Wi-Fi Experience@KBank
ค้นหา:
Join:
Home / Travel / รวมท่องเที่ยวตามงบประมาณ / เนเธอร์แลนด์ / ท่องเที่ยวตามงบประมาณ / ท่องดินแดนกังหันลม ชมสวนดอกไม้ตระการตา : 4 วัน 3 คืน 64,500 บาทต่อคน

เนเธอร์แลนด์ - ท่องเที่ยวตามงบประมาณ


Send To Friend

 
Share |
 
 

ท่องดินแดนกังหันลม ชมสวนดอกไม้ตระการตา
ในราคาสบายใจ 4 วัน 3 คืน 64,500 บาทต่อคน
 

ตะลุยแดนทิวลิป บนผืนดินที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล อันเป็นที่มาของเทคโนโลยีไฮโดรลิก ชมพระราชวัง KoninklijkPaleis ลัดเลาะพิพิธภัณฑ์เลื่องชื่อ และใช้ชีวิตยามราตรีที่อัมสเตอร์ดัม--สวรรค์ของนักเที่ยว ชมสวนดอกไม้เกอเกินฮอฟอันลือลั่นตื่นตากับไลเด้น สัมผัสกรุงเฮก รอตเตอร์ดัม คินเดอร์ไดค์
และเดลฟต์

บินตรงแบบนอนสต็อปสู่กรุงอัมสเตอร์ดัม--เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ หลังล้อเครื่องบินสัมผัสรันเวย์

สนามบินสคิปโฮล(Schiphol) ก็นั่งรถไฟเข้าตัวเมืองอัมสเตอร์ดัม (ตั๋วรถไฟจากสนามบินเข้าเมืองอัมสเตอร์ดัมแบบวันเวย์ราคา 3.90 ยูโรหรือประมาณ 195 บาท) แค่เพียง 17-23 นาที ขาดเกินไม่กี่นาทีก็มาปร๋ออยู่กลางกรุงอัมสเตอร์ดัมแล้ว
 

ก่อนอื่นพุ่งตรงไปเข้าเช็กอินและเก็บสัมภาระที่โรงแรมให้เรียบร้อยเสียก่อนจะออกตะลุยเมือง (ถ้ายังเข้า

ห้องพักไม่ได้ ก็ฝากกระเป๋าที่ล็อบบี้โรงแรมไว้ก่อน) เพราะฉะนั้น ทางที่ดีควรแพ็กกระเป๋าให้น้อยที่สุด เลือกเฉพาะที่จำเป็นก็แล้วกัน เพราะงานนี้ต้องแบกกระเป๋ากันไปตลอดทาง ดังนั้น โรงแรมที่เวิร์กสุดๆ ควรค่าแก่การเข้าพัก ได้แก่ Hotel de Lantaerne (เช็กโรงแรมที่เหมาะสมได้ที่www.hotels.nl/) ถึงจะเป็นโรงแรมแค่ 2 ดาวแต่ทำเลที่ตั้งอยู่กลางใจเมืองแถมยังราคายังไม่แพงนัก (ห้องพักสำหรับ 1ท่านพร้อมอาหารเช้าราคา 39 ยูโรต่อคืน หรือประมาณ 1,950 บาท) หลังสูดอากาศยามเช้าจนเต็มปอดแล้ว คราวนี้ก็ออกตะลุยอัมสเตอร์ดัมกันได้เลย 
ตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศล่าสุดที่นี่
 
วันแรกนี้บอกไว้ก่อนว่า ควรเที่ยวแบบสบายๆ อย่าหักโหมมาก เผื่อมีอาการเจ็ตแล็ก เริ่มต้นแบบซอฟต์ๆ ด้วยการเดินเที่ยรอบเมือง ซึมซับบรรยากาศซอกแซกไปตามถนนน้อยใหญ่ ลัดเลาะริมแม่น้ำลำคลอง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของอัมสเตอร์ดัมกันก่อน จากนั้นก็เริ่มเดินเท้าสู่“ดามสแควร์” (Dam Square) จัตุรัสสำคัญกลางเมืองซึ่งเป็นศูนย์กลางการคมนาคมที่คับคั่งของเมือง คนเดินถนนอย่างเราๆต้องเพิ่มความระมัดระวังยวดยานที่แล่นไปมาให้ดี
 
ที่ฝั่งตรงข้ามของดามสแควร์เป็นที่ตั้งของ “Koninklijk Paleis” ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ประทับของพระราชวงศ์แห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ แต่ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่จัดงานรื่นเริงและใช้ในงานราชการสำคัญ เช่น สำหรับต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง(www.koninklijkhuis.nl/)
 
ขณะที่ทางซ้ายมือของจัตุรัสจะมีตึกใหญ่ตระหง่าน มีตุ๊กตาประดับอยู่ด้านหน้า ไม่ต้องแปลกใจเพราะนี่คือ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง “มาดามทรูโซด์” (Madame Tussaud) (www.madametussauds.com/amsterdam) ที่มีรูปปั้นของบุคคลสำคัญของโลกเช่นเดียวกับที่กรุงลอนดอน สนนราคาค่าเข้าชมแบบถูกที่สุดอยู่ที่ 7.50 ยูโร หรือประมาณ 375 บาท ใครใคร่ชม...ชม!
 

จากพระราชวัง ถ้าเดินอ้อมไปทางด้านขวา จะพบตึกเก่าแต่สวยแอบอยู่ด้านใน ถัดจากโบสถ์เล็กๆ เข้า

ไป สำหรับแบ็กแพ็กเกอร์ที่ไม่สนช้อปปิ้งขอให้เดินผ่านไป เพราะนี่คือช้อปปิ้งมอลล์ใหญ่ประจำเมือง แถมยังตั้งประจันหน้ากับห้าง De Bijenkorf ห้างสรรพสินค้าสัญชาติดัตช์อีกแห่ง ถ้าไม่ทำใจแข็งเอาไว้มีหวังหมดตัวตั้งแต่วันแรก งานนี้จึงไม่เหมาะกับแบ็กแพ็กเกอร์ด้วยประการทั้งปวงเพราะข้าวของแพงเหลือใจ!

แต่เพื่อความอุ่นใจ อย่าลืมขอเพิ่มวงเงินฉุกเฉินชั่วคราวกับบัตรเครดิตกสิกรไทยล่วงหน้าก่อนเดินทางที่
0-2888-8888 หรือค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.kbankcard.com
 
เดินเล่นแบบชิลล์ๆ เผลอแป๊บเดียวก็ได้เวลาอาหารกลางวันแล้ว ไม่ต้องไปไหนไกลเลี้ยวเข้า “ไชน่าทาวน์” ที่อยู่แถวๆ นั้นได้เลย ไชน่าทาวน์ที่นี่ได้ชื่อว่าใหญ่ยักษ์ที่สุดในยุโรป สบายใจหายห่วงได้เลยเรื่องอาหารการกิน ไม่ว่าจีน ไทย ฝรั่ง แขก ฯลฯ ถ้ากินข้าวไทยกับข้าวจีนราคาพอๆ กันคือ ตกหัวละ 10-15 ยูโร ที่สำคัญในย่านนี้มีร้านขายของที่ระลึกเก๋ๆ สไตล์ดัตช์ อย่าง รองเท้าไม้ กังหันลมขนาดจิ๋วเซรามิกต่างๆ ฯลฯ ให้เลือกเพียบ
 
เติมพลังกันจนเต็มแล้ว สมควรล่องแม่น้ำอัมสเทลชมทัศนียภาพของอัมสเตอร์ดัมกันดีกว่า จากไชน่าทาวน์เดินไปที่ท่าเรือ “RederijPlas” ซึ่งอยู่ก่อนถึงสถานีรถไฟกลาง “อัมสเตอร์ดัม เซ็นทรัล” (Amsterdam Centraal) ซึ่งเป็นท่าเรือที่อยู่ด้านในสุดและราคาก็ถูกที่สุดด้วย (ค่าล่องเรือ 6-9.50 ยูโร หรือประมาณ
300-475 บาท) ล่องเรือไป-กลับ 1 รอบใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง แต่ทิวทัศน์ทั้งสองฝั่งก็ชวนให้เพลินตาสุดๆ โดยเฉพาะวิถีชีวิตของชาวบ้านเรือ ที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของชาวเมืองอัมสเตอร์ดัม ซึ่งปักหลักอาศัยอยู่ในน้ำริมสองฝั่งคลองในบ้านเรือที่เก๋สุดๆ สีสันสะดุดตา
 
กลับมาขึ้นบกกันอีกครั้ง คราวนี้มาตั้งต้นกันที่หอนาฬิกาใหญ่ ตรงจุดที่เรียกว่า “Bloemenmarkt” หรือตลาดลอยน้ำที่ร้านรวงต่างๆ อยู่บนทุ่นลอยน้ำ มีทั้งต้นไม้ ดอกไม้ หัวทิวลิป และของที่ระลึกต่างๆ ราคาต่อรองราคากันได้ตามสบาย
 
ไหนๆ ก็มาถึงดินแดนบ้านเกิดของศิลปินเอกของโลกอย่างแวน โก๊ะห์ (แต่ชาวดัตช์ออกเสียงว่าฟาน ก๊อก) แล้ว อย่าพลาด“Museumplein” ซึ่งเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์สำคัญๆ มากมาย อย่าง Stedelijk Museum หรือ Van GoghMuseum ที่รวมผลงานศิลปะของแวน โก๊ะห์ และ Rijksmuseum (www.rijksmuseum.nl/) หรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินั่นเอง ทั้ง 2 มิวเซียมมีค่าเข้าชมท่านละ 11 ยูโร หรือประมาณ 550 บาท
 
สำหรับเหล่ามิวเซียมเลิฟเวอร์ ขอแนะนำให้ทำบัตร museumkaart ราคา 39.95 ยูโร หรือประมาณ 2,000 บาท รับรองได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์จนคุ้มแน่ (www.amsterdam.info/museums/museumkaart/) นอกจากพิพิธภัณฑ์แล้ว บริเวณนี้ยังมีร้านขายของที่ระลึกจากผลงานของศิลปินชาวดัตช์อีกเพียบ กระซิบไว้เลยว่าทุกร้านราคาใกล้เคียงกันหมด แต่ไหนๆ ก็มาถึงนี่แล้วอย่าลืมโพสท่าถ่ายรูปกับตัวอักษรขนาดยักษ์ที่เขียนว่า
“I am Amsterdam” ที่ถือเป็นไฮไลต์ของที่นี่เลยนะ
 
เย็นย่ำแล้ว กลับโรงแรมพักผ่อนให้หายเหนื่อยก่อน เตรียมตัวท่องราตรีกันให้ฉ่ำใจ ก็อัมสเตอร์ดัมน่ะขึ้นชื่อเรื่องแหล่งบันเทิงเริงรมย์ของเหล่ามนุษย์ค้างคาว ฝูงนกฮูกและผู้หลงใหลในแสงสี กับย่าน “Red Light District” ที่ดังก้องโลก งานนี้พลาดไม่ได้ย่านไฟแดงนี้เต็มไปด้วยร้านอาหาร ผับ บาร์ และเซ็กส์ช็อปสำหรับคุณหนุ่มๆ (หรือสาวๆ ก็ได้) จะนั่งชิลล์ๆ หรือแดนซ์กระจายก็แล้วแต่ศรัทธา แต่ถ้ายังไม่หนำใจจะไปต่อแถว Leidseplein ย่านรื่นเริงอีกแห่งหนึ่ง ถ้าอายุเกิน 18 ปีแล้วก็ไม่ว่ากัน
 
วันที่สอง วันนี้อนุญาตให้ตื่นสายได้ กินข้าวเช้าที่โรงแรมเสร็จ ก็ไปเที่ยวชม “เกอเกินฮอฟ”
(Keukenhof) สวนดอกไม้ที่ดึงดูดคนทั่วโลกกันเลย จากอัมสเตอร์ดัมไปเกอเกินฮอฟได้ 2 วิธี วิธีแรกคือ
นั่งรถไฟจากสถานีรถไฟกลางไปยังสนามบิน Schiphol หรือสถานีรถไฟ “ไลเด้น เซ็นทรัล”
(Leiden Centraal) ก็ได้ (ตั๋วรถไฟจากอัมสเตอร์ดัมไปไลเด้น ชั้น 2 เที่ยวละ8.10 ยูโร) แล้วต่อรถเมล์ไปยังเกอเกินฮอฟ หรือไม่ก็ซื้อตั๋วคอมบิ ซึ่งเป็นตั๋วเหมาจ่ายทั้งค่ารถและค่าชมสวนเสร็จสรรพ สนนราคา 24ยูโร นั่งรถเมล์สาย 370 จาก Leidseplein ไปยังสนามบินสคิปโฮล แล้วต่อสาย 58 (เกอเกินฮอฟ เอ็กซ์เพรส) ลงหน้าประตูทางเข้าสวนเลย วิธีนี้จึงน่าจะสะดวกกว่า
 
ไม่ว่าจะเดินทางแบบไหน แค่เพียง 30 นาทีหน่อยๆ ก็ถึงแล้ว แต่ถ้าไม่ได้ซื้อตั๋วคอมบิก็ต้องต่อคิวเพื่อซื้อตั๋วด้านหน้า ผู้ใหญ่ 13.50 ยูโร เด็กอายุ 4-11 ปี ราคา 6.50 ยูโร www.keukenhof.nl/) เป็นที่รู้กันว่า ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมีค.-ปลายเดือนพค.ของทุกปี ดอกไม้สีสันฉูดฉาดนับพันชนิดจะบานสะพรั่งต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วทุกมุมโลก (แต่ช่วงปลายเดือน เม.ย-กลางเดือน พ.ค.เหมาะที่สุดที่จะเข้าชม)มาฮอลแลนด์ทั้งทีแล้วไม่ได้เห็นดอกทิวลิป ถือว่ามาไม่ถึงนะเออ เกอเกินฮอฟ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 08.00-19.30 น. หิวเมื่อไหร่ก็แวะกินอาหารในสวนได้เลย แม้ราคาจะสูงไปนิด ก็ถือซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง

อิ่มท้องแล้ว เก็บแผนที่สวนเข้ากระเป๋า แล้วไปรอ
รถเมล์ที่ป้ายหน้าสวนเพื่อเข้าเมืองไลเด้น โดยปกติแล้วผู้โดยสารที่จะไปเมืองไลเด้นจะต้องยื่นบัตรโดยสารให้คนขับรถแสตมป์ 5 ช่อง (ทุกครั้งที่ขึ้นรถประจำทางจะต้องเสียช่องแสตมป์ในบัตรโดยสารขั้นต่ำ 2 ช่อง หรือ 1.60ยูโร สำหรับการโดยสารรถ
1 โซน แสตมป์นี้มีอายุ 1 ชั่วโมง ถ้าระยะทางมากกว่า 1 โซน จะต้องเสียช่องแสตมป์มากขึ้นตามลำดับ
ดูรายละเอียดได้ที่
www.amsterdam.info/transport/strippenkaart/)(บัตรโดยสารหรือstrippenkaart มี 2 แบบหลักๆ คือ 15 ช่อง ราคา 7.30 ยูโร และ 45 ช่อง ราคา 21.60
ยูโร สามารถใช้บริการรถเมล์ รถราง และรถไฟใต้ดินได้ทุกเมือง หาซื้อได้ที่สถานีรถไฟ ร้านขายหนังสือพิมพ์ ไปรษณีย์ และซูเปอร์มาร์เก็ต เช่น Albert Heijn)

ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ก็ถึงสถานีรถไฟ
Leiden CSแค่เดินข้ามคลองไปจะเห็น“กังหันลมยักษ์” สัญลักษณ์ของฮอลแลนด์ทางซ้ายมือ กังหันลมยักษ์สูง 7 ชั้นนี้เป็นพิพิธภัณฑ์มีชื่อเรียกว่า Molenmuseum “DeValk” เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมในราคา 3 ยูโร หรือประมาณ 150 บาทเท่านั้น (www.molenmuseumdevalk.nl/)
 
เสร็จแล้วขอแนะนำให้เช็กอินที่โรงแรม Nieuw Minerva ระดับ 2 ดาว ที่อยู่ห่างจากซิตี้เซ็นเตอร์ไม่ถึง 3 กิโลเมตร (ห้องเดี่ยวพร้อมอาหารเช้า คืนละ 85 ยูโร หรือประมาณ 4,250 บาท) โรงแรมที่ไลเด้นนี้ส่วนมากจะอยู่รอบนอกเมือง ถ้าอยู่กลางเมืองราคาจะสูงกว่า 100 ยูโรต่อคน ต่อคืน จากนั้นก็เดินผ่านศูนย์กลางของเมืองไปยังป้อมปราการโบราณ “De Burcht” ซึ่งอยู่บนเนินเขา ซึ่งเป็นจุดชมวิวของเมืองไลเด้น ถ้ายังไม่เหนื่อยจะเดินเล่นชมเมืองเล็กๆ แต่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แห่งนี้ แค่ 2 ชั่วโมงก็ทั่วเมืองซะแล้ว
 
วันที่สาม วันนี้แต่งตัวให้เรียบร้อยหน่อยก็ดีเพราะจะไปเที่ยวกรุงเฮก (Den Haag) เมืองหลวงทางการปกครอง  ซึ่งเป็นที่ตั้งของรัฐสภา พระราชวัง ศาลโลก รวมทั้งสถานทูตต่างๆ ใช้เวลาแค่ 15นาทีจากสถานีรถไฟ Leiden CS ก็ถึงสถานี Den HaagCentraal (ตั๋วรถไฟแบบชั้น 2 เที่ยวละ 3.30 ยูโร) ฝากสัมภาระไว้ที่สถานีรถไฟก่อนออกทัวร์รอบเมืองได้เลย (ค่าฝากกระเป๋า 5-9 ยูโรต่อ 24 ชั่วโมงแล้วแต่ขนาดของกระเป๋า)
 
ว่าแล้วก็กระโดดขึ้นรถเมล์ จะใช้ strippenkaart ใบเดิมขึ้นรถเมล์ได้ (ถ้ายังมีช่องแสตมป์เหลืออยู่) แค่ 5 นาทีก็ถึงใจกลางเมือง (centrum) แล้ว เริ่มต้นชมเมืองที่บินเนนฮอฟ (Binnenhof) หรือรัฐสภาแห่งเนเธอร์แลนด์ จากนั้นก็เดินทะลุไปทางด้านหลังรัฐสภาก็จะเจอพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ หรือ เมาริตส์เฮ้าส์ (Mauritshuis) (ค่าเข้าชม 12 ยูโร หรือประมาณ600 บาท แต่ถ้ามี museumkaart ต้องบวกเงินอีก 1.50 ยูโร ข้อมูลเพิ่มเติมที่www.mauritshuis.nl/)
กลับมาทางด้านหน้าทางเข้ารัฐสภา มองไปที่ฝั่งตรงกันข้ามจะเห็นอาคารอิฐเก่าแก่ ที่เคยเป็นคุกเก่ามาก่อน แต่ปัจจุบันเป็นพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของกรุงเฮก (www.gevangenpoort.nl/) ต่อด้วย“Vredespaleis ”
หรือศาลโลก(www.vredespaleis.nl/) ซึ่งเปิดให้เข้าชมภายในบริเวณศาลได้ สถานทูตไทยของเราก็ตั้งอยู่หลังศาลโลกแห่งนี้
 
เลยศาลโลกไปประมาณ 10นาที เป็นที่ตั้งของเมืองจำลองที่มีชื่อว่า “มาดูโรดัม” (Madurodam)
(www.madurodam.nl/) ค่าผ่านประตู 14.50 ยูโร หรือประมาณ 725 บาท แต่ถ้าอยากไปชายหาดก็ต่อรถเมล์
(20 นาที) หรือรถราง (30 นาที) ไปที่เมือง Scheveningen เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ จะไปเดินเล่นชายหาดหรือจะเพิ่มความตื่นเต้นด้วยการกระโดดบันจี้จั๊มพ์ เข้าคาสิโน หรือแวะกินข้าวกลางวันริมทะเลก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ ก่อนจะกลับมาปิดท้ายรายการที่ “Paleis Noordeinde” ซึ่งเป็นพระราชวังที่สมเด็จพระราชินีแห่ง
ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ประทับอยู่

บ่ายๆ ต้นก็เดินทางต่อไปยัง “ร็อตเตอร์ดัม” (Rotterdam) เมืองธุรกิจสำคัญของเนเธอร์แลนด์จาก

สถานีรถไฟ DenHaag Hollands Spoor ในกรุงเฮกไปร็อตเตอร์ดัมใช้เวลาประมาณ 24-31 นาที (ตั๋วรถไฟแบบชั้น 2 เที่ยวละ4.50 ยูโร) ก่อนอื่นเลยเช็กอินเข้าโรงแรมเพื่อเก็บสัมภาระซะก่อน ขอแนะนำโรงแรม Hotel Turkuaz ระดับ 3 ดาวใจกลางเมือง แต่ราคาไม่แพงอย่างที่คิด (ห้องเดี่ยวพร้อมอาหารเช้า ราคาคืนละ 50 ยูโร หรือประมาณ 2,500 บาทเท่านั้น)
 

ความที่เป็นเมืองธุรกิจที่ค่อนข้างโมเดิร์นจึงมีสถานที่ท่องเที่ยวไม่มากนัก แต่ที่ไม่ควรพลาดคือ

 “Kubuswoning”(www.kubuswoning.nl/)  หรือคิวบิกเฮ้าส์ ตึกประหลาดรูปทรงหกเหลี่ยมคล้ายลูกเต๋า 1 ใน 50 ตึกประหลาดของโลก จากการออกแบบของ Piet Blom เมื่อปี 1970 โดยนั่งรถไฟใต้ดินไปลงที่สถานี Blaak เดินไปอีกนิดก็ถึง 
ต่อด้วย “คินเดอร์ไดค์” (Kinderdijk) ตำบลเล็กๆ ที่องค์การยูเนสโกยกย่องให้เป็นหนึ่งในมรดกที่ควรอนุรักษ์ระดับโลกตั้งแต่ปี 1997 ที่สามารถเอาชนะภัยน้ำท่วมได้ด้วยการใช้กังหันลมระบายน้ำออกจากแผ่นดิน อันเป็นจุดเริ่มต้นของเทคโนโลยีไฮโดรลิกของโลก และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความชาญฉลาดของมนุษย์ (โดยเฉพาะชาวดัตช์) ที่ใช้เวลากว่าพันปีในการเอาชนะธรรมชาติและนี่เองที่เป็นเหตุผลว่า ทำไม “กังหันลม” จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของฮอลแลนด์
 

โดยจากร็อตเตอร์ดัม นั้นเราสามารถเดินทางไปยังตำบลเล็กๆ ที่ว่านี้ได้หลายวิธี แต่วิธีที่สะดวกที่สุดก็

คือนั่งรถไฟใต้ดินสายสีน้ำเงินErasmuslijn จากสถานีรถไฟกลาง ด้วยการตอก strippenkaart จากต้นทาง 7 ช่อง ไปลงที่สถานีZuidplein แล้วต่อรถบัส rriva สาย 154 ปลายทาง อูเทร็คท์ (Utrecht) งานนี้โชว์ตั๋วให้คนขับรถดูโดยไม่ต้องตอกตั๋วเพิ่มอีก ใช้เวลาเดินทางทั้งหมดประมาณ 50 นาที (ถ้าไม่ต้องรอต่อรถนาน) อ้อ! ที่คินเดอร์ไดค์ นี่จะเหมือนกับที่ซานสคานส์ (Zaanse Schans) คือเข้าฟรี!  

ส่วนอีกวิธีหนึ่งก็คือนั่งเรือไป ตั้งแต่กลางฤดูใบไม้ผลิ (กลางเดือนเม.ย.-ปลายเดือนก.ย.) จะมีเรือ
Nehalennia ออกจากท่าเรือทุกวัน เวลา 10.15 น. และ 14.15 น. ที่อยากแนะนำก็เพราะทางเรือจะเห็นวิวที่แปลกตาของบ้านเรือนและอาคารริมฝั่งแม่น้ำ Maas ตลอดจนสะพานทั้งสามของร็อตเตอร์ดัม
(Erasmus Willem และ Brienoord) แต่ใช้เวลาเดินทางถึง 3 ชั่วโมงกว่าๆ (จากแม่น้ำ Maas เข้าสู่แม่น้ำ Lek โดยท่าเรืออยู่บนถนน Boompjeskade เลียบ
แม่น้ำ Maas ก่อนถึงหัวสะพาน Erasmus
Erasmusbrug) ค่าทัวร์ 12.50 ยูโร หรือประมาณ 625 บาท ไม่รวมอาหารและเครื่องดื่มระหว่างทาง

แต่ถ้าเลือกเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินให้ลงที่สถานี Leuvehaven แล้วเดินต่อมาทางแม่น้ำอีกนิดเดียวก็ถึง
ท่าเรือ ช่วงอากาศดีในฤดูท่องเที่ยว สามารถนั่งเรือล่องคลองชมกังหันได้ 2.50 ยูโรต่อเที่ยว จะให้อาหารเป็ดหรือเช่าจักรยานปั่นชมละแวกใกล้ๆ ก็ 2.50 ยูโรต่อครั้งเช่นกัน (พร้อมเงินมัดจำหรือพาสปอร์ต)
 
แต่ถ้ากลัวท้องจะร้องจ๊อกๆ ควรแวะซื้อขนม speculaas ไว้กินรองท้อง ซึ่งขนมชนิดนี้เป็นคุกกี้พื้นเมืองของ
ชาวดัตช์ ทำเป็นรูปสัญลักษณ์ต่างๆ ของฮอลแลนด์ อาทิ รูปกังหันลม  ไม่ว่าจะเทศกาลไหนคนดัตช์ก็กินคุกกี้ที่ว่านี้ ดื่มด่ำกับภูมิปัญญาชาวดัตช์เสร็จแล้ว ก็กลับเข้าเมืองร็อตเตอร์ดัมอีกครั้ง หาอะไรอร่อยๆ รับประทานกันก่อนดีกว่า เด็ดสุดต้องยกให้ร้านอาหารญี่ปุ่น Asia ที่มีเทปปันยากิร้อนๆ จากเตา (www.restaurant-asia.nl) ก่อนจะเข้าพักที่โรงแรมให้หายเหนื่อย หลังจากตระเวนเที่ยวถึง 3 เมืองใน 1 วัน (ไม่แพ้มากับทัวร์เลยนะเนี่ย!)
 
วันสุดท้าย แวะเที่ยวเมืองเล็กๆ แต่น่ารักอย่างเดลฟต์อีกหน่อย จากร็อตเตอร์ดัมนั่งรถไฟ Stoptrein หรือ Sneltrein ไม่ถึง 15 นาที ก็ถึงเมืองเดลฟต์แล้ว (ตั๋วรถไฟแบบชั้น 2 เที่ยวละ 3.20 ยูโร) เมืองนี้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มี 2 สี ได้แก่ สีน้ำเงินจากเครื่องถ้วยโถโอชามลายครามของ Delfts Blauw และสีส้ม Oranje เพราะเป็น
เมืองต้นกำเนิดแห่งราชวงศ์เนเธอร์แลนด์ 

ภายในตัวเมืองเดลฟต์นั้นมีคลองขุดที่เรียกว่า Gracht หลักๆ อยู่ 2 คลองคือ Oude Delft และ Nieuwe Delftเลียบขนานกันไป จากด้านใต้ขึ้นมาเป็นที่ตั้งของโบสถ์ “Oude Kerk” มีหลังคายอดแหลมสี่เสาและ
หอนาฬิกาใกล้ๆกันคือ Prinsen Hof ทางด้านเหนือของคลองทั้งสองนี้เป็นที่ตั้งของจัตุรัส Grote Markt ซึ่งเป็นที่ตั้งของ “Stadhuis” หรือที่ว่าการเมือง และโบสถ์ “Nieuwe Kerk” สถานที่ฝังศพของราชวงศ์ Oranje ของเนเธอร์แลนด์

จากจัตุรัส Grote Markt เดินแบบชิลล์ๆ ไปทางทิศตะวันออกของเมืองประมาณ 20 นาที ก็จะถึง
“Oostpoort” ซึ่งเป็นประตูเมืองแห่งสุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่ให้ชมกัน ซึ่งยังอยู่ในสภาพดีและสวยงามมากๆ
 
ก่อนจะกลับเมืองไทย ขอแนะนำให้ช้อปของฝากทิ้งทวนที่นี่ได้เลย โดยเฉพาะเซรามิกที่เดลฟต์นั้นขึ้นชื่อสุดๆ แถมราคาถูกกว่าเมืองอื่นด้วยเสร็จสรรพก็ตรงไปสถานีรถไฟขึ้นรถไฟมายังสนามบิสคิปโฮ ในอัมสเตอร์ดัม (ตั๋วรถไฟแบบวันเวย์ราคา 8.90 ยูโร หรือประมาณ 445บาท ใช้เวลาเดินทาง 41 นาที-1 ชั่วโมง 3 นาที แล้วแต่ขบวนรถซึ่งจะต้องรอเปลี่ยนรถไฟที่เฮกหรือไลเด้น)
 
จากนั้นก็หอบความประทับใจเหินฟ้ากลับสู่สนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ
 
รายละเอียดงบประมาณ

- ค่าวีซ่าเชงเก้นและประกันการเดินทาง ประมาณ
- ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-อัมสเตอร์ดัม สายการบิน China Airlines  
- ค่ารถโดยสารภายในเมืองและระหว่างเมืองต่างๆ รวม
- ค่าโรงแรม 3 คืน ประมาณ
- ค่าอาหาร 7 มื้อ มื้อละประมาณ 12 ยูโร รวม
- ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ
- ค่าฝากกระเป๋าเดินทาง รวม
รวม 

3,500 บาท
40,000 บาท
3,000 บาท (60 ยูโร)
8,750 บาท (175 ยูโร)
4,250 บาท< (85 ยูโร)
4,000 บาท (80 ยูโร)
1,000 บาท (20 ยูโร)
64,500 บาทต่อคน
 
(หมายเหตุ : ที่เลือกสายการบินนี้เพราะมีราคาถูกกว่า KLM ประมาณ 20,000 บาท และตารางการบินที่เหมาะสม กว่าสายการบิน EVA ที่มีราคาใกล้เคียงกัน)

รายละเอียดเพิ่มเติม

- ตรวจสอบข้อมูลและราคาโรงแรมในเมืองต่างๆ ของเนเธอร์แลนด์ได้ที่ www.hotels.nl/
- ตรวจสอบตารางเวลารถไฟและราคาได้ที่ www.ns.nl/
- ตรวจสอบราคาตั๋วเครื่องบินและตารางการบินได้ที่ www.tvairbookings.com


10 มิถุนายน 2552 16:13:44
 
 

 

 
 

 
 
   
 
  เนเธอร์แลนด์
  ข้อมูลทั่วไป
  ข้อมูลน่ารู้ก่อนเดินทาง
  เกร็ดความรู้ที่ควรทราบ
  สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมแนะนำ
  ท่องเที่ยวตามงบประมาณ
  บันทึกการเดินทางประทับใจ
 
 
 
 
 
   
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
   
พฤษภาคม
2555
<  >
 
   
 
     
   
 
เลือกจังหวัดในประเทศไทย