สุธาเนศ เพชรโปรี หรือ หนูผักกาด
เจ้าของหนังสือ DIY (Do It Yourself)

เพราะรักทะเล จึงไปเที่ยวทะเลหลายแห่ง ไปภาคใต้ก็หลงรักกระบี่ที่ไร่เลย์ ไปที่ไหนก็ไปนั่งประดิษฐ์สิ่งของจากไอเดียที่ไม่ธรรมดาจนเป็นที่ถูกอกถูกใจนักท่องเที่ยว ฝรั่งรายหนึ่งถึงกับขนข้าวสารมาวางตอบแทนของกำนัลที่ผักกาดประดิษฐ์ให้เขาก็มีมาแล้ว ชีวิตผักกาดหนีทะเลไม่พ้น เพราะในที่สุดเธอก็เข้าสู่ประตูวิวาห์กับ
ลูกนาวี คือ นอ.พิเศษ เอกสิทธิ์ รอดอยู่ และได้ใช้ชีวิตอยู่กับทะเลสัตหีบเป็นหลายปี
“ไปอยู่สัตหีบก็ได้เห็นอะไรที่คนอื่นอาจจะไม่มีโอกาสได้เห็น สัตหีบเป็นเมืองที่ความเจริญยังเข้าไปไม่ถึง ก็ยินดีกับเค้าด้วย ผิดจากพัทยาตรงกันข้าม ผักกาดค้นพบหาดทรายสวย เยอะมาก สวยกว่าเกาะล้านอีก หลายที่ที่เรายังไม่ได้ไปกัน ต้องติดต่อทหารเรือเข้าไป..”
การพาลูกไปเที่ยวของผักกาดก็มีขั้นตอนที่พิถีพิถันที่บางคนอาจจะลืมนึกถึง
“ผักกาดเคยพาลูกไปเที่ยวสวนที่ตลาดน้ำลำพญา เป็นตลาดน้ำที่ไปครั้งแรกไม่มีอะไรเลย น่าสงสารมาก แต่มีสอนทำบาติก ลูกได้ระบายสี ดีกว่าอยู่บ้านดูทีวี เสียตังค์เล็กน้อยค่าระบายสี แล้วเด็กเค้าก็ไม่กินอะไรมากมาย ไปวาดรูปกัน แต่ไม่ได้รูปกลับมา เพราะเค้าให้ไปเอาอีกอาทิตย์นึง..ร้ายมั้ย”
นอกจากไปเที่ยวกันเองแม่ๆลูกๆ แล้ว ไปกันเป็นกลุ่มใหญ่ก็เคยไป
“เพื่อนผักกาดก็ดี เพื่อนร่วมรุ่นส่วนใหญ่ไม่แต่งงาน เวลาไปเที่ยวกันก็ช่วยกันเลี้ยงลูกให้ผักกาด ถ้าไปเป็นหมู่คณะ ผักกาดจะขับตามไป เพราะจะไม่นั่งไปกับคนที่ขับรถแล้วไม่แวะ แต่ดิฉันแวะไปทั่ว ขณะที่คนส่วนใหญ่เค้าก็มุ่งไปยังที่ที่มันดัง ผักกาดแวะไปตลอดทาง อย่างที่บอก ว่าพาลูกเที่ยว เยี่ยวข้างทาง คือแวะแล้วมักจะได้อะไรดีๆ เจอยาย เจอป้า เค้าขายอะไรกัน...อย่างสองข้างทางก่อนถึงพัทยา มันจะมีพวกร้านขายของเก่าที่มาจากเรือ ที่มีตู้คอนเทนเนอร์ แล้วจะมีร้านเล็กๆ ขายโต๊ะขายเก้าอี้ที่รื้อมาจากเรือเก่าๆ หรือโฟมว่ายน้ำ พลาสติกม้วนๆ ซื้อก่อน คิดทีหลัง ก็เราทำงาน DIY แล้วมันก็ถูกมากๆ... หรือไประยอง ก็ไปเจอที่เขาปลูกผักดีๆ สามีตอนนั้นเค้าเป็นผู้จัดการสหกรณ์ทหารเรือ ก็ต้องไปหาอะไรใหม่ๆ มาใส่สหกรณ์ พอไปเจอผักนี่ ซื้อมา
เยอะแยะเลย...”

จากการที่เที่ยวไปแวะไปของผักกาด ทำให้รู้อะไรดีๆ ที่นักเที่ยวแบบตรงไปตรงมาอาจจะมองผ่านเลย เช่นปั๊มปตท.ทางไปสุราษฎร์ มีทุกอย่างที่เป็นสวรรค์ของคนเดินทาง หรือจะไปอัมพวา ควรจะไป
วันธรรมดา จะได้เจอบรรยากาศต่างกับเสาร์ - อาทิตย์ลิบลับ
“คนที่อัมพวาเค้าทำงานกันเฉพาะเสาร์ - อาทิตย์ สร้างความเคยตัวให้ชาวบ้าน สุดสัปดาห์คนแน่นเอี้ยด แต่วันธรรมดาน่าไปมากเลย ไม่มีอะไรขาย มีแบบพื้นๆที่เป็นชีวิตของคนที่นั่นจริงๆ ดีมากๆ เราได้ไปสัมผัสชีวิตจริงๆของชาวบ้าน ที่ไม่ใช่การค้าของชาวบ้าน ได้ใส่บาตรตอนเช้า ได้ถ่ายรูปชีวิตแท้ๆของอัมพวา...”
ก็เป็นอีกสไตล์การเที่ยวของคนทำงานที่เป็นแม่ คนทั่วไปทำงานแล้วไปพักผ่อนตัวเอง แต่ผักกาดเอาลูกไปเที่ยวด้วย ไม่ใช่คลายเครียดให้ลูก แต่เป็นการปลูกฝังประสบการณ์ชีวิตจากสิ่งที่พบเจอและหาไม่ได้ในชีวิตในกรุง เพื่อเด็กๆ จะได้มีวิธีคิดใหม่ๆ นอกเหนือบทเรียนที่วางอยู่ตรงหน้าทุกวี่วัน ความคิดสร้างสรรค์สอนกันไม่ได้ มันเกิดขึ้นเองจากสิ่งที่ผ่านเข้ามา คุณพ่อคุณแม่อยากผ่านอะไรไปให้ลูกบ้างคะ นอกจากหนังสือเรียนตำรา... ว่าแล้วก็ ไปเที่ยวกันดีกว่า...
|