ค้นหา:
Join:
Home / Travel / รวมท่องเที่ยวตามงบประมาณ / ญี่ปุ่น / ท่องเที่ยวตามงบประมาณ / ชมมหัศจรรย์ใบไม้เปลี่ยนสี ชิมเสน่ห์อาหารเลิศรสที่เซนได 5 วัน4 คืน งบประมาณ 49,650 บาทต่อคน

ญี่ปุ่น - ท่องเที่ยวตามงบประมาณ


Send To Friend

 

ชมมหัศจรรย์ใบไม้เปลี่ยนสี ชิมเสน่ห์อาหารเลิศรสที่เซนได 5 วัน 4 คืน งบประมาณ 49,650 บาทต่อคน

มาดื่มด่ำความงดงามอันทันสมัย ที่โอบล้อมไว้ด้วยธรรมชาติที่เซนได
City of tree ในจังหวัดมิยางิ ที่เปรียบเสมือนดั่งเป็นเมืองหลวงของเขตโทโฮกุ ภูมิภาคแถบตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศญี่ปุ่น ด้วยความงามของบรรยากาศ วัฒธรรม ขนบธรรมเนียม และวิถีชีวิตสมัยใหม่ กับงบประมาณที่คุณกำหนดได้สำหรับช่วงเวลาแห่งการท่องเที่ยวอันแสนสุข

วันแรก ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ด้วยสายการบินไทย แล้วต่อสายการบิน ANA ที่นาริตะไปลงเซนได

เข้าเช็คอินที่ Naruko Kanko Hotel ก่อน เพื่อพักผ่อนให้คลายความอ่อนล้า จากนั้นไปเดินช้อปปิ้งที่ Sendai Izumi Premium Outlet Mall นอกจากจะเป็นเอาท์เล็ตแห่งใหม่และแห่งแรกในภูมิภาคโตโฮขุแล้ว ยังได้
เพลิดเพลินกับการเลือกซื้อจากร้านค้ากว่า 80 ร้าน ทั้งแบรนด์อินเตอร์และโลคัลแบรนด์ กับส่วนลดตั้งแต่
25 - 65% เลยทีเดียว เหล่านักช้อปอย่าลืมขอเพิ่มวงเงินล่วงหน้า จากบัตรเครดิตกสิกรไทย ได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ธนาคารกสิกรไทย 02 888 8888 สนุกสนานกับการเลือกซื้อเสื้อผ้า เครื่องประดับ ข้าวของเครื่องใช้
ดีไซน์เก๋ แวะรับประทานอาหารญี่ปุ่นอร่อยๆ หลากหลายประเภทภายในเอาท์เล็ท มีทั้งราเม็ง ทงคัตสึ หรือซูชิ

วันที่สอง หลังจากรับประทานอาหารเช้าเติมพลังแล้ว ก็ได้เวลาออกไปชมความงามของไม้เปลี่ยนสีที่ Naruko Gorge มีฉากสะพานโอฟูกาซาวะมัจฉิอันสวยงามอยู่เบื้องหลัง เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 08.00 - 16.30 น. ออกจาก Naruko Gorge มุ่งสู่ Geibi Gorge เพื่อสัมผัสประสบการณ์การชมใบไม้เปลี่ยนสีอีกสไตล์ จากนั้นนั่ง Iwate-ken Kotsu Bus จากสถานี Ichinoseki มาที่ Geibi-keiguchi แล้วเดินต่อเพียงอีก 5 นาที ก็ถึงท่าเรือที่ให้เราลงเรือที่ใช้วิธีการค้ำถ่อ ชมความงามตลอดสองฟากฝั่งถึง 17 จุด เช่น Bishamon-Kutsu ถ้ำเล็กๆ ริมน้ำที่มีศาลเจ้าเล็กๆ ของ Bishamon-ten เทพแห่งทรัพย์สมบัติตั้งอยู่ และยังเป็นที่อาศัยของฝูงค้างคาวด้วย ส่วน Sofu-gan และ Shofu-gan หรือที่คนแถวนี้เรียกกันว่าเป็นหน้าผาคู่สามี-ภรรยา เพราะเมื่อมองไปจะเห็นว่ามีลักษณะคล้ายใบหน้าของผู้ชายและผู้หญิง ระหว่างทางที่ล่องเรือไปอาจโปรยอาหารปลาที่มีขายในราคา 50 เยนไปด้วย จะมีฝูงปลาว่ายตามเรือกันเป็นพรวนเลยทีเดียว แถมคนค้ำถ่อยังขับขานบทเพลงชาวเรือชื่อ
เกบิโออิวาเกะ เนื้อร้องชมถึงความงามของสถานที่แห่งนี้ให้ฟังเป็นที่ครึกครื้น

เรือก็มาจอดยังท่า Ransho-ga-oka หรือหุบเขาแห่งชัยชนะ ขึ้นไปเดินชมความงามบนฝั่งโดยมีซุ้มต้นฟุจิให้เดินลอดผ่าน ถึงเวลากลับลงเรือ ย้อนกลับคืนเส้นทางเดิมมาสู่ท่าเรือ นับเป็นการล่องลำน้ำที่ได้บรรยากาศชวนประทับใจอย่างที่ยากจะสัมผัสได้จากที่ไหน ส่วนราคาค่าโดยสารนั้นก็ไม่แพง แถมยังแจกแจงแบ่งแยกราคาอย่างชัดเจน ผู้ใหญ่คิดราคา 1,500 เยน เด็กมัธยมปลาย 1,200 เยน เด็กมัธยมต้น 1,000 เยน เด็กประถม 800 เยน ส่วนเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบ คิดเพียง 100 เยนเท่านั้น เรือออกรอบแรกเวลา 08.30 น. รอบสุดท้าย 16.30 น. ที่พิเศษไปกว่านั้น หากมีคู่บ่าวสาวอยากมาจัดพิธีแต่งงานกันบนเรือ ทางเจ้าหน้าที่ก็สามารถจัดเตรียมให้ได้ โดยตกแต่งเรือสองลำสำหรับทำพิธีในราคาประมาณ 100,000 เยน ซึ่งก็มีหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นไม่น้อยที่สนใจมาจัดงานสุดโรแมนติกกันที่นี่ หากใครสนใจลองเข้าไปดูรายละเอียดหรือสอบถามดูกันได้ที่ www.machinet.co.jp/tour/geibikanko โทร. (0191) 47 2341 บ่ายๆ กลับเข้าโรงแรมเพื่อพักผ่อนแช่น้ำพุร้อนในอุณหภูมิ 41 - 42 องศาเซลเซียส มีทั้งห้องออนเซ็นแบบรวมที่แยกชายหญิง และห้องไพรเวทแสนเป็นส่วนตัวสำหรับคนต่างชาติ ค่ำๆ ก็ลิ้มลองเซ็ตอาหารค่ำแบบญี่ปุ่นที่โรงแรม

วันที่สาม เที่ยวแบบอิ่มบุญกันที่ Motsuji Temple ก็ทำให้รู้สึกอิ่มใจยิ่งขึ้นไปอีก อาณาบริเวณอันกว้างใหญ่นั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกสงบ โดยมีการเก็บค่าผ่านประตูเพื่อช่วยทำนุบำรุงคนละ 500 เยน เด็กมัธยม 300 เยน และเด็กกว่านั้นคิด 100 เยน ในขณะที่คนทุพพลภาพจะคิดเพียงครึ่งราคาเท่านั้น เปิดให้เข้าได้ตั้งแต่เวลา
08.30 - 17.00 น. ในฤดูร้อน และ 08.30 - 16.30 น. ในฤดูหนาว สามารถเดินทางด้วยรถบัสจากสถานี JR Ichinoseki ใช้เวลา 20 นาที หรือเดินเพียง 7 นาที จากสถานี JR Hiraizumi ซึ่งเมื่อก้าวเข้ามาในบริเวณวัดแล้วจะพบกับกระถางธูปยักษ์ให้เข้าไปไหว้ และกวักควันธูปใส่ตัว โดยส่วนใหญ่จะกวักใส่ศีรษะและลำตัวเพราะเชื่อว่าจะทำให้มีสติปัญญาดี สุขภาพแข็งแรง

วัดอีกแห่งที่อยู่ไม่ไกลกันนักคือ Chuson-ji Temple สร้างขึ้นโดยตระกูลฟูจิวาระเช่นเดียวกันกับ วัด Motsuji Temple แม้จะสามารถขับรถขึ้นไปจอดด้านบนได้ แต่ถ้าหากมีเวลาและกำลังขาเพียงพอ น่าจะลองเดินขึ้นไปตามขั้นบันไดน่าจะได้บรรยากาศสุดๆ จากนั้นเข้าไปชมความงามในโบสถ์ที่มีพระพุทธรูปทองคำงดงาม พร้อมทั้งการตกแต่งประดับเสาและฐานอย่างวิจิตร ด้วยทองคำและเปลือกมุก นอกจากนี้ยังมีส่วนของ Sankozo พิพิธภัณฑ์ซึ่งคิดค่าผ่านประตู 800 เยนสำหรับผู้ใหญ่ และลดหลั่นลงมาตั้งแต่ 500 เยน 300 เยน และ 200 เยน สำหรับเด็กแต่ละวัย ให้ได้เข้าไปชมพระพุทธรูปเก่าแก่สมัยเฮอันมากมาย รวมถึงคัมภีร์ที่ใช้เงินและทองจารึกแทนหมึก และของโบราณล้ำค่ามากมายกว่า 3,000 ชิ้น ถือเป็นบุญตายิ่งนักที่ได้มาชมโบราณวัตถุแห่ง
วันวานที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นใหม่ได้ตระหนักถึงคุณค่าในวันนี้ จากนั้นเข้าพักที่ Best Western Hotel Sendai

วันที่สี่ แวะสักการะ Sendai Dai-Kanon ที่ตั้งอยู่ใกล้โรงแรม สักการะพระแม่กวนอิมที่ประดิษฐานโดดเด่น
สง่างามด้วยสีขาวสะอาดตาถึง 100 เมตร เปิดตั้งแต่ 10.00 - 16.30 น. คิดค่าเข้าชม 500 เยน หลังจาก
ไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคลกันตั้งแต่เช้า ก็เดินทางไปยัง Okura Traditional House ที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเซนได เพื่อสัมผัสประสบการณ์การทำโซบะแบบเก่าแก่ แถมสถานที่ยังดูโบราณ วัดที่
งดงามเลื่องชื่ออีกแห่งของเซนได Johgi Nyorai Saihoji Temple เปิดให้เข้าไปสักการะได้เพียงปีละ 4 ครั้งเท่านั้น ส่วนใหญ่คนนิยมมากราบไหว้เพื่อขอให้ชีวิตแต่งงานมีความสุข และขอให้มีลูก

ตอนเย็นก็ไปตื่นเต้นกับสีสันของตัวเมืองเซนไดอันแสนศิวิไลซ์กันบ้าง อย่างถนนโจเซนจิ ซึ่งเรียงรายไปด้วยต้นเคยะ เป็นถนนต้นไม้ที่ร่มรื่นงดงามควรค่ากับการที่เซนไดได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเมืองแห่งต้นไม้ ทั้งยังมีผลงานประติมากรรมของศิลปินชาวอิตาเลียนประดับให้เดินชมกัน เดินตัดจากถนนโจเซนจิมานิดเดียวก็ถึงย่านอิชิบังโจ ที่นักท่องเที่ยวทุกคนไม่ยอมพลาด เพราะเป็นย่านช้อปปิ้งแหล่งใหญ่ใจกลางเมือง รวมถึงยังมีร้านอาหารมากมายให้เลือกแวะชิม ซึ่งร้านที่เลือกไปอิ่มอร่อยกันในวันนี้ชื่อว่า Umai Sushi-kan เป็นร้านซูชิ
สุดหรูที่เด่นด้วยเมนูพิเศษเฉพาะฤดูกาล เช่น หอยคาระคากิ

วันที่ห้า ก่อนกลับยังพอมีเวลาไปเที่ยวได้อีกแห่ง ด้วยการแวะไป พิพิธภัณฑ์เซนได จากสถานีเซนไดสามารถขึ้นรถบัส Loople Sendai ที่ท่ารถหมายเลข 15-3 แล้วลงรถที่ป้าย Hakubutsukan-Kokusaisenta-mae เดินต่ออีกประมาณ 3 นาทีก็ถึง คิดค่าเข้าชม 400 เยน

พิพิธภัณฑ์เซนไดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 50 ปี ตั้งอยู่บริเวณที่เคยเป็นส่วนรอบนอกสุดของปราสาทเซนได สร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่แสดงความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ของเมือง ภายในจัดแสดงโบราณวัตถุชิ้นสำคัญของเมืองเซนไดกว่า 8 หมื่นรายการ เช่น ชุดเกราะโบราณของซามูไรคนสำคัญในญี่ปุ่น รูปสลักไม้ 12 นักษัตร สิ่งของและเอกสารสมัยที่คณะทูตเคโชเดินทางไปทำสัมพันธไมตรีกับยุโรปซึ่งได้รับการขึ้น
ทะเบียนให้เป็นสมบัติล้ำค่าของแผ่นดิน ฯลฯ นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่แสดงงานศิลปะ และแหล่งค้นคว้าวิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่นอีกด้วย อิ่มเอมจิตใจไปกับการท่องเที่ยวแล้ว ก็ได้เวลาลากกระเป๋าขึ้นไปนั่งรถไฟ
ชินกันเซ็นขบวน Hayate มุ่งสู่สถานีโตเกียว ซื้ออาหารกล่องหรือที่เรียกว่า เบนโตะ ขึ้นไปทานบนรถเพื่อเพิ่มบรรยากาศพลางชมทิวทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยตัวอาคารบ้านเรือน สลับกับท้องทุ่งเขียวขจีให้เพลินตา จากนั้นก็ต่อด้วยรถไฟสาย Narita Express ไปยังสนามบินนาริตะ เดินทางต่อด้วยสายการไทยกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ

(รายละเอียดงบประมาณ)
ค่าเครื่องบินไป-กลับ (การบินไทย)
ค่าเครื่องบิน ANA ไปเซนได
ค่ารถชินกันเซ็น+นาริตะ เอ็กเพรส
ค่าอาหาร
ค่ารถ + ค่าเข้าชมสถานที่
ค่าที่พัก 4 คืน รวมทั้งหมด

รวมทั้งสิ้น

ประมาณ 27,000 บาทต่อคน
ประมาณ 5,000 บาทต่อคน
ประมาณ 3,500 บาทต่อคน
ประมาณ 4,000 บาทต่อคน
ประมาณ 2,150 บาทต่อคน
ประมาณ 8,000 บาทต่อคน

49,650 บาทต่อคน

29 ธันวาคม 2552 14:15:55
 
 

 

 
 
   
 
  ญี่ปุ่น
  ข้อมูลทั่วไป
  ข้อมูลน่ารู้ก่อนเดินทาง
  เกร็ดความรู้ที่ควรทราบ
  สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมแนะนำ
  ท่องเที่ยวตามงบประมาณ
 
 
 
 
 
     
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
กันยายน
2553
<  >
 
   
 
     
   
 
เลือกจังหวัดในประเทศไทย