คลายร้อนในวันแดดจ้า เริงร่าสงกรานต์ปี๋ใหม่เมือง
ในช่วงที่อากาศร้อนที่สุดของปี หลายคนต่างรอคอยให้ถึงเทศกาลแห่งความชุ่มฉ่ำ “สงกรานต์”เพื่อจะได้ออกมาสาดน้ำเล่นดับร้อน พร้อมทั้งเติมความสดชื่นให้จิตใจด้วยการสรงน้ำพระ ในโอกาสที่บ้านเมืองเราถือว่าเป็นเทศกาลปีใหม่ของไทย ทั่วทุกหนแห่ง ในช่วงกลางเดือนเมษายนนั้นจะเต็มไปด้วยความคึกครื้นและสถานที่หนึ่งที่ใครๆ ต่างยกให้เป็นสุดยอดสถานที่เล่นสงกรานต์ก็คือ“เชียงใหม่” นี่เอง

เทศกาลสงกรานต์ของชาวล้านนา หรือประเพณีปีใหม่เมือง เป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองวาระการขึ้นปีใหม่ทั้งทางด้านศาสนาและพิธีกรรม ซึ่งเทศกาลสงกรานต์ตามปฏิทินโหราศาสตร์ของชาวล้านนานั้น จะถือเอาวันที่พระอาทิตย์เคลื่อนจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษเป็น วันสังกรานต์ล่อง หรือวันมหาสงกรานต์ ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับวันที่ 13 เมษายนเสมอไป (แต่ปัจจุบันได้ยึดตามประกาศของทางการ)
ประเพณีปีใหม่เมือง เป็นประเพณีที่แสดงถึงความกตัญญูกตเวที แสดงความเอื้ออาทรต่อกัน และสร้างความสามัคคีในหมู่พี่น้องและชุมชน ด้วยการร่วมกันทำอาหารคาวหวาน สำหรับไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ล่วงลับ การขนทรายเข้าวัดเพื่อถวายทานเจดีย์ทราย ถวายช่อตุง รดน้ำดำหัวผู้อาวุโสที่เคารพนับถือ ตลอดจนการสรงน้ำพระพุทธรูปสำคัญประจำเมือง ประจำวัดและประจำบ้าน ในระหว่างช่วงเทศกาลจะมีวันและมีพิธีกรรมต่างๆ รวมถึงการละเล่นหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกัน ดังนี้
วันแรกคือสังกรานต์ล่องหรือ วันสังขารล่อง มักจะตรงกับวันที่ 13 เมษายน ถือเป็นวันสิ้นสุดศักราชเก่า ในวันนี้จะมีการยิงปืนจุดประทัดกันแต่เช้า เพราะมีความเชื่อถือกันแต่โบราณว่า เป็นการขับไล่เสนียดจัญไรต่าง ๆ ให้ล่องไปพร้อมกับสังขาร ตั้งแต่เช้าตรู่ชาวบ้านจะพากันปัดกวาดบ้านเรือนให้สะอาด ซักเสื้อผ้า เก็บกวาดและเผาขยะมูลฝอยต่างๆ มีการดำหัวหรือสระผมเป็นกรณีพิเศษ คือเมื่อสระผมแล้วก็จะต้องเงยหน้าไปตามทิศที่กำหนดไว้และทัดดอกไม้ที่เป็นนามของปีของแต่ละปี นุ่งห่มเป็นเสื้อผ้าใหม่ รวมถึงมีการนำเอาพระพุทธรูปพระเครื่องหรือเครื่องรางของขลังต่างๆ มาชำระหรือสรงด้วยน้ำอบน้ำหอมและเปลี่ยนดอกไม้บูชาพระในแจกันใหม่ด้วย
 |
แอ่ววัด ชมเวียง
เมื่อมีโอกาสมาร่วมฉลองประเพณีสงกรานต์ที่เชียงใหม่แล้ว ก็อย่าลืมเผื่อวันและเวลาไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ด้วย เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งทางธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ด้วยความเป็นเมืองเก่าแก่ และเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนาในภาคเหนือมานับร้อยปี จึงไม่น่าแปลกในที่จะมีวัดวาอารามและโบราณสถานเก่าแก่มากมาย การได้เดินทางไปนมัสการกราบไหว้และสรงน้ำพระ พร้อมขอพรตามวัดต่างๆ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ก็ถือเป็นฤกษ์ดีและเป็นมงคลสำหรับชีวิตในการเริ่มต้นปีใหม่แบบไทยๆ หรืออย่างน้อยก็เป็นเครื่องเตือนใจให้เราคิดดีทำดีตลอดปี
|
วัดเก่าแก่และปูชนียสถานของเชียงใหม่ที่ควรแวะไปนมัสการและเยี่ยมชม คือ วัดพระธาตุดอยสุเทพ วัดคู่บ้านคู่เมืองของเชียงใหม่ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า มากว่า 700 ร้อยปี ก่อนการขึ้นไปยังพระธาตุไม่ควรพลาดแวะไปนมัสการอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิไชย ผู้สร้างทางขึ้นดอยแห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาปากทางขึ้นดอยสุเทพ บริเวณพระธาตุยังมีจุดชมวิวที่สวยงามของตัวเมืองเชียงใหม่อีกด้วย
| พระธาตุนภเมทนีดลและพระธาตุนภพลภูมิสิริ ตั้งอยู่บนยอดดอยอินทนนท์ เป็นพระธาตุที่ทางกองทัพอากาศร่วมกับพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ ร่วมใจสร้างถวายแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา บริเวณรอบพระธาตุที่มีทัศนียภาพที่สวยงาม ตกแต่งด้วยสวนหย่อมและไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวที่บานสะพรั่งตลอดทั้งปี และยังสามารถมองเห็นวิวทิวเขาที่สลับซับซ้อนไกลออกไปสุดสายตา พระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร เป็นวัดที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีความพิเศษแตกต่างจากที่อื่นคือ เป็นพระบรมธาตุที่มิได้ฝังใต้ดิน แต่ประดิษฐานอยู่ในกู่ภายในวิหาร สามารถอันเชิญมาสรงน้ำได้ |
 |
วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เป็นวัดที่ประดิษฐานเจดีย์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.1954 ในรัชสมัยพญาแสนเมืองมา กษัตริย์องค์ที่ 7 แห่งราชวงศ์มังราย พระเจดีย์องค์นี้ส่วนยอดเคยหักพังลงมาเนื่องจากแผ่นดินไหวเมื่อ พ.ศ.2088และได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ รวมทั้งยังเป็นสถานที่ประดิษฐานเสาหลักเมือง(เสาอินทขีล) ของเชียงใหม่อีกด้วย
วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร วัดเก่าแก่ซึ่งมีความสำคัญในฐานะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงส์ พระคู่บ้านคู่เมืองของชาวเชียงใหม่ สร้างขึ้นตอนปลายพุทธศตวรรษที่ 18 (ในรัชสมัยพญาผายู กษัตริย์ลำดับที่ 6 แห่งราชวงศ์มังราย) ต่อมาภายหลังได้รับการสถาปนาเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก |
.jpg) |
วัดสวนดอกหรือวัดบุปผาราม เป็นวัดที่เก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ใกล้ๆกับโรงพยาบาลประสาทและโรงพยาบาลมหาราช ศิลปกรรมของวัดนี้เป็นแบบล้านนาผสมพม่า ในอุโบสถนั้นเป็นที่ประดิษฐนาของ พระเจ้าเก้าตื้อ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านเมืองที่ชาวเชียงใหม่ให้ความเคารพสักการะ วัดแห่งนี้ยังมีสิ่งที่น่าสนใจและชวนติดตาม อีกอย่างก็คือ ได้มีการจัดทำกรุวัฒนธรรมเชียงใหม่ไว้ที่ด้านมุมหลังของศาลาครูบาศรีวิชัย ซึ่งมีแผนว่าจะทำการเปิดกรุนี้ในอีก 100 ปีข้างหน้า ในวันที่ 13 เมษายน พ.ศ.2645 ถ้าใครอยู่ถึงก็อย่าลืมแวะไปดูกันว่าจะเป็นเช่นไรต่อไป
วัดแสนฝาง ตั้งอยู่บนถนนท่าแพ เป็นวัดเก่าแก่ที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะพม่าผสมอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะเจดีย์ที่มีการตกแต่งลวดลายปูนปั้นวิจิตรงดงาม นอกจากนี้ยังมีกุฏิเจ้าอาวาสซึ่งสร้างมานานกว่า 100 ปี เป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจด้วย วัดเชียงมั่น ไปกราบนมัสการและขอพรจาก พระเสตังคมณี (พระแก้วขาว) ที่มีอายุถึง 1800 ปี และพระศีลา (ปางปราบช้างนาฬาคิริง) มีอายุ 2500 ปี ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปสำคัญและจะไม่เปิดให้เข้าชม แต่ในเทศกาลสงกรานต์นั้นจะทำรางน้ำต่อเข้าไปเพื่อสรงน้ำพระ
นอกเหนือไปจากการไปสรงน้ำพระและเล่นน้ำสงกรานต์แล้ว กิจกรรมทางวัฒนธรรมอีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ การล่องเรือหางแมงป่องชมสองฝั่งแม่น้ำปิง เรือหางแมงป่องเป็นเรือโบราณถิ่นล้านนาที่เกือบหายสาบสูญไปจากแม่น้ำปิง แต่บ้านเรือหางแมงป่อง โดยคุณส่งศรี วงษ์เวช ได้คิดอนุรักษ์และฟื้นตำนานเรือหางแมงป่อง คู่แม่ปิงขึ้นมาอีกครั้ง โดยการสร้างเรือขึ้นมาใหม่ ไม่ใช้ไม้สักขุดทั้งต้นเหมือนในอดีต แต่ทำด้วยวัสดุใหม่ เป็นเรือเหล็กผสมไม้ ถอดรูปมาจากเรือหางแมงป่องโบราณ เพื่อให้บริการล่องเรือชมทัศนียภาพตลอดลำแม่ปิง ภายใต้เงื่อนไขว่าการล่องเรือต้องไม่ก่อมลพิษในทุกด้าน เครื่องยนต์เบนซินจึงถูกเลือกขึ้นมาติดตั้งในเรือหางแมงป่อง เพราะเครื่องเบนซิน ก่อมลภาวะต่อแม่น้ำน้อยมาก เสียงเงียบไม่เป็นที่รบกวน ประกอบกับใช้หม้อน้ำเหมือนรถยนต์ ฉะนั้นจะไม่มีมลภาวะต่อแม่น้ำ และน้ำมันเล็ดลอดจากเครื่องสู่แม่น้ำแทบไม่มีเลย
เส้นทางการล่องเรือจะเริ่มต้นลงเรือที่ท่าศรีโขงหน้าวัดศรีโขง (อยู่ไม่ไกลจากสะพานแก้วนวรัฐ) ล่องลงใต้ผ่านคุ้มเจดีย์กิ่วเคยเป็นคุ้มพระชายาดารารัศมี, คุ้มเจ้าแก้วนวรัฐ ตลาดต้นลำใย วัดเกตการาม ท่าวัดเกต ชุมชนชาวเรือหางแมงป่องในอดีต ท่าช้าง บริษัทต่างชาติที่ได้สัมปทานป่าไม้, ไปรษณีย์แห่งแรกของเชียงใหม่, สะพานนวรัฐ โบสถ์คริสต์แห่งแรกของเชียงใหม่ ภัตตาคารจีนแห่งแรกของเชียงใหม่ สะพานเหล็ก กรมป่าไม้แห่งแรกของเชียงใหม่แล้ววกกลับล่องขึ้นเหนือตามเส้นทางเดิม แวะจอดพักอิริยาบถรับประทานของว่างและน้ำผลไม้ ณ บ้านเรือหางแมงป่อง ได้เวลาสมควรล่องเรือกลับที่ท่าศรีโขง ใช้เวลาล่องแต่ละรอบประมาณ 1.30 ช.ม.
เรือล่องแม่น้ำปิงเริ่มให้บริการตั้งแต่เวลา 09.00, 11.00, 13.00, 15.00 และ 17.00 น. โดยในแต่ละรอบนั้นจะมีวิทยากรประจำเรือคอยให้ความรู้เกี่ยวกับสถานที่ต่างๆ ตลอดสองริมฝั่งแม่น้ำ บรรยายเป็นภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ค่าบริการคนละ 300 บาท ติดต่อสอบถามได้ที่ บ้านเรือหางแมงป่อง โทร. 08 1960 9398, 08 1951 0791 หรือ www.scorpiontailed.com
ลำแต๊ ลำว่า
หลังจากเต็มอิ่มกับความสวยงามของเมืองเชียงใหม่และสุขใจกับการทำบุญแล้ว แล้วต้องไม่พลาดลิ้มรสของอร่อยที่ซ่อนตัวอยู่ทุกตรอกซอกซอย รอเพียงคุณลองเข้าไปสัมผัสรสชาติของเชียงใหม่อย่างแท้จริง
ร้านกาแล
ร้านอาหารไทยสไตล์เมืองเหนือ ตั้งอยู่ในบริเวณสำนักงานเกษตรและสหกรณ์ภาคเหนือ ต.สุเทพ อ.เมือง
จ.เชียงใหม่ หรือที่เรียกกันติดปากว่าบริเวณอ่างเก็บน้ำ ที่ไม่ได้มีดีแค่วิวสวยกับบรรยากาศโรแมนติก แต่ยังขึ้นชื่อเรื่องรสชาติอาหารอร่อยติดปลายลิ้นที่ทำให้ใครหลายๆ คนต้องแวะเวียนมาเยือนทุกครั้งที่มาเชียงใหม่ การเดินทางไปยังร้าน หากใช้เส้นทางด้าน ถ.สุเทพ มุ่งหน้าขึ้นดอยสุเทพ (ถนนด้านหลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่) ให้ตรงขึ้นไปเรื่อยๆ จะเจอกับเนินสูง ก็ให้ตรงขึ้นไป เลี้ยวโค้งทางซ้ายแล้วขับตรงต่อไปอีกประมาณ 10 เมตร จะถึงทางเลี้ยวขึ้นไปบนเนินสูงทางขวามืออีกครั้ง ก็จะเจอกับร้านอาหารกาแล ร้านเปิดให้บริการทุกวัน ระหว่างเวลา 10.00-21.00 น. แต่ถ้าเป็นวัน ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เปิดถึง 22.00 น. โทร. 0 5327 8655, 0 5381 1041
ร้านข้าวเหนียวเที่ยงคืน
ร้านนี้มีชื่อเรียกหลายชื่อ ไม่ว่าจะเป็นไก่ทอดโลกแตก ไก่ทอดกำแพงดิน หรือข้าวเหนียวเที่ยงคืน เป็นที่ร่ำลือของนักท่องราตรีเพราะเปิดบริการหลังเที่ยงคืนเท่านั้น ขนาดที่ว่าแม้ลูกค้าจะมายืนรอก็ไม่ยอมเปิดขายจนกว่านาฬิกาจะตีที่ 2 ยาม ที่สำคัญคนขายค่อนข้างดุ (เป็นที่มาของชื่อไก่ทอดโลกแตก) แต่คุ้มค่าที่จะลอง ไก่เนื้อนุ่มและหมูสามชั้นทอดจนเหลืองทอง จิ้มกับน้ำพริกหนุ่มรสจัดจ้าน ให้รสชาติของอาหารพื้นเมืองอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังมีไข่ต้มยางมะตูมและปลาทูไว้คอยบริการ ด้วยความอร่อยนี่เอง ที่ทำให้มีลูกค้ามายืนต่อคิวกันตั้งแต่ร้านยังไม่เปิดเลยทีเดียว ซึ่งปัจจุบันร้านนี้เลื่อนเปิดบริการเร็วขึ้นเป็น 23.30 น.แล้ว (ถ. กำแพงดิน โทร. 0 5320 6229) |
|
| |
อ๋องทิพย์รส
อยากลิ้มรสลูกชิ้นดิ้นได้ใบน้อยๆ ต้องไม่พลาดร้านอ๋องทิพย์รส ร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาน้ำใส รสชาติเยี่ยม โดดเด่นด้วยลูกชิ้นปลากรายลูกเล็กจิ๋ว แต่แน่นด้วยคุณภาพ เพราะนวดจนเหนียว เด้งได้เมื่อสัมผัสปลายลิ้น ผสานกับน้ำซุปที่เคี้ยวกระดูกหมูรสชาติหวานอร่อยจนแทบไม่ต้องปรุง เพียงเท่านี้คงคุ้มค่าที่จะลองแวะไปที่ อ๋องทิพย์รสจริงไหม? (ถ. พระปกเกล้า ใกล้ประตูช้างเผือก โทร. 0 5321 2712, 08 1595 5616 เปิดบริการ 18.00-05.00 น.) |
ร้านลาบลุงเสาร์คำ
ด้วยรสชาติลาบคั่วแบบคนเชียงใหม่แท้ๆ จึงทำให้ร้านลาบลุงเสาร์คำเป็นที่รู้จักของคนเชียงใหม่ โดยเฉพาะลาบคั่วปลายี่สกรสจัดกรุ่นกลิ่นเครื่องเทศที่คั่วจนหอม เสริมด้วยกระเทียมเจียวทำให้ลาบคั่วปลาจานนี้ปราศจากกลิ่นคาว นอกจากนี้อย่าลืมสั่งต้มส้มปลารสเปรี้ยวเจือเผ็ดนิดๆ ซดร้อนๆ คล่องคอดี ทั้งหมดทำให้ร้านลาบลุงเสาร์คำบรรจุไว้ในแผนที่ของ อร่อยเมืองเชียงใหม่อย่างไม่ต้องสงสัย (เทศบาลแม่ริมซอย 3 (ซอยตรงข้ามที่ว่าการอำเภอแม่ริม) โทร. 0 5329 8552 เปิดบริการ 10.00-17.00น.) |
|
| |
ร้านซาลาเปาวิกุลพานิช
ร้านเก่าแก่ในย่านวัดเกต-ตลาดสันป่าข่อยที่ผู้แวะเวียนมาไม่ควรพลาด วิกุลพานิชมีซาลาเปาทั้งลูกใหญ่ลูกเล็กให้เลือก เนื้อแป้งนุ่ม ไส้หมูด้านในชุ่มด้วยซอสที่หมักมีรสหวานนิดๆ ผสมความเผ็ดหน่อยๆของพริกไทย ความโดดเด่นอยู่ตรงที่ผสมกุนเขียงชิ้นใหญ่ด้านใน เมื่อกัดลงไปจะสัมผัสถึงรสชาติอร่อยไม่รู้ลืม(ถ.เจริญเมือง โทร. 0 5324 1930 เปิดบริการ 09.00 - 17.00 น.) |
ก๋วยเตี๋ยวฟ้าธานี
ที่นี่มีก๋วยเตี๋ยวสารพัดชนิดให้เลือกรับประทาน ไม่ว่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยวหมู ก๋วยเตี๋ยวปลา หรือก๋วยเตี๋ยวเครื่องในหมู แต่ที่เด็ดที่สุดคือ มาม่า! อย่าเพิ่งตกใจเพราะมาม่าของที่นี่แตกต่างจากที่อื่นตรงที่มีทั้งเนื้อสัตว์ และผัก พร้อมทั้งน้ำซุปหอมๆ ซึ่งเมื่อรวมกับเครื่องมาม่าจะได้รสชาติที่เข้มข้นจนคุณจะติดใจ (ถ.นิมมานเหมินทร์ ซอย 5 โทร. 0 1881 5307 เปิดบริการตั้งแต่ 17.00 - 04.00 น.) |
|
ที่พักฮิปๆ
มาเที่ยวไกลๆ ทั้งที นอกจากกิจกรรมจะสนุกสนานและอาหารอร่อยแล้ว เรื่องของที่พักก็ควรจะดีเด่นไม่แพ้กัน ด้วยความเป็นเมืองท่องเที่ยว เชียงใหม่จึงมีโรงแรมและที่พักมากมายหลายระดับตามแต่งบประมาณและรสนิยมความชอบส่วนตัว แต่ถ้าใครชอบความฮิพ ความชิกที่อินสุดๆ ในตอนนี้ ก็ต้องเป็นบูติกโฮเต็ลแบบนี้เลย (แต่ส่วนใหญ่จะมีห้องไม่เยอะ ใครถูกโฉลกก็ควรรีบจองกันแต่เนิ่นๆ)
ก่อนเดินทางอย่าลืมเช็คโปรโมชั่นสุดเจ๋งที่เชียงใหม่ และเพื่อความสะดวกไร้กังวลในการช้อปปิ้งอย่าลืมพกบัตรเครดิตกสิกรไทย และก่อนออกเดินทางอย่าลืมเตรียมขอเพิ่มวงเงินฉุกเฉินชั่วคราวจากบัตรเครดิตกสิกรไทย ติดต่อที่ 0 2888 8888
| |
เดอะ นาคา (The De Naga Hotel)
โรงแรมบูติกที่ล้ำสมัยด้วยการออกแบบที่เรียบหรู อันเป็นผลมาจากการผสมผสานศิลปะแบบโมเดิร์นเข้ากับล้านนาได้อย่างน่าประทับใจ เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับโรงแรมระดับ 4 ดาว |
รวมเข้ากับ บรรยากาศโดยรวมที่แสนผ่อนคลายและบริการระดับหรูแต่แฝงไว้ด้วยไมตรีจิตแบบไทยๆ ที่ทำให้ใครหลายคนอดแวะเวียนมาพักได้ไม่รู้เบื่อทุกครั้งที่มาเชียงใหม่ (21 ซ. มูลเมือง 2 ถ. มูลเมือง ต.พระสิงห์ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ โทร. 0 5320 9030www.denagahotel.com)
โรงแรม ยู เชียงใหม่ (U Chiang Mai Hotel)
โรงแรมสไตล์บูติกล้านนา ที่สร้างความประทับใจด้วยการตกแต่งที่สวยงามอย่างลงตัวในสไตล์คอนเทมโพรารีล้านนา แต่ไม่ลืมมอบความสะดวกสบายด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่เพียบพร้อม และการบริการที่เป็นเลิศ นอกจากนั้น ทำเลที่ตั้งยังอยู่ติดกับถนนคนเดินเชียงใหม่ บริเวณสี่แยกกลางเวียง ทำให้สะดวกสบายในการเดินทางไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ รอบเมืองหรือจะนั่งปล่อยอารมณ์กับบรรยากาศชิลๆ ของโรงแรมก็ไม่ผิดแต่อย่างใด (70 ถ. ราชดำเนิน (ถนนคนเดินเชียงใหม่) ต.ศรีภูมิ อ. เมือง จ.เชียงใหม่ โทร. 0 5332 7000 www.uchiangmai.com)
โรงแรม ทามารีน วิลเลจ (Tamarind Village)
บูติครีสอร์ทสุดฮิพที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนย้อนอดีตไปกว่าเจ็ดร้อยปี และได้เข้าถึงการพักผ่อนอย่างเงียบสงบและแสนผ่อนคลายในใจกลางเมืองเชียงใหม่ ใครที่ชอบสปาเป็นชีวิตจิตใจ ก็ไม่ควรพลาดลองใช้บริการสปาของที่นี่ดู (50/1 ถ.ราชดำเนิน ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โทร. 0 5341 8896-9)
|