเทียม น้ำตาลมะพร้าว ฝรั่ง มะพร้าว ชมพู่ ส้มโอมาขาย-แลกเปลี่ยนกัน เฉพาะในวันขึ้นหรือแรม 2 ค่ำ 7 ค่ำ 12 ค่ำ (ทุกๆ 5 วัน) ตั้งแต่เวลาประมาณ 08.00-11.00 น. นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อเช่าเรือพายเที่ยวชมหมู่บ้านและเรือกสวนผลไม้ในบริเวณนั้นได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวันเวลานัดได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าคา โทร. 0-3476-6208, ลุงจรูญ
โทร. 0-3476-6123 |
 |
| -ตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา |
|
เป็นตลาดริมคลอง ตั้งอยู่ใกล้วัดอัมพวันเจติยาราม (จอดรถที่วัดอัมพวันเจติยารามได้) ทุกวันศุกร์ เสาร์
|
| และอาทิตย์ ในช่วงเวลาเย็นตั้งแต่ช่วงเวลา 12.00-20.00 น. ในคลองอัมพวาจะมีพ่อค้าแม่ค้าพายเรือขายอาหารและเครื่องดื่ม เช่น หอยทอด ก๋วยเตี๋ยว กาแฟ โอเลี้ยง ขนมหวานต่างๆ และมีรถเข็นขายของบนบกด้วย บรรยากาศสบาย สามารถเช่าเรือไปเที่ยวชมดูหิ่งห้อยในยามค่ำคืนได้ ค่าบริการคนละ 60-80 บาท |
 |
| -โครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ |
|
ตั้งอยู่ที่ตำบลอัมพวา ใกล้ตลาดน้ำอัมพวา เป็นโครงการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
|
| สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำริให้สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนานำที่ดินที่คุณประยงค์ นาคะวะรังค์ ชาวอัมพวา ได้น้อมเกล้าฯ ถวายมาดำเนินการพัฒนาให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนอัมพวา เพื่อสืบสานภูมิปัญญาชาวบ้านและอนุรักษ์วิถีการดำเนินชีวิตของชาวอัมพวา |
 |
ภายในโครงการแบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วนต่างๆ ประกอบด้วยภูมิสังคมและพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง
สวนสาธิตการเกษตรเพื่อการเรียนรู้ อาทิ สวนมะพร้าวและพืชต่างๆ ร้านค้าชุมชน ลานวัฒนธรรมนาคะวะรังค์ ลานสำหรับจัดกิจกรรมและจำหน่ายของที่ระลึกจากชาวอัมพวา ร้านกาแฟอายุกว่า 200 ปี พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านอัมพวา เป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงสิ่งของเครื่องใช้ที่จัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้สมัยโบราณที่ค้นพบในอำเภออัมพวา ร้านชานชาลา จำหน่ายเครื่องดื่มและของว่าง บ้านครูเอื้อ แสดงนิทรรศการประวัติผลงาน รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้ของครูเอื้อ สุนทรสนาน หรือสุนทราภรณ์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักประชาสัมพันธ์มูลนิธิชัยพัฒนา โทร. 0-2282-4425 ต่อ 116, 117, 0-2252-9881 หรือ www.chaipat.or.th |
 |
-พิพิธภัณฑ์ขนมไทย ตั้งอยู่ที่อาคารอเนกประสงค์ของเทศบาลตำบลอัมพวา ริมแม่น้ำแม่กลอง ใกล้กับตลาดน้ำอัมพวา รวบรวมเอาขนมไทยสมัยโบราณนานาชนิด ที่ควรค่าแก่การสืบทอด ทั้งยังจะได้รู้จักหน้าตา ส่วนผสม และเคล็ดลับการปรุง ได้ลองชิมขนมไทย ที่หารับประทานได้ยาก ถือเป็นการเรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมเกี่ยวกับอาหารหรือขนมไทยที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษได้อย่างลึกซึ้ง ขนมแต่ละชนิดจัดแสดงได้เหมือนจริงมากที่สุด สามารถถ่ายรูปกับเรือพายและรถสามล้อขายขนม เปิดให้ชมวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ เวลา 10.00-19.00 น.
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
โทร.0-2902-7721 |
 |
| พักกายพักใจ |
บ้านกลางสวนรีสอร์ท (211/1 หมู่ 8 ตำบลปลายโพงพาง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม
โทร. 0-3475-3301-2, 08-1610-6513) บ้านพักท่ามกลางสวนมะพร้าวและสวนผลไม้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความเป็นธรรมชาติและวิถีชีวิตแบบเรียบง่ายของท้องถิ่น ราคาที่พักเริ่มต้นที่ 400-800 บาท
บ้านสวนริมน้ำเพ็ญสุรัศมิ์ (40/3 หมู่ 9 ใต้วัดราษฎร์บูรณะ ตำบลเหมืองใหม่ อำเภออัมพวา
จังหวัดสมุทรสงคราม โทร. 0 3475 3301-2, 08 1610 6513) บ้านพักขนาดกะทัดรัด รวบรวมกิจกรรมกลางแจ้งไว้อย่างหลากหลาย อาทิ ว่ายน้ำในคลองธรรมชาติ พายเรือ รวมถึงบริการท่องเที่ยวชมหิ่งห้อยยามค่ำคืน มีบริการอาหารพื้นบ้านราคากันเอง ให้คุณได้ลิ้มรสความอร่อย สะอาด ในบรรยากาศแบบสบายริมสายน้ำ
บ้านศิริพร (950 ถนนราชญาติรักษา ตำบลแม่กลอง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม
โทร. 08-3155-2929)
บ้านพักริมแม่น้ำแม่กลอง อากาศบริสุทธิ์และสะอาด บรรยากาศส่วนตัว ที่พักสะดวกสบาย สะดวกในการท่องเที่ยวทั่วถ้วนเมืองแม่กลอง
โฮมสเตย์ “บ้านทรัพย์เกษม” (12/1 เชิงสะพานพระศรีสุริเยนทร์ หมู่ 2 ตำบลสวนหลวง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม โทร. 0-3475-2305, 08-1371-2099) บ้านทรงไทยริมแม่น้ำแม่กลอง ที่พักสงบและ
ร่มรื่น อุดมไปด้วยพืชสวนนานาชนิด คงความอุดมสมบูรณ์ตามระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติไว้มากที่สุด เดินทางได้สะดวกสบาย เพราะอยู่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของจังหวัดสมุทรสงคราม
หลายแห่ง
|
| อร่อยริมทาง |
คุณจ๋า (หน้าวัดเขายี่สาร อ.เมือง เปิดเวลา 08.00-16.00 น. โทร.0-3476-3064 หยุดวันพุธและวันพฤหัสบดีสิ้นเดือน) ร้านอาหารพื้นบ้านที่หลายต่อหลายคนติดใจเมนูจากผักชะครามฝีมือเจ้าของร้าน เมนูเด่นของร้านที่ใครมาต่างต้องสั่งคือ น้ำพริกผักชะครามและแกงส้มกุ้งชะคราม
แดงอาหารทะเล (ตรงข้ามโรงเรียนดรุรานุกูล อำเภอเมือง เปิดเวลา 08.00-20.00 น. โทร. 0-3471-2077) ร้านอาหารทะเลเปิดมากว่า 30 ปี อาหารแต่ละอย่างเสิร์ฟจานขนาดใหญ่มาก มีปลาทูตาเตี๊ยะ เป็นจานเด่น
ปูทะเลนึ่ง จิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน เป็นพระรอง
ร้านน้องอุ้ม (12 ถนนสุคนธมาน ตำบลอัมพวา เปิดตั้งแต่เวลา 10.00-21.30 น. โทร. 0-3475-1977,
0-3475-1209) ร้านอาหารอร่อยราคาเยาที่ทอดกายอยู่ริมชายน้ำ จุดเด่นของอาหารที่นี่คือความสดและ
รสชาติถึงเครื่อง ทั้งแกงส้มกุ้งหลดบัว หมึกผัดกะปิ เมี่ยงคะน้า ส้มตำปูม้า และปูทะเลเผา (น้ำจิ้มรสแซ่บมาก)
ร้านชาวเล (50 ถ. สมุทรสงคราม-บางแพ ตำบลบ้านปรก เปิดเวลา 10.00-22.00 น. โทร. 0-3475-2681) ทำเลที่ตั้งอยู่ริมคลองผีหลอก จึงเหมาะแก่การมารับประทานช่วงเย็นย่ำและกลางคืนเดือนมืด เพราะจะเห็นแสงวิบวับจากหิ่งห้อยตัวน้อย สำหรับอาหารการกินรสเด็ด หนีไม่พ้นเมนูกุ้ง ทั้งกุ้งหลน กุ้งเผา กุ้งฉู่ฉี่ และกุ้งห้ารส |