ที่สุดของสถาปัตยกรรมแห่งนครนันทบุรี สุนทรียรสแห่งดินแดนล้านนาตะวันออกที่รอคุณมาสัมผัส
|
เหมือนว่าเวลานั้นเดินช้าลง เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่นันทบุรีนคร ความสงบเย็นบังเกิดขึ้นอย่างบอกไม่ถูก จะเป็นเพราะมนต์สะกดของสถาปัตยกรรมล้านนามากมาย ที่ตั้งตระหง่านอยู่รอบตัวเมือง หรือเป็นเพราะวิถีชีวิตของชาวพื้นเมืองที่แสนเรียบง่าย สมถะ และเปี่ยมสุข เมืองน่านไม่เพียงดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสและทำความรู้จัก แต่นครเก่าแก่แห่งนี้ยังคงอ่าแขนรับใครต่อ ใครให้เข้ามาฟื้นฟูความสงบสุขทางใจอยู่เสมอ
|
 |
เมืองสถาปัตยกรรมล้านนา เสน่ห์แห่งนครนันทบุรี |
วัดพระธาตุแช่แห้ง เป็นปูชนียสถานสำคัญของเมืองน่าน มีอายุกว่า 600 ปี ตามพงศาวดารเมืองน่านกล่าวว่า พญาการเมือง โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้มาจากเมืองสุโขทัย ระหว่างปี
พ.ศ.1891-1901 ตั้งอยู่ ณ ตำบลม่วงติ๊ดกิ่ง อำเภอภูเพียง ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองน่านประมาณ 2 กิโลเมตร โดดเด่นด้วยสีทองยามต้องแสงอาทิตย์ องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ทรงระฆัง มีความสูงถึง 55.5 เมตร ตั้งอยู่บน
ฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละ 22.5 เมตร รูปแบบของพระธาตุแช่แห้งนั้น สันนิษฐานว่าได้รับอิทธิพลมาจากเจดีย์พระธาตุหริภุญไชย รอบองค์บุด้วยทองจังโก (ทองดอกบวบ ทองเหลืองผสมทองแดง) ทางขึ้นสู่องค์
พระธาตุเป็นตัวพญานาคหน้าบันเหนือประตูทางเข้าพระวิหารเป็นปูนปั้นลายนาคเกี้ยว ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของศิลปกรรมเมืองน่าน พระธาตุแช่แห้งเป็นพระธาตุประจำปีเถาะ ชาวล้านนาเชื่อว่า หากได้เดินทางไป
“ชุธาตุ” หรือนมัสการพระธาตุประจำปีเกิดจะได้รับอานิสงส์อย่างยิ่ง

|
พระธาตุแช่แห้ง นับเป็นสถานที่สำคัญที่สุดที่ผู้มาเยือนจังหวัดน่านต้องแวะมานมัสการ เพราะหากมิได้
|
| มานั้น ก็เหมือนมาไม่ถึงเมืองน่าน |
วัดสวนตาล ตั้งอยู่ที่ถนนมหายศ อำเภอเมืองน่าน สร้างขึ้นโดยพระนางปทุมวดี เมื่อ พ.ศ.1770 เจดีย์มี
สัณฐานงดงาม ชั้นล่างมีซุ้มประตูทั้งสี่ทิศ จากภาพถ่ายในหอจดหมายเหตุแห่งชาติ รูปเจดีย์วัดสวนตาลก่อนการบูรณะในสมัยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ (ตรงกับรัชกาลที่ 5) เป็นเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยม องค์พระเจดีย์เป็นทรงดอกบัวตูมหรือทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ สะท้อนให้เห็นอิทธิพลศิลปะสมัยสุโขทัย ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปที่สำคัญ คือ พระเจ้าทองทิพย์ ซึ่งพระเจ้าติโลกราชแห่งนครเชียงใหม่ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ.1992
เป็นพระพุทธรูปทองสำริดองค์ใหญ่ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 10 ฟุต สูง 14 ฟุต 4 นิ้ว
|
|

วัดภูมินทร์ ตั้งอยู่ใกล้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เดิมชื่อ “วัดพรหมมินทร์” สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2319
|
สมัยพระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์เป็นเจ้าผู้ครองนครน่าน ความโดดเด่นของวัดภูมินทร์อยู่ที่การสร้างทรง
จตุรมุขหนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่ดูคล้ายตั้งอยู่บนหลังพญานาค 2 ตัว แห่แหนพระอุโบสถ เทินไว้กลาง
ลำตัว ตรงใจกลางพระอุโบสถจตุรมุข ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ 4 องค์ หันพระพักตร์ออกด้านประตูทั้งสี่ทิศ หันเบื้องปฤษฏาค์ชนกัน ประดับนั่งบนฐานซุกชี เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย อาคารนี้เป็นทั้ง
พระอุโบสถ พระวิหารและพระเจดีย์ประธาน โดยใช้อาคารในแนวตะวันออก-ตะวันตกเป็นพระวิหาร และอาคารแนวเหนือ-ใต้ เป็นพระอุโบสถ โดยรัฐบาลไทยเคยพิมพ์รูปวัดภูมินทร์ในธนบัตรใบละ 1 บาท ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
|
|
นอกจากนี้ภายในยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง หรือ “ฮูบแต้ม” ซึ่งเขียนขึ้นเมื่อมีการบูรณะครั้งใหญ่
|
สมัยเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เมื่อ พ.ศ. 2410 (ปลายสมัยรัชกาลที่ 4) โดยใช้เวลานานถึง 7 ปี แสดงเรื่องราว
ชาดก วิถีชีวิตตำนานพื้นบ้าน และความเป็นอยู่ของชาวน่านในอดีต
|
|
วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ตั้งอยู่ตรงข้ามกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน เป็นโบราณสถานสำคัญ
|
อีกแห่งหนึ่งของเมืองน่าน เดิมชื่อ “วัดหลวงกลางเวียง” สร้างขึ้นโดยพญาภูเข่ง เจ้าผู้ครองนครน่านเมื่อปี
พ.ศ.1949 พระวิหารหลวงวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร เป็นวิหารขนาดใหญ่ สร้างตามสถาปัตยกรรมทาง
ภาคเหนือ สิ่งที่น่าสนใจคือ พระธาตุเจดีย์ช้างค้ำวรวิหาร ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายใน นับเป็นปูชนียสถานสำคัญ ได้รับอิทธิพลทางด้านศิลปะสุโขทัยจากเจดีย์ทรงลังกา
|
|
นอกจากนี้วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหารยังเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธรูปทองคำปางลีลา คือ
|
พระพุทธนันทบุรีศรีศากยมุนี ซึ่งเป็นทองคำ 65 % สูง 145 เซ็นติเมตร ยอดพระโมฬีทำเสริมเมื่อ พ.ศ.2442 หนัก 69 บาท เจ้างั่วฬารผาสุม เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 14 แห่งราชวงค์ภูคา เป็นผู้สร้างขึ้น เมื่อ
พ.ศ. 1969 |
|
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน ตั้งอยู่บนถนนผากอง ตรงข้ามกับวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหารสร้างขึ้น
|
เมื่อ พ.ศ. 2446 โดยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯเจ้าผู้ครองนครน่าน แต่เดิมทรงใช้เป็น “หอคำ” ซึ่งเป็นที่
ประทับและที่ว่าราชการ ตัวอาคารโอ่โถง งดงาม ก่ออิฐถือปูนแข็งแรง แต่ตกแต่งให้อ่อนช้อยสวยงามด้วยลายลูกไม้นับเป็นสถาปัตยกรรมดีเด่นแห่งหนึ่งของเมืองไทย บริเวณด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ เป็นที่ตั้งอนุสาวรีย์
พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ ผู้เป็นเจ้าของหอคำแห่งนี้ด้วย กรมศิลปากรได้รับมอบอาคารหอคำ เพื่อใช้เป็นอาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน เมื่อปี พ.ศ.2517จัดแสดง โบราณวัตถุ ตลอดจนสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ศิลปะ โบราณคดีและชาติพันธุ์วิทยา ประจำท้องถิ่น มาจัดแสดงให้ชมอย่างมีระบบ และสวยงาม
เปิดทำการทุกวัน เวลา 09.00-16.00 น. ค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท |
 |
|
อุทยานแห่งชาติดอยภูคา อยู่ในเขตอำเภอบัว ห่างจากตัวเมืองน่านไปตามทางหลวงหมายเลข
|
1080 ประมาณ 60 กิโลเมตร จากนั้นใช้ทางหลวง 1256 ปัว - บ่อเกลือ อีก 25 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ1,065,000 ไร่ ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน สภาพป่าเป็นป่าดิบเขา มีพันธุ์ไม้แปลกๆ รวมถึงต้น
ชมพูภูคา ซึ่งจัดเป็นพันธุ์ไม้หายาก และใกล้สูญพันธุ์อีกชนิดหนึ่งของโลกและพบเพียงที่เดียวที่ป่าอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ต้นชมพูภูคา เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูงถึง 25 เมตร เปลือกเรียบ สีเทาอ่อน ออกดอกเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม นอกจากนี้ที่นี่ยังมีถ้ำน้ำตกและจุดชมวิวที่งดงามมากอีกหลายแห่ง พร้อมบริการบ้านพักและลานชมดาวสำหรับตั้งแคมป์สอมถามโทร. 0-2562-0760 |
|
บ่อเกลือสินเธาว์ อยู่ห่างจากตัวเมืองน่านประมาณ 115 กิโลเมตร ชาวอำเภอบ่อเกลือนอกจากจะมี
|
| อาชีพทำนาทำไร่แล้ว ยังมีอาชีพทำเกลือสินเธาว์อีกด้วย โดยมีแหล่งเกลืออยู่บนภูเขา มีวิธีการทำโดยนำน้ำจากบ่อมาต้มในกะทะใบบัว ใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง บ่อเกลือนี้มีมาแต่โบราณ ซึ่งเจ้าเมืองในแว่นแคว้นนี้ต่างแย่งชิงกันครอบครองเป็นเจ้าของ ผลผลิตที่ได้จะนำไปจำหน่ายยังกรุงสุโขทัย เชียงใหม่ เชียงตุง หลวงพระบาง รวมถึงสิบสองปันนาและจีนตอนใต้ |
|
เฮือนฮอม หลังจากอิ่มเอิบกับความงดงามของสถาปัตยกรรมโบราณแล้ว ก็มาอิ่มท้องกันที่ “เฮือนฮอม”
|
ร้านอาหารพื้นเมือง อาหารเด่นของร้านมีข้าวซอย ส้มตำเมือง แกงส้มเมืองเหนือ ลาบคั่ว ขนมจีนน้ำเงี้ยว ขนมจีนน้ำยา ฯลฯ
|
|
ร้านเฮือนฮอมตั้งอยู่ที่ เลขที่ 11/12 ถนนสุริยพงษ์ (ใกล้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน) ตำบลในเวียง
|
| อำเภอเมือง โทรศัพท์ 0-5475-1122 |