Wi-Fi Experience@KBank
ค้นหา:
Join:
Home / Travel / รวมท่องเที่ยวตามงบประมาณ / สิงคโปร์ / ท่องเที่ยวตามงบประมาณ / ตื่นตาตื่นใจกับความทันสมัยของสิงคโปร์์ 3 วัน 2 คืน งบประมาณ : 38,000 บาทต่อคน

สิงคโปร์ - ท่องเที่ยวตามงบประมาณ


Send To Friend

 
Share |
 
 

ตื่นตาตื่นใจกับสัมผัสใหม่แห่งความทันสมัยของสิงคโปร์
3 วัน 2 คืน งบประมาณ:38,000 บาทต่อคน



มาสิงคโปร์ทั้งทีต้องกิน เที่ยว ช้อป ให้สุดๆ พร้อมพักผ่อนสุดแสนสบายที่โรงแรมอันดับหนึ่งของที่นี่ เต็มอิ่มกับสุดยอดเมนูจากสุดยอดร้านอาหาร เต็มตากับแสงสีแห่งเมืองใหญ่ และเต็มที่กับชีวิตหลากหลายอารมณ์ของดินแดนสิงคโปร์

วันแรก เหินฟ้าสู่ประเทศสิงคโปร์ ด้วยสายการบิน Singapore Airlines ในเวลา11.15 น. เวลากำลังดี ไม่เช้าจนเกินไป นั่งบนเก้าอี้แสนสบายของชั้นธุรกิจไม่ถึง 2 ชั่วโมงครึ่ง ก็ถึงสนามบินชางฮี สิงคโปร์ 14.40 น. เครื่องบินร่อนลงจอดที่สนามบินแห่งชาติสิงคโปร์ ใช้บริการแท็กซี่เข้าเมืองอันแสนสะดวก (ค่ารถแท็กซี่ประมาณ 15 - 20 ดอลลาร์   หรือประมาณ 360 - 480 บาท)   ไม่เกินบ่ายสามโมงครึ่งรถแท็กซี่ก็มาจอดที่   ด้านหน้าของโรงแรม Fullerton (www.fullertonhotel.com/) โรงแรมสุดหรูระดับ 5 ดาว ตั้งอยู่ตรงปากแม่น้ำสิงคโปร์ บริเวณอ่าวมารีนา

หลังจากเช็กอินและเก็บสัมภาระที่ห้องแบบ Quay Room with One King Bed/Exquisite Views of the Picturesque Sea or Historic Singapore River (ราคาคืนละ 368 ดอลลาร์ หรือประมาณ 8,800 บาท)
เรียบร้อยแล้วก็เริ่มต้นท่องเที่ยวที่บริเวณใจกลางเมืองสิงคโปร์ได้เลย


สถานที่แรกหนีไม่พ้นรูปปั้นสิงโตทะเล Merlion สัญลักษณ์แห่งสิงคโปร์ ไฟต์บังคับที่นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศจะต้องแวะมาถ่ายรูปคู่ด้วย สิงโตทะเลเมอร์ไลออนนี้ตั้งอยู่ที่บริเวณอ่าว
มารีนาใกล้กับโรงแรม Fullerton นิดเดียว หลังจากถ่ายรูปคู่กับ
รูปปั้นสิงโตพ่นน้ำแห่งสิงคโปร์กันอย่างสนุกสนานแล้ว ก็เดินต่อไปถ่ายรูปคู่กับโรงละครเอสพลาเนด สถาปัตยกรรมแสนเก๋ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากรูปปั้นสิงโตพ่นน้ำนัก โรงละครแห่งนี้มองดูคล้ายกับผลทุเรียนเพราะมีหนามแหลมอยู่รอบๆ ตัวอาคาร
น่าเสียดายที่วันนี้คงไม่สามารถเข้าชมภายในโรงละครได้เพราะทางโรงละครมีบริการนำเที่ยวชมรอบ 11.00 น. และ 14.00 น. เท่านั้น แต่ก่อนจะถึงเวลาอาหารค่ำ ขอแนะนำให้แวะไปที่
โรงแรมแรฟเฟิลส์ (Raffles Hotel) โรงแรมที่เก่าแก่ที่สุดในสิงคโปร์ เพื่อชมประวัติของโรงแรมในพิพิธภัณฑ์ซึ่งจัดแสดงของสะสมเกี่ยวกับโรงแรม ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด (พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 10.00 - 19.00 น.) จากนั้นก็กลับไปที่เอสพลาเนดเพื่อลองชิมฝีมือของเชฟแซม เหลียง (Sam Leong) เจ้าของรางวัลเชฟยอดเยี่ยมแห่งเอเซียหลายสมัยและรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย
ที่ภัตตาคาร My Humble House ภัตตาคารอาหารจีนซึ่งผสมผสานเทคนิควิธีการปรุงแบบฝรั่งเศส สั่งติ่มซำและปลาหิมะซึ่งเป็นเมนูขึ้นชื่อของที่ร้านมารับประทาน (เลือกดูเมนูล่วงหน้าได้ที่นี่)
 
ดินเนอร์กันจนเต็มอิ่มแล้ว ถ้าเบื่อความวุ่นวายของบาร์ริมน้ำแถว Quay จะกลับมานั่งพักผ่อนกันแบบชิลล์ๆ และมีสไตล์สุดๆ ที่บาร์ของโรงแรม Fullerton ก็ไม่เลว เพราะที่นี่เขามีค็อกเทลระดับพรีเมี่ยมทั้งสิ้น แต่ค็อกเทลที่ได้รับความนิยมมากคือ  Signature Mojito  (แก้วละ 25 ดอลลาร์ หรือประมาณ 600 บาท)  สิ้นสุด  วันแรกด้วยการพักผ่อนแบบสุดแสนสบายที่ห้องพักที่มองเห็นทะเลของโรงแรม Fullerton อันแสนเลิศหรู

วันที่สอง
เช้านี้เลือกสัมผัสวิถีชีวิตแบบชาวสิงคโปเรี่ยนแท้ๆ เริ่มจากไม่ต้องรับประทานเบรกฟาสต์ที่โรงแรม วันนี้เราเลือกใช้บริการรถไฟใต้ดินในสิงคโปร์ แทนการเข้าคิวรอรถแท็กซี่ (ที่แซงคิวไม่ได้เด็ดขาด) ด้วยการเดินเล่นๆ ไปสถานีรถไฟใต้ดิน Raffles Place หยอดตู้อัตโนมัติซื้อตั๋วรถไฟใต้ดินไปไชน่าทาวน์ นั่งรถไปเพียง 3 สถานีก็ถึงย่านชาวจีนในสิงคโปร์แล้ว ในย่านนี้มีร้านอาหารเช้าแบบจีนชื่อดัง ที่คนมาสิงคโปร์แล้วจะพลาดไม่ได้ อย่าง "Ya Kun" สั่งไข่ลวกสัก 2 ฟอง ขนมปังปิ้งไส้สังขยา 2 แผ่น และกาแฟสูตรดั้งเดิม 1 ถ้วย มาเติมพลังและความสดชื่นยามเช้า (www.yakun.com.sg/) แล้วถ้าอยากได้ของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านล่ะก็ ขอแนะนำให้เดินเลือกซื้อพวกหมูแผ่นหมูหยองตามร้านริมถนน ซึ่งมีให้เลือกตามใจชอบได้ที่นี่เลย


โปรแกรมถัดมา สำหรับพุทธศาสนิกชนแล้ว ไม่ว่าจะเดินทางไปเมืองไหนอย่าพลาดการเข้านมัสการ
พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า โดยที่สิงคโปร์นี้จะมี "พระเขี้ยวแก้ว" พระบรมสารีริกธาตุส่วน
พระทันต์ไว้ให้สักการะ หลังจากนั้นก็เดินเล่นดูวิถีชีวิตชาวจีนในย่านไชน่าทาวน์ จนใกล้เวลาอาหารกลางวันก็นั่งรถไฟใต้ดิน 6 ป้าย ไปหยุดที่สถานี Novena แล้วขึ้นรถเมล์ที่ฝั่งตรงข้ามไปยังโบสถ์ Balestier ต่อรถเมล์สาย 131 ไปลงที่ป้าย Shaw Plaza เพื่อพิสูจน์

ความอร่อยของข้าวมันไก่ร้าน “Boon Tong Kee” สาขา Balestier ว่าอร่อยเด็ดสมคำล่ำลือหรือไม่

ไหนๆ ก็จัดการข้าวมันไก่ที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในสิงคโปร์ไปเรียบร้อยแล้ว อย่าให้เสียชื่อนักรับประทาน ถ้ายังไม่หนำใจขอให้เดินตามถนน Balestier เพื่อไปลองบักกุดเต๋ อาหารขึ้นชื่ออีกอย่างของชาวสิงคโปร์ได้ที่ร้าน "333 Bakkutteh" อยู่ตรงกันข้ามกับ Shaw Plaza สังเกตและหาง่ายนิดเดียว

เน้นหนักเรื่องรับประทานมาพอประมาณแล้ว ช่วงบ่ายถึงค่ำขอใช้เวลาเก็บเกี่ยวความสุขและความประทับใจที่ "เกาะเซนโตซ่า" แหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่จะขาดเสียมิได้ จากสถานีรถไฟใต้ดิน Novena ต้องหยอดเหรียญซื้อตั๋วเพื่อไปที่สถานี Harbour Front เดินผ่านศูนย์การค้า Harbour Front Centre ไปที่ตึก World Trade Centre ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีเคเบิลคาร์ จ่ายเงินค่าโดยสารแบบห้องธรรมดาขาเดียวสำหรับผู้ใหญ่ 17.90 ดอลลาร์ หรือประมาณ 430 บาท และซื้อตั๋ววัน Sentosa Pass ราคาคนละ 3 ดอลลาร์ หรือประมาณ 70 บาท แล้วนั่งกระเช้าลอยฟ้าไปยังเกาะเซนโตซ่าได้เลย

กระเช้าลอยฟ้าจะค่อยๆ แล่นตามสายสลิงเป็นระยะทางยาว 1.6 กิโลเมตร สูงจากผิวน้ำเบื้องล่าง 60 เมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 - 12 นาที ตอนที่กระเช้าอยู่ที่จุดสูงสุดที่เสาตั้งอยู่กลางทะเล จะสามารถมองเห็นทิวทัศน์รอบเกาะเซนโตซ่าและตึกสูงบนเกาะสิงคโปร์ได้อย่างชัดเจน

เมื่อถึงเกาะเซนโตซ่า ขึ้นรถเมล์ (Sentosa Bus) ไปที่ถนน Imbiah เพื่อขึ้นสกายทาวเวอร์

(Carlsberg Sky Tower) หอชมวิวที่สูงที่สุดในเอเซียสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ถึงครั้งละ 72 คน เมื่อพร้อมตัวแคปซูลจะค่อยๆ เคลื่อนตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดสูงสุดที่ความสูง 110 เมตรจากระดับพื้นดินและ 131 เมตรจากระดับน้ำทะเล จากนั้นก็จะค่อยๆ หมุนไปรอบๆ จนครบ 360 องศา ให้ได้ชมวิวทิวทัศน์ทั่วทั้งเกาะสิงคโปร์ รวมถึงบางส่วนของมาเลเซียและอินโดนีเซีย ประมาณ 5 นาทีแล้วค่อยๆ เคลื่อนตัวลงมา ต้องเสียค่าขึ้นหอคอย 12 ดอลลาร์ หรือประมาณ 290 บาท (www.skytower.com.sg/st/index.html)

ลงจากหอสูงเสียดฟ้า ก็เปลี่ยนบรรยากาศเข้าชมพิพิธภัณฑ์ภาพลักษณ์ของสิงคโปร์ หรือ

"Image of Singapore" พิพิธภัณฑ์ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ ได้รับรางวัลจากการประกวดพิพิธภัณฑ์ระดับโลกมากมาย เสียค่าผ่านประตู 10 ดอลลาร์ (หรือประมาณ 240 บาท) ชมหุ่นขี้ผึ้งที่แสดงเรื่องราวเกี่ยวกับที่มาของประเทศ ประวัติศาสตร์ ชีวิต ความเป็นอยู่ ประเพณี วัฒนธรรมต่างๆ ของคนสิงค์โปร์ในอดีต ไม่ว่าจะเป็นพิธีแต่งงาน การใช้ชีวิตของคนจีนสมัยก่อน การกราบไหว้บรรพบุรุษ การละเล่นในยุคสมัยต่างๆ ภาพถ่ายนิทรรศการเล่าประวัติศาสตร์ของชาติสิงคโปร์ การตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษจนกระทั่งถูกญี่ปุ่นยึดครอง การเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 ความยากลำบากของประชาชน จนถึงการประกาศอิสรภาพแยกตัวออกจากมาเลเซีย (www.sentosa.com.sg/explore_sentosa/attractions/images_singapore.html)

หลังจากนั้นก็ชวนกันมาตื่นตาตื่นใจกับ "โลกใต้ทะเลแห่งสิงคโปร์" (Under Waterworld) อาณาจักรที่รวบรวม สิ่งมีชีวิตทางทะเลนับพันชนิด ลอดอุโมงค์ใต้น้ำยาว 83 เมตร ชมฝูงปลากระเบน ปลาฉลาม และฝูงปลาหลากสีมากมาย (ค่าผ่านประตู อันเดอร์วอเตอร์เวิลด์และบึงโลมาสำหรับผู้ใหญ่ ราคา 22.90 ดอลลาร์ หรือประมาณ 550 บาท)

หลังจากอยู่ใต้ทะเลเป็นเวลานานก็ขึ้นบกอีกครั้งที่ "ลานมังกร" (Dragon Court) ค้นหาตำนานแห่งสิงโตทะเล ตามเส้นทางสิงโตทะเล (Merlion Walk) ยาว 120 เมตร รอบข้างเรียงรายด้วยน้ำพุแบบโมเสคสีสันสวยงาม จนถึงรูปปั้นสิงโตทะเลเมอร์ไลออนอีกตัวหนึ่ง ซึ่งอยู่ที่เกาะเซนโตซ่านี้

พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า   พักรับประทานอาหารค่ำที่   "Silk Road of the Sea Restaurant & Bar"   ร้านอาหารชั้นเลิศของ Amara Sanctuary Resort Singapore ที่หาดปาลาวาน ก่อนจะไปพบกับการแสดงน้ำพุดนตรี (Musical Fountain) อันโด่งดัง เป็นการแสดงระบำไฟและน้ำแสงสีเสียง ตระการตาด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ใหม่ล่าสุด ผสมผสานกับภาพเคลื่อนไหวและภาพเคลื่อนไหวแบบ 3 มิติ

เต็มอิ่มกับน้ำพุเต้นระบำกันแล้ว ก็ได้เวลาอันสมควรที่จะต้องเดินทางกลับโรงแรม Fullerton โดยนั่ง Sentosa Express รถรางไฟฟ้าทางเลือกใหม่ที่สถานี Beach การเดินทางด้วยวิธีนี้ทั้งสะดวก รวดเร็ว และประหยัดเวลากว่าการนั่งกระเช้าลอยฟ้า เพราะใช้เวลาเดินทางเพียง 4 นาทีก็ถึงอีกฝั่งหนึ่งแล้ว (ค่ารถ Sentosa Express รวมอยู่ใน Sentosa Pass แล้ว)

วันสุดท้าย เช้านี้เพื่อความสะดวก รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมกันเลยดีกว่า จากนั้นก็ค่อยๆ ตะลุยช้อปปิ้งให้สุดๆ ไปเลย ที่ถนนออร์ชาร์ดถนนสายช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของสิงคโปร์ ที่เหล่านักช้อปกระเป๋าหนักจะได้เพลิดเพลินกับการเลือกซื้อสินค้าหลากหลายประเภท อาทิ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า น้ำหอม เครื่องสำอาง สินค้าแฟชั่นต่างๆ สินค้าแบรนด์เนม เครื่องใช้ไฟฟ้า กล้องถ่ายรูป ตลอดสองข้างทางกว่า 2 กิโลเมตรของถนน ห้างสรรพสินค้าชั้นนำของสิงคโปร์ เช่น ทากาชิมาย่า พารากอน และตังส์ รวมถึงร้านหนังสือใหญ่ยักษ์อย่าง Border ก็อยู่ที่ถนนสายนี้ด้วย   แต่ถ้าไม่ใช่ขาช้อป   จะแวะไปอ่านหนังสืออย่างเดียวไม่เกี่ยวกับใคร      ก็สมควรเป็นอย่างยิ่ง เหนื่อยนักก็แวะพักจิบกาแฟในร้าน Border ได้เลย

เดินช้อปแบบอัดเต็มไปเลยประมาณ 4 ชั่วโมง ถ้าหิวเมื่อไหร่ ก็ให้ลงไปหาอะไรกินที่ฟู้ดคอร์ตที่ชั้นใต้ดินของแต่ละห้างได้ตามสบาย เพราะเขามีร้านอาหารดีๆ ให้เลือกลองเลือกชิมกันอย่างเต็มที่ ถ้าไม่ช้อปกระหน่ำเกินไปนัก ก็นั่งรถไฟใต้ดิน 4 ป้ายกลับโรงแรม ขนกระเป๋าเดินทางที่ฝากเอาไว้ แล้วเรียกแท็กซี่ไปส่งที่สนามบินชางฮี รอเครื่องบินกลับประเทศไทยตอน 18.00 น. แค่ 2 ชั่วโมงครึ่งก็เดินทางถึงเมืองไทยโดยสวัสดิภาพ

(รายละเอียดงบประมาณ)
ค่าตั๋วเครื่องบินไป - กลับ กรุงเทพฯ - สิงคโปร์ ชั้นธุรกิจ
สายการบิน Singapore Airlines
ค่ารถโดยสารภายในเมืองประมาณ
ค่าโรงแรมที่พัก 2 คืน เฉลี่ยคนละประมาณ
* ห้องพักสามารถพักได้ 2 คน
ค่าอาหาร 6 มื้อ รวมประมาณ
ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ประมาณ
รวม
18,115 บาท

1,560 บาท (65 ดอลลาร์สิงคโปร์)
8,800 บาท (368 ดอลลาร์สิงคโปร์)

8,400 บาท (350 ดอลลาร์สิงคโปร์)
1,080 บาท (45 ดอลลาร์สิงคโปร์)
37,955 บาทต่อคน

(รายละเอียดอื่นๆ)
ตรวจสอบตารางเวลาบิน ราคา และจองตั๋วเครื่องบินสายการบิน Singapore Airlines ได้ที่
www.singaporeair.com/saa/en_UK/index.jsp

 


16 กรกฏาคม 2552 22:21:59
 
 

 

 
 

 
 
   
 
  สิงคโปร์
  ข้อมูลทั่วไป
  ข้อมูลน่ารู้ก่อนเดินทาง
  เกร็ดความรู้ที่ควรทราบ
  สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมแนะนำ
  ท่องเที่ยวตามงบประมาณ
  บันทึกการเดินทางประทับใจ
 
 
 
 
 
   
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
   
พฤษภาคม
2555
<  >
 
   
 
     
   
 
เลือกจังหวัดในประเทศไทย