“ภูทับเบิก” สัมผัสลมหนาว ดูดาวบนดิน
เช้ามืดวันเสาร์ปลายเดือน ม.ค. ยากเหลือเกินที่จะงัดตัวเองออกมาจากที่นอน
หนานุ่ม ผ้าห่มอุ่นๆ และร่างกายที่อ่อนล้ามาจากการทำงานประจำตลอดทั้ง
สัปดาห์ได้ หากแต่วันนี้เรามีแรงดึงดูดเป็น “ลมหนาวและดาวบนดิน” รออยู่
“ภูทับเบิก” จ.เพชรบูรณ์ จุดหมายปลายทางของทริปสั้นๆ ในเวลาอันจำกัด
เพียง 2 วัน 1 คืน

จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 - จ.สระบุรี - ทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านอำเภอชัยบาดาล อำเภอศรีเทพ อำเภอวิเชียรบุรี ถึงจ.เพชรบูรณ์ - แยกหล่มสักเลี้ยวซ้ายไปบนทางหลวงหมายเลข 12 อีก
ประมาณ 20 กม.
จากทางราบสู่ทางชัน ลัดเลาะไปตามแนวเขา เพียง 5 ชั่วโมงเศษ จากกรุงเทพฯ เราก็มาหยุดอยู่บนจุด
สูงสุดของทางหลวงหมายเลข 12 ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านกาแฟสดรสชาติดี วิวงาม นามว่า “Kho in Love” หากใครที่เคยติดใจในรสชาติกาแฟสดของ “Coffee Hill” ที่ปิดตัวลงไป คงไม่ผิดหวังเพราะเป็นทีมงานเดียวกัน
มาถึง “Kho in Love” ทั้งที แวะเติมความกระปรี้กระเปร่าให้ร่างกายด้วยกาแฟสดหอมกรุ่น แอ็คท่าถ่ายรูปกับมุมที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงามภายในบริเวณร้าน และไม่ลืมที่จะไปป้อนนมแกะตัวน้อยกันสักหน่อย ถัดจาก “Kho in Love” ไปอีกไม่ไกล ริมถนนสายเดิมที่ กม. 95 จะพบกับ “Route12” สถานที่ที่พาให้จินตนาการไปว่ากำลังยืนอยู่ในเมืองคาวบอยแห่งโลกตะวันตก สิ่งปลูกสร้างและการตกแต่งร้านสไตล์อเมริกันคันทรี่ ถูกใจคนเดินทางอย่างเรามากมาย แหม...นึกอยากจะแปลงร่างเป็นคาวเกิร์ลซะจริงๆ ภายอาณาบริเวณของ “Route12” มีทั้งร้านกาแฟสด ร้านขายของที่ระลึก และร้านอาหารแนว Food Fusion ที่รสชาติอร่อย และราคาไม่แพง
“เขาค้อ คัก คัก” เราฝากท้องมื้อกลางวันกันที่นี่ ก่อนตีตั๋วยิงยาวสู่เป้าหมายของเราที่ “ภูทับเบิก”
สูงชัน คดเคี้ยวโค้งแล้วโค้งเล่า แต่นั่นไม่ได้ทำให้นักเดินทางอย่างเราถอดใจ ทันทีที่ปิดแอร์เปิดกระจก
รถ ร่างกายก็สัมผัสได้ถึงความหนาวเย็น จมูกสามารถสูดกลิ่นอายของความสดชื่นได้อย่างเต็มปอด แบบที่ไม่สามารถทำได้ในเมืองหลวง
จากทางหลวงหลายเลข 12 ย้อนกลับมาทางเดิม เลี้ยวซ้ายที่ทางหลวงหมายเลข 2372 จะถึงทางแยก
เส้นทางหลวงหมายเลข 2331 ให้เลี้ยวซ้ายขึ้นเขา ผ่านหมู่บ้าน บ้านน้ำเพียงดิน เมื่อถึงสามแยกซ้ายมือเป็น
จุดกางเต้นท์หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ทับเบิก ข้างหน้าเป็นด่านเก็บค่าธรรมเนียม “อช.ภูหินร่องกล้า” ก่อนถึง
ด่านให้เลี้ยวขวาเข้า “หมู่บ้านทับเบิก” ขับเข้าไปอีก 1 กม. ก็จะถึง "จุดชมวิวภูทับเบิก" ระยะทางเพียงไม่กี่สิบกิโลเมตร แต่ใช้เวลาเดินทางเกือบ 2 ชั่วโมง ค่อยๆขับ ค่อยๆไต่ขึ้นเขาด้วยเกียร์ต่ำๆ รถยนต์เครื่อง 1500 cc. ก็สามารถไปได้สบาย ขอให้รถพร้อม กายพร้อม ใจพร้อม มีสติตลอดเวลาไม่ยากเกินไปที่จะไต่เขาขึ้นไป “สัมผัสลมหนาว ดูดาวบนภูทับเบิก”

คลื่นคนและดงเต้นท์.... “ภูทับเบิก” กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว พักผ่อนยอดฮิต วันเสาร์ปลายเดือน
ม.ค. แบบนี้ ไม่น่าเชื่อว่าแทบทุกอณูพื้นที่แม้แต่จุดที่เคยเป็น “ไร่กระหล่ำปลี” บางส่วนกลายเป็นพื้นที่สำหรับกางเต้นท์ไปแล้ว เราเองก็ไม่รอช้า รีบหาพื้นที่เหมาะเจาะสำหรับ 2 เต้นท์ติดกัน รีบกางให้เสร็จก่อนตะวันจะลับขอบฟ้า คืนนี้เราจะนอนอยู่บนจุดสูงสุดของ จ.เพชรบูรณ์ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางถึง 1,768
เมตร เชียวนะ บนภูทับเบิกมีพื้นที่กางเต้นท์ไว้รองรับนักท่องเที่ยวมากมาย คิดค่ากางเต้นท์เพียง 40 บาท/คน เท่านั้นเอง แต่หากใครไม่มีเต้นท์มาบนภูทับเบิกก็มีให้เช่าในราคามิตรภาพ มีห้องน้ำ ห้องอาบน้ำไว้บริการอย่างเพียงพอ
เรื่องอาหารการกิน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะเตรียมเสบียงมากันเอง โดยเฉพาะที่มากันกลุ่มใหญ่ๆ
เรียกว่าแทบจะยกครัวขึ้นมาบนภูเขากันเลย แต่ถ้าใครไม่อยากแบกอุปกรณ์ขึ้นมาให้เหนื่อย ก็สามารถอุดหนุนชาวเขากันได้เป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนอีกทาง
เสียงน้ำเดือดปุดๆ ลอยมาพร้อมกับกลิ่นหอมๆ ของน้ำซุป มื้อเย็นแบบง่ายๆ แต่ไม่ธรรมดาของเราวันนี้
“จิ้มจุ่ม” ทั้งเนื้อหมู ปลาหมึก กุ้ง ลูกชิ้นปลา และผักนานาชนิด ที่เพื่อนร่วมทริปจัดเตรียมมา อุดหนุนผักสดๆของชาวเขามาใส่เพิ่มอีกสองสามอย่าง การได้ซดน้ำซุปร้อนๆ ท่ามกลางอากาศหนาว 12 องศาในยามเย็น
ช่างเป็นอะไรที่วิเศษสุดจริงๆ
บรรยากาศยามอาทิตย์อัสดงบนภูทับเบิกวันนี้ แม้จะไม่ได้เห็นไข่แดงดวงโตๆ แต่สีสันของท้องฟ้าก็ชวน
ให้เคลิบเคลิ้มจนไม่อยากให้ผ่านไป "ในความมืดมิด เราจะเห็นดวงดาวได้ชัดเจน" ...แสงสีทองเริ่มลับขอบฟ้า แสงไฟจากถนนเบื้องล่างราวกับเป็นดาวบนดินเข้ามาแทนทื่ อุณหภูมิลดต่ำลง ลมแรงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเสื้อกันหนาว ผ้านวมที่ขนกันมาสู้กับอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำ 10 องศาแบบนี้รีบหยิบมาใช้อย่างไม่รีรอ
เช้าวันอาทิตย์ที่สดใส สายลมหนาวปะทะใบหน้า น้ำค้างพร่างพรูทันทีที่เปิดเต้นท์ หลังจากหลับๆ ตื่นๆ
นอนขดตัวด้วยความหนาวเหน็บตลอดทั้งคืน แต่กลับสุขใจอย่างบอกไม่ถูก นานเท่าไหร่แล้วที่เราไม่ได้มีโอกาสสัมผัสอากาศหนาวเย็นเช่นนี้ เหลือบมองไปที่ตัววัดอุณหภูมิบนหอดูดาว 11 องศาในขณะนั้น แต่ถ้าบนยอดหญ้าคงต่ำกว่า 10 องศาเป็นแน่แท้
หกโมงกว่าแล้ว รีบคว้ากล้องคู่ใจเดินฝ่าความหนาวขึ้นไปรอพระอาทิตย์ฉายแสงบน “จุดชมวิวภูทับเบิก” แสงสีทองของวันใหม่ควงคู่มาพร้อมกับไข่แดงใบโต ซึมซับความงดงามอยู่อย่างนั้นจนแสงสีทองเริ่มจางลง สายลมเย็นๆ ยังคงอยู่ แต่เราต้องรีบจัดการธุระส่วนตัวและเก็บเต้นท์ ก่อนที่พระอาทิตย์จะแผ่แสงแรงกล้า
สะพายกล้องคู่ใจวนเวียนไปมาแถว “ไร่กระหล่ำปลี” อีกครั้ง พบว่าถูกตัดไปไม่เหลือหลอ แต่นั่นกลับเป็นข้ออ้างเพื่อให้เรากลับมาเยือนภูทับเบิกอีกครั้งในช่วงปลายฝน-ต้นหนาวครั้งหน้า

โบกมือลาภูทับเบิก พร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด เก็บไว้ใช้ต่อสู้กับการงานที่ต้องกลับไปเจอในอีกไม่ถึง 24 ชม.ข้างหน้า สัญญาแล้ว...ฉันจะกลับมาหาเธอ "ภูทับเบิก"
ขากลับเลือกใช้เส้นทาง ภูทับเบิก - อช.ภูหินร่องกล้า - จ.พิษณุโลก แวะสักการะ “พระพุทธชินราช ที่
วัดพระศรีมหาธาตุ” เพื่อเป็นสิริมงคล มื้อเย็นฝากท้องไว้ที่ “ร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขา” เป็นก๋วยเตี๋ยวชื่อดังของ
จ.พิษณุโลก และไม่ลืมช้อปปิ้งของฝาก อย่างเช่น “กล้วยตาก หรือ เมี่ยงคำ” ก่อนกลับกรุงเทพฯ ด้วยใจอิ่มเอม
การเดินทาง (วิ่งเป็นวงกลมเพื่อสัมผัสเส้นทางที่แตกต่าง)
ขาไป : จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 - จ.สระบุรี - ทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านอำเภอ
ชัยบาดาล อำเภอศรีเทพ อำเภอวิเชียรบุรี ถึงจ.เพชรบูรณ์ - แยกหล่มสักเลี้ยวซ้ายไปบนทางหลวงหมายเลข
12 อีกประมาณ 20 กม. ถึงผ่าซ่อนแก้ว - Kho in Love - Route 12 จากเพชรบูรณ์ไปภูทับเบิก บนทางหลวงหมายเลข 12 จะมีป้ายบอกไปภูหินร่องกล้า ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2372 ไปประมาณ 12
กิโลเมตร จะถึงทางแยกเส้นทางหลวงหมายเลข 2331 ให้เลี้ยวซ้ายขึ้นเขา ผ่านหมู่บ้านบ้านน้ำเพียงดิน ถึง
หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ทับเบิกอยู่ทางซ้าย ตรงไปจะเป็นด่านอช.ภูหินร่องกล้า ก่อนถึงด่านให้เลี้ยวขวาเข้า
หมู่บ้านทับเบิก ขับไปอีก 1 กม. ถึง "จุดชมวิวภูทับเบิก"
ขากลับ : จากภูทับเบิก - อช.ภูหินร่องกล้า - ทางหลวงหมายเลข 2013 อ.นครไทย - ทางหลวงหมายเลข 12 อ.วังทอง - ทางหลวงหมายเลข 117 จ.พิษณุโลก - จ.นครสวรรค์ - ทางหลวงหมายเลข 32 จ.ชัยนาท -
จ.สิงห์บุรี - จ.อ่างทอง - จ.พระนครศรีอยุธยา - หลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน - กรุงเทพฯ
ที่พัก
1. พื้นที่กางเต้นท์บนภูทับเบิก
โทร. 056 810 737, 084 813 9150
2. บ้านพักที่ อบต.วังบาล อยู่ในหมู่บ้าน
บ้านพัก มี 3 หลังๆ ละ 800 บาท พักได้ 8 คน เช่าเต็นท์หลังละ 200 บาท นำเต็นท์มาเองคิดคนละ 30 บาท
โทร. 081 474 1825, 056 747 532
3. บ้านพักสถานีอนามัยทับเบิก จำนวนที่พัก 5 ห้อง ราคา 1,500 บาท
16 หมู่ 16 ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์
โทร 087 844 2141, 087 851 1655, 086 160 7564, 089 879 2029, 084 895 1826
ที่กิน
1. ไก่ย่างบัวตอง สามแยกวิเชียรบุรี
62 หมู่ 1 ต.สระประดู่ อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ 67130
โทร. 056 928 042, 056 928 044
2. เขาค้อ คัก คัก Eating Out Restaurant
ชั้นล่าง Route 12 ถ.พิษณุโลก-หล่มสัก กม.95 จ.เพชรบูรณ์
โทร. 081 206 7211
3. ร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขา ริมน่าน
ถนนพญาเสือ ข้างวัดใหญ่ (วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ) อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก
โทรศัพท์ : 081 379 3172, 081 953 6228
ที่เที่ยว
1. ผาซ่อนแก้ว หรือ วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ตั้งอยู่บนเนินเขาหมู่บ้านทางแดง ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ
จ.เพชรบูรณ์
2. ร้าน Kho in Love ทางหลวงหมายเลข 12 (พิษณุโลก - หล่มสัก) ห่างจากแยกแคมป์สนประมาณ
2 กม.
3. ร้าน Route 12 ถนนพิษณุโลก - หล่มสัก กม. 95
ค่าใช้จ่าย ตลอดทริป / คน
- ค่ากาแฟสด "Kho in Love"
- ค่าป้อนนมแกะ
- ค่าอาหาร "เขาค้อ คัก คัก"
- ค่ากางเต้นท์ บนภูทับเบิก
- ค่าจิ้มจุ่ม + ของกินบนภูทับเบิก 2 มื้อ
- ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดระหว่างทาง
- ค่าเข้าอุทยานฯ ภูหินร่องกล้า
(ค่าเข้าคนละ 40 , รถยนต์คันละ 30)
- ทำบุญ @วัดพระศรีมหาธาตุ
- ค่าก๋วยเตี๋ยวห้อยขา เฉลี่ยคนละ
- ของฝาก
- ค่าน้ำมัน โดยรถยนต์ส่วนตัว เฉลี่ยคนละ |
60 บาท
20 บาท
72 บาท
40 บาท
300 บาท
200 บาท
55 บาท
100 บาท
60 บาท
300 บาท
1,200 บาท |
| รวม 2,407 บาท |
|