Wi-Fi Experience@KBank
ค้นหา:
Join:
Home / Travel / หนีกรุง / Yesterday' Story / สี...นี้ยังมีมนต์เสน่ห์

Yesterday' Story


Send To Friend

 
Share |
 
 

สี…นี้ยังมีมนต์เสน่ห์

“สีชังชังแต่ชื่อ เกาะนั้นหรือจะชังใคร ขอแต่แม่ดวงใจ อย่าชังชิง พี่จริงจัง
ตัวไกล ใจพี่อยู่เป็นคู่น้อง ครองยืนยาว ห่างเจ้าเฝ้าแลหลัง ตั้งใจติดมิตรสมาน”

ย้อนอดีตไปเมื่อวันวานหลายๆ ท่านต้องเคยคุ้นหูเพลง “สีชัง” กันบ้าง ไม่ว่าจากวิทยุหรือโทรทัศน์ แม้
ผมเองเมื่อต้องมนต์ให้หลงใหลในเพลงลูกกรุง ที่ถูกกลั่นกรองเนื้อร้อง ทำนอง จากครูเพลงออกมาเป็นเสียง
ร้องไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งแต่ละเพลงก็จะแตกต่างกัน อย่างเพลงสีชังเพลงนี้ก็น่าฟัง ยิ่งถ้าได้ฟังกับแผ่นเสียงแล้วไพเราะอย่าบอกใครเชียว เพราะการบันทึกในสมัยก่อนเป็นแบบแมนนวล ไม่ต้องพึ่งระบบดิจิตอลเหมือนในสมัยนี้ เสียงดนตรีจึงออกมาเป็นธรรมชาติ เปิดฟังก่อนนอน มันช่างได้อารมณ์ยิ่งนัก ทั้งสถานที่และศิลปินคนร้องก็ไม่ธรรมดา เป็นทำนองเพลงช้า ๆ เนื้อร้องมีความหมาย ช่างเข้ากับน้ำเสียงของหม่อมถนัดศรีฯ ได้อย่างเหมาะเจาะ นอกจากเสียงเพลงที่แสนจะไพเราะแล้ว เกาะสีชังยังมีเรื่องราวและแหล่งท่องเที่ยวมากมายที่เป็น
ธรรมชาติอันบริสุทธิ์ จากอดีตจนถึงทุกวันนี้ให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัส

ไปตามเสียงเพลงสีชัง…สัมผัสผิวดิน…เหนือผืนน้ำ…บนเกาะสีชัง…ที่ไม่ชังใคร
เช้าวันอาทิตย์ออกเดินทางโดยไม่ต้องดูฤกษ์ดูยาม ดูแต่เพียงสภาพดินฟ้าอากาศก็เพียงพอ วันนี้ท้องฟ้าแจ่มใส เป็นใจให้ไปตามเสียงเพลง “สีชัง” นั่งรถไปตามเส้นทางสายหลัก คือสายมอเตอร์เวย์ มุ่งสู่จุดหมาย
แรก คือจังหวัดชลบุรี เพื่อไปลงเรือที่ท่าเรือเกาะลอย อำเภอศรีราชา จากกรุงเทพฯ ใช้เวลาชั่วโมงกว่า ๆ นั่งเรือโดยสารต่อไปยังเกาะสีชัง มองเห็นเกาะอยู่เบื้องหน้าใช้เวลาไม่นานนักประมาณ 40 นาทีก็มาถึงจุดหมาย
นับเป็นครั้งแรกที่ได้มารู้จักเกาะแห่งนี้ที่มีมนต์เสน่ห์มาอย่างยาวนาน

เมื่อเท้าถึงพื้นท่าเทียบเรือเกาะสีชัง บรรยากาศก็เหมือนกับท่าเทียบเรือโดยทั่วไป มีเรือประมงหาปลาจอดอยู่เต็มสองข้างสะพาน แต่ที่นี่ค่อนข้างจะคึกคักมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันพอสมควร อาจจะเป็นเพราะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ และสามารถท่องเที่ยวได้ทั่วภายในหนึ่งวัน นักท่องเที่ยวและผู้โดยสารบางท่านก็มารอเพื่อที่จะลงเรือกลับฝั่งอำเภอศรีราชา มีเสียงเรียกลูกค้าของมอเตอร์ไซค์ให้เช่าและมอเตอร์ไซค์สามล้อ หรือที่เรียกกันว่า“สกายแล็บ” สะกิดหูอยู่เป็นระยะ ๆ ดูจะเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่เพื่อรับนักท่องเที่ยวไปเที่ยวรอบเกาะ ผมก็ไม่รอช้าตัดสินใจเรียกรถมอเตอร์ไซค์สามล้อสกายแล็บทันที

โชเฟอร์เจ้าของรถชื่อ คุณลุงวิชัย ดูแล้วจะเซฟและสะดวกสุดด้วยประสบการณ์ขับรถนำเที่ยวมาร่วมสามสิบปี ได้เริ่มพาผมออกจากท่าเทียบเรือเทววงศ์หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าท่าล่าง เดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่ชวนให้ไปสัมผัส เป้าหมายแรกของผมก็เหมือนกับทุกครั้ง คือไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเกาะเพื่อเป็นสิริมงคลที่ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ใครไปใครมาต้องมากราบไหว้ที่ศาลนี้ ชาวบ้านและคนไทยเชื้อสายจีนให้ความเคารพ มาก แต่ถ้ามาให้ถึงศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ก็ต้องขึ้นไปสักการะรอยพระพุทธบาท ที่ตั้งอยู่บนไหล่เขาศยาศระไม่สูงมากนัก สามารถเดินขึ้นไปรับลม ชมวิว สูดโอโซนอันบริสุทธิ์ มองเห็นเกาะเล็กเกาะน้อยรอบเกาะสีชัง นี่เป็นเพียงแค่ออเดิฟของผมในวันนี้ ยังมีอีกหลายสถานที่ที่น่าสนใจ เดินทางกันต่อดีกว่าครับ

คุณลุงวิชัยจอดรถรออยู่ด้านล่างพร้อมที่จะนำไปยังจุดหมายต่อไปที่ช่องอิศริยาภรณ์ (ช่องเขาขาด) ระหว่าง
การเดินทางนั่งรับลมชิล ๆ ชมสองข้างทาง ผ่านบ้านเรือน ชุมชน ร้านค้า ร้านอาหาร ถนนหนทางก็พอให้รถวิ่งสวนทางกันได้ รถราก็ไม่แออัดเหมือนที่อื่น ๆ ได้บรรยากาศของการท่องเที่ยวรอบเกาะเลยทีเดียว เมื่อมาถึงช่องอิศริยาภรณ์ ก็เดินขึ้นไปชมพลับพลาที่ประทับ ซึ่งในอดีตรัชกาลที่ 5 เคยเสด็จมาประทับชมวิว ณ ที่แห่งนี้ ส่วนด้านล่างเมื่อมาแล้วก็ไม่ควรพลาดเช่นกัน เดินชมวิว สูดอากาศบริสุทธิ์อีกครั้งหนึ่งบนสะพานวชิราวุธ ที่ทอดตัวยาวออกไปสามารถมองเห็นช่องเขาขาด เมื่อเสร็จจากการชมช่องเขาขาด ก็ต้องเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกหนึ่งจุดหมาย ถือว่าเป็นไฮไลท์ของเกาะสีชังก็ว่าได้ คือพระจุฑาธุชราชฐาน พระราชวังฤดูร้อนในรัชกาลที่ 5 แต่ก่อนเข้าไปชมด้านในคุณลุงวิชัยบอกว่า “ที่พระราชวังเขามีมัคคุเทศก์น้อยไว้บริการ
นักท่องเที่ยว” ผมจึงไม่รีรอเลือกใช้บริการมัคคุเทศก์น้อยทันที เพื่อเกื้อหนุนนักเรียนให้มีรายได้ในช่วงปิดเทอมและได้นำความรู้ที่มีอยู่เอามาใช้

มัคคุเทศก์น้อย (แต่ตัวไม่น้อย) ของผมชื่อ เด็กหญิงเดียร์ (ชื่อเล่น) เป็นผู้นำทางพาเข้าไปเยี่ยมชมสถานที่ที่
น่าสนใจในพระราชวัง ตั้งแต่จุดแรกเดินไปยังศาลารูปปั้นของเสด็จพ่อ ร. 5 เห็นแล้วดูเด่นเป็นสง่า ช่างปั้นได้อย่างเหมือนจริงมาก มีฉากหลังเป็นผ้าม่านสีชมพูอีกต่างหาก ทราบว่ารูปปั้นรูปนี้ได้นำมาจากกรมศิลปากร เพื่อเป็นอนุสรณ์และให้ผู้มาเยี่ยมได้สักการบูชา แล้วเดินต่อสู่ชายทะเล สองข้างทางก็จะร่มรื่นไปด้วยต้นลั่นทมที่เสด็จพ่อ ร. 5 ทรงปลูกเมื่อครั้งเสด็จมาประทับที่นี่ แต่ละต้นอายุร่วมร้อยปีทั้งนั้น เมื่อมาถึงเรือนไม้ริมทะเล เป็นอาคารสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกสีเขียวเข้ม ดูสวยงามเข้ากับธรรมชาติ ปัจจุบันชั้นล่างจัดเป็นนิทรรศการเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวบนเกาะสีชัง ส่วนชั้นบนเป็นสำนักงานฯ ภายในพระราชวังและบนเกาะสีชังยังมีพระที่นั่งและสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นหาดทราย ชายทะเล ที่ถ้ำเขาพังและวิถีชุมชนชาวประมงที่ตลาดท่าล่าง ต้องใช้เวลาพอสมควร งั้นผมขอให้น้องเดียร์ มัคคุเทศก์น้อยของผมในวันนี้พาไปชมสถานที่ที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ในพระราชวังก็แล้วกัน “ไม่เคยเห็นของจริงสักที วันนี้ต้องได้สัมผัส” เป็นสะพานไม้สีขาวชื่อว่าสะพานอัษฎางค์ ได้เห็นจากนิตยสารท่องเที่ยวมาก็มาก จากทีวีก็เคย วันนี้ได้มาถ่ายรูป เดินทอดน่องไปตามพื้นไม้ที่ทอดยาวออกไปในทะเล รับสายลมชมผิวน้ำที่ต้องแสงอาทิตย์ระยิบระยับตัดกับเส้นขอบฟ้าไกลสุดสายตา เป็นภาพที่สวยงามไม่สามารถจะอธิบาย คงเป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่ต้องเมโมรีไว้

วันนี้ได้มาท่องเที่ยวเกาะประวัติศาสตร์อีกเกาะหนึ่งที่ผมประทับใจ ทั้งผู้คนที่เป็นมิตร ชาวบ้านใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่บริสุทธิ์อยู่พอสมควร การเดินทางมาตามเสียงเพลงสีชังครั้งนี้ ทำให้ผมรู้จักเกาะสีชังมากขึ้น คงเหมือนกับเนื้อร้องที่ว่า “สีชัง ชังแต่ชื่อ เกาะนั่นหรือ จะชังใคร ขอแต่ แม่ดวงใจ อย่าชังชิง พี่จริงจัง” สั้น ๆ แค่นี้ทุกคนคงเข้าใจ “ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ไหน ถ้าทุกคนรักกัน ไม่เกลียดกัน ไม่อิจฉากัน โลกใบนี้ก็คงน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะ”

การเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนสายบางนา - ตราด มุ่งหน้าสู่จังหวัดชลบุรี ผ่านบางแสน จากทางเข้าหาดบางแสน ขับตรงไปประมาณ 13 กิโลเมตร จะถึงห้างโรบินสันศรีราชา ซึ่งอยู่ทางขวามือของท่าน
( ตรงห้างโรบินสัน คือหลักกิโลเมตรที่ 117 ) จากนั้นให้เลี้ยวขวาตรงห้างโรบินสัน จากนั้นขับตรงไปยังท่าเรือเกาะลอย ประมาณ 2 กิโลเมตร ก็จะถึงท่าเรือเกาะลอย (หากท่านต้องการค้างคืนบนเกาะสีชัง สามารถจอดรถไว้ที่ฝั่งเกาะลอยได้)

จากศรีราชา (ท่าเรือเกาะลอย) ไปยังเกาะสีชัง (ท่าเรือเทววงศ์)
มีเรือโดยสารออกจากท่าเรือเกาะลอยทุกวันตั้งแต่ 06.00 น. - 20.00 น. ออกทุกชั่วโมงใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที จากเกาะสีชังมายังท่าเรือเกาะลอย ศรีราชาก็เช่นกัน แต่ในวันเสาร์ - อาทิตย์จะเพิ่มรอบเรือเวลา 07.00 น. ด้วย ค่าโดยสาร 40 บาท (รายละเอียดสอบถามได้ที่ เรือสีชังพาเลซ โทร.0 3821 6276-82 หรือ เรือแสงประทีปบริการ โทร. 0 3831 3687

 
 
     
 

 
 
   
 
 
 
 
 
 
   
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
   
พฤษภาคม
2555
<  >
 
   
 
     
   
 
เลือกจังหวัดในประเทศไทย