ทิพย์ชยา พงศธร เจาะหัวใจใหม่
ใครรู้ตัวว่าเป็นคนรุ่นใหม่ สำรวจตัวเองหรือยังคะว่ามี ‘หัวใจใหม่’ แล้วหรือยัง
วันนี้เราพบแล้วหนึ่งคน จึงอยากนำอะไรดี ๆ มาบอกต่อ

คุยเรื่องเกี่ยวกับหัวใจใหม่ สถานที่นัดสัมภาษณ์จึงเป็นร้านอาหารเปิดใหม่เอี่ยมแถวศรีนครินทร์ ชื่อว่า 99 Restaurant ภายในมีบรรยากาศอบอุ่น กว้างขวาง และมีวิวเป็นสวนสวยดูสบายตา มองไปอีกด้านก็เป็นบึงบัวใต้ต้นจามจุรีใหญ่ ที่สำคัญ...ขนมที่นี่อร่อยอย่าบอกใคร ไม่นานนักเจ้าของร้านวัยสาวน้อยก็ก้าวเข้าประตูมาตามเวลานัดเป๊ะ ยิ้มหวานมาแต่ไกลก่อนมาหย่อนตัวนั่งตรงหน้าด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง น้องริน หรือ คุณทิพย์ชยา พงศธร ทายาทคนเดียวของกลุ่มพรีเมียร์นั่นเอง และท่านผู้อ่านก็คงเคยได้ยินชื่อรีสอร์ทสวยนามว่า Rayavadee ที่กระบี่ กับ Tamarind Village ที่เชียงใหม่กันมาแล้ว นั่นแหละค่ะ...กิจการในครอบครัวของเธอ
“งานที่โรงแรม กิจกรรมก็อยู่ต่างจังหวัด การไปทำงานก็ไม่เหมือนไปเที่ยวเพราะอยู่แค่ในโรงแรมเป็นส่วนใหญ่ค่ะ ธุรกิจที่บ้าน เคยไปตั้งแต่เด็กๆ ตั้งแต่ยังไม่มีรีสอร์ท ต้องไปภูเก็ตก่อนแล้วนั่งเรือหางยาวนานมาก... อ่าวพระนางก็เหมือนความฝัน ผูกพันมาก เวลาเรือเข้าไปใกล้จะเห็นเป็นหาดที่ยาวและขาว ขาวที่สุดในชีวิต จะเห็นภูเขาหินปูนสีสด เป็นสีส้ม สีแดง ข้างบนเป็นเถาไม้เลื้อย เป็นภาพในฝันจริง ๆ ไม่คิดว่าจะมีสถานที่แบบนี้ในโลกความเป็นจริง จะคิดเสมอว่าเราโชคดี พอได้มาทำงานก็ดีใจที่ได้ทำที่ที่เรารักและผูกพันจริง ๆ กระบี่ตอนนี้ก็เป็นสถานที่เที่ยวสำคัญ ที่ความงามของธรรมชาติไม่ได้ลดลงไป”

ตามปกติส่วนใหญ่สถานที่ที่คนไปเที่ยวกันมาก ๆ มักจะเสื่อมโทรมเร็ว และธรรมชาติก็ถูกลิดรอน
เปลี่ยนเป็นความเจริญยุคใหม่ที่มาพร้อมกับมลภาวะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ที่นี่กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย
“โชคดีที่คนพื้นที่เข้าใจน่ะค่ะ เราช่วยกันอนุรักษ์เท่าที่จะทำได้ ในส่วนของโรงแรมตั้งแต่สร้างเราก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะให้โรงแรมเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ จะไม่เข้าไปรบกวน ไม่มีการตัดต้นไม้เลย บ้านก็กระจาย ห่างบ้าง ใกล้บ้าง ทางเดินก็ลดเลี้ยวเป็นเขาวงกต แขกก็จะชอบ เป็นอาณาจักรเล็ก ๆ ที่แทรกตัวอยู่ในธรรมชาติ
รายาวดีอยู่ติดสามหาด คือ อ่าวนาง น้ำเมา และไร่เลย์ ด้านไร่เลย์ก็มีร้านอาหาร ทะเลสวยมาก โฆษณาจะชอบมาถ่ายที่นี่...ส่วนด้านการบริการ เราก็อยากใช้คนท้องถิ่น คือคนใต้ เราเน้นบริการที่ดีไม่ปรุงแต่ง อาจจะ
โผงผางบ้าง ไม่เนิบ ๆ อ่อนช้อยเหมือนทางเหนือ เคยมีแขกที่กระบี่ประทับใจพนักงานที่เราไม่รู้มาก่อน ชมว่า คนนี้นะทำให้วันของเขาเป็นวันดี และเป็นคนที่ไหว้สวยที่สุดในโรงแรม...เราก็ไปนึกถีงพนักงานต้อนรับ แขกบอกไม่ใช่ ต้องคนสวนคนนี้เท่านั้น ชื่อจารุณี คือเค้าทำงานอยู่ในสวนและจะไหว้สวัสดีแขกทุกคนตอนเช้าไงคะ... รินเองก็ 2 - 3 เดือนไปกระบี่ครั้งหนึ่งค่ะ จะชอบหน้าฝน เพราะต้นไม้เขียวมาก ๆ สัตว์ป่า พวกลิงค่างก็จะเยอะ นักท่องเที่ยวจะน้อย สัตว์ก็ไม่กลัวคนเพราะไม่พลุกพล่าน”

น้องรินหยิบ หนีกรุง ที่เรานำไปฝาก พลิกดูแล้วไปสะดุดตาที่ปกหลังซึ่งเป็นโฆษณาของคอนเซ็ปต์ใหม่ ททท.
“เที่ยวหัวใจใหม่ สโลแกนใหม่ของ ททท. ถูกต้องเลยค่ะ...ดีมาก ๆ ใช้ได้ตลอดเพราะมันครอบคลุม ไม่ใช่คนไทยอย่างเดียว คนต่างประเทศด้วย ไปที่ไหนก็ต้องเคารพสถานที่ เป็นผู้สำรวจโดยไม่ทิ้งร่องรอยการทำลายไว้ ไม่รบกวนผู้คนไม่รบกวนธรรมชาติ และนักท่องเที่ยวด้วยกันเอง ดีมาก ๆ ทั้งต่อธรรมชาติและวัฒนธรรม”
ที่ถูกใจเห็นจะเป็นเพราะแนวคิดนี้ก็เป็นสิ่งที่น้องรินและครอบครัวรณรงค์กันมาช้านานแล้วนั่นเอง
“รินทำเรื่องอนุรักษ์ธรรมชาติกับผู้ประกอบการด้วยกัน โชคดีที่นักธุรกิจเพื่อนบ้านก็มีวิสัยทัศน์คล้าย ๆ กัน ทำง่าย ๆ เช่น เก็บขยะ, ปลูกป่าชายเลน, ปล่อยพันธุ์ปลา, บำบัดน้ำเสีย อย่างโรงแรมเราไม่เคยทิ้งน้ำเสียลงทะเล แล้วก็แนะนำให้ชุมชนด้วย ชุมชนเข้มแข็งของจังหวัด ชื่อกลุ่มชุมชนไร่เลย์ ส่วนใหญ่เป็นคนกระบี่ เมื่อก่อนเค้าทำไร่มะพร้าวกัน แล้วเริ่มมีบังกะโล แล้วก็ขยายมาเรื่อย ๆ จนวันนี้การขยายบ้านพักก็ปรึกษากันตลอด อย่างที่พัก เราก็คิดว่าไม่ควรจะเพิ่มโรงแรมอีกแล้ว ธรรมชาติเขารับได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น”

จากการเริ่มต้นในชุมชนกลุ่มเล็ก ๆ ที่ไร่เลย์ ก็ต่อยอดไปถึงชุมชนแหลมพระนาง จนเกิดเป็นมูลนิธิ
ขึ้นชื่อว่า Enlive Foundation มาจาก Environment + Living เป็นการร่วมแรงร่วมใจของคนพื้นที่ ในการรักษาความสวยงามตามธรรมชาติให้ยังคงอยู่เหมือนเดิมมากที่สุด
“พอเป็นมูลนิธิ ก็ทำให้ภารกิจชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากขึ้น และทำให้เราต้องทำงานกันอย่างจริงจังและสม่ำเสมอมากขึ้น เรามีปรัชญาในการทำงาน เพื่อความเป็นหนึ่งเดียวของสิ่งแวดล้อมและมนุษย์ ไม่ใช่อยากไปจัดการเค้านะคะ แต่หาวิธีอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเกื้อกูลกัน สำหรับแหลมพระนางธรรมชาติเป็นจุดขายอยู่แล้ว เป็นแหล่งเลี้ยงชีพของผู้คนในพื้นที่ หากธรรมชาติเสื่อมโทรมลงไป เราก็ไม่สามารถดำรงชีพอยู่ได้เหมือนกัน อยากให้หลาย ๆ ชุมชนที่เป็นพื้นที่การท่องเที่ยวทางธรรมชาติคำนึงถึงจุดนี้ด้วย เพราะทรัพยากรธรรมชาติไม่ว่าที่ไหนก็เป็นของเราทุกคน เราต้องมีความรับผิดชอบ มีความเคารพและเข้าใจ หากชุมชนไหนอยากให้เราเข้าไปช่วยทำ...ก็ยินดีค่ะ”

น่าชื่นชมกับคนรุ่นใหม่ที่มีหัวใจใหม่อย่างน้องริน แม้จะอยู่ฝั่งของผู้ประกอบการ แต่แนวคิดนี้ก็ตอบรับการท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์ของนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี และตัวน้องรินเองแม้จะทำงานเกี่ยวกับการท่องเที่ยวมาตลอด แต่เธอเองก็ต้องการมีเวลาส่วนตัวสำหรับพักผ่อนสมองที่ตรากตรำด้วยเหมือนกัน
“ทุกวันนี้อยู่ในกรุงก็เครียดเหมือนกัน รินชอบพักผ่อนแบบพักจริง ๆ ถ้าไปต่างจังหวัดก็จะไปที่สวย ๆ อยู่เงียบ ๆไม่ต้องคิดอะไรมาก อ่านหนังสือเป็นหลัก การท่องเที่ยวก็แล้วแต่คนชอบ สำหรับริน คิดว่าทุกคนควรหาอะไรใหม่ ๆ พาตัวเองไปในที่ที่ไม่คุ้นเคย จะได้สิ่งใหม่ ๆ เยอะ ต้องถามตัวเองก่อนว่าอยากได้อะไรจากการเที่ยว เวลาไปอยู่ในที่ใหม่ ๆ ทำให้เราลืมเรื่องที่เครียดอยู่ เช่น รถติด, ข่าวการเมือง...ไปที่ใหม่เราก็จะตื่นเต้นไปกับสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ อีกด้านคือ ไปเจอความสงบด้วย ได้อยู่กับตัวเอง
อยู่ในเมืองอาจลืมไปว่าตัวตนของตัวเองคืออะไร พอไปก็เหมือนได้ไปฟังเสียงของตัวเอง จุดหมายเราคืออะไร ได้ชำระล้างจิตใจ ได้เห็นตัวตนตัวเองมากขึ้น จากประสบการณ์ของตัวเอง ไม่ว่าพบเจออะไร ก็อยากให้สนุกกับสถานการณ์ อยู่ใน moment และสนุกไปกับมัน...รินเองนึกเรื่องเที่ยวก็จะนึกถึงกระบี่ อาจจะลำเอียงเพราะไปมาตั้งแต่เด็ก คนยังไม่ค่อยนึกถึง เพราะเที่ยวทะเลก็จะนึกถึงภูเก็ต พัทยา หัวหิน ก็อยากชวนให้ลองมาเที่ยวกระบี่ดูบ้าง...ที่ไหนก็ได้ เกาะเล็กเกาะน้อย สีของน้ำทะเลก็เป็นสีเขียวมรกตจริง ๆ ภูเขาก็เป็นภูเขาหินปูน เหมือนย้อนไปยุคดึกดำบรรพ์ เป็นที่ที่คุณไม่สามารถเห็นที่อื่นได้ กุ้ยหลินก็ไม่เท่าบ้านเรา ถ้าให้แนะนำเรื่องเที่ยวกระบี่ หนึ่งวันไปเที่ยวเกาะ อย่างเกาะห้อง เกาะไหง ทะเลแหวกก็อยากแนะนำ ส่วนตัวรินชอบตอนน้ำขึ้น เหมือนเราได้ว่ายน้ำระหว่างเกาะสองเกาะ รู้สึกสนุกดีและปลอดภัย อีกวันอาจเที่ยวตัวเมือง ไปตลาด กินอาหารอร่อย ๆ ไปวัดถ้ำเสือ ไปดูภาพเขียนโบราณในถ้ำ...”
ท่านผู้อ่านที่เคยไปเที่ยวกระบี่มาแล้ว คงเห็นด้วยกับน้องรินว่าเป็นสถานที่พักผ่อนที่แสนวิเศษ
แห่งหนึ่งของประเทศไทย แต่ไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน อย่าลืมพกหัวใจใหม่ไปด้วยนะคะ
|