“เมืองไทยยังมีอะไรดีๆ ...อย่างนี้อีกเหรอ”
อัจฉพรรณ บุญเจริญ
ผอ.ททท.สำนักงานเลย
ประเทศไทยเรามีรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งจากนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวชาวไทยรวมกัน
มีมูลค่าปีละมากมาย อย่างปี2554 นี้ก็ตั้งเป้ากันไว้ถึงล้านล้านบาทเลยทีเดียว มากมายขนาดไหนคงยากเกินคน
เดินดินกินข้าวแกงแบบผมจะเดาได้ แต่เอาเป็นว่ามากมายขนาดน้องๆ งบประมาณรายจ่ายของประเทศเราทั้งปีก็แล้วกัน ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ ก็คือททท...และผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของททท. อีกทีก็คือพนักงาน
ของททท. ทุกคนทุกระดับชั้นนั่นเอง
คอลัมน์เส้นทางความสุข ททท. Special ฉบับนี้เราได้มีโอกาสไปคุยไปสัมภาษณ์แบบอินไซด์สดๆ ถึงถิ่น
ททท.สำนักงานจังหวัดแม่งานสำคัญที่ทำหน้าที่ปิดทองหลังพระขับเคลื่อนสนับสนุนการท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

เราได้รับเกียรติเป็นอย่างยิ่งจากท่าน ผอ.อัจฉพรรณ บุญเจริญ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเลย ท่านได้
สละเวลานำเราไปสัมผัสความสุขของเส้นทางท่องเที่ยวจังหวัดเลย ที่คัดสรรด้วยตัวท่านเอง อย่างนี้การันตี
รับประกันไม่ผิดหวังแน่นอน

ครั้งแรกที่รับกำหนดการที่ ททท.สำนักงานเลย ส่งมาให้ทาง e-mail คนไม่ชำนาญทางอย่างผมอดสงสัย
ไม่ได้ว่าเหตุไฉนใดเลยท่าน ผอ.อัจฉพรรณ ถึงได้ให้เราเดินทางเข้าจังหวัดเลยทางเส้น เพชรบูรณ์-หล่มสัก-
หล่มเก่า-ด่านซ้าย ไม่เหมือนครั้งที่เราไปสัมผัสภูกระดึงครั้งโน่น ครั้งนั้นเราใช้เส้นทางสีคิ้ว-ชัยภูมิ-ภูเขียว-
ชุมแพ-เลย ถึงบางอ้อกันเมื่อขับถึงช่วงหล่มเก่าเข้าด่านซ้าย ถนนเส้นนี้มันสวยเช่นนี้เอง เส้นทางลัดเลาะ
คดเคี้ยวไปตามขุนเขา พระธาตุศรีสองรัก อ.ด่านซ้าย คือเป้าหมายแรกของเส้นทางความสุขตามที่ท่าน
ผอ.นัดหมายให้มาเจอกันที่จุดนี้ ระหว่างรอทีมท่าน ผอ. ตามมาสมทบ เพื่อไม่ให้เสียเวลาทีมหนีกรุงก็ทยอยเก็บ
ภาพมุมต่างๆ ของพระธาตุศรีสองรักสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองที่ประวัติเล่าว่าสร้างขึ้นเพื่อเป็นวัตถุพยานแห่งมิตรภาพ
ระหว่างไทยกับลาวในช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยา (สมัยพระมหาจักรพรรดิ) กับกรุงศรีสัตนาคนหุต (หรือสาธารณรัฐ
ประชาธิปไตยประชาชนลาวในปัจจุบัน) ในพศ.2103 โดยให้สัตยาธิษฐานแก่กันไว้ว่า “ขอจงเป็นเอกสีมา
เกลี้ยงกลมงามมลฑลเท่าพงษ์พันธุ์ ลูกเต้าหลานเหลน อย่าได้ชิงส่วยล่วงด่านแดนแสนหญ้า อย่าได้กระทำ
โลภเลี้ยวแก่กันจนเท่าเสี้ยง พระอาทิตย์พระจันทร์ตกลงมาอยู่เหนือแผ่นดินอันนี้เทอญ” อันเป็นจุดกำเนิด
สำคัญของความสงบร่มเย็นของที่นี่ตราบเท่าทุกวันนี้ แม้ในพระธาตุจะไม่ได้บรรจุไว้ด้วยพระอัฐิธาตุใดๆ
เลย แต่ชาวเลยและชาวหลวงพระบาง ก็ให้ความเคารพเป็นอย่างยิ่ง ทุกวันเพ็ญเดือน 6 ทั้งชาวไทยชาวลาว
จะมาทำบุญร่วมกัน.....

......อ้าวตายแล้วเผลอโม้แผล็บเดียวดูนาฬิกาอีกทีเลยเวลานัดมาพอสมควร โทรศัพท์หาคุณยุ ผู้ช่วยผอ.
เธอบอกผมว่ากำลังออนเดอะเวย์ ให้ไปเจอกันที่พิพิธภัณฑ์ผีตาโขน วัดโพนชัย (อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ท่าน ผอ.
ฟันธงว่าที่นี่ต้องแวะ) เวลายังเหลืออีกพอสมควร ถ้าอย่างนั้นยังพอมีเวลาทีมหนีกรุงเลยแวะไปเก็บภาพและ
เรื่องราวที่วัดเนรมิตวิปัสสนาที่อยู่ไม่ไกลจากพระธาตุศรีสองรัก กลับรถนิดเดียวเองก็ถึงแล้วที่วัดนี้สร้างขึ้นจาก
แรงศรัธทาของชาวบ้านที่มีต่อหลวงพ่อพระครูภาวนาวิสุทธิญาณซึ่งปัจจุบันได้มรณะภาพแล้ว รอบวัดมีภูมิทัศน์
ที่งดงามและภายในพระอุโบสถเป็นสถานที่ประดิษฐานของพระพุทธชินราชจำลอง และบริเวณผนังพระอุโบสถ
มีภาพวาดจิตกรรมฝาผนังที่สวยงามมาก วัดเนรมิตรวิปัสสนาเป็นอีกวัดหนึ่งที่ ผอ.เร็กคอมเมนท์ผู้ที่เดินทางมา
ท่องเที่ยวจังหวัดเลยไม่ควรพลาด ออกจากวัดเนรมิตวิปัสสนา เราก็ตรงไปยังพิพิธภัณฑ์ผีตาดโขน วัดโพนชัย
เราไปถึงพิพิธภัณฑ์ผีตาโขนได้ไม่นาน ทางทีมของททท.สำนักงานจ.เลยนำทีมโดย ผอ.อัจฉพรรณ
คุณยุและคุณเบิร์ด ก็ตามมาสมทบครบองค์ประชุมเส้นทางความสุข หลังจากทักทายแนะนำตัวกันเรียบร้อยทีมงานหนีกรุงก็ไม่รีรอขอเก็บภาพ ผอ.กับผีตาโขนเป็นอันดับแรก “อ้าว...ไม่บอกพี่ พี่จะได้เอาชุดผีตาโขนประจำตำแหน่งมาด้วย” ผอ.ขยายความให้ฟังว่า มารับตำแหน่งที่นี่มาถึงวันแรกก็มีหัวผีตาโขนมาตั้งไว้พร้อมหนึ่งชุด
และยังอดคิดไม่ได้ว่าเค้าจะให้เราใส่ทุกวันหรือเปล่าหรือให้ใส่เฉพาะบ้างวันเจอกันแป๊บเดียว ท่านผอ.ก็ปล่อยมุขซะแล้วเล่นเอาฮากันลั่นศาลา หลังจากนั้น ท่านผอ.ได้กรุณาเล่าถึงความเป็นไปของผีตาโขนให้เราฟังด้วยว่าผีตาโขนเป็นผีดีเป็นผีน่ารัก ตามพระเวสสันดรมาจากป่าเป็นผีที่ซาบซึ้งในรสพระธรรม ก็ตามเข้ามาพอถึง
ใกล้เมืองก็กลัวคนจะกลัว เพราะตัวเองเป็นผีก็มองไปข้างทางเจออะไรก็เอามาปิดหน้าไว้ก่อน เจอทางมะพร้าว
ก็เอาทางมะพร้าวมาทำเป็นหัวไว้ เอ้าตายแล้วตัวเองก็น่าเกลียดมากผีคงไม่สวยเจอเอาเศษผ้าข้างทางก็เอามาพันตัวเพื่อจะตามแห่พระเวสสันดรเข้ามา อันนั้นก็เลยเป็นที่มาของการละเล่นผีตาโขน”
ในพิพิธภัณฑ์ผีตาโขนมีเรื่องราวประวัติของผีตาโขน ขั้นตอนการทำผีตาโขน ประวัตอำเภอด่านซ้ายและ
ยังมีของ ที่ระลึกขายด้วยเรียกว่าผีน้อยผีใหญ่ มีให้เลือกซื้อครบทุกขนาด การละเล่นผีตาโขนจัดขึ้นพร้อมกับประเพณีบุญหลวง หรือประเพณีบุญเดือน 6 บวกกับ ’บุญพระเวส’ ถ้าเว้าอีสานก็ออกเสียงว่า ‘บุญผะเหวด’ รวมแล้วจะเรียกแบบเต็มยศว่า “ประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน” จะมีราวๆ ต้นเดือนมิถุนายนของทุกปี
ประเพณีหนึ่งเดียวในโลกอย่างนี้ มีโอกาสต้องมาร่วมทำบุญและสนุกสักครั้งให้ได้นะครับ
ฝนต้นฤดูเริ่มโปรยปรายลงมา ท่านผอ. อัจฉพรร เสนอให้พวกเราไปหลบฝนจิบกาแฟกันที่ร้านกาแฟ
คุณนาย ร้านกาแฟดังของอ.ด่านซ้ายใกล้ๆ วัดกันก่อนก่อนที่จะเดินทางเข้าที่พักที่อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย
อีกหนึ่งจุดหมาย ในลายแทงเส้นทางความสุขครั้งนี้ กาแฟเอสเพรสโซร้านคุณนายเข้มข้นกำลังดี บทสนทนาก็
ดังขึ้นอีกครั้ง “คำว่า เลย โอ้โห้ใครๆ ก็นึกไม่ถึงมันเป็นอะไรที่สุดชายแดน เป็นอีสานเหนือสุดติดชายแดนลาว ขับรถมาแค่คิดก็(...เหนื่อยแล้ว อันนี้ผมเติมเอง ผอ. ไม่ได้พูด) รถไฟก็ไม่มี เครื่องบินก็ไม่มา เพราะฉะนั้น..ต้องเป็นคนที่ตั้งใจมาจริงๆ ต้องขับรถมามาทางรถได้อย่างเดียว แต่พอถึงแล้วเนี่ยคุณจะรู้สึกเลยว่ามันเป็นสถานที่สำหรับมาพักผ่อนจริงๆ ได้บรรยากาศที่สดชื่นของธรรมชาติคำว่าสะอาดและบริสุทธิ์เนี่ยมันอยู่ที่นี่จริงๆ 100%
ออกซิเจน 100%...ถ้าแลกกับสิ่งดีๆ อย่างเนี่ยในชีวิตสักครั้งหนึ่ง มันก็คงต้องมาแล้วถ้าอยู่จะต้องติดใจหนักเข้าไปอีก...เพราะจะได้เจออะไรแบบที่ต้องพูดว่า..ยังมีอะไรดีๆ อย่างนี้เหรอ” ผอ.ตอบเราเมื่อผมโยนคำถามว่า
“ทำไมต้องมาเที่ยว ‘เลย’ ” แล้วยังเฉลยให้เราหายสงสัยว่าทำไมทริปนี้จึงไม่ได้แนะนำภูกระดึงให้เป็นหนึ่งใน
แหล่งท่องเที่ยวที่ ผอ.เร็กคอมเมนท์ (ขอกระแดะภาษาอังกฤษอีกสักครั้ง)
“ ภูกระดึง เนี่ย...เกิดเป็นคนไทยเนี่ยอย่างน้อยต้องพิชิตภูกระดึงให้ได้ครั้งหนึ่งในชีวิต...แต่ก็ไม่ใช่ว่ามา"เลย"
แล้วมาแค่ ‘ภูกระดึง’ แล้วจบ ก็อยากจะนำเสนอว่ามันยังมีเชียงคาน...คือถ้ามองทิศตะวันตกจะเป็นภูเขาทั้งนั้น
เลย ทะเลภูเขาสูงเสียดฟ้า แล้วมันก็จะลาดลงมาสู่แม่น้ำโขงที่อำเภอเชียงคาน นี่คือข้อได้เปรียบว่าไม่ใช่มีแต่ภูเขาๆๆ...ยังมีแม่น้ำโขงอีกหนึ่งบรรยากาศให้คุณมาท่องเที่ยวได้ งั้นมาครั้งนึงเนี่ยมีเวลาสักสามหรือสี่วันเนี่ย
คุณจะคุ้มแล้วคุณจะได้ทั้งธรรมชาติได้ทั้งวิถีชีวิตอะไรต่ออะไรทุกอย่างเลย มันตอบโจทย์ตรงนี้ได้หมดเลย
ซึ่งแปลกไม่เหมือนจังหวัดอื่นๆ” ฟังท่านผอ.พูดแล้ว..คงเห็นภาพใช่ไหมครับง่าจังหวัดเลยช่างเป็นจุดหมาย
ปลายทางอันแสนสวยงามคุ้มค่าจริงๆ แล้วทำไมเส้นทางความสุขของผอ.ถึงต้องมาทางเพชรบูรณ์ไม่ขึ้นมาทาง
ชัยภูมิ ขอนแก่น ผมอดสงสัยต่อไม่ได้ “คือเส้นเนี่ยคนขับรถจะรู้สึกเลยว่าถ้าขับรถมาแล้วเนี่ยมองซ้ายมองขวามันเขียวขจี...มันไม่ทำให้เรารู้สึกว่าเราเหนื่อยในการขับรถ มันจะมีมุมพักผ่อนสายตามาตลอด คือขับรถอย่างมีความสุข...ขับรถที่ดูว่ามันไม่เหนื่อย ดูแล้วไม่ท้อแท้ว่า...อุ้ยตายเมื่อไหร่จะถึงซะที ดูไปก็เพลินไป” ผอ.เฉลย...อันนี้พวกเรายกมือยืนยันได้ว่าที่ ผอ.พูดมา...ถูกต้องแล้วคร้าบบบ

เรามาถึงอุทยานภูสวยทราย อ.นาแห้ว เอาเกือบเวลาพระอาทิตย์จะตกดิน ระหว่างทางด่านซ้าย-นาแห้ว สวยอีกแล้วครับท่านสองข้างทางเป็นทุ่งนาเขียวชอุ่มมีภูเขาเป็นแบ็คกราวด์แถมยังเห็นสายหมอกลอยคลอเคลีย< อยู่ไม่ไกล “มาที่นี่หลังฝนตกคุณจะรู้สึกได้กับคำว่า “กลิ่นดิน”...ผู้ใหญ่ยังเคยพูดว่าไปดมกลิ่นดินซิมันหอมยังไง ถ้าอยู่กรุงเทพฯคุณจะไม่ได้ยินคำเนี่ย คุณอาจจะไม่รู้จักความหอมของกลิ่นดินแต่ถ้าคุณขึ้นมาที่นี่...คุณจะรู้ว่ากลิ่นดินหลังฝนเนี่ยเป็นยังไง ถ้าฝนตกใหม่ๆ จะขึ้นมาเลยนะ กลิ่นหอมจริงๆ อยู่กรุงเทพฯเราไม่รู้” ผอ.เล่าประสบการณ์ที่พบเจอมาด้วยตัวเองให้เราฟัง ประสานกับเสียงช้อนซ้อมดังกร๊องแกร๊งระหว่างมื้อค่ำวันนั้นที่มีหน่อไม้ผัดไข่ ผักหวานผัดน้ำมันหอย ฝีมือแม่ครัวของอุทยานฯ ซึ่งเป็นพระเอกก่อนที่จะกลับไปพักผ่อน
ที่บ้านพักอุทยานฯ

ตีห้าผมปลุกเจ้ากอล์ฟน้องใหม่ทีมหนีกรุงให้ออกไปถ่ายภาพทะเลหมอกด้วยกัน ในขณะที่ทีมงานคนอื่น
ยังหลับใหลด้วยความเหนื่อยล้า 7 กิโลเมตรจากที่ทำการอุทยานฯ ย้อนกลับไปทางอ.นาแห้ว ผ่านบ้านแสงภา
ถึงบ้านห้วยน้ำผักแล้วเลี้ยวซ้ายขึ้นเขาไปอีก 3 กิโลเมตร ก็ถึงจุดชมวิวบริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ที่ 1
(ภูหัวห้อม) เพื่อเก็บภาพมาฝากแฟนๆหนีกรุง เก็บกันจนหนำใจก็กลับมาสมทบกับทีมอีกครั้ง ทุกคนพร้อมกันอยู่แล้วที่โรงอาหารแล้วหลังจัดการกับข้าวต้มหมูแสนอร่อย กับตบตูดด้วยกาแฟอีกหนึ่งแก้ว เราแวะทำความดีเล็กๆ
ด้วยการปลูกต้นไม้ก่อนออกเดินทางอีกครั้ง รถของผอ.เลี้ยวซ้ายตรงป้ายบอกทางพระธาตุดินแทน เพื่อที่จะไป
กราบนมัสการกองดินแห่งศรัทธาในการทำความดีที่ชาวบ้านนำมากองไว้แทนสิ่งศักดิ์สิทธ์ตามคำของพระภิกษุที่จาริกมาที่นี่ พิสูจน์ให้ผมเห็นว่าความศักดิ์สิทธิ์นั้นล้วนมาจากศรัทธาหาได้ขึ้นอยู่กับความอลังการงานสร้างทางวัตถุ ชาวกรุงผู้ยังยึดติดอยู่ควรมาดูเป็นอย่างยิ่ง
.jpg)
ต่อจากนั้นท่าน ผอ.ได้นำเราไปเยี่ยมชมวัดศรีโพธิ์ชัยแสงภาและวัดโพธิ์ชัยนาพึง วัดเก่าแก่สมัยอยุธยา
ตอนปลายที่แม้จะเป็นวัดแบบชาวบ้านๆ แต่มีศิลปะที่สวยงามเกินบรรยายทั้งเจดีย์และหอไตรที่วัดศรีโพธิ์ชัยแสงภา และจิตกรรมฝาผนังที่วัดโพธิ์ชัยนาพึง ผอ.เล่าเสริมให้เราฟังว่า “วัดศรีโพธิ์ชัยแสงภาเนี่ย ถ้าเรา
สังเกตดูถ้าเรามองไปที่มุม ทั้ง 4 มุมจะมีต้นโพธิ์ 4 มุม คนโบราณเนี่ย ฉลาดนะเวลาเค้าจะสร้างอะไร เค้าจะ
ขึ้นต้นโพธิ์ให้รู้ว่าเนี่ยเป็นขอบเขตของวัดเป็นเขตที่ศักดิ์สิทธิ์ ต้นโพธิ์เนี่ยเป็นร้อยๆ ปีใหญ่มาก แล้วช่วง
วันสงกรานต์ 14-15-16 ประมาณเนี่ยจะมีพิธีแห่ต้นดอกไม้(เป็นทรงพุ่มไม้ไผ่ประดับประดาด้วยดอกไม้)เพื่อที่ จะมาบูชา เค้ายังเคร่งตรงนี้มากๆ”
“วัดโพธิ์ชัยนาพึงจะเป็นวัดที่เก่าแก่มาก กรมศิลปากรเค้ามาขึ้นทะเบียนไว้แล้ว แล้วจิตรกรรมฝาผนังเนี่ยสาม-สี่ร้อยปี สีที่ใช้ก็ยังคงอยู่เหมือนเดิมยังไม่มีการบูรณะใดๆ ยังครบถ้วนชัดเจนอยู่ ช่วงวันพระเนี่ยก็จะมี
ประเพณีตักบาตรถ้ามาช่วงนั้นก็จะได้เห็นได้เรียนรู้วัฒนธรรมแท้ๆมาดูที่เค้าเป็นชาวบ้านจริงๆ เค้ายังคงสืบทอด
วัฒนธรรมของเค้ามาจนถึงปัจจุบัน” ผมบอกได้ลยว่าใครรักศิลปะได้มา 2 วัดนี้ เห็นแล้วต้องซี๊ดแน่นอน

ก่อนจบภารกิจท่านผอ.อัจฉพรรณ พาเราไปกินอาหารในแพกลางอ่างเก็บน้ำน้ำหมาน ห้วยกระทิง
(ในแพจริงๆ เพราะมีเรือหางยาวลากพวกเราไปทิ้งไว้กลางน้ำ) อยู่ก่อนเข้าตัวเมืองเลยเล็กน้อย พร้อมฝากถึง
นักท่องเที่ยวว่า“อยากฝากว่าถ้าคุณขึ้นมาโดยที่คุณรักธรรมชาติคุณจะได้อะไรเต็มๆ กลับไปเติมเต็มชีวิตคุณ
ในส่วน ที่คุณไม่เคยมี ถ้าเมืองไทยมีนักท่องเที่ยวดีๆ เมืองไทยก็จะน่าเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวทุกแห่งก็จะดีใจ
ธรรมชาติก็จะยิ้ม ถ้าธรรมชาติพูดได้ หรือต้นไม้ทุกต้นพูดได้ น้ำตกทุกสายพูดได้ทุกคนก็จะดีใจที่ไม่มีขยะ
เค้าเรียกขยะจากการท่องเที่ยว ซึ่งเราไม่อยากได้ยินคำนี้ ”
ททท.มีเจ้าหน้าที่ระดับผอ.ที่เข้าใจพื้นที่และมีวิสัยทัศน์เยี่ยมอย่างนี้มีหรือท่องเที่ยวไทยจะไม่พัฒนา
ส่วนพวกเราชาวหนีกรุงบอกได้เลยว่าทริ๊ปนี้..โดนเลยจริงๆ |