|
เฉลิมศักดิ์ สุรนันท์
ผอ.ททท.สำนักงานเชียงใหม่
‘การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย’มีสำนักงานกระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆทั่วประเทศถ้านับรวมกรุงเทพฯด้วยก็มีอยู่ทั้งหมด35สำนักงานพอดีแต่ละสำนักงานก็มีพื้นที่ที่ต้องดูแลแตกต่างกันไป
บางสำนักงานก็ดูแลแค่จังหวัดเดียวบางสำนักงานก็ต้องดูแลทีเดียวหลายจังหวัด
ททท.สำนักงานเชียงใหม่เป็นสำนักงานหนึ่งที่มีพื้นการท่องเที่ยวที่ต้องดูแล ถึง 3 จังหวัด
คือเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ลองคิดดูก็แล้วกันว่างานที่รับผิดชอบจะมากมายขนาดไหนเอาแค่เชียงใหม่จังหวัดเดียวก็มีที่เที่ยวนับไม่ถ้วนแล้วนี่ยังมีลำพูน ลำปางอีก นับว่าเป็นงานหนักไม่ใช่เล่นเลยนะครับ
ท่าน ผอ.เฉลิมศักดิ์ สุรนันท์ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเชียงใหม่สละเวลาจากภาระกิจ
ที่มีอยู่มากมายมาช่วยแนะนำเส้นทางความสุขให้กับพวกเราชาวหนีกรุงและนับเป็นโชคดีชั้นที่สองที่นอกจากท่านจะเป็นผู้ดูแลการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่โดยตรงแล้ว ผอ.เฉลิมศักดิ์
ยังเป็นคนเชียงใหม่โดยกำเนิดอีกด้วยเพราะฉะนั้นรับรองได้ว่าเส้นทางท่องเที่ยวที่ท่านฟันธงแล้วต้องเป็นไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดอย่างแน่นอน

“พื้นที่การท่องเที่ยวที่อยู่ในในความรับผิดชอบของททท.เชียงใหม่ถือได้ว่าเป็นกลุ่ม
จังหวัดล้านนาที่มีความเกี่ยวพันต่อเนื่องกันมาตั้งแต่อดีตการท่องเที่ยวในพื้นที่นี้มีอยู่สองส่วนใหญ่ๆคือการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแนวธรรมชาตินักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวจะเป็น
คนไทยประมาณ70%ส่วนมากก็จะเดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงหน้าหนาวนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ก็เช่นเดียวกันจะเข้ามาตั้งแต่เดือนตุลาคมไปจนถึงมีนา เมษาเชียงใหม่เราจะได้เปรียบด้าน
ภูมิอากาศส่วนวันหยุดยาวก็จะมีเข้ามากเหมือนกัน ผอ.เฉลิมศักดิ์ เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับททท.สำนักงานเชียงใหม่ให้เราฟังคร่าวๆเป็นออร์เดิร์ฟก่อนที่จะแนะนำต่อว่า.....

“จริงๆ เชียงใหม่เนี่ย...มีที่เที่ยวมากมายหลากหลาย ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่คิดจะหนีกรุงมาเที่ยวเชียงใหม่ควรที่จะวางแผนการท่องเที่ยวให้ดีก่อนเดินทางดูว่าเราสนใจอยากจะเที่ยวแบบไหน
เป็นหลักก็ให้น้ำหนักไปที่สถานที่ท่องเที่ยวแบบนั่นสัก70%แล้วส่วนอื่นก็เป็นลำดับรองลงมา
ต้องเตรียมตัวเรื่องต่างๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเดินทางสิ่งอำนวยความสะดวกให้เหมาะกับทริปนั้นๆ...
ถ้าสนใจเรื่องวัฒนธรรม...ปีนี้เชียงใหม่ก็ 714 ปี ลำพูนประมาณเกือบ 1,400 ลำปางก็ 1,300
ก็จะมีความผูกพันต่อเนื่องกันมา สิ่งที่มีเสน่ห์อีกเรื่องของวัฒนธรรมคือมันจะโยงไปถึงเรื่องอาหารการกินด้วย คนที่มาเชียงใหม่ก็ชอบมาซื้อของช้อปปิ้งของที่ระลึกเพราะว่ามีความหลากหลายและราคาก็ไม่แพงนักสินค้าบางอย่างก็มีแหล่งผลิตอยู่ในเชียงใหม่ ทั้งไม้แกะสลักที่หางดง หมู่บ้านถวาย ตุ๊กตาเซรามิก ตุ๊กตาชาวเขาที่สันป่าตอง หรือร่มที่บ่อสร้างอีกอย่างที่ได้รับความนิยมและเป็นเสน่ห์ของที่นี่ โดยเฉพาะ คนที่เดินทางมาช่วงศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ก็คือถนนคนเดินที่แพร่หลายไปที่อื่นๆ
จุดเริ่มต้นที่ถือเป็นต้นแบบถนนคนเดินในเมืองไทย ก็คือถนนคนเดินวันเสาร์ที่ถนนวัวลาย
วันอาทิตย์ที่ถนนราชดำเนิน ที่ย้ายมาจากถนนท่าแพ ซึ่งเป็นถนนที่มีชีวิต มีความหลากหลายไม่เฉพาะเรื่องการขายของที่ระลึกแต่เป็นเรื่องของการแสดงออกทางศิลปะการออกทางดนตรี...”
ไม่ได้การเห็นทีถ้าปล่อย ให้ผอ.จาระไนถึงแหล่งท่องเที่ยวของเชียงใหม่ทั้งหมดวันนี้ทั้งวันเราคงไม่ได้ไปไหน เลยรวบรัดตัดตอน ให้ท่านช่วยฟันธงมาเลยว่าถ้ามีแค่ 2 วันกับ 1 คืนผอ.จะแนะนำให้ชาวหนีกรุง ไปเที่ยวที่ไหนกันดี

“อันดับแรกเพื่อเป็นสิริมงคลแก่การเดินทางของพวกเรา ผมคิดว่ามาเชียงใหม่แล้วไม่ขึ้นกราบ
พระธาตุดอยสุเทพก็เหมือนมาไม่ถึงเชียงใหม่พระธาตุดอยสุเทพหรือวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร เป็นวัดที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนเชียงใหม่ เป็นวัดเก่าแก่เสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์เม็งรายต่อมาเมื่อถึงสมัยท่านครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาก็ได้รวบรวมศรัทธา
คนเชียงใหม่สร้างถนนขึ้นเพื่อให้เกิดความสะดวกสบาย ยาวกว่า 11 กิโลเมตร”
น้องเอกช่างภาพมือฉมังของเราซึ่งทริปนี้รับหน้าที่โชเฟอร์ด้วยอีกหนึ่งตำแหน่งเป้าหมายคือ
พระธาตุดอยสุเทพจากททท.สำนักงานเชียงใหม่ แป๊บเดียวเราก็มาจอดรถอยู่ที่หน้าวัดแล้วขึ้นลิฟท์
(ท่านสว.ร้องขอ)ไปนมัสการพระธาตุฯใครไปช่วงนี้ก็ต้องบอกว่าองค์พระธาตุฯยังอยู่ในช่วงบูรณะ แต่ดูแล้วคงอีกไม่นานก็น่าจะแล้วเสร็จอีกอย่างหนึ่งถ้าจะขึ้นไปนมัสการองค์พระธาตุฯต้องแต่งกายให้สุภาพไม่นุ่งกางเกงขาสั้น กระโปรงสั้น เตือนกันไว้ก่อนจะได้ไม่เสียเที่ยว
 
สถานที่ต่อมาที่ผอ.แนะนำในเส้นทางความสุขก็คือ พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ซึ่งอยู่เลยวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ มา 4 กม.เราไปถึงติดช่วงพักเที่ยงพอดีเลยถือโอกาสขับรถเลยไปเดินเล่น
กันที่หมู่บ้านม้งที่เลยไปอีกไม่ไกลเส้นทางบางช่วงค่อนข้างแคบต้องใช้ความระมัดระวังในการขับรถนะครับได้เวลาบ่ายโมงเรากลับมาที่พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ห้องขายบัตรผ่านประตูเปิดทำการแล้วเราเลือกเช่ารถกอล์ฟพร้อมคนขับที่ทำหน้าที่บรรยายด้วยเพื่อเป็นการประหยัดเวลาน้องจอยโชเฟอร์และ มัคคุเทศก์ผู้น่ารักกล่าวต้อนรับและเริ่มเล่าให้เราฟังว่า “พระตำหนัก ภูพิงค์ราชนิเวศน์สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ.25วันนี้คุณพี่นั่งรถนะคะเราก็จะพาคุณเที่ยวทั้งหมด10จุดจะใช้เวลาเที่ยวทั้งหมด40-50นาทีค่ะ”ก่อนจะพาเราลัดเลาะไปตามถนนภายในพระตำหนักไปยังจุดต่างๆ
น้องจอยเล่าว่ารอบๆพระตำหนักมีกุหลาบพันธุ์ต่างๆที่สมเด็จพระราชินีทรงได้มาจากที่ต่างๆสารพัดสีกว่า345สายพันธุ์บางพันธุ์มีกลิ่นหอมแรงมาแต่ไกลบางพันธุ์ก็มีสีเกือบเป็นสีดำจากนั้น
น้องจอยก็พาเราแวะตรงโน่นตรงนี้ พร้อมบรรยายอย่างฉาดฉานได้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลินจนดูเหมือนเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเผลอแป๊บเดียวน้องก็พาเรากลับมาที่จุดเริ่มต้นอีกครั้งอยากบอกชาวหนีกรุงว่าไปเชียงใหม่ต้อง แวะชมพระตำหนักภูพิงค์ฯ ให้ได้นะครับแล้วอย่าลืมแวะ ชิมวาฟเฟิลสูตรชาววังแท้ๆที่ขายอยู่ด้านในอร่อยมากๆครับใครไปฝากความคิดถึงน้องจอย และให้ทิปน้องเค้าเป็นกำลังใจด้วยนะครับ...อ้อ...แล้วถ้าจะไปอย่าใส่กางเกงขาสั้นไปนะครับ

ถึงตอนค่ำผอ.เฉลิมศักดิ์ พาเราไปสัมผัสบรรยากาศของชีวิตสัตว์ยามค่ำคืนที่
‘เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี’ ผอ.บอกว่าหลินปิงคนไปดูเยอะแล้วไปที่นี่ดีกว่า จากถนนห้วยแก้ว ไปตามทางหลวงเส้น121มุ่งหน้าหางดง ออกจากเชียงใหม่ไปได้ประมาณ10กม.เลี้ยวขวาที่ถนนราชพฤกษ์เส้น3044ไปอีก2กม.ก็ถึงเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีแค่แสงสีก็ทำให้เราตื่นเต้นแล้วข้างในแบ่งเป็นโซนต่างๆสว.อย่างพวกเราเลือกขึ้นรถที่มีพนักงานของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีเป็นผู้บรรยายให้เรารู้จักกับการใช้ชีวิตสัตว์นานาชนิดในยามค่ำคืนก่อนกลับยังแอบไปเพลินกับน้ำพุเต้นระบำอยู่พักใหญ่
ที่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีเปิดให้เข้าชมได้ทั้งกลางวันกลางคืนแต่แนะนำให้ไปกลางคืนชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าไนท์ซาฟารี...ใช่มั้ยครับสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่
www.chiangmainightsafari.com ครับ คืนนี้รีบเข้านอน เพราะตอนเช้า ผอ.จะพาเราไปเป็นชะนีกันครับ

ท่านผู้อ่านอาจคิดว่าเป็นคนดีๆไม่ชอบทำไมต้องไปเป็นชะนีไม่ใช่อย่างนั้นครับ คือวันนี้ผอ.เฉลิมชัยจะพาเราไปชมความสมบูรณ์ของป่าหน้าฝนแบบแอดเวนเจอร์ครับ “หน้าฝนอยากพาไปเข้าป่ากันสักหน่อยแต่ไม่ต้องเดิน ไปแบบโหนสลิงเที่ยวป่ากัน ที่เชียงใหม่มีอยู่2แห่ง คือที่ ‘Flight of The Gibbon’ ที่แม่กำปอง และที่ ‘jungle flight’อยู่ทางไปน้ำพุร้อนดอยสะเก็ด”
เราเลือกไปที่ Flight of The Gibbonเพราะได้ข่าวว่าแม่กำปองกำลังจะได้รับรางวัล PATA
(Pacific Asia Travel Association)ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวดีเด่นแล้วก็ไม่ผิดหวังครับ บอกได้คำเดียวว่า สนุกมากกกกกกกกกกก หมู่บ้าน แม่กำปองน่ารักมากกกกกกกกกก ดูรูปเอาเองก็แล้วกันใครไม่ลองแล้วจะเสียใจ สนใจรายละเอียดก็เข้าไปดูได้ที่www.treetopasia.com และที่ www.jungle-flight.com


กลับจากเป็นอวตารไปเป็นชะนีมาในเมืองอีกครั้งก่อนที่จะส่งผอ.กลับออฟฟิส ผอ.ชวนพวกเรา แวะเดินย่านชุมชนวัดเกต ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับททท.สำนักงานเชียงใหม่(ททท.สำนักงานเชียงใหม่อยู่ใกล้ๆสะพานวรัฐตรงข้ามกับขัวดำฝั่งถนนเชียงใหม่-ลำพูน ชุมชนวัดเกตอยู่ถนนเจริญราษฎร์ ข้ามแยกไปก็ถึงแล้ว)ชุมชนวัดเกตเป็นชุมชนเก่าแก่ของเมืองเชียงใหม่เป็นแหล่งค้าขายเดิมของเมืองเชียงใหม่ชาวบ้านเค้าช่วยกันอนุรักษ์ไว้ปัจจุบันสองข้างทางยังมีอาคารบ้านเรือนอายุนับร้อยปีที่ยังคงสภาพเดิมให้ได้ชมกัน”ผอ.เล่าให้เราฟังระหว่างเดินชม แล้วพาเข้าไปชมในวัดเกตการามซึ่งอยู่บนถนนเดียวกันที่สร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 1971 ภายในวัดมีเจดีย์ประธานหรือพระธาตุวัดเกตเป็นเจดีย์ของคนเกิดปีจอที่มีทั้งพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านให้ได้ชมของเก่าๆสมัยก่อนและสถาปัตยกรรมที่สวยงามอีกมากมาย

ก็เป็นอันจบทริปเส้นทางความสุขTAT Specialเชียงใหม่ลงอย่างสมบูรณ์แบบ
ก่อนจากกันผอ.เฉลิมศักดิ์ ได้ฝากบอกมาถึงผู้อ่านหนีกรุงว่า ”เชียงใหม่
ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจหรือUnseenอยู่อีกเยอะ ที่รอวันสุกงอมให้นักท่องเที่ยวได้ไปท่องเที่ยวกันอย่างเช่นที่ป่าสนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่ตำบลวัดจันทร์
อำเภอกัลยานิวัฒนา นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งอยากฝากไว้ให้กับชาวหนีกรุงที่อยากจะหนีกรุงมาเที่ยวทุกคนครับ”

พวกเราชาวหนีกรุงก็ต้องขอบพระคุณผอ.เฉลิมศักดิ์ รวมทั้งคุณโอเปิลผู้ช่วยเป็นอย่างยิ่งที่ได้แนะนำแหล่งที่เที่ยวดีๆในเชียงใหม่ให้เราในครั้งนี้ครับ...ขอบคุณมากครับ สำหรับฉบับหน้าคอยติดตามดูว่าเราจะไปเยี่ยมผอ.ททท.จังหวัดไหนกันนะครับ...สวัสดีครับ
|