ปาริชาติ ศิลปอาชา เที่ยวสบายใจ ถ้าร่างกายฟิตเปรี๊ยะ
คุณปาริชาติ ศิลปอาชา หรือคุณยุ้ย บุตรสาวคนกลางของท่านอดีต ฯพณฯ
นายกรัฐมนตรี บรรหาร ศิลปอาชา นั่นเอง คุณยุ้ยเธอไม่ได้เล่นการเมืองเหมือนคุณพ่อและพี่น้อง เธอบอกว่าไม่ถนัด เมื่อเรียนจบใหม่ๆ ก็ทำธุรกิจกับที่บ้านในเรื่องบัญชี แล้วก็เคยทำงานกับเจริญโภคภัณฑ์ ในส่วนของประชาสัมพันธ์ เป็นช่วงสั้นๆ ที่เป็นสาวออฟฟิศ แต่เร็วๆ นี้เธอกำลังจะเปิดธุรกิจของเธอเอง นั่นคือ
สอนโยคะ

แม้เวลาว่างของคุณยุ้ยจะไม่ตรงกับเพื่อนๆ ที่ทำงานประจำ แต่เมื่อมีโอกาส เธอก็ได้ใช้เวลาว่างไปเที่ยวพักผ่อน กับคุณแม่บ้าง กับเพื่อนๆ ที่ลาพักร้อนไปกับเธอบ้าง
“เมื่อหลายปีก่อน เคยไปเที่ยวกับคุณแม่น่ะค่ะ แม่ชวนไปเที่ยวเกาะเหลายา ขับรถไประยองแล้วก็นั่งเรือไป มันเป็นธรรมชาติที่สวยมาก ตรงนั้นมันจะใกล้เกาะช้างซึ่งคนส่วนมากไปกัน แต่เกาะเหลายานี่เป็นที่ส่วนตัวมากๆ น้ำใสและปะการังสวยมาก ได้ดำน้ำ มีตำรวจน้ำเป็นบัดดี้พาไป สนุกมาก แล้วมันเป็นอะไรที่ใกล้ๆ บ้านเรานี่เอง ไม่ต้องไปถึงมัลดีฟ ...แล้วยุ้ยก็เคยไปสตูล หมู่เกาะตะรุเตา ที่นั่นก็สวยมาก คือทะเลยุ้ยก็ชอบ และชอบบรรยากาศที่มันเป็นเขา มีอยู่ที่นึงไปเที่ยวแปลกกว่าคนอื่น คือไปดูเงาะป่า รู้สึกจะเป็นรายการทีวีไปถ่ายทำสกู๊ปเรื่องเงาะ เราก็พ่วงไปด้วย ต้องปีนเขาขึ้นไปดู ตอนปีนก็ทุลักทุเล เหนื่อย ตอนนั้นแม่อายุ 60 กว่า ก็ไปด้วยนะคะ ยุ้ยปีนไปได้ครึ่งทางก็ลิ้นห้อยแล้ว หันมาดูแม่ เฮ้ย แม่ไม่เห็นเหนื่อยเลยอ้ะ ทำให้รู้สึกว่าเราจะเสียฟอร์มไม่ได้ ตอนลงยิ่งยากเพราะมันเป็น slope...”
พูดถึงคุณหญิงแจ่มใส หรือคุณแม่ของคุณยุ้ย แม้ว่าท่านจะอายุ 70 กว่าแล้ว แต่สุขภาพยังดีเยี่ยม
และที่สำคัญ ท่านเป็นนักท่องเที่ยวตัวยงทีเดียว
“เรื่องเที่ยวนี่ต้องถามแม่ เพราะรู้สึกแม่จะไปแทบทุกจังหวัดในเมืองไทย ไม่ว่าป่า เขา น้ำตก อะไรที่มันฝ่าฟัน อย่างน้ำตกทีลอซูนี่ก็ไปมาหมดแล้ว ยุ้ยเองยังไม่เคยไป อยากไปเหมือนกัน...อันนี้ขอแฮปแม่มาเล่า อย่างล่องแก่งเนี่ย แม่ก็ไปมา อายุ 70 แล้วนะ ไปล่องแก่งที่ลำน้ำเข็ก แม่เค้าก็พายตามที่คน control บอก คือแม่เป็นคนพายเรือเป็น เค้าก็จะทำตามคำสั่ง ว่างัดออกทางนั้นทางนี้ เสียดายตอนนั้นไม่ได้ไปกับแม่ เค้าไปกับเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันน่ะค่ะ อายุรวมกันหลายๆลำน่าจะเป็นพัน (หัวเราะ) แม่เค้าเป็นคนที่ flexible มาก ตัวอ่อน
มาก ยุ้ยคงได้ยีนมาจากแม่ แต่แม่ไม่ได้ไปฝึกที่ไหนหรอกนะคะ เขาเล่นของเขาเองที่บ้าน ก้มๆ เงยๆ พับตัวของเขาเองตามที่เขาคิดว่าควรจะเป็น แม่เลยเป็นคนที่ไม่ค่อยเจ็บหรือปวดเมื่อยอะไรเท่าไหร่ จะแข็งแรง”

และสำหรับท่านที่พร้อมแล้ว ทั้งร่างกายและจิตใจ ขอเชิญไปเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรีกับคุณยุ้ยสักหน่อย เพื่อไม่ให้รู้สึกว่าขาดอะไรไป
“สุพรรณฯเนี่ย ความที่รู้สึกว่ามันเป็นบ้านของพ่อ-แม่ แม้ว่ายุ้ยจะไม่ได้เกิดที่นั่นนะคะ แต่ยุ้ยก็ไปมาตั้งแต่เด็กๆ สมัยนั้นทางก็ยังไม่ดีเหมือนสมัยนี้ เวลาไปก็จะไปค้างคืนนึงที่บ้านคุณยาย เดี๋ยวนี้ทางมันแป๊บเดียวก็ไปเช้าเย็นกลับ ความที่มันเหมือนบ้าน ก็เลยอาจจะเที่ยวน้อยกว่าคนอื่นด้วยซ้ำไป แต่ก็รู้นะคะว่าควรจะไปเที่ยวที่ไหน ตอนนี้ที่คนชอบไปกันมากๆ ก็คือบึงฉวาก กับพิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร ที่คุณพ่อสร้างไว้ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เป็นสถานที่เที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่พ่อทำไว้ให้กับจังหวัดแล้วก็ประเทศ ใครมีโอกาสควรจะไปดู เพราะค่าเข้าไม่แพงเลย แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามันเยอะกว่านั้น แล้วก็นึกถึงคนที่ลงมือลงแรงทำน่ะ กว่าจะเสร็จมาเป็นตรงนี้ ผ่านเวลาหลายปีมาก เราเสียเงินเป็นหลักสิบบาท แล้วก็เข้าไปเที่ยว มันคุ้ม ระยะทางก็ใกล้ด้วย อย่างบึงฉวากน่ะ ตั้งแต่เป็นที่ดินว่างเปล่า กระทั่งมีอะไรเข้ามามากมาย มีพรรณไม้ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ อะไรต่างๆ ที่มีขึ้นมา ไม่ใช่คุณพ่อคนเดียว มีคนที่ร่วมแรงร่วมใจทำตรงนี้เยอะมาก กว่าต้นไม้จะโต ร่มครึ้มอย่างปัจจุบัน มันเหมือนเขาทำมาให้เสร็จแล้ว เสียตังค์นิดเดียวเป็นค่าบำรุง จะรู้สึกเลยว่าใกล้กรุงเทพฯก็มีอะไรดีๆ แล้วสุพรรณฯก็ยังมีตลาดร้อยปี มีวัดป่าเลไลยก์ ที่คนชอบไปกราบพระราหูน่ะค่ะ ถ้าเป็นอาหารก็จะนึกถึง
ปลาม้า กุ้งเผา ขนมสาลี่...นึกถึงขนมสาลี่ ก็สุพรรณทันที...”

ใครยังไม่เคยไปเที่ยวสถานที่ที่คุณยุ้ยแนะนำก็ควรหาโอกาสไปนะคะ แต่ที่คุณยุ้ยเทียวไปเทียวมาบ่อยมาก ปีละหลายครั้ง อยากรู้ไหมว่าที่ไหน และเหตุใด...
“ล่าสุด ก็เมื่อต้นธันวานี่เอง ไปเชียงใหม่มาค่ะ เป็นรอบที่ 4 ไม่ใช่ประทับใจเชียงใหม่ แต่ไปหา “หลินปิง” ไม่รู้ทำไมถึงรัก เรียกว่าเป็นแฟนคลับเลย คือรักกันทั้งบ้านน่ะค่ะ พี่นาก็รัก รักเหมือนน้องเลยละ รักแบบเรียกว่ารักเลย ไม่ใช่แค่เอ็นดูหรือชอบ ไปตั้งแต่มกราปีที่แล้ว 2 ครั้ง ไปกับคุณแม่เนี่ยค่ะ แล้วถือโอกาสไปเที่ยวด้วย ไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพ เป็นพระธาตุประจำปีเกิดยุ้ย ปีมะแม...ไปตั้งแต่หลินปิงยังตัวเล็กๆ สิงหาก็ไปอีก แล้วก็ไปธันวา แล้วก็จะไปต่อเรื่อยๆ ปีนี้ก็จะไปอีก ไปตั้งแต่น้ำหนัก 20 จน 50 โล แล้วก็ 70 กลับมาบ้านเปิดทีวีช่อง 23 ดูตลอด ช่องอื่นก็เปิดๆ ปิดๆ ดูข่าวบ้างอะไรบ้าง แต่จะกลับมาดูหลินปิงเป็นช่องหลัก ดูแล้วสบายใจ คลายเครียด เป็นการพักผ่อนอย่างหนึ่ง เวลาเหนื่อยเรื่องงาน หรือมีปัญหา ดูหลินปิงแล้วมันหายไป คือดูเค้าแล้วมีความสุขน่ะ บางคนถามดูอะไร หมีนอน หมีกิน คืออธิบายไปเค้าก็ไม่ get ต้องคนที่รู้สึกเหมือนกันถึงจะเข้าใจว่าทำไมต้องดูตลอด บางทีทำงานเขียนงานอยู่ แค่ชำเลืองมองว่าทำไรอยู่ แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว”
ระหว่างที่สัมภาษณ์ บางสิ่งได้สะท้อนออกมาจากคุณยุ้ย ถึงความเป็นคนมีจิตใจดี คิดบวก และรู้จักจัดสมดุลให้ร่างกายและจิตใจได้อย่างลงตัว เธอจึงนับเป็นตัวอย่างของคนที่มีความสุข ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน และทำให้คนรอบข้างมีความสุขไปกับเธอด้วย ครั้งหนึ่งในชีวิตเธอก็เคยไปปฏิบัติธรรม 10 วันเต็ม ที่สำนักปฏิบัติธรรมของท่านโคเอ็นกา ที่พิษณุโลก สถานที่ล้อมรั้วลวดหนามแน่นหนา ซึ่งวันแรกๆ เธอรู้สึกว่าเหมือนคุก แต่เมื่อกลับออกมาสู่โลกปกติแล้ว เธอจึงเข้าใจว่าที่ล้อมรั้วนั่นก็เปรียบเสมือนเกราะกำบังสิ่งที่จะมากระทบกับจิตใจเรานั่นเอง ซึ่งถ้าจะว่าไปแล้วก็คล้ายคลึงกับหลักการฝึกโยคะที่เน้นให้เกิดความนิ่งในจิตใจนั่นเอง

ความลับของการมีร่างกายและจิตใจที่สดชื่นแจ่มใสด้วยการฝึกโยคะ ก็ได้แจกแจงมาหมดแล้ว คุณยุ้ยฝากมาปิดท้ายว่า...
“คำแนะนำที่กล่าวมา มันไม่จำเป็นหรอกค่ะ เราทุกคนน่ะรู้ดีหมดแล้ว เพราะคำพูดเหล่านี้มันก็อยู่ใน
นิตยสารหรือสื่อทั่วๆ ไป เหมือนเป็นสิ่งดีๆ ที่กองอยู่ตรงนั้น มันจะไม่เกิดผลในทางปฏิบัติ ถ้าไม่หยิบมาทำ ยุ้ยก็ขอฝากสั้นๆ ง่ายๆ คำเดียวว่า “เราจะทำมั้ย เท่านั้นเอง”
|