พาหัวใจไปติดเกาะ...กูด ระยะทางไกล...หัวใจเต้นแรง
เช้ามืดวันนี้หัวใจเต้นแรงกว่าที่เคย เพราะอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า เกาะสวรรค์แห่งน่านน้ำตะวันออกของไทย เกาะที่ใครหลายคนใหลหลง เรากำลังจะได้ไปสัมผัสของจริงสักที หลังจากชมความงดงามผ่านภาพถ่ายมาเป็นเวลานานกับ “เกาะกูด” เกาะที่ถูกขนานนามว่าเป็น “อันดามันแห่งทะเลตะวันออก”

กึ่งหลับกึ่งตื่นมา 5 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ จนมาถึงท่าเรือแหลมศอก จ.ตราด ขยี้ตาให้หายง่วงแล้วรีบ
เคลื่อนย้ายตัวเองจากรถลงสู่เรือสปีดโบ๊ท นั่งกินลมชมทะเลเพลินๆ ราวชั่วโมงเศษๆ ความเร็วเริ่มลดลงเสียงเครื่องยนต์เริ่มเบาบาง แต่ทว่าเสียงหัวใจกลับดังถี่ขึ้น เรือยังแล่นอยู่บนผืนน้ำทะเลสีฟ้า แต่อีกไม่กี่นาทีจะแปรเปลี่ยนจากน้ำทะเลเป็นน้ำคลองแล้ว ใช่แล้วค่ะ...อ่านไม่ผิดแน่นอนคลองที่พูดถึงคือ “คลองเจ้า” ...นั่นไง
ความตื่นเต้นแรกแทรกตัวเข้ามาในหัวใจทันทีเมื่อเรือเปลี่ยนทิศทางจากทะเลเข้าสู่คลอง เพราะที่พักของเราในทริปนี้ด้านหน้าเป็นทะเลด้านหลังติดคลอง คลองเจ้าแวดล้อมไปด้วยป่าโกงกางเขียวครึ้มทำให้รู้สึกสบายตาสบายใจ มองไปข้างหน้าเห็นพนักงานของปีเตอร์แพนรีสอร์ทกว่าสิบชีวิตกำลังยืนรอต้อนรับเราอย่างเป็นกันเอง น้ำกระเจี๊ยบเย็นๆ ถูกน้ำมาเสริฟ์ดับความเหนื่อยจากการเดินทาง ยังไม่ทันจะเข้าห้องพัก อาหารมื้อแรกบนเกาะก็ตั้งท่ารอไว้แล้ว จัดการดับความหิวให้เรียบร้อยก่อนแยกย้ายกันเข้าห้องไปพักผ่อนหย่อนใจ

เกาะกูด...ไม่ได้มีแค่ทะเล
จากที่พักของนั่งสปีดโบ๊ทไปประมาณ 10 นาที และเดินต่ออีกประมาณ 1 กม. ก็จะถึง “น้ำตกคลองเจ้า” ทางเดินก็ไม่ลำบากลำบนอะไร ชมนก ชมไม้ สองข้างทางชิลล์ๆ
เสียงน้ำตกใกล้เข้ามาทุกที เป็นสัญญาณบอกว่าใกล้จะถึงน้ำตกคลองเจ้าตัวเป็นๆแล้ว ไม่ได้เที่ยวน้ำตกนานแค่ไหนแล้วนะ ฉันนึกถามตัวเองในใจ ?? หากจะนับจำนวนปีล่ะก็สิบนิ้วมือที่มีคงไม่พอเป็นแน่ ถ้าจะตอบง่ายๆ ครั้งสุดท้ายที่ไปเที่ยวน้ำตกก็ตั้งแต่สมัยเด็กๆ ตอนที่ยังมีพ่อแม่พาไปนั่นแหระ

ถ้าจะบอกว่าทริปสุดคุ้มก็คงไม่ผิด แหม..มาทะเลแต่ได้เที่ยวน้ำตกด้วยคุ้มไหมล่ะคะ ชักคิดถึงส้มตำ
ไก่ย่างขึ้นมาแล้วสิ
น้ำตกขนาดกำลังดี สายน้ำไหลลงมาจากเรื่อยๆ แบบไม่มีวันหยุดและไม่มีวันเหนื่อย ไกด์ให้ข้อมูลว่า
น้ำตกคลองเจ้านี่เที่ยวได้เกือบทั้งปี แต่หากเป็นช่วงปลายฝนน้ำจะไหลแรงมาก อาจไม่เหมาะสำหรับการลงเล่นน้ำและไม่สามารถเดินข้ามลานหินไปได้ ปล่อยหัวใจให้ติด...เกาะ

มาเที่ยวทะเลเหมือนมาเยี่ยมเยือนเพื่อนเก่า ฉันคิดอย่างนั้น
ต้อนรับเช้าวันใหม่ ด้วยน้ำทะเล หาดทรายและเสียงคลื่น เช้านี้คลื่นลมค่อนข้างแรงเลยต้องเลื่อน
โปรแกรมดำน้ำไปช่วงบ่าย แต่นั่นก็หมายความว่าเราจะมีเวลาคลุกคลีสอบถามสุขทุกข์ของเพื่อนเก่าได้นานขึ้น เราใช้เวลาอ้อยอิ่งอยู่ริมชายหาดตลอดทั้งช่วงเช้า
ตกบ่ายได้เวลาไปดำน้ำดูประการังตามหาปลาน้อยใหญ่ นั่งสปีดโบ๊ทกันไปพอหอมปากหอมคอ เกาะรัง
เกาะยักษ์ใหญ่ เกาะนก …ก่อนลงเรือไกด์อธิบายวิธีการใช้อุปกรณ์ดำน้ำกันมาแล้ว ส่วนเราเองไม่ค่อยถูกโฉลกกับการดำน้ำสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะหลังทานมื้อเที่ยงมาใหม่ๆ เลยอาสาเป็นตากล้องจำเป็นให้ชาวคณะแทน
กลับมาจากดำน้ำก็แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัว ระหว่างนี้เรายังมีเวลาซึมซับบรรยากาศยามอาทิตย์
อัสดง ก่อนไปรวมตัวกับเพื่อนๆ จัดการกับ กุ้ง หอย ปู ปลาอาหารมื้อเย็นแบบซีฟู้ดบุฟเฟ่ต์
แสงสีทองยามตกกระทบกับน้ำทะเลสวยงามเกินคำบรรยาย เคยนั่งดูพระอาทิตย์ตกน้ำทะเลมาหลายที่
เจอบรรยากาศแบบนี้เข้าไป เกาะกูดเลยฮิตติดชาร์ทแซงหน้าทะเลที่อื่นไปเลย

คืนพิเศษกับคนพิเศษ
หลังจัดหนักกับซีฟู้ดบุฟเฟ่ต์มื้อเย็นเรียบร้อยแล้ว ก็ชักชวนกันไปนั่งชิลล์ที่ “Beach Bar” จิบค็อกเทลรสชาติดี พูดคุยหยอกล้อกับเพื่อนร่วมทริปเป็นที่สนุกสนาน อากาศกำลังเย็นสบาย อยากให้เวลาเดินช้าๆ แต่ทว่าความเป็นจริงพรุ่งนี้ทุกคนก็ต้องกลับไปเผชิญหน้าความวุ่นวายในเมืองใหญ่เฉกเช่นทุกวัน
เราหยุดวันเวลาไม่ได้ แต่เราสามารถจดจำวันเวลาดีๆ เหล่านี้เอาไว้ในใจได้ตราบนานเท่านาน พรุ่งนี้เช้าเราต้องบอกลาทะเลเพื่อนเก่า แต่เราสัญญาณว่าจะกลับมาเยื่ยมเยือนอีกแน่นอน
ค่าใช้จ่าย ตลอดทริป / คน
แพคเกจ 3 วัน 2 คืน รวมค่าเรือสปีดโบ๊ท ที่พัก อาหารทุกมื้อ และกิจกรรม คนละ 6,500 บาท
|