สัมผัสอาณาจักรล้านนา...จากดอยสู่ดิน
|
เชียงใหม่ได้ว่าเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 ของไทย และเป็นเมืองหลวงของภาคเหนือ อันอุดมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ที่พร้อมให้คุณท่องเที่ยวได้ทุกรูปแบบ บนเส้นทางยอดดอยที่ให้คุณรับอรุณก่อนใคร จนถึงเดินทอดอารมณ์ติดดินไปกับถนนคนเดิน ร้านกาแฟหอมกรุ่นสไตล์จากเฮือนสู่ฮิป สีสันค่ำคืนไนท์ไลฟ์ กับเสน่ห์ของวิถีชีวิตที่แตกต่างและหลากหลาย
|
 |
|
ไม่ให้เสียชื่อว่าเมืองท่องเที่ยวสำคัญทางภาคเหนือ นอกจากความงดงามตาม ธรรมชาติแล้วเชียงใหม่ยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่งดงามไปด้วยศิลปวัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณี ตลอดจนวิถีชีวิตที่อ่อนหวาน อ่อน โยน ที่สำคัญ เชียงใหม่
|
| ยังเป็นจังหวัดที่มีวัดมากที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทยเลยก็ว่าได้ ปูชนียสถานแต่ละแห่งล้วนเต็มไปด้วยเรื่องราวทาง ประวัติศาสตร์ และความเป็นมาอันน่าสนใจแตกต่างกัน ยิ่งเฉพาะในตัวเมืองเชียงใหม่แล้วมีวัดสำคัญๆ อยู่ถึง 18 แห่ง อาทิ วัดเชียงมั่น
|
|
ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่สุดในตัวเมืองเชียงใหม่ วัดปราสาท มีจุดเด่นคือ วิหารจะมีลักษณะสถาปัตยกรรม
|
แบบล้านนาดั้งเดิม วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เป็นที่ประดิษฐานเจดีย์ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ และจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวเมื่อเดินทางมาที่จังหวัดนี้จะต้องขึ้นไปนมัสการพระ บรมธาตุกันทุกคน หากใครไม่ได้ขึ้นไปนมัสการแล้วถือว่ามาไม่ถึงเชียงใหม่ นั่นก็คือวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร
|
|
วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร
ควรเดินทางตามถนนห้วยแก้วผ่านอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยไปตามทางคดเคี้ยวขึ้นเขาระหว่างทางจะมองเห็นตัวเมืองเชียงใหม่อยู่ เบื้องล่าง ระยะทางจากเชิงดอยถึงวัดประมาณ 11 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง วัดพระธาตุดอยสุเทพถือเป็นปูชนียสถานคู่เมือง เชียงใหม่ที่มีผู้นิยมมานมัสการมากที่สุด นอกจากนี้ทางวัดยังมีงานประเพณีสรงน้ำพระธาตุในวันเพ็ญวิสาขบูชาทุกปี
(นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นบันไดนาคไป 300 ขั้น เพื่อไปยังวัด หรือใช้บริการรถกระเช้าขึ้น - ลงดอยสุเทพได้ ระหว่างเวลา 05.30-19.30 น. ส่วนนักท่องเที่ยวที่ไม่มีรถส่วนตัวสามารถเดินทางมาที่วัด โดยรถสองแถวประจำทาง จากบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ด้านถนนห้วยแก้ว มีบริการระหว่างเวลา 05.00-17.00 น.)
|
| ดอยอินทนนท์ |
|
“ดอยอินทนนท์”เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งพาดผ่านจากประเทศเนปาล ภูฏาน พม่า
|
และมาสิ้นสุดที่นี่ สิ่งที่น่าสนใจของดอยนี้ไม่เพียงแต่เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศ ด้วยความสูง 2,565 เมตรจากระดับน้ำ ทะเลเท่านั้น แต่สภาพภูมิประเทศและสภาพป่าที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นป่าดงดิบ ป่าสน ป่าเบญจพรรณ และมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี โดย เฉพาะในฤดูหนาวจะมีหมอกปกคลุมเกือบทั้งวัน และบางครั้งน้ำค้างยังกลายเป็นน้ำค้างแข็งเกาะตามใบไม้ ยังเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดให้มีผู้มาเยือน ที่นี่อย่างไม่ขาดสาย
|
 |
การเดินทาง : ระยะทางจากตัวเมืองขึ้นไปจนถึงยอดดอยอินทนนท์ประมาณ 106 กิโลเมตร ออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปตามทางหลวงหมายเลข 108 เชียงใหม่ - จอมทอง ถึงหลักกิโลเมตรที่ 57 ก่อนถึงอำเภอจอมทอง 1 กิโลเมตร แยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข1009 สายจอมทอง - อินทนนท์ ระยะทาง 48 กิโลเมตรถึงยอดดอยอินทนนท์ เป็นถนนลาดยางอย่างดีแต่ทางค่อนข้างสูงชัน รถที่นำขึ้นไปจะต้องมีสภาพดี ผู้ที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวสามารถนั่งรถสองแถวสายเชียงใหม่ - จอมทอง จากบริเวณประตูเชียงใหม่ จากนั้นขึ้นรถสองแถวที่หน้าวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร หรือที่น้ำตกแม่กลาง ซึ่งจะเป็นรถโดยสารประจำทางไปจนถึงที่ทำการอุทยานฯ
ตรงหลักกิโลเมตรที่ 31และหมู่บ้านใกล้เคียง แต่หากต้องการจะไปยังจุดต่างๆ ต้องเหมาไปคันละประมาณ
800 บาท |
|
นอกจากนี้ที่อุทยาน แห่งชาติดอยอินทนนท์ยังมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 9
|
|
ของเส้นทางหมายเลข 1009 มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำ ตลอดจนมีนิทรรศการเกี่ยวกับธรรมชาติ สัตว์ป่า และอื่นๆ ให้ชมอีกด้วย
|
|
พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์
|
|
ตั้งอยู่บนดอยบวกห้า ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง ใช้เส้นทางเดียวกันกับพระธาตุดอยสุเทพพระตำหนักฯ
|
อยู่เลยจากวัดพระธาตุดอยสุเทพ เป็นระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร พระตำหนักภูพิงค์ฯ เป็นพระตำหนักที่ประทับในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จแปรพระราชฐานมาประทับแรมที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในเขตภาคเหนือ และทรงพระกรุณา
โปรดเกล้าฯ ใช้เป็นที่รับรองพระราชอาคันตุกะที่เสด็จฯ เยือนประเทศไทย ซึ่งแต่เดิมจะประทับรับรองแต่ใน
พระนครเท่านั้น |
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระตำหนักภูพิง
คราชนิเวศน์ขึ้นเมื่อ พ.ศ.2504 ในครั้งแรกก่อสร้างขึ้นเฉพาะองค์พระตำหนักที่ประทับและเรือนรับรองเท่านั้น ส่วนอาคารอื่นๆ ได้มีการก่อสร้างเพิ่มเติมต่อมาในภายหลังภายในพระตำหนักฯมีสถานที่น่าชมอาทิเรือนปีกไม้พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์เรือนรับรองพลับพลาผาหมอนและสวนเฟิร์นอ่างเก็บน้ำพระตำหนักต่างๆและหอพระ
โดยระหว่างเส้นทางเยี่ยมชมจะมี สวนกุหลาบเป็นระยะ โดยปกติแล้วจะเปิดให้ประชาชนเข้าชมทุกวัน แต่ทั้งนี้จะงดการเข้าชมพระตำหนักฯ ระหว่างที่มีการเสด็จแปรพระราชฐาน (ประมาณเดือนมกราคมถึงต้นเดือนมีนาคม) นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อสอบถามได้ที่พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์
|
โทร.0-5322-3065 (www.bhubingpalace.org) จำหน่ายบัตรทุกวัน เวลา 8.30-11.30 และ 13.00-15.30 น. ค่าเข้าชม : คนไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท (กรุณาแต่งกายสุภาพ) และมีบริการรถไฟฟ้านำชม ค่าบริการ 300 บาท/คัน (ไม่เกิน 3 ท่าน)
|

สวนสัตว์เชียงใหม่ |
|
ตั้งอยู่ที่ถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 5 กิโลเมตร ใกล้กับ
|
| สวนรุกขชาติ เป็นสวนสัตว์ขนาดใหญ่ มีสัตว์มากมายหลายชนิด ทั้งที่มีอยู่ในเมืองไทย และนำมาจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก อาทิ หมีแพนด้า ฑูตสันถวไมตรีเชื่อมความสัมพันธ์ไทย-จีน หมีโคอาล่าจากออสเตรเลีย เชียงใหม่ ซู อควาเรียมหรือศูนย์แสดงสัตว์น้ำ มีอุโมงค์ยาว 133 เมตร สวนนกเพนกวินและสวนนกฟิ้นช์ ซึ่งเป็นนกขนาดเล็ก มีสีสันสวยงาม จนได้ รับการขนานนามว่าเป็นอัญมณีบินได้ |
| |
| |
|
ภายในสวนสัตว์เชียงใหม่จะมีรถไฟฟ้ารางเดี่ยวพร้อมระบบปรับอากาศ บริการรับผู้โดยสารได้ครั้งละ
|
50- 70 คน/เที่ยว ระยะทางวิ่ง 2กิโลเมตร จอดรับส่งผู้โดยสาร 4 สถานี (เปิดทุกวัน เวลา 8.00-18.00 น. เปิดขายบัตรถึงเวลา 17.00 น.) นอกจากนั้นยังมีทัวร์ชมสัตว์ป่ายามค่ำคืน Twilight Zoo โดยรถยนต์นำชมพฤติกรรมสัตว์ต่างๆ ที่ออกหา กินยามกลางคืน พร้อมวิทยากรบรรยายให้ความรู้ ตั้งแต่ 18.30-21.00 น.
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและจองทัวร์ได้ที่ โทร. 0 5321 0374, 05322 1179, 0 5322 2283
www.chiangmaizoo.com
|
|

|
| เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี |
|
ดำเนินการภายใต้องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน)
|
ตั้งอยู่ในพื้นที่ของอุทยาน แห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ในพื้นที่ตำบลแม่เหียะ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง และตำบลหนองควาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ห่างจากตัว เมืองประมาณ 10 กิโลเมตร โดยพื้นที่ในโครงการเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีนั้นประกอบด้วย
|
Jaguar Trail ส่วนทางเดินที่ออกแบบเพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถ เดินพักผ่อนได้ตามอัธยาศัยรอบทะเลสาบ (SwanLake) ระยะทาง 1.2 กิโลเมตร โดยมีจุดเริ่มต้นจากอาคารลานนาวิลเลจด้าน ร้านอาหาร และสิ้นสุดที่ทางออกใกล้เรือนวารีกุญชรตลอดระยะทางจะพบสัตว์ป่ามากกว่า 400 ตัว หรือ 50 ชนิด อาทิ เสือขาว
เสือจากัวร์ หนูยักษ์คาปิลาลา เสือลายเมฆ สมเสร็จบราซิล ม้าแคระ ฮิปโปแคระ ลิงอุรังอุตัง เสือดำ ลิงกระรอก หมีโคอาล่า แมวดาว นกกระเรียนหงอนพู่ นากใหญ่ขนเรียบ ลามา นกคลาสโซโนวี่ เสือปลาฯลฯ
|
 |
Predator Prowl
ส่วนแสดงสัตว์ป่าประเภทสัตว์กินเนื้อ ประมาณ 200 ตัว นักท่องเที่ยวจะ ได้สัมผัสความตื่นเต้นกับสัตว์นักล่าที่มีความดุร้ายโดยรถรางขนาด 60 ที่นั่ง ตามระยะทาง 2.13 กิโลเมตร อาทิ เสือโคร่งขาว เสือ โคร่งอินโดจีน เสือโคร่งเบงกอล สิงโตหมาป่าแอฟริกา หมีควาย หมีหมา กวางเจมส์บ็อค กวางไนยาร่า กวางขาวสปริงบ็อค กวางดำสปริงบ็อค หมาจิ้งจอก อูฐสองโหนก ฯลฯ
|
Savanna Safari
ส่วนแสดงสัตว์ป่าประเภทสัตว์กีบ และสัตว์กินพืชที่มีถิ่นอาศัยในแถบทุ่งหญ้าซาวันนา ซึ่งมีอยู่ประมาณ 320 ตัว นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสสัตว์อย่างใกล้ชิดโดยรถรางขนาด 60 ที่นั่ง ตามระยะทาง 2.43 กิโลเมตร อาทิ เลียงผา กวางผา กระทิงแรดขาว ไฮยีน่า เสือชีต้า วีลด์เดอบีส ยีราฟ จามรี ละอง ละมั่ง กวางกาเซลล์ หมูป่า กวางบาราสิงกา ฯลฯ โดย ระหว่างทางนักท่องเที่ยวจะพบกับสถาปัตยกรรมจำลองเวียงกุมกาม ซึ่งสะท้อนถึงส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่อีกด้วย
|
| ถนนนิมมานเหมินทร์ |
| |
|
ตั้งอยู่ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ หากจะเปรียบแล้วถนนนิมมานเหมินทร์ก็คล้ายกับถนนสุขุมวิท
|
| ของกรุงเทพฯ แม้ความยาว และขนาดของธุรกิจจะสู้กันไม่ได้ แต่เปอร์เซ็นต์ความหรูหราและร้านค้ามีระดับนั้นไม่แพ้กันเลย อะไรที่ทำให้ถนนซึ่งมีความยาวเพียง กิโลเมตรกว่าๆ นี้เป็นที่กล่าวขวัญถึงเสมอ เมื่อใครสักคนมาเยือนเชียงใหม่ ถึงขนาดว่าถ้าไม่ได้มาเดินช็อปปิ้งบนถนนเส้นนี้ก็เหมือนว่าจะขาด อะไรไปสักอย่างที่จะทำให้การท่องเที่ยวในเมืองเชียงใหม่ไม่สมบูรณ์ |
|
การเดินถนนนิมมานฯ นี้เริ่มต้นที่นิมมานเหมินท์ซอย 1 อันเป็นเสมือนตัวแทนของถนนทั้งสาย เนื่อง
|
| จากเต็มไปด้วยร้านค้าเกรดเอ ที่มีการตกแต่งเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเป็นแกลลอรี่ อย่างร้านกองดีแกลลอรี่ หรือร้านขาย ของตกแต่งบ้านที่มีสินค้าหลากหลายประเภทมากที่สุดของเชียงใหม่ อาทิ ร้านไม้มุงเงิน สุริยันจันทรา ร้านจำหน่ายเทียนหอมอย่างร้านแมวใจดี ไปจนถึงร้านผ้าฝ้ายทอมือที่มีเนื้องานเต็มไปด้วยชีวิตชีวาราคาตั้งแต่ไม่กี่ร้อยบาทไปจนถึงหลักหมื่น ถนนนิมมานเหมินทร์เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลาเที่ยงไปจนถึงช่วงเย็น |
| |
| ถนนคนเดินเชียงใหม่ |
|
ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง ถนนคนเดินจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ถนนวัวลาย และวันอาทิตย์ที่ถนนท่าแพ
|
| |
|
ถนนคนเดินวัวลาย
|
| |
|
อยู่ที่ถนนวัวลาย ใกล้กับประตูเมืองเชียงใหม่ เปิดเฉพาะวันเสาร์ เวลาประมาณ 17.00 - 22.00 น.
|
พ่อค้าแม่ค้าเป็นคนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในบริเวณถนนวัวลายเป็นส่วนใหญ่ จึงมีขนาดเล็กกว่าถนนคนเดินท่าแพ เป็นที่ ตั้งของหมู่บ้านทำเครื่องเงินซึ่งทั้งผลิตและจำหน่ายสินค้าจำพวกเครื่องเงิน นอกจากนี้ยังมีสินค้าพื้นเมืองมากมายให้เลือกสรร
|
| ถนนคนเดินท่าแพ อยู่บริเวณประตูเมืองท่าแพต่อไปยังถนนราชดำเนิน เปิดเฉพาะวันอาทิตย์ เวลาประมาณ 17.00-22.00 น เป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าขนาดใหญ่ มีสินค้าให้เลือกสรรมากมายหลากหลายประเภททั้งสินค้าทางวัฒนธรรม เช่น สินค้าพื้นเมืองจำพวกเครื่องประดับตกแต่งเสื้อผ้า ของที่ระลึก กระเป๋า ผ้าพันคอ โคมไฟ ฯลฯ หรือจะเป็นสินค้าแฟชั่นก็มีให้เห็นอยู่โดยทั่วไป รวมทั้งอาหารกิน เช่นขนมจีนน้ำเงี้ยว น้ำยา โรตี ฯลฯ |
| |
|
หากมาเยือนในช่วงอากาศหนาวๆ เดินเที่ยวกาดกลางคืน ถนนคนเดินเชียงใหม่ก็เพลิดเพลินไปอีกแบบ
|
หนึ่ง ที่นี่นับเป็นถนนคน เดินที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่และได้รับความสนใจอย่างมากจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ
|

กาดต้อนกอง |
|
เป็นตลาดสดยามเช้าจะเปิดทุกวันเสาร์ในช่วงเช้า ที่บริเวณชุมชนสันทรายต้นกอก ตำบลฟ้าฮ่าม
|
| มีสินค้าพื้นเมือง อาหารพื้นเมืองเลือกซื้อผักปลอดสารพิษ ไม้ดอกไม้ประดับ ชมการสาธิตวิธีการเลี้ยงนกกระทา และการแสดงทางวัฒนธรรม ของชุมชนโดยเยาวชนท้องถิ่นโดยกลุ่มเกษตรกร เช่น ปลูกผัก กลุ่มหัตถกรรมพื้นบ้าน เช่น กลองโบราณตลอดจนการล่องเรือชมวิถีชีวิตริม แม่น้ำปิ |
| |
|

ถนนคนเดินสายหัตถกรรมสันกำแพง ถนนสายวัฒนธรรมอีกเส้นของเชียงใหม่ เปิดให้เลือกชม เลือกซื้อ สินค้าหัตถกรรมของกินของฝาก ของที่ระลึก และรับชมการแสดงดนตรีโบราณของสันกำแพง ทุกวันเสาร์ เวลา 15.00-22.00 น.
|
|
อำเภอสันกำแพง
|
|
เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ มีชื่อเสียงในด้านการทอผ้าไหมและผ้าฝ้าย อยู่ห่างจากตัวเมือง
|
เชียงใหม่ไปทางทิศตะวันออก 13กิโลเมตร นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเยือนเชียงใหม่ มักจะไปเที่ยวที่อำเภอสันกำแพง เพราะผ้าไหมและผ้าฝ้ายซึ่งทอมาจากอำเภอนี้ มี คุณภาพดีราคาถูก เหมาะสำหรับเป็นของที่ระลึกแก่ญาติสนิทมิตรสหาย นอกจากนั้นยังมีโรงงานทอผ้าให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิธีการทอ รวมทั้ง การเลี้ยงตัวไหมให้ชมด้วย โดยระหว่างเส้นทางจากอำเภอเมืองถึงอำเภอสันกำแพงจะมีโรงงานและร้านค้าของที่ระลึกเป็นจำนวนมาก เช่น เครื่องไม้แกะสลัก เครื่องเงิน เครื่องเขิน เครื่องหนัง เครื่องปั้นดินเผา และผ้าฝ้าย ให้นักท่องเที่ยวได้ชมและเลือกซื้ออีกด้วย
แนะนำของฝาก
- ตลาดวโรรส หรือ กาดหลวง เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ จำหน่ายอาหารพื้นเมืองของเชียงใหม่ เช่นแหนม หมูยอ ไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่ม ฯลฯ ไปจนถึงของกินของฝาก โดยมีให้เลือกหลายร้าน
เปิดตั้งแต่เช้าถึงเย็น ด้านหลังตลาดฝั่งแม่น้ำปิงคือตลาดดอกไม้ ในยามค่ำคืนจะมีดอกไม้ใหม่ ๆ มาลงอีกด้วย
- ตลาดต้นพยอม เป็นที่ขายของฝากและของที่ระลึก โดยมีทั้งอาหารพื้นเมือง(น้ำพริกหนุ่ม, แคบหมู, หมูยอ, แหนม, กระเทียมโทนดอง, ท้อดอง - แช่อิ่ม, บ๊วย), ผักผลไม้ (เห็ดหอม, แครอท, กะหล่ำม่วง, มะระหวาน, สาลี่, พลับ, แอปเปิ้ล, ส้มสีทอง, สตรอเบอรี่, ลิ้นจี่, ท้อ), ดอกไม้เมืองหนาว (กุหลาบย ,คาร์เนชั่น ,ลิลลี่),เครื่องใช้ - เครื่องประดับจากเงิน , ผลิตภัณฑ์จากไม้แกะสลัก , ผ้าทอพื้นเมือง (ผ้าไหม ,ผ้าฝ้าย) , เครื่องปั้นดินเผา , หัตถกรรมฝีมือชาวเขา, ผลิตภัณฑ์จากกระดาษสา และร่มบ่อสร้าง
- ร่มบ่อสร้าง เป็นสินค้าพื้นเมืองของเชียงใหม่ที่ได้รับความนิยมทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยมีทั้งหมด 3 ชนิด คือ ร่มที่ทำด้วยผ้าแพร ร่มที่ทำด้วยผ้าฝ้าย และกระดาษสา โดยสามารถซื้อร่มบ่อสร้างได้ที่
ศูนย์หัตถกรรมบ่อสร้าง (โทร 0 5333 8466) หรือ ศูนย์อุตสาหกรรมทำร่ม (โทร 0 5333 8324)
- ศูนย์จำหน่ายสินค้าหัตถกรรมชาวเขา จำหน่ายผลิตภัณฑ์ฝีมือจากชาวเขา อยู่ข้างวัดสวนดอก
อำเภอเมืองเชียงใหม่ (โทร 0 5327 7743)
- เครื่องเคลือบดินเผาสังคโลก เครื่องสังคโลกเป็นเครื่องปั้นดินเผาชนิดพิเศษและมีชื่อเสียงมาก มีลักษณะเป็นสีเขียวไข่กา ปั้นด้วยมือเคลือบน้ำยาแล้วเข้าเตาเผา เป็นวิธีเดียวกันกับที่ทำมาแล้วในสมัยโบราณ สินค้าสำเร็จรูปที่เป็นสังคโลกนี้นิยมกันแพร่หลายทั่วประเทศและทั่วโลก มีตั้งแต่ของใช้จนกระทั่งถึงโป๊ะตะเกียง แจกัน จาน ที่เขี่ยบุหรี่ ขันและเครื่องถ้วยชามอื่น ๆ แหล่งผลิตอยู่แถวถนนเชียงใหม่ - สันกำแพง และ
ถนนโชตนา
|