ความเป็นมาของจังหวัดก็มีประวัติที่น่าสนใจไม่น้อย หลักฐานความเจริญของดินแดนแถบนี้นั้น ย้อนหลังไปได้ถึงสมัยพระเจ้าปราสาททอง ที่เมืองตราดหรือชื่อเรียกในขณะนั้นว่าบ้านบางพระ หรือเมืองท่าใหญ่คือเมืองท่าชายทะเล ที่เป็นจุดศูนย์กลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า และเป็นจุดแวะพักจอดเรือเพื่อเติมเสบียงทั้งน้ำและอาหาร จนกลายเป็นเมืองศูนย์กลางการค้าทางทะเล ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในภูมิภาคแถบนี้ และยังคงความสำคัญมาจนถึงช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์
เหตุการณ์สำคัญอีกครั้งหนึ่งเกี่ยวกับตราด ที่ต้องบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์คือเมื่อครั้งยุคล่าอาณานิยม
ร.ศ.112 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไทยจำต้องร่างสนธิสัญญายกดินแดนในเขตเมืองตราด ตั้งแต่แหลมสิงห์ เกาะช้าง เกาะกูด ทั้งหมดให้แก่ฝรั่งเศส แต่ด้วยพระปรีชาสามารถของล้นเกล้า รัชกาลที่ 5 ทำให้ฝรั่งเศสยอมคืนดินแดนส่วนนี้ให้แก่ไทย โดยแลกกับพระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณ ในวันที่ 23 มีนาคม 2449 ความภูมิใจนี้ทำให้ชาวตราดยึดถือเอาวันที่ 23 มีนาคม ของทุกปีเป็นวัน “ตราดรำลึก” มาจนถึงปัจจุบัน
หลังจากนั้นตราดได้ผ่านวีรกรรมอันโด่งดังอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นรู้จักในนามของ “ยุทธนาวีเกาะช้าง” ที่กองเรือ
รบราชนาวีไทย ได้แสดงความรักชาติให้ประจักษ์ด้วยการปกปักรักษาน่านน้ำจังหวัดตราดอย่างกล้าหาญ จากการรุกรานของฝรั่งเศสที่พยายามจะเข้ายึดครองตราดอีกครั้งในช่วงสงครามอินโดจีน ถึงแม้จะต้องสละชีพแต่ก็รักษาดินแดนไว้ให้คนรุ่นหลังจนในที่สุด
และไม่ใช่แค่ทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นทิวทัศน์อันงามตาเท่านั้น ทรัพย์ที่อยู่ในพื้นแผ่นดินเมืองตราดนั้นก็อุดมสมบูรณ์ไม่แพ้ที่ไหนๆ “ทับทิมสยาม” หรือ “พลอยแดง” ที่รู้จักกันก็มีที่มาจากแถบนี้นั่นเอง สมกับคำขวัญ
ประจำจังหวัดที่ว่าไว้ “เมืองเกาะครึ่งร้อย พลอยแดงค่าล้ำ ระกำแสนหวาน หลังอานหมาดี ยุทธนาวี
เกาะช้าง สุดทางบูรพา”
|