Wi-Fi Experience@KBank
ค้นหา:
Join:
Home / Travel / หนีกรุง / City Detox / วิชญ์ ไวฑูรเกียรติ ก้าวออกนอกบ้าน ก็ถือว่าเที่ยวแล้ว

City Detox


Send To Friend

 
Share |
 
 

วิชญ์ ไวฑูรเกียรติ ก้าวออกนอกบ้าน ก็ถือว่าเที่ยวแล้ว

“เรื่องเที่ยวกับคนทำงาน ปีนึงอาจจะเที่ยวได้ประมาณสองครั้ง แต่ถ้ามองอีกมุมนึง...วันนี้เราจะออกไปทำงาน แต่เหมือนเราไม่ได้ออกไปทำงาน ระหว่างการเดินทางไปทำงาน มันก็เป็นการท่องเที่ยวได้อยู่แล้ว”

เป็นมุมมองที่น่าสนใจของคุณวิชญ์ ไวฑูรเกียรติ ผู้บริหาร Travel Channel ทางทรู ช่อง 73 หนุ่มผู้รักการ
ท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ และทำให้การเที่ยวของเขาเป็นงานเป็นการไปเลยในชีวิตจริง จึงไม่แปลกที่ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหน ในกรุงหรือนอกกรุงมันคือการท่องเที่ยวได้หมด อยู่ที่วิธีการมอง เพราะสำหรับเขาแล้ว ท่องเที่ยว...มันคือชีวิตนั่นเอง

เพราะตัวเองชอบการท่องเที่ยวอยู่แล้ว คุณวิชญ์จึงรู้ว่าคนท่องเที่ยวเขาอยากดูอะไรกัน เช่น สถานที่ท่องเที่ยวที่ไหนที่พาน้องหมาไปด้วยได้ หรือที่ไหนมีของกินอร่อย ๆ
“ส่วนตัวผมก็ชอบเที่ยว ชอบทาน ชอบดื่ม...อ้อ ชอบทำอาหารด้วย ส่วนมากจะไปทำบ้านเพื่อนครับ นัดกันบ้านโน้นบ้านนี้ เพื่อนบางคนเป็นแอร์ ไปออสเตรเลียก็ซื้อเนื้อกลับมา หรือใครไปอังกฤษได้อะไรกลับมา เอ้า...มี material แล้ว มาทำกินกัน...เมนูเด็ดตอนนี้ชอบทำพวกพาสต้าครับ บางทีก็ทำสไตล์ญี่ปุ่น แต่ที่ชอบจริง ๆ ชอบทำอาหารจีน ถ้าเมนูเด็ดก็ ข้าวอบเป๋าฮื้อ กุ้งอบวุ้นเส้น แล้วก็พวกราดหน้า...”

คุณวิชญ์มีความฝันอยากจะมีรีสอร์ทของตัวเอง อยากทำร้านอาหาร แล้วข้างบนเป็นที่พักแขก แล้ว
ตัวเองก็พักที่นั่นด้วย และถ้าเป็นไปได้ อยากจะมีภาคใต้สักแห่ง และภาคเหนืออีกแห่ง โดยแต่ละแห่งก็มี concept ไปตามสถานที่นั้น ๆ

“ถ้าเป็นภาคใต้ก็ต้องดูเป็นชาวเล สบาย ๆ relax เป็นธรรมชาติอย่างที่เขาเป็นอยู่แล้ว ผมค่อนข้างเชื่อในการออกแบบให้มันเป็นไปอย่างที่เขาเป็น เพราะกว่าจะเป็นตรงนั้นได้ มันตั้งล้าน ๆ ปี จริงๆ คุณพ่อผมเป็นคนสมุยนะ แต่ผมไปสมุยแล้วมันเริ่มเอาสิ่งที่ไม่ใช่เค้ามาไว้ที่เค้า เป็นเกาะสมุยแต่ออกแบบเป็นยุโรป ถ้าอยู่ตรงนั้นจะเห็นว่าชาวต่างชาติจะไม่ค่อยไปเท่าไหร่ ก็ถ้าสถาปัตยกรรมเป็นแบบนี้ ฉันอยู่บ้าน ฉันก็เห็น ที่ตลกคือไปเขาใหญ่ จาก ธนะรัชต์ขึ้นไป ผมเห็นก๋วยเตี๋ยวปลาเยาวราช ข้าวซอยเชียงใหม่ ข้าวแกงปักษ์ใต้ ลาบอุดร...ผมถ่ายรูปมาเรื่อย ๆ ไม่ยักมีผัดหมี่โคราชมั่งเลย อะไรกันนักหนา แล้วจะมากันทำไมเนี่ยเขาใหญ่ (หัวเราะ) ”

เนื่องจากเที่ยวมามากมาย คุณวิชญ์จึงมีทริปสนุก ๆ มาแบ่งปันกับท่านผู้อ่าน
“ที่ผมไปมา แล้วรู้สึกดีใจ คือที่ หลีเป๊ะ ครับ ไปมาเมื่อปีที่แล้ว ผมไปอยู่ Cast Away มันก็สร้างแบบติดเกาะนะ ที่ชอบคือ service ตอนที่ไปดำน้ำกัน ปกติจะเห็นพวกกล่องโฟม แต่นี่เขาใช้ทัพเพอร์แวร์ครับ พอกลับมาก็เอามาล้าง พรุ่งนี้ใช้ใหม่ เลยรู้สึกดี เออ...รู้จักอนุรักษ์ แล้วทั้งเกาะใช้แบบนี้หมดเพราะเขาคุยกัน จริง ๆ แล้วก็ประหยัดด้วย ซื้อมาทีเดียวใช้ไปได้เป็นปี”

สไตล์การเที่ยวของคุณวิชญ์จะชอบแนว adventure
“หลัง ๆ พอรู้ตัวว่าอายุมากขึ้น เริ่มแก่ ถ้ายังมีพลังจะทำอะไรได้จะทำเลย เช่น อย่างปีที่แล้วไปหัวหินมาห้าวันครับ แล้วก็เห็นเค้าเล่น Kite Surf เออ...มันน่าสนใจดีนะ ก็ซื้อคอร์สเรียนจนเป็นเลย แล้วผมมารู้ทีหลังว่า หัวหินเนี่ย เป็น best destination ที่คนเล่น Kite Surf เค้ามากันจากทั่วโลก ตั้งแต่ราว พ.ค.-พ.ย. จะเป็นลมที่เหมาะกับการเล่นครับ แล้วดูเหมือนมันอันตราย แต่ไม่เลย และเป็นกีฬาที่ตอนเรียนดูเหมือนแพง แต่ถ้าคุณเรียนแล้ว ซื้ออุปกรณ์แล้วทีนึง คุณเล่นไปได้ตลอดเลย ไม่เหมือนกอล์ฟที่มีจ่ายค่าสนามค่าอะไร แต่นี่ลมมันเป็นเรื่องของธรรมชาติ มีลมเมื่อไหร่เล่นได้เลยครับ มีลมมีทะเลเล่นได้ทันที ไม่ต้องเสียตังค์แล้ว ผมไปเรียนห้าวัน จะรีบนอนเลย พรุ่งนี้รีบตื่นไปเล่นใหม่ ใจจะอยู่ที่หาด แต่มีอยู่วันนึงตื่นมาฝนตก เซ็งเลย...เล่นไม่ได้ เลยออกไปซื้อกุ้งซื้อปูมาทำกินกัน”

แต่การผจญภัยที่ประทับใจสุด ๆ ยังจำได้จนทุกวันนี้ แม้จะเป็นทริปที่ไม่ได้สนุกมากมาย
“ไปเสม็ดด้วยกันกับเพื่อนที่จุฬาฯ ตอนปิดเทอมเล็ก ประมาณเดือนตุลาครับ กะไปสามวัน มีเงินไม่เยอะเท่าไหร่ พักที่ลุงดำ วันนั้นจะกลับแล้วเกิดพายุใหญ่เข้า ต้องอยู่ต่ออีก 2-3 วัน เงินเหลือแค่คนละร้อยสองร้อยแค่ค่ารถกลับ ลุงดำเองก็ทำกับข้าวให้กินเพราะรู้ว่าติดเกาะ ตอนหลังเหลือแค่ข้าวสวยเหยาะแม็กกี้กินกับกล้วย เลยเดินไปหาดอื่นเผื่อจะมีของกิน ได้มาม่ากลับมา ตอนนั้นเอากีต้าร์ไป ก็ร้องรำทำเพลงกันเอง แต่ผมไม่รู้สึกกลัว เวลานอนหน้าต่างโดนลมกดังปึง ๆๆๆๆ น้ำสาดเข้ามาอีก เปียกทั้งตัว ผมเปิดหน้าต่างมาฟ้าแดงเลย ก็หัวเราะกันสนุกสนาน ผมว่ามันอยู่ที่ใจ ถ้าใจเราไม่กลัว (พอดีตอนนั้นยังไม่มีเรื่องสึนามิให้หวาดผวา)...แล้วยังโดนผีอำอีก ดื่มไปนิดหน่อย ง่วง เข้าไปนอนก่อน ไปนอนใต้คาน เค้าถือกันใช่มั้ยครับ เพื่อน ๆ ก็ร้องรำทำเพลงอยู่ข้างนอก ผมก็ขยับตัวไม่ได้ ลืมตาขึ้นมาเห็นหน้าขาว ๆ มาจ่ออยู่ตรงหน้า ผมปิดหน้าหมดเลย นั่งอยู่นานมาก เหงื่อแตก พอดีเพื่อนผมเปิดประตูเข้ามาเรียกไปกินต่อ ผมรีบคลานออกไปเลย กะเอาให้เมาไปเลย...วันกลับมีเรือรบมารับครับ น่าจะเป็น จักรีนฤเบศร ก่อนจะขึ้นฝั่งก็โดนไม้เสียบเท้าอีก...เลือดสาดเลย ต้องไปคลินิก เพื่อน ๆ ก็ยังรอกันอยู่”

คุณวิชญ์ยังมีการเที่ยวอีกรูปแบบ ที่ไม่มีโอกาสทำได้บ่อยนัก แต่ก็สนุกไม่แพ้กัน
“นานน้านจะได้ทำที คือไป slow life ครับ ต้องได้หยุดยาวจริง ๆ แล้วไป ไม่คิดอะไรเลย ค่ำไหนนอนนั่น ได้ทำล่าสุดเมื่อตอนสงกรานต์ ไม่ได้จองที่พัก ขับรถออกจากกรุงเทพฯ เย็นหน่อย แวะนอนที่หัวหิน ออกจากหัวหินก็ไปต่อ มุ่งหน้าสมุย ไปหาโรงแรม walk-in พอดีช่วงนั้นเค้าเจอน้ำท่วมแขกหายหมด เลยลดราคาเยอะมาก ก็ยังอุตส่าห์ไปต่อราคาเขาอีก พักคืนละแห่ง ๆๆ (หัวเราะ) คือไม่คิดอะไรเลย ไปอย่างเดียว จุดหมายเราอยู่ที่สมุย แต่จะแวะอะไรระหว่างทางไม่ว่ากัน ถ้าเจออะไรน่าสนุกก็ทำเลย ขากลับก็เหมือนกันครับ ค่อย ๆ กลับ แล้วมันไม่เหนื่อย...ก็จะมีอยู่สองอย่าง คือ plan ไว้ กับอยากไปก็ไปเลย...ปุบปับทัวร์”

คุณวิชญ์บอกว่า City Detox ในแบบของเขา ก็คือได้ไปทำกิจกรรม เพราะอยู่ที่ทำงานก็เจออะไร
มากมายทั้งประชุม คุยกับลูกค้า ดูบัญชี ตัวเลขอะไรต่าง ๆ แต่การไปเที่ยวแล้วหากิจกรรมทำ เป็นการเรียนรู้สิ่งใหม่ แต่ไม่ใช่เปลี่ยนสถานที่แต่เอางานติดตัวไปด้วย ก็ไม่ใช่ detox ที่แท้จริง

“ถ้าเราเรียนรู้ที่จะละเพื่อไปหาความสุขอย่างอื่น ต้องทิ้งภารกิจไว้ที่ออฟฟิศ ไปเที่ยวนี่ผมกลับมาแล้วทำงานได้ดีขึ้น เราอาจจะได้ถอยไปหนึ่งก้าว แล้วกลับมาดูงานที่เราคิดค้างไว้ เพราะบางทีงานที่เราคิดมาตั้งแต่ต้น คิดไปทำไป vision เราอาจจะแคบลง ๆ แต่พอกลับมาแล้วมามองใหม่ เออ...แฮะ จริง ๆ แล้วทำแบบนี้ก็ได้ หรือไปเที่ยวเกาะแล้วเจอฝรั่ง ฝรั่งนี่เค้าพร้อมจะ make friends อยู่แล้ว บางคนมาคนเดียวด้วยซ้ำ ไปคุยกับเค้าเราก็ได้ความรู้ใหม่ บางทีก็เอามาประยุกต์กับงานของเราได้ อย่างเพื่อนผมไปเที่ยว ก็ไปเจอฝรั่งคนอังกฤษ ทุกวันนี้ยังคุยกัน มีการแลกเปลี่ยนทำธุรกิจร่วมกันไปแล้ว...บางทีผมไปเที่ยวแล้วสนุกมาก ๆ กลับมาแล้วเหงาไปเลย หรืออาจจะเป็น syndrome ว่าพรุ่งนี้ต้องเจอชีวิตจริงอีกแล้ว (หัวเราะ)”

จริง ๆ แล้วคุณวิชญ์ยังแบ่งปันความสนุกสนานและสาระจากการท่องเที่ยวอีกหลายเรื่องที่ฟังไม่เบื่อเลย ถ้าให้สนุกกว่านี้เห็นทีคุณจะต้องเริ่มก้าวเท้าออกเดินทางบ้างแล้ว คุณวิชญ์ฝากมาด้วยว่า
“ผมได้ยินมาหลายคนบอกว่าไม่มีเวลา ซึ่งจริง ๆ แล้วมันจัดสรรได้ แค่ลองเปิดใจเปิดตาแล้วก้าวออกไปนอกบ้าน หรือไปนอกเส้นทางที่เราเคยไปทุกวัน อาจจะเห็นอะไรที่มันแปลกใหม่กว่า หรือเสาร์-อาทิตย์เคยทำกิจกรรมแบบนี้ ๆ ลองเอาไปทำที่อื่นดูบ้าง มุมมองมันจะเปลี่ยน ความรู้สึกมันจะเปลี่ยน สัมผัสทั้งห้า เราก็จะเปลี่ยน การกลับมาในชีวิตจริงอย่างเดิมอาจจะได้ความคิดใหม่ที่ดีขึ้น หรือไปเห็นอะไรที่มันไม่ดี ก็จะคิดได้ว่าเราดีแล้วอยู่ตรงนี้ หรือเห็นอะไรที่ดีกว่า แล้วเราจะทำยังไงให้ดีอย่างนั้น ก็จัดสรรเวลาให้ดีแล้วลองทำดู พอได้ไปแล้วสักทีสองที ก็อาจจะรู้ว่า จริง ๆ แล้วเวลาของเราควรจะไปทำอย่างอื่นมากกว่าตรงนี้หรือเปล่า

หลายคนที่ผมรู้จักที่มีหน้าที่การงานดีแท้ๆ แล้ววันหนึ่งเค้าได้ไปเที่ยวไปเจอสถานที่ดี ๆ เขาทิ้งงานเลย เปิดร้านอาหารเล็ก ๆ อยู่ที่นั่นเลย ไม่ต้องการเป็น MD แล้ว...พอแล้ว ชีวิตเพียงพอ ผมว่าคำว่าพอเพียงของ
ในหลวงนี้ใช้ได้กับทุกคนจริง ๆ แล้วมันจะยั่งยืนครับ

 
 
     
 

 
 
   
 
 
 
 
 
 
   
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
   
พฤษภาคม
2555
<  >
 
   
 
     
   
 
เลือกจังหวัดในประเทศไทย