บังอรรัตน์ ชินะประยูร
ผอ.ททท.สำนักงานภูเก็ต (ภูเก็ต - พังงา)

เราตื่นแต่เช้าเช็คเอาท์ออกจากเรือนรับรองของศูนย์อนุรักษ์อุทยานใต้ทะเลจุฬาภรณ์ ซึ่งเป็นที่พักที่อยู่ใกล้จุดนัดหมายมากที่สุด ไปรอพบท่านผอ.ททท.สำนักงานภูเก็ต - พังงา ที่บริเวณท่าเรือทับละมุ สิบชั่วโมงในการ
เดินทางไม่ได้ทำให้เรารู้สึกอิดโรย แต่กลับคึกคักกระฉับกระเฉง เมื่อรู้ว่าอีกไม่นานเราจะได้สัมผัสหมู่เกาะที่ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก บรรยากาศที่ร้านกาแฟ ท่าเรือทับละมุ อำเภอท้ายเหมือง ช่วยให้มื้อเช้าวันนั้นอร่อยกว่าทุกๆ วัน แปดโมงตรงตามเวลานัดรถของ ททท. ก็แล่นเข้ามาจอดที่ลานจอดรถ น้องกิ๊ฟที่ทำ
หน้าที่ประสานงานกับเราตั้งแต่สองเดือนที่แล้วเดินรี่เข้ามาทักทาย ก่อนจะพาเราไปแนะนำตัวกับ ท่านผอ.บังอรรัตน์ ชินะประยูร และทีมงานชุดใหญ่จาก ททท.สำนักงานภูเก็ต - พังงา ที่ติดตามมาร่วมทริปกับเราครั้งนี้ นับเป็นเกียรติอย่างสูงสำหรับพวกเรา
ยังไม่ทันได้มีโอกาสพูดคุยกับท่านผอ.เป็นเรื่องเป็นราว ก็ได้เวลาไปลงเรือซึ่งอยู่ไม่ไกล แปดโมงครึ่งเรือของแจ๊คสิมิลัน ทราเวล พาเราและคณะททท.ภูเก็ต - พังงามุ่งหน้าออกสู่ทะเลอันดามัน ก่อนมาเช็คพยากรณ์
อากาศรายงานว่าท้องฟ้ามีฝนเป็นบ้างส่วน ทะเลเรียบ แต่ทว่า...... ตู้มๆๆๆ หัวเรือลอยกระแทกคลื่นตั้งแต่ยังไม่พ้นปากแม่น้ำเลยครับ คุณสายัณห์ ผู้จัดการใหญ่แจ๊คสิมิลันฯ ที่ติดตามมาอำนวยความสะดวกในการเดินทางบอกว่าวันนี้คลื่นสูง 2 เมตร...อะไรกันเนี่ย...ปกติต้นเดือนธันวาคมทะเลฝั่งอันดามันฟ้าจะใส แดดจะสวยแล้ว... ตู้มๆๆ... หรือว่าธรรมชาติกำลังเยียวยาตัวเองจากบาดแผลที่มนุษย์ช่วยกันทำร้ายมัน
แต่ท่ามกลางคลื่นลมแห่งความโชคร้าย ธรรมชาติยังมีโชคดีซ่อนไว้เป็นรางวัลให้เราเสมอ ภาพเมฆครึ้มสายฝนดำทะมึนคล้ายต้นไม้ยักษ์กลางทะเลกว้าง กระจายตัวโปรยปรายคล้ายป่าฝน สอนให้เราเข้าใจคำว่าฝนตกไม่ทั่วฟ้าได้ถ่องแท้ขึ้น แถมด้วยรุ้งกินน้ำ (ทะเล) ที่มาอวดโฉมพร้อมกันถึงสองตัว..งามสุดๆ

ในที่สุดสปีดโบ๊ทของแจ๊คสิมิลันก็ประคองตัวฝ่าคลื่น มาจอดทอดสมอหลบลมที่บริเวณอ่าวงวงช้างหลังเกาะแปดแห่งหมู่เกาะสิมิลันให้เราและทีมงานททท. ได้เปลี่ยนชุดลงไปชมความงามใต้ท้องทะเลกัน ถึงแม้ฟ้าฝนจะไม่เป็นใจแต่น้ำทะเลที่นี่ก็ยังสวยใสไร้ที่ติอยู่เหมือนเดิม เสียดายก็แต่ว่าใต้ทะเลบริเวณอ่าวงวงช้างนี้ปะการังแข็งส่วนใหญ่ถูกทำลายไปเมื่อครั้งสึนามิ ที่เหลือก็ฟอกขาวจากปรากฏการณ์โลกร้อน ทำให้ปลาบริเวณนี้ลดจำนวนไปมาก แต่ก็ยังได้เห็นเพื่อนเก่าอย่างปลานกแก้ว ปลาผีเสื้อ ปลาวัว ปลาสร้อยนกเขา ปลาขี้ตังเบ็ดฟ้า อยู่บ้างพอให้ได้หายคิดถึง เราไปแวะที่เกาะเจ็ดอีกที่หนึ่ง ฟ้าเริ่มเปิดให้เห็นแสงแดดบ้างแล้ว ที่นี่มีคนแอบเห็นเต่ากระตัวใหญ่ว่ายโฉบมาส่งยิ้มให้แล้วก็จากไป ตามสเคดดูลเราจะต้องขึ้นไปรับประทานอาหารเที่ยงกันบนเกาะแปด แล้วขึ้นไปที่จุดชมวิวหินรูปเรือใบ แต่เนื่องจากสภาพคลื่นลมไม่อำนวย เราจึงตัดสินใจยิงตรงเข้าเกาะสี่ เพื่อไปรับประทานข้าวเที่ยงและเช็คอินเข้าที่พักของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน

เล่าถึงเรื่องหมู่เกาะสิมิลันสักนิดนึงเผื่อคนที่ยังไม่ทราบข้อมูล “สิมิลัน”เป็นภาษายาวีแปลว่า “เก้า” หมายถึง
เกาะทั้งเก้าที่เรียงตัวไล่จากเหนือสุด เกาะเก้าหรือเกาะบางู ถัดลงมาเป็นเกาะแปดหรือเกาะสิมิลัน เป็นเกาะใหญ่ที่สุดในบรรดาเก้าเกาะ ต่อไปก็เกาะเจ็ดเกาะปูซาร์ เกาะหกเกาะปายู เกาะห้า แล้วก็เกาะสี่หรือเกาะเมี่ยงซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน รวมทั้งที่พักนักท่องเที่ยว และศูนย์บริการท่องเที่ยว ส่วนเกาะสามเกาะปาหยัน เกาะสองเกาะปายัง เกาะหนึ่งเกาะหูยง เป็นพื้นที่สงวนสำรับเต่าทะเล ไม่เปิดให้
นักท่องเที่ยวขึ้นบนเกาะ ปัจจุบันได้รวมเอาเกาะบอนและเกาะตาชัยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะสิมิลันด้วย สำหรับที่พักบนเกาะสี่มีให้เลือกทั้งแบบเป็นบ้านพักและแบบกางเต็นท์ สามารถจองล่วงหน้าและดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช www.dnp.go.th
ตกบ่ายอากาศเริ่มดีขึ้น ลมพัดไล่เมฆฝนลอยไปท้ายเกาะ แสงอาทิตย์ลอดผ่านไรเมฆเผยความงามของน้ำทะเลสีฟ้าสวยใสราวกับสระว่ายน้ำของเกาะสิมิลันอีกครั้ง ที่ใต้ต้นหูกวางยักษ์ริมหาด เรานัดหมายท่านผอ.จับเข่าคุยถึงเส้นทางความสุขของเมืองพังงา ที่ท่านผอ.เฟ้นมาเพื่อท่านผู้อ่านหนีกรุงโดยเฉพาะ เรียกว่าถ้าพลาดไปจะเสียใจเป็นอย่างยิ่ง
“พังงาเนี่ยถือได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่มีชื่อเสียงติดอันดับโลก พังงามีทะเลที่สวยงามโดยเฉพาะ ที่สิมิลัน ถือว่าเป็นไฮไลท์ เป็นจุดหมายสำคัญสำหรับการดำน้ำที่สวยงามระดับโลก อยากให้รีบมาดูความสวยงามใต้ทะเลของที่นี่ไม่อย่างนั้นอาจจะไม่ได้เห็นอีกแล้ว (ในใจผมนึกเห็นด้วยกับท่านผอ. ถ้าเราไม่ช่วยกัน
รักษา สักวันก็จะไม่เหลือสิมิลันที่เราภาคภูมิใจอีกต่อไป) นอกจากทะเล...พังงายังมีพื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้เรามีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย อย่างที่ที่ลิตเติ้ลอเมซอนที่ตะกั่วป่าก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่อยากจะแนะนำ ไม่เพียงเท่านี้พังงายังเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ มีวิถีชุมชน ที่สืบทอดกันมายาวนาน ตัวอย่างเช่นที่ตะกั่วป่าเมืองเก่า ซึ่งทุกคืนวันอาทิตย์ก็จะจัดให้มีงานถนนสายวัฒนธรรม ซึ่งก็อยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวที่ต่อเนื่องกัน สำหรับที่พักก็มีให้เลือกหลายระดับราคา ไม่แพง โดยเฉพาะที่บริเวณเขาหลัก จะเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ หรือโรงแรมน่ารักๆ แบบฮิปแบบบูทีคก็มีให้เลือก”
ท่านผอ.ยังเล่าให้เราฟังต่อว่านอกจากนี้พังงายังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่งเช่น ถ้ำพุงช้างที่อำเภอเมือง เกาะคอเขาที่อ.ตะกั่วป่า น้ำตกตำหนังที่อุทยานแห่งชาติศรีพังงา ตลอดจนอาหารทะเลสดๆ ฯลฯ อยากทราบรายละเอียดขอได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต-พังงา นะครับ
ตอนกลางคืนสองทุ่มตรงทางอุทยานฯ มีกิจกรรมพาไปชมปูไก่ ที่มีเสียงขยับก้ามดังเจี๊ยบๆ เหมือนลูกไก่
ทีมหนีกรุง+ทีม ททท.+นักท่องเที่ยว กระชับไฟฉายในมือเดินตามเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ ไปตามทางเดินไป
หาดเล็กด้านหลังเกาะ ระหว่างทางปูเสฉวนตัวใหญ่ออกมาทักทายเป็นออเดิฟเรียกน้ำย่อย เอ้านั้น...ข้างหน้าเค้ากรูไปดูอะไรกัน สงสัยจะเจอปูไก่ดาราประจำเกาะเข้าแล้ว จริงๆ ซะด้วยแอบอยู่ใต้ขอนไม้ เจ้าหน้าที่บอกว่าเป็นตัวผู้ดูจากก้ามที่เป็นสีม่วง ถ้าเป็นตัวเมียก้ามจะเป็นสีส้ม คืนนี้สงสัยคืนนี้ปูไก่จะขี้เกียจออกมารับแขก จึงได้เห็นเจ้าตัวนั้นแค่ตัวเดียว เป็นอันจบกิจกรรมดูปูไก่ไว้แต่เพียงเท่านี้ กลางดึกลมพัดแรงฝนนอกฤดูตกลงมาอีกครั้งคล้ายเป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าพรุ่งนี้เราจะต้องเจอกับอะไร

คุณสายัณห์ ผู้จัดการใหญ่แจ๊คสิมิลันฯ แจ้งให้พวกเราทราบระหว่างมื้อเช้าว่าวันนี้คลื่นแรงกว่าขามา เรือที่จะมารับมาได้ครึ่งทางกลับไปแล้ว ถ้าต้องกลับวันนี้ต้องติดเรือใหญ่ที่พานักท่องเที่ยวมาดำน้ำสกูบากลับ ไม่มีปัญหาครับ..ว่ายังไงว่าตามกัน เพื่อไม่ให้เสียเวลาเราแยกย้ายกัน บ้างไปเก็บภาพความงดงามของสิมิลันไว้เป็นที่ระลึก บ้างก็เดินข้ามเกาะไปเล่นน้ำกันที่หาดเล็กที่แค่ก้มหน้าสนอร์เกลิ่งก็เห็นฝูงปลาโฉมงามทั้งที่ห่างฝั่งไม่ถึง10 เมตร เวลาผ่านไปเท่าไหร่ไม่รู้รู้แต่ว่าธรรมชาติได้คืนกำไรให้เราอย่างคุ้มค่ากับที่ได้ฝ่าคลื่นลมมาเยือน
สิมิลันครั้งนี้
บ่ายสองโมงครึ่ง เราเช็คเอาท์เก็บสัมภาระลงถุงดำ ฝนเริ่มลงเม็ดทั้งคนทั้งของขึ้นเรือท้องแบนติดเครื่องของอุทยานฯ ฝ่าคลื่นลมจากเกาะสี่ไปส่งเราที่เรือใหญ่ที่จอดอยู่เกาะเจ็ด ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าทริปนี้ทั้งสนุกทั้งระทึกใจ แต่เชื่อเถอะครับ...ทริปแบบนี้ถึงมีเงินก็หาซื้อไม่ได้ มันเป็นประสบการณ์ที่เราจะจดจำกันไปอีกนาน

ในที่สุดเราก็กลับถึงท่าเรือทับละมุโดยสวัสดิภาพ เราร่ำลากันที่นี่เพราะท่านผอ.และทีมมีภารกิจรออยู่ ส่วนทีมหนีกรุงก็แยกไปตามรอยเส้นทางความสุขที่ท่านผอ.ให้ไว้กันต่อ วันนี้วันอาทิตย์พอดีจุดหมายปลายทางต่อไปของเราก็คือ งานถนนสายวัฒนธรรม เมืองตะกั่วป่า จากท่าเรือทับละมุให้เราเลี้ยวซ้ายขึ้นเหนือไปตามทางหลวงหมายเลข 4 ไม่นานก็นำเราไปถึงงานถนนสายวัฒนธรรม ที่จัดขึ้นทุกวันอาทิตย์ ตลอดเส้นทางถนนศรี
ตะกั่วป่า ตั้งแต่บ่ายสามโมงถึงสองทุ่มเป็นประจำ สองฝั่งฟากถนนชาวบ้านจะนำของมาขายถ้าอาหารโบราณที่หารับประทานยาก ของฝากของที่ระลึก เสน่ห์ของที่นี่คือตึกแถวสไตล์ชิโน-โปรตุกีสที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยยุคเหมืองแร่ดีบุกเฟื่องฟู แม้วันปีจะผ่านไปแต่กาลเวลาก็ไม่สามารถกลืนกินร่องรอยแห่งความมั่งคั่งของที่นี่ได้ ร้านร่วงเก่าหลายแห่งยังเปิดกิจการอยู่ ทำให้เมืองเก่าแห่งนี้ยังมีลมหายใจอยู่ วันนี้เรามาล่าเกินไปอาฆาตไว้ว่าพรุ่งนี้เช้าจะมาเดินหากาแฟล้างปากที่นี่อีกครั้ง

ตอนเช้าเราทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับตัวเอง โดยแวะดื่มกาแฟยามเช้าเคล้าปาท่องโก๋ที่เมืองเก่าตะกั่วป่า ก่อนตีรถย้อนไปที่ตะกั่วป่าเมืองใหม่ (ย่านยาว) เพื่อไปสัมผัสเส้นทางความสุขโปรแกรมสุดท้ายตามลายแทงที่ท่าน
ผอ.บังอรรัตน์ให้ไว้ ลิตเติ้ลอเมซอน คลองสังเหน่ สังเกตสถานีตำรวจภูธรอำเภอตะกั่วป่า พ้นสถานีฯ ปุ๊บก็เลี้ยวซ้ายเข้าไปเลย ถึงสะพานข้ามคลองขวามือก็จะเป็นท่าเรือ ทีมงานททท.นัดหมายจองเรือไว้ให้เรา
เรียบร้อยแล้ว

คลองสังเหน่นี้เป็นคลองที่มีต้นสังหลาหรือต้นตีนเป็ดน้ำขึ้นอยู่ทั่วไป ต่อมาจึงเรียกเพี้ยนเป็นสังเหน่ในปัจจุบัน สองฝั่งคลองมีต้นไทรย้อยอายุกว่าหนึ่งร้อยปีทิ้งรากลงสู่สายน้ำ สลับด้วยป่าจากรกคลึ้ม ตลอดจนสัตว์ป่าต่างๆ เช่น งูปล้องทอง งูเขียว งูเหลือม นกนานาชนิด ทัศนียภาพเหมาะสำหรับการล่องเรือชมความงามของธรรมชาติและสัตว์ต่างๆ ดูแล้วคล้ายป่าอเมซอนในอเมริกาใต้ วันนี้เราไม่เห็นงูปล้องทอง แต่ได้เห็นครอบครัวนกเงือก กับงูเขียวตัวเขื่องนอนขี้เกียจอยู่บนคบไม้ สำหรับค่าบริการเรือหางยาวลำละ 700 บาท นั่งได้ลำละ 2 คน ถ้าเป็นเรือคยักพร้อมคนพายค่าบริการก็ลำละ 600 บาท ระยะทาง 6 - 7 กิโลเมตรใช้เวลาประมาณ 1
ชั่วโมง ทะลุไปออกคลองตะกั่ว ที่นั่นเราได้ชมวิถีชีวิตชาวประมง และป่าโกงกางที่อุดมสมบูรณ์ นับเป็นอีกหนึ่งความประทับใจของเส้นทางความสุข TAT Special พังงา ที่เราขอคอนเฟิร์มว่าถ้าท่านมีโอกาสมาเที่ยวพังงาห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง
*** แผนที่ : จองที่พักเรือนรับรองของศูนย์อนุรักษ์อุทยานใต้ทะเลจุฬาภรณ์ โทร.0 7645 3280, แจ๊คสิมิลัน ทราเวล โทร.0 7652 2052, 08 1402 7705 www.jacksimilan.com |