Wi-Fi Experience@KBank
ค้นหา:
Join:
Home / Travel / แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว / ภูเก็ต / ทอดน่องท่องอาคารเก่าชิโนโปรตุกีส และชมพระอาทิตย์ตกทะเลที่แหลมพรหมเทพ / ข้อมูลทั่วไป
   

ทอดน่องท่องอาคารเก่าชิโนโปรตุกีส และชมพระอาทิตย์ตกทะเลที่แหลมพรหมเทพ -  ข้อมูลทั่วไป

Send To Friend
 
 

ทอดน่องท่องอาคารเก่าชิโนโปรตุกีส และชมพระอาทิตย์ตกทะเลที่แหลมพรหมเทพ

การเดินท่องเที่ยวเชิงสำรวจสถาปัตยกรรมแบบ “ชิโน-โปรตุกีส" เป็นโอกาสที่
หาได้ยาก และนักท่องเที่ยวน้อยรายมากที่ตั้งใจจะทอดน่องท่องถนน ชมสถานที่ท่องเที่ยวเชิงสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์โดยเฉพาะ เพราะส่วนใหญ่อยากจะสัมผัสแต่ Sand - Sea - Sun เป็นหลัก แท้จริงแล้วอาคารเก่าบนถนนทุกสาย คือสัญลักษณ์ของความรุ่งเรืองทางการค้าของเกาะภูเก็ต ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ถึงปลายรัชกาลที่ 6 ดังนั้นการได้เจาะลึกและเก็บภาพอาคารเก่าไว้ คือการเก็บความทรงจำ ที่นับวันจะเลือนหายไปพร้อมกับตึกอาคารสูง จากนั้นไปชมพระอาทิตย์ตกน้ำที่แหลมพรหมเทพ มองเห็นคลื่นกระทบสร้างกระแสวน เมื่อสะท้อนแสงยามเย็นแล้วเป็นภาพที่ติดตรึงใจยากจะลืม บนเกาะไขมุกอันดามันแห่งนี้

การท่องเที่ยวเมืองภูเก็ต เพื่อให้ได้อรรถรสและซึมซับความเป็นเอกลักษณ์ของเมือง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทราบประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่น่าสนใจ รูปแบบของสถาปัตยกรรมที่สร้างในสมัยนั้น มักเป็นรูปที่รู้จักในชื่อของสถาปัตยกรรมแบบชิโน-โปรตุเกส เป็นการผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบจีนและยุโรปเข้าด้วยกัน รวมทั้งสถาปัตยกรรมแบบยุโรปที่ใช้ในอินเดียผสมอยู่ด้วย สถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุเกสมีการก่อสร้างมากที่สุดในสมัยรัชกาลที่ 5 ถึงปลายสมัยรัชกาลที่ 6 (พ.ศ. 2411 - 2468) เนื่องจากเป็นช่วงที่มีการทำเหมืองแร่ดีบุกในภูเก็ตและมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจมาก มีการติดต่อกับต่างชาติมากขึ้น คหบดีชาวภูเก็ตซึ่งมีเชื้อสายจีนเป็นส่วนใหญ่ มีการค้าขายติดต่อกับจีน มีเรือสำเภาขนสินค้าผ่านทางปีนัง มาเลเซีย จึงได้มีการจ้างช่างคนจีนมาก่อสร้างอาคารแบบตะวันตกแบบเดียวกับอาคารที่ปีนัง และมะละกา

โดยสรุปแล้ว ลักษณะของสถาปัตยกรรมแบบชิโนโปรตุกีสคือ การผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมยุโรปและศิลปะจีน กล่าวคือ “สถาปัตยกรรมแบบอาณานิคม” หรือ “อาคารแบบโคโลเนียล” (Colonial Style) ถ้าเป็น
อาคารสองชั้นกึ่งร้านค้ากึ่งที่อยู่อาศัย (shop-house or semi-residential) จะมีด้านหน้าอาคารที่ชั้นล่างมีช่อง
โค้ง (arch) ต่อเนื่องกันเป็นระยะๆ เพื่อให้เกิดการเดินเท้า ที่ภาษาไทยเรียกทับศัพท์ว่า “อาเขต” (arcade)
หรือที่ภาษาจีนฮกเกี้ยนเรียกว่า “หง่อคาขี่” ซึ่งมีความหมายว่า ทางเดินกว้างห้าฟุต นอกจากอาเขตแล้ว
อาคารแบบโคโลเนียลมีการนำลวดลายศิลปะตะวันตกแบบกรีก โรมัน หรือเรียกว่า “สมัยคลาสสิก” เช่น
หน้าต่างวงโค้งเกือกม้า หรือหัวเสาแบบโยนิก หรือไอโอนิก (แบบม้วนก้นหอย) และคอรินเทียน (มีใบไม้ขนาดใหญ่ประดับ) เป็นต้น ซึ่งนักวิชาการบางท่านอาจเรียกสถาปัตยกรรมแบบนี้ว่า “นีโอคลาสสิก”

สิ่งที่ผสมผสานศิลปะจีนคือ ลวดลายการตกแต่ง
ไม่ว่าจะเป็นภาพประติมากรรมนูนต่ำหรือนูนสูงทำด้วยปูนปั้นระบายสีของช่างฝีมือจีน ประดับอยู่บนโครงสร้างอาคารแบบโปรตุเกส บานประตูหน้าต่าง ตลอดจนการตกแต่งภายในที่มีลักษณะเป็นศิลปะแบบจีน

เมืองเก่า...เล่าใหม่
การเดินทางชมเมืองเก่าภูเก็ต เป็นกิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจมาก ได้เรียนรู้วัฒนธรรม และประวัติความเป็นมาที่สะท้อนมาในรูปแบบอาคาร กิจกรรม อาหาร และการดำรงชีพประจำวัน เมืองเก่าภูเก็ตมีพื้นที่ไม่กว้างนัก เรียกว่าเดินกันได้ครบในเวลาครึ่งวัน แต่ถ้าใครช่างเจรจาสักหน่อย ก็อาจได้สัมผัส พูดคุยกับเจ้าของอาคาร หรือชิมอาหาร ขนม กันไป อาจใช้เวลากันได้ทั้งวันทีเดียว

เส้นทางชมเมืองเก่าภูเก็ต มีเส้นทางเดียวแต่แบ่งย่อยเป็นช่วงๆ ได้ 6 ช่วง

ช่วงที่ 1 ถนนภูเก็ต ถนนรัษฎา ถนนระนอง
ช่วงนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินชมเมือง เริ่มต้นกันที่ศูนย์รวมข่าวพรหมเทพ ซึ่งเป็นอาคารสถานีตำรวจที่มีหอนาฬิกาอยู่ด้านบน ตั้งอยู่หัวมุมถนนพังงา ตัดกับถนนภูเก็ต จากนั้นเดินตามถนนภูเก็ตลงมาตามทิศใต้
เลี้ยวขวาเข้าถนนรัษฎา เดินทางถนนรัษฎาไปเรื่อยๆ จนถึงบริเวณวงเวียนน้ำพุหรือวงเวียนสุริเดช แล้วเดินตรงไปตามถนนระนอง จนถึงตลาดและบริษัทการบินไทย จากนั้นวกกลับมาที่วงเวียนน้ำพุอีกครั้ง รวมระยะทางประมาณ 920 เมตร

สิ่งดีๆ ที่ได้เห็น ในรูปแบบของสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างตะวันออกและตะวันตก
  • ศูนย์รวมข่าวพรหมเทพ
    อาคารสีขาว 2 ชั้น ที่โดดเด่นด้วยหอนาฬิกาสูง 4 ชั้น มีหลังคา คล้ายรูปหมวกตำรวจสมัยก่อน
    ช่องประตูหน้าต่างแบ่งเป็นช่องโค้งมีเสาอิงแบ่งเป็นช่วง ประดับลายปูนปั้นบนยอดซุ้มโค้งสวยงาม และโรงแรมถาวร โรงแรมเก่าแก่ที่เมื่อเข้าไปภายในโถงโรงแรม และส่วนคอฟฟี่ชอป จะได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับเมืองภูเก็ตผ่านนิทรรศการภาพถ่าย และมีเครื่องเรือน ตู้โทรศัพท์ เครื่องฉายภาพยนตร์ เครื่องแต่งกาย ข้าวของเครื่องใช้ของคนงานในเหมืองให้ได้ชมอีกด้วย
  • สะพานพระอร่าม เป็นสะพานที่ก่อสร้างขึ้นโดยคนที่มาทำเหมืองแร่ดีบุก ใช้ก้อนหินก่อสร้างข้ามแม่น้ำ มีความยาว 25 เมตร ปัจจุบันเหลือ แต่เพียงร่องรอยของซากเสาหิน
  • นิทรรศการภาพถ่ายและของเก่าในโรงแรมถาวร
  • บ้านคุณเต็งก๊ก แซ่หงอ
  • อาคารธนาคารกรุงศรีอยุธยา
  • อาคารภูเก็ตชอปปิ้งเซ็นเตอร์ ตั้งอยู่ถนนรัษฎา ตัวอาคารพานิชย์บริเวณทางเข้าเป็นอาคารแบบชิโน-โปรตุเกส
  • ภัตตาคารไล่อันเหลา
    อาหารทะเล ไทย, จีน - เป็นร้านอาหารจีน และอาหารทะเลขึ้นชื่อในจังหวัดภูเก็ต ตั้งอยู่บนถนนรัษฎา
  • อาคารตึกแถว 2 ฟากถนนบริเวณหัวมุมวงเวียนสุริยเดช
  • วงเวียนสุริยเดชหรือวงเวียนน้ำพุ
    ย่านวงเวียนน้ำพุเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจการค้า ที่สำคัญแห่งหนึ่งของภูเก็ต เป็นแหล่งซื้อของกิน
    ของฝากของนักท่องเที่ยว คลาคล่ำไปด้วยยวดยานพาหนะ ถึงขั้นการจราจรติดขัดในบางเวลา ที่กลางวงเวียนมีน้ำพุ รายล้อมด้วยหัวฉีดน้ำที่ใช้ในเหมืองแร่ของตระกูลหงษ์หยก
  • อาคารตึกแถวเก่า ถนนระนอง
  • ตลาดใหญ่หรือตลาดสาธารณะเทศบาล
  • อาคารบริเวณบริษัทการบินไทย (บ้านพระอร่ามสาครเขต)
    เรือนพระอร่ามสาครเขต ถือเป็นแถวหน้าของอาคาร “ชิโน-โปรตุกีส” ที่ชาวภูเก็ตภาคภูมิ ใจ ด้วยได้รับการดูแลรักษาอย่างดี และทรงคุณค่าจนได้ขึ้นทะเบียนเป็น “โบราณสถานของชาติ” แต่ไม่ทำตัว
    เหินห่างจากประชาชน ด้วยการอนุญาตให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวไปชื่นชมและถ่ายภาพได้ ในเงื่อนไขที่ไม่รบกวนการทำงานของพนักงานการบินไทย

    บริษัทการบินไทย สำนักงานภูเก็ต ที่โดดเด่นบนถนนระนอง ย่านใจกลางเมืองเก่าภูเก็ต ในอดีตคือคฤหาสน์ของพระอร่ามสาครเขต หรือ “ตันเพ็กฮวด” ชาวจีนฮกเกี้ยน ต้นตระกูล “ตัณฑัยย์” หนึ่งใน
    บรรดานายเหมืองผู้มีบทบาทสำคัญทางการค้า และการพัฒนาเมืองภูเก็ต สร้างขึ้นในราว พ.ศ. 2460 - 2465 ต่อมาบริษัทการบินไทย เมื่อครั้งยังเป็นบริษัทเดินอากาศไทย ซื้อคฤหาสน์หลังนี้เป็นที่ทำการ
    ตั้งแต่ปี 2490 แม้อายุอานามของคฤหาสน์จะล่วงเลยมาเกือบศตวรรษ
  • อาคารร้านจีนไทยพาณิชย์ (ขนมท้องถิ่น)

ช่วงที่ 2 ถนนพังงา ถนนภูเก็ต ถนนมนตรี
ช่วงที่ 2 เริ่มจากมุมถนนระนองตัดกับถนนเยาวราช บริเวณวงเวียนสุรเดช เดินไปตามถนนเยาวราช
ประมาณ 70 เมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนพังงา เดินตามถนนพังงาไปตลอด จนถึงสี่แยกตัดกับถนนภูเก็ต ถึง
ช่วงนี้อาจเลี้ยวซ้ายเดินไปตามถนนภูเก็ต หรือหากมีเวลาอาจเดินตรงไปอีกนิดจนถึงถนนมนตรี แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนมนตรีจากนั้นจะถึงสามแยก ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนถลาง เดินตามถนนถลางไปเรื่อยๆ แล้วค่อยวกเข้า
ชมอาคารตึกเก่าบนถนนภูเก็ต ก่อนจะเดินย้อนไปถนนถลาง เพื่อเดินชมอาคารบนถนนถลางในช่วงต่อไป ระยะหากไม่เดินช่วงถนนมนตรีประมาณ 570 เมตร แต่หากรวมช่วงถนนมนตรี กับถนนถลางช่วงต้นด้วย จะประมาณ 1,120 เมตร เส้นทางในช่วงนี้มีอาคารให้ชม ทั้งที่เป็นแบบตึกแถว ศาลเจ้า อาคารสาธารณะ


สิ่งดีๆ ที่ได้เห็น ในรูปแบบของสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างตะวันออกและตะวันตก
  • อาคารบ้านคุณสงวน ลิมปานนท์
    เดิมเป็นสำนักงานรับซื้อแร่ของบริษัทฝรั่ง อาคารเก่าสูงถึงสามชั้นเช่นนี้หาชมได้ยาก ตัวอาคารเป็น
    สถาปัตยกรรมแบบนีโอ-คลาสสิกประดับปูนปั้นแบบจีน ประตูทำด้วยไม้สลักลวดลายพรรณพฤกษาและปิดทองจนโดดเด่น ตรงกลางประตูทำเป็นวงรีรูปไข่ อันหมายถึงคันฉ่อง หนึ่งในมงคลแปดประการของจีน ด้านหน้าอาคาร ชั้นที่ 2 เป็นซุ้มโค้ง หน้าต่างรองรับด้วยเสาแบบไอโอนิกหรือก้นหอย ด้านล่างทำเป็นราวลูกกรงติดผนัง ระหว่างซุ้มโค้งประดับประติมากรรมนูนต่ำรูปสิงโตและหงส์ ซึ่งล้วนเป็นสัตว์มงคลตามคติจีน ชั้นที่ 3 ตกแต่งวิจิตรกว่าชั้นอื่นๆ ลายจั่วกรอบหน้าต่างเป็นลายปูนปั้นรูปใบไม้ที่อ่อนช้อย มีเสาแบบไอโอนิกก้นหอยกับแบบคอรินเทียนเป็นใบไม้ขนาบข้าง และระเบียงปิดคลุมหลังคา
  • อาคารตึกแถวเก่าบริษัทซีทรานทราเวล
  • ศาลเจ้าแสงธรรม ( อ๊าม เต่งก้องต๋อง )
    ศาลเจ้าแสงธรรมหรือศาลเจ้าประจำตระกูลแซ่ตัน ตั้งอยู่ที่ถนนพังงา ทางเข้าเป็นประตูเล็กๆ มีซุ้ม
    ประตูแบบจีน เป็นโบราณสถานที่เป็นศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมแบบจีนมีอายุ ครบ 109 ปี เมื่อ
    กุมภาพันธ์ 2543 และได้มีการบูรณะศาลเจ้าเดิมซึ่งเป็นเก๋งจีนมีสันหลังคาที่เป็นรูป ปูนปั้นมังกรคู่เล่น
    ลูกไฟ และเครื่องประดับตกแต่งด้วยตุ๊กตาจีนและดอกไม้ โดยใช้เทคนิคกระเบื้องตัดแปะบนประติมากรรมปูนปั้นแบบโมเสอิก เป็นหลังคาใหม่ รูปปูนปั้นบนหลังคาหายไป แต่ยังมีโครงหลังคาเดิมซึ่งเขียนด้วยสีน้ำมันเป็นลวดลาย ภายในศาลเจ้ามีภาพจิตรกรรมสีขาวดำบนผนัง เรื่องซิยิ่นกุ้ย อดีตชาติของเทพอ๋องซุนต่ายส่ายเมื่อครั้งเป็นมนุษย์ ซึ่งเป็นประธานของศาลเจ้านี้ พร้อมเทพอื่นๆ เช่น ตันเสงอ๋อง กวนอู และเจ้าแม่กวนอิม
  • โรงแรมออนออน
    ตั้งอยู่ที่ถนนพังงา ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต สร้างเมื่อ พ.ศ. 2472 โดยเจ้าของจ้างช่างจากเมืองปีนัง เป็นตึกใหญ่ 2 ชั้น ก่อด้วยอิฐถือปูน มีลักษณะเด่นพิเศษคือ การตกแต่งลวดลาย
    เหนือประตูหน้าต่าง ตกแต่งหัวเสาและฝาผนัง ตลอดจนช่องลม ลูกกรงชั้นดาดฟ้า อย่างวิจิตรสวยงาม
  • อาคารตึกเก่า ถนนพังงา
    ตัวเมืองภูเก็ตจะเป็นการผสมผสานกันระหว่างเก่าของอาคารกับ การพัฒนาก้าวไปของกาลเวลา เมื่อเข้ามาในเมืองจะพบกับอาคารตึกเก่าซึ่งล้วนแต่มีอายุมากว่านับร้อยปี ซึ่งเป็นการผสมระหว่างสถาปัตยกรรมตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน โดยส่วนมากจะอยู่บริเวณถนนพังงา ถนนดีบุก ถนนเยาวราช
  • อาคารธนาคารนครหลวงไทย
    อาคารธนาคารนครหลวงไทย สาขาภูเก็ต (ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดเดิม) ธนาคารแห่งแรกของไทยที่ดำเนินการในส่วนภูมิภาค อาคารหลังนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ก่อสร้างตรงตัวอาคารที่มีเสารับน้ำหนักที่มั่น คงแข็งแรง เสาชั้นล่างมีลวดลายหัวเสาเรียบง่ายคล้ายเสาแบบดอริก แต่บนหัวเสาตกแต่งเป็นรูปแบบก้นหอยคล้ายหัวเสาแบบไอโอนิค ช่วงคานเหนือเสา มีการใช้แท่งสี่เหลี่ยมเล็กๆ ประดับอันเป็นส่วนสำคัญของสถาปัตยกรรมยุคโรมันคลาสสิค ส่วนซุ้มโค้งครึ่งวงกลมมีการตกแต่งด้วยหินสลักรูปทรงอ่อนช้อยบริเวณยอดโค้ง
  • อาคารตึกแถวเก่าถนนภูเก็ต
  • สะพานเก่าข้ามคลองบางใหญ่
  • อาคารสำนักงานบริการโทรศัพท์ภูเก็ต
  • ร้านเอกโอชา
  • ร้านจิรายุวัฒน์ หมี่ฮกเกี้ยน
    ร้านหมี่ฮกเกี้ยน จิรายุวัฒน์ ที่เปิดให้บริการมานาน นอกจากความกลมกล่อมของน้ำซุปสูตรต้นตำรับที่ไม่เหมือนใครแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ลูกค้าสามารถ แวะเวียนมาสัมผัสได้คือ การบริการที่น่าประทับใจจากเจ้าของร้าน และสิ่งเหล่านี้ทำให้ ร้านหมี่ฮกเกี้ยน จิรายุวัฒน์ กลายเป็นความสมบูรณ์แบบของร้านหมี่ในจังหวัดภูเก็ต
  • อาคารที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขเดิม
    เดิมเป็นตึกเก่าที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขจังหวัดภูเก็ต ลักษณะชิโนโปรตุกิส สร้างเมื่อปี พ.ศ.2473 ซึ่งหลังจากที่สร้างอาคารสำนักงานไปรษณีย์ภูเก็ตขึ้นมาใหม่ ที่บริเวณอาคารหลังเก่าสำนักงานไปรษณีย์จังหวัดภูเก็ต โดย บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้เปิดพิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากรภูเก็ต เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้เยาวชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเกี่ยวกับดวงตราไปรษณียากรของไทย และสนับสนุนให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว
ช่วงที่ 3 เป็นทางเมืองเก่า ช่วงถนนกระบี่ ถนนสตูล
ถนนกระบี่ เป็นถนนเส้นทางเดียวกับถนนถลาง โดยเชื่อมกันบริเวณแยกตัดกับถนนเยาวราช เส้นทางเดินนี้เริ่มต้นจากถนนกระบี่บริเวณแยกถนนเยาวราช เดินไปทางทิศตะวันตกจนถึงสามแยกตัดถนนสตูล แล้วเดินตรงไปอีกจนถึงบ้านคุณประชา ตัฒฑวานิช จากนั้นเลี้ยวเข้าถนนดีบุก เส้นทางนี้มีอาคารเก่า และร้านอาหารพื้นเมืองมาก รวมระยะทางประมาณ 950 เมตร

สิ่งดีๆ ที่ได้เห็น ในรูปแบบของสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างตะวันออกและตะวันตก
  • อาคารโรงเรียนภูเก็ตไทยหัว
    ตั้งอยู่ที่ถนนกระบี่ย่านเมืองเก่าภูเก็ต สถานที่แห่งนี้เดิมเป็นโรงเรียนสอน ภาษาจีนแห่งแรกในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งชาวจีนฮกเกี้ยนบรรพบุรุษชาวจีนรุ่นแรกที่อพยพ มาอยู่ที่ภูเก็ตได้ร่วมกันตั้งขึ้น ตัวอาคารแบบชิโนโปรตุกีสที่เห็นในปัจจุบันนี้สร้างขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2477 บนหน้าจั่วอาคารเรียน มีรูปปูนปั้นเป็นรูป
    ค้างคาวแดง ซึ่งสื่อความหมายถึง การรู้หนังสือคือโชคอันยิ่งใหญ่ เป็นการแสดงให้เห็นถึงการตระหนักถึงการให้การศึกษาแก่ลูกหลานชาวภูเก็ต ไม่เฉพาะการเล่าเรียนเพื่อให้อ่านออกเขียนได้เท่านั้น แต่หัวใจสำคัญของการศึกษาอยู่ที่การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และปรัชญาในการดำเนินชีวิต
  • ร้านย้อยโภชนา
  • โรงเรียนอนุบาลภูเก็ตกุลธิดาและโรงพยาบาลสิริโรจน์เดิม
  • ร้านสุนทรโอชา ร้านสุนทรโอชาขายข้าวต้มและอาหารพื้นเมือง
  • บ้านเลขที่ 9 ถนนกระบี่ (บ้านคุณสิทธิ์ ตัฒฑวนิช)
  • บ้านเลขที่ 98 ถนนกระบี่ (บ้านคุณประชา ตัฒฑวนิช)
    ด้านหน้าตึกทั้งชั้นล่างและชั้นบนตกแต่งตามแบบจีนและเป็น อาคารเดียวที่ยังมีสภาพสมบูรณ์ ตึก
    แถวห้องนี้เป็นบ้านของอ๋องบุ้นเทียม พ่อตาของพระพิทักษ์ชินประชา อดีตนายเหมืองแร่ดีบุก เดิมเคย
    เป็นสำนักงานดำเนินกิจการโพยก๊วน และรับซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ด้านหน้าตึกชั้นล่างทำประตูไม้สองชั้นแบบจีน ขนาบด้วยหน้าต่างข้างละบาน สลักลวดลายลงรักปิดทองสวยงาม เหนือประตูติดป้ายชื่อสำนักงานแลกเปลี่ยนเงินตรา "ฮับหล่องฮวด" ส่วนประตูชั้นในจารึกคำจีนที่มี
    ความหมายมงคลว่า "ให้ธุรกิจเจริญเฟื่องฟูงอกงาม" ประตูชั้นนอกแกะสลักไม้เป็นลายดอกพุดตาน อัน
    เป็นไม้มงคลในคติจีน มีป้ายภาษาจีนครึ่งวงกลมเหนือหน้าต่างทั้งสองข้าง เป็นข้อความประชาสัมพันธ์กิจการว่า ห้างแห่งนี้รับโอนเงินไปยังเมืองเซี่ยเหมิน มณฑลฮกเกี้ยนในจีน
  • ร้านเฉาก๊วยบ้านหลวงอำนาจนรารักษ์
    เป็นบ้านที่มีความงดงามโดดเด่นอยู่ที่ลายปูนปั้นตั้งแต่หัวเสาแบบคอมโพสิต และช่วงคานเหนือเสา
    เป็นศิลปะแบบกรีกยุคคลาสสิคผสานกับปูนปั้นลายค้างคาว ลายหงส์ ลายเมฆ รวมทั้งลายใบไม้ และผลไม้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์มงคลของคนจีน
  • ร้านชนมจีนป้ามัย
    ขนมจีนปักษ์ใต้รสเด็ด อาหารเช้ายอดนิยมของคนใต้ มีทั้งน้ำยากะทิ, น้ำยาป่า, น้ำพริก, แกงไตปลา, แกงเขียวหวานไก่ กินกับผักสด ผักดอง ผักต้มกะทิ ที่พิเศษไปกว่านั้นคือ ลูกค้าสามารถตักน้ำแกงได้เองตามใจชอบ เขาทำขายมาเกือบ 50 ปีแล้ว โดยเป็นสูตรของคุณป้าละมัย พูลสวัสดิ์ ซึ่งปัจจุบันดูแลโดยลูกชายและลูกสะใภ้ - โกวิทย์และป้าแดง ซึ่งเปิดขายทุกวันตั้งแต่หกโมงเช้าไปจนถึงประมาณสิบ
    โมงเช้า ขายจานละ 20 บาทเท่านั้น นอกจากขนมจีนแล้วยังมีห่อหมกปลามง รสอร่อยอีกด้วย ขนมจีนป้ามัย ตั้งอยู่บนถนนกระบี่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต โทร. 076-258-037
  • ร้านหมี่แป๊ะเถว
    ร้านหมี่แปะเถว ตั้งอยู่บนถนนสตูล ใกล้กับโรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญา ขายบะหมี่ เย็นตาโฟ และ
    เกี๊ยวทอด.
ช่วงที่ 4 ทางเมืองเก่า ช่วงถนนถลาง
ถนนถลางเป็นถนนที่เก่าแก่ที่สุดสายหนึ่งในเมืองภูเก็ต และในปัจจุบันนับได้ว่าเป็นถนนที่ยังคงมีอาคาร
ตึกแถวเก่าที่มีรูปแบบเดิมมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลักษณะของการเปิดช่องทางเดิน การเดินชมถนนในช่วงนี้ระยะทางไม่ถึง 400 เมตร เริ่มจากสี่แยกถนนถลางตัดกับถนนภูเก็ต เดินชมถนนไปเรื่อยๆ จนสุดที่สี่แยกตัดกับถนนเยาวราช ตึกแถวที่อยู่บนถนนถลางมีอยู่ทั้งหมด 151 คูหา และประมาณครึ่งหนึ่งมีคุณค่าทาง
สถาปัตยกรรมชิโนโปรตุเกส


สิ่งดีๆ ที่ได้เห็น ในรูปแบบของสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างตะวันออกและตะวันตก
  • ตึกแถวถนนถลางฝั่งเลขคี่ช่วงแรก
  • ตึกแถวถนนถลางฝั่งเลขคู่ช่วงแรก
  • ตึกแถวถนนถลางฝั่งเลขคี่ช่วงปลาย
  • ตึกแถวถนนถลางฝั่งเลขคู่ช่วงปลาย
ช่วงที่ 5 ถนนดีบุก ถนนเยาวราช ตรอกสุ่นอุทิศ ซอยรมณีย์
ช่วงนี้เริ่มจากแยกถนนดีบุกตัดกับถนนสตูลเดินตามถนนดีบุกจนถึงสี่แยกตัดถนนเยาวราช แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนเยาวราชเพื่อชมอาคารตึกแถว และลิ้มลองอาหารอร่อย ในตรอกสุ่นอุทิศ แล้วย้อนกลับมาที่สี่แยกอีกครั้ง เพื่อเลี้ยวขวาเข้าถนนดีบุกอีกช่วงหนึ่ง จากนั้นเลี้ยวเข้าสู่ซอยรมณีย์และออกไปยังถนนถลาง การเดินชมเมืองในช่วงนี้ จะพบกับความหลากหลายของอาคารชิโนโปรตุเกส รวมทั้งความอร่อยของอาหาร ขนมพื้นบ้าน ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร

สิ่งดีๆ ที่ได้เห็น ในรูปแบบของสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างตะวันออกและตะวันตก
  • บ้านหลวงอำนาจนรารักษ์
    มีลักษณะเด่นอยู่ที่นำประติมากรรมปูนปั้นมาประดับเต็มพื้นที่ เช่น ประติมากรรมปูนปั้นรูปหงส์กางปีก
    บินระหว่างลายเมฆ (ยู่อี่) และดอกไม้ห้อยระย้า เป็นลวดลายอย่างจีน หงส์ หมายถึงความงามและอบอุ่น ส่วนลายเมฆเป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์ และดอกไม้นั้นน่าจะเป็นดอกท้อ เป็นเครื่องป้องกันภูตผีปีศาจ หัวเสาแบบคอรินเทียนเป็นปูนปั้นลายใบไม้ ผสมผสานกับลวดลายแบบจีนได้อย่างงดงาม เสาโครงสร้างที่มุขข้างชั้นบน หัวเสาเป็นแบบคอรินเทียนผสมไอโอนิก คือหัวเสาม้วนเป็นก้นหอย มีลายค้างคาวแบบจีนสอดแทรกอย่างกลมกลืนกัน
  • อาคารตึกแถวฝั่งเลขคี่ ถนนดีบุก
  • อาคารตึกแถวฝั่งเลขคู่ ถนนดีบุก
  • ร้านขนมพื้นเมือง
  • อาคารบริษัทเอกวานิช จำกัด
    บริษัทเอกวานิช จำกัด ตั้งอยู่ที่ถนนดีบุก อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ตตึกนี้เป็นสถาปัตยกรรมที่ได้รับ
    อิทธิพลมาจากจีนผสมยุโรป ที่เรียกว่าชิโน โปรตุกีสสไตล์ ด้านนอกของอาคารทั้ง 2 ด้าน ที่หันสู่ถนน
    มีหลังคา หรือเพดานคลุมตลอดเพื่อกันแดดกันฝน ลักษณะเช่นนี้เรียกว่า อาเขต ซึ่งเป็นแนวคิดของ
    พระยารัษฎานุประดิษฐ์
  • ศูนย์อาหารโรงภาพยนต์สยามเดิม
  • ตรอกสุ่นอุทิศและอาหารว่าง
    หากใครชื่นชอบบรรยากาศเก่าๆ และอาหารพื้นเมืองภูเก็ตต้องไม่พลาดตรอกนี้ เพราะพื้นที่บริเวณต้นตรอกจะมีร้านโอเอ้ว ขนมอาโป้ง และหมี่หุ้นกระดูกหมู ให้ได้แวะชิมกัน อีกทั้งยังมีอาคารบ้านเรือนเก่าๆ ภายในตรอกนี้ได้ชมกันอีกด้วย ขนมอาโป้ง ทำจากแป้งข้าวเจ้า ใส่ไข่แดง แป้งเชื้อ กะทิ และน้ำตาล ที่ละลายเข้ากันดีมาละเลงบนกระทะลูกเล็กก้นลึก จะได้ขนมแผ่นกลมขอบบาง ตรงกลางมีเนื้อนิ่ม พอสุกดีก็พับด้านข้างทั้งสองเข้ามาหาตรงกลาง มีรสหวาน
  • ร้านจึ้งวด
  • ตึกแถวเลขที่ 96 ถนนเยาวราช
    ตึกแถวของตระกูลลิมปานนท์ เป็นอาคารสามชั้น เลขที่ 96 เดิมเป็นสำนักงานรับซื้อแร่ของบริษัทฝรั่ง อาคารเก่าสูงถึงสามชั้นเช่นนี้หาชมได้ยาก ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบนีโอ - คลาสสิก ประดับปูนปั้นแบบจีน ประตูทำด้วยไม้สลักลวดลายพรรณพฤกษาและปิดทองจนโดดเด่น ตรงกลางประตูทำเป็นวงรีรูปไข่ อันหมายถึงคันฉ่อง หนึ่งในมงคลแปดประการของจีน ด้านหน้า
  • อาคารบริษัทเกี้ยนหงวน
    ตั้งอยู่ที่ถนนเยาวราช อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ลักษณะของตึกเป็นสถาปัตยกรรมแบบชิโนโปรตุกีส
    สไตล์ มีหัวเสาลักษณะแบบดอริกและไอโอนิก ซึ่งประดับประดาด้วยรูปปั้นที่หรูหรา เสาในระดับชั้นที่สองเป็นหัวเสาแบบโครินเธียน กรอบประตูใหญ่หน้าต่าง 2 บาน เหนือหน้าต่างมีช่องลมซึ่งมีลวดลายจำหลักอย่างงดงาม
  • อาคารสมาคมภูเก็ตฮกเกี้ยนสามัคคี
  • ร้านโจ๊กวัดกลาง
    ร้านโจ๊กวัดกลาง อยู่เยื้องๆ กับสมาคมภูเก็ตฮกเกี้ยนสามัคคี ขายตอนตีห้าครึ่งถึงสิบเอ็ดโมงเช้า มี
    โจ๊กและหมี่ภูเก็ต กระดูกหมูตุ๋น เป็นที่นิยมของชาวภูเก็ต ...
  • กุฏิเก่าในวัดกลาง
  • อาคารตึกแถวเก่าในซอยรมณีย์
    นับเป็นถนนสายประวัติศาสตร์เก่าแก่ที่สุดสายหนึ่ง มีอาคารตึกแถวเก่าที่มีรูปแบบเดิม เกาะกลุ่มกัน
    มากที่สุด โดยเฉพาะลัษณะการเปิดช่องทางเดิน หรือหง่อคาขี่เอาไว้เหมือนในอดีต มีตึกแถวอยู่ทั้งสิ้น 141 คูหา ที่ยังคงจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองภูเก็ต แยกซ้ายมือเข้า
ช่วงที่ 6 ทางเมืองเก่า ช่วงถนนเทพกระษัตรี
เป็นช่วงสุดท้ายของการเดินชมเมืองเก่า ช่วงนี้เป็นช่วงต่อจากเดินที่ซอยรมณีย์ แล้วเลี้ยวซ้ายทะลุออก
มาเดินตามถนนถลาง ซึ่งอาจชมตึกเก่าบนถนนถลางซ้ำอีกครั้ง เมื่อถึงสี่แยกให้เลี้ยวซ้ายตั้งต้นเดินไปตาม
ถนนเทพกระษัตรี พอถึงแยกตัดกับถนนดีบุก อาจแวะบ้านเก่าหลังหนึ่งอยู่ทางซ้าย และเดินย้อนออกมาตามถนนเทพกระษัตรี จนไปสิ้นสุดเส้นทางเดินชมเมือง ที่คฤหาสน์ของตระกูลหงษ์หยก ในช่วงนี้มีระยะเพียง 300 เมตร


สิ่งดีๆ ที่ได้เห็น ในรูปแบบของสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างตะวันออกและตะวันตก
  • ร้านโรตีภูเก็ตมุสลิม (โรตีแถวน้ำ)
  • ร้านติ่มซำสมชายกิติ
  • บ้านเลขที่ 21 ถนนเทพกระษัตรี
    หอวัฒนธรรม ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม สถาบันราชภัฎ ภูเก็ตตั้งอยู่ที่ บ้านเลขที่ 21 ถ.เทพกระษัตรี
    ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต เป็นอาคาร 3 ชั้น เป็นที่รวบรวมข้อมูล จัดนิทรรศการวัฒนธรรมท้องถิ่นและ
    ห้องประชุม ชั้นล่างเป็นที่ตั้งสำนักงานศูนย์ศิลปวัฒนธรรม ห้องรณไทยภูเก็ต แสดงเรื่องราวเกี่ยวกับ
    วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวภูเก็ตเมื่อร้อยปีมาแล้ว ห้องฝึกซ้อมดนตรีไทย ห้องประชุม แสดงภาพถ่ายเก่าของภูเก็ต ชั้นที่สองเป็นห้องสมุดเก็บรวบรวมขัอมูลวัฒนธรรมท้องถิ่น เครื่องมือเครื่องใช้
    เครื่องประดับเสื้อผ้า เรื่องราวของชาวเล ผลงานของบุคคลดีเด่นทางวัฒนธรรม หนังสือบุด โรงหนังตะลุงจำลอง ชั้นที่สามมีห้องพุทธศาสตร์ แสดงเกี่ยวกับพระพุทธศาสนามีหุ่นจำลองหลวงพ่อแช่ม
    แกะสลักจากไม้จันท์หอม ภาพวาดสีน้ำมันหลวงพ่อแช่ม ห้องประวัติศาสตร์ถลาง จัดแสดงวีรกรรมของท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร จดหมายของท้าวเทพกระษัตรี แผนที่ศึกถลาง ปืนใหญ่ ปืนเรือ
  • อาคารสำนักงานบริษัทอนุภาษและบุตร
  • บ้านหลวงอนุภาษภูเก็ตการ
    ซึ่งเป็นบ้านที่สร้างในสมัยร.7 ด้านหน้าอาคารเป็นรูปโค้งครึ่งวงกลมขนาดใหญ่ที่รถยนต์เข้าไปจอด
    เทียบได้ ชั้นล่างเป็นซุ้มโค้งเตี้ย 3 โค้ง หัวเสาจะเป็นแบบดอริก ผนังเซาะเป็นร่องลึกคล้ายแนวหินก่อ
    ชั้นบนเป็นระเบียง มีลูกกรงปูนปั้นประดับ หลังคาทรงปั้นหยา ด้านปีกซ้ายมีช่องแสงเป็นรูปโค้งครึ่ง
    วงกลม ประดับด้วยบานเกล็ดไม้ ด้านปีกขวาตกแต่งช่องแสงด้วยกระจกสีต่างๆ กรุในกรอบสี่เหลี่ยมมีรูปวงกลมอยู่ข้างใน นับว่าเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่ที่งดงามทางด้านสถาปัตยกรรมเป็นอย่างมาก
สงบงาม...ที่แหลมพรหมเทพ
หลังจากทอดน่องเดินชมสถาปัตยกรรมอย่างเต็มอิ่มพร้อมชิมอาหารตามรายทางแล้ว ช่วงเย็นก็ห้ามพลาดโปรแกรมไปชมพระอาทิตย์ตกน้ำที่แหลมพรหมเทพ นับเป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะวันที่อากาศดี ท้องฟ้าเปิด มีเมฆน้อย บรรยากาศพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพจะสวยงามมาก นักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเยือนภูเก็ตมักจะต้องหาโอกาสมาชมพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพ ฝรั่งเค้าเรียกกันว่า Sunset Serenity

แหลมพรหมเทพเป็นแหลมที่มีหน้าผาสูงอยู่ทางใต้สุดของเกาะภูเก็ต เดิมชาวบ้านเรียกแหลมนี้ว่า
"แหลมเจ้า" จากริมหน้าผามีแนวต้นตาลลาดสู่แหลมที่เป็นโขดหิน มองเห็นน้ำทะเลสีเขียวมรกตเป็นกระแสน้ำวนและลึก ไกลออกไปจะเห็นเกาะแก้วพิสดารอยู่ด้านหน้าแหลม และทางขวาจะมีถนนตัดไปหาดในหาน อยู่ห่างจากหาดราไวย์ไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร จากถนนหน้าหาดราไวย์ เลี้ยวซ้ายที่สามแยกแรก ไปตามป้ายบอกทางก็จะถึงแหลมพรหมเทพ ซึ่งเป็นแหลมที่อยู่ตอนใต้สุดของเกาะภูเก็ต จากริมหน้าผามีแนวต้นตาลลาดลงสู่ปลายแหลมที่เป็นโขดหิน สามารถเดินไปจนถึงปลายแหลมได้ มองเห็นน้ำทะเลสีเขียวมรกต และสามารถเห็นเกาะแก้วอยู่ด้านหน้าแหลม ทางขวาจะเห็นแนวหาดทรายของหาดในหาน แหลมพรหมเทพนับเป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง นอกจากนั้นยังมี “ประภาคารกาญจนาภิเษก แหลมพรหมเทพ” สร้างขึ้นในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี มีขนาดความกว้างที่ฐาน 9 เมตร
สูง 50 ฟุต และแสงไฟจากโคมไฟจะมองเห็นไกลถึง 39 กิโลเมตร ภายในประภาคารมีการแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับการสร้างประภาคาร การรักษาเวลามาตรฐาน การคำนวณ และแสดงเวลาดวงอาทิตย์ขึ้นและตก จากบนยอดของประภาคารยังเป็นจุดชมวิวด้วย


09 กันยายน 2554 04:02:11

 
 
   
 
  ภูเก็ต
  ข้อมูลทั่วไป
  ข้อมูลน่ารู้ก่อนเดินทาง
  เกร็ดความรู้ที่ควรทราบ
  สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมแนะนำ
  ท่องเที่ยวตามงบประมาณ
  บันทึกการเดินทางประทับใจ
  ผู้จัดการพาชิม
 
 
 
 
 
   
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
   
พฤษภาคม
2555
<  >
 
   
 
     
   
 
เลือกจังหวัดในประเทศไทย