เดินเล่นที่บ้านพี่เมืองน้อง หลวงพระบาง
เมืองแห่งอารยธรรมโลก หลวงพระบาง2คืน3วัน
งบประมาณ12,000บาทต่อคน
|
 |
เยือนหลวงพระบางเมืองมรดกโลก อันมีผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใสและยังคงวิถีชีวิตอ่อนหวานเชื่องช้า ทว่างดงามประทับใจ ธรรมชาติก็ร่มรื่นอุดมสมบูรณ์เติมเต็มจิตวิญญาณให้ใสบริสุทธิ์ วัตถุสถานอันเป็นองค์ประกอบของเมืองสำคัญยิ่ง
คงไว้ซึ่งกรุ่นกลิ่นอายอารยธรรมอาณาจักรล้านช้าง ที่ยังคงฝั่งแน่นในรูป
บ้านเรือนและวัดวาอาราม ในฐานะที่เคยเป็นราชธานีเก่าแก่มายาวนาน
|
|
วันแรก บินลัดฟ้าจากกรุงเทพฯ ถึงหลวงพระบางยามบ่าย ก็ตรงรี่เข้าเช็กอินที่สาลาพระบาง
(Mekhong Riverside Rd 102/6 Thanon Ounkham, Xiengmane.PO.Box 902 LPQ Lao PDR) บูธีคโฮเต็ลริมแม่น้ำโขง อันแสนสวยงาม บ่งบอกที่มาของเมืองหลวงในอดีต ที่นี่เคยเป็นที่พำนักของนายกรัฐมนตรี
ในช่วงก่อนที่หลวงพระบางจะเป็นมรดกโลก เมื่อปี 1994 ส่วนวิลล่าที่เข้าพักนั้น เป็นสถาปัตยกรรมลาวผสานโคโลเนียล ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 19
|
ในเมื่อเป็นวันแรกของทริป จึงขอนอนเล่นอิงแอบโซฟาสบายๆ เหงานักก็เดินไปริมระเบียงเหม่อมอง
สายน้ำโขงไหลเอื่อยให้ชื่นใจ ในวิลล่าที่แสนจะสบายดุจพิมานบนพื้นดิน ยามค่ำคืนดินเนอร์ที่ร้าน L’Elephant (Bna Vat Nong, P.O.Box 812, Luang Prabang, Lao PDR โทร. 856 71 252 482) ร้านอาหารฝรั่งเศสกลางเมืองหลวงพระบาง พอนั่งรับประทานอาหารในร้านแห่งนี้ ให้ความรู้สึกย้อนยุคเหมือนกลับไปอยู่ในสมัยที่ลาวตกอยู่ในอาณานิคมของฝรั่งเศส ส่วนหน้าตาอาหารน่ากินและรสชาติก็อร่อยลิ้น โดยเฉพาะเมนูจากปลาอันแสนจะสด พออิ่มท้องแล้ว เวลาก็ดำเนินเข้ายามค่ำ จึงขอปลีกตัวจากผู้คนกลับห้องพัก นั่งจิบเบียร์ลาวรสดีเคล้าสายลมตรงระเบียงห้องพักช่างเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขแท้
|
เช้าวันรุ่งขึ้น รับประทานอาหารเช้ากันที่คาเฟ่บ้านวัดแสน ร้านอาหารฝรั่งน่ารักๆ ตั้งอยู่ในเรือนลาวโบราณ
ริมถนนสายกลางใกล้วัดแสน อาหารเช้าเป็นชุดราคาไม่แพง นั่งได้เรื่อยๆ ถ้าไม่รีบร้อน พอได้เวลาอันสมควรแก่การผจญภัย นั่งรถออกนอกเมืองหลวงพระบางราว 30 กิโลเมตร มุ่งหน้าไปที่น้ำตกกวางสี (ค่าเข้าชมประมาณ 30 บาท) น้ำตกใหญ่ที่สุดในลาว ความสูง 70 เมตร มี 2 ชั้น ห้อมล้อมด้วยป่าครึ้มอันร่มรื่น ครั้นชมความงามจากธรรมชาติเต็มอิ่มแล้ว ก็กลับเข้าเมืองแวะรับประทานอาหารกลางวันกันที่ร้านอาหารบัวสะหวัน มาร้านนี้ต้องกินลาบเป็ดเลื่องชื่อ แกงส้มปลา (ซึ่งก็คือต้มยำปลาบ้านเรานี่เอง) ส้มตำลาว ไก่ย่าง ข้าวเหนียวจิ้มแจ่วบอง กินกันเต็มเหนี่ยว
|
|
 |
|
|
มีคำกล่าวว่า ถ้ามาถึงหลวงพระบางแล้วไม่ขึ้นไปไหว้พระธาตุพูสี ก็เหมือนว่ายังมาไม่ถึงหลวงพระบาง ตลอดทางขึ้นบันได 350 ขั้น ร่มรื่นไปด้วยต้นจำปาอันเป็นดอกไม้ประจำชาติลาว บนยอดเขาสูงประดิษฐาน
องค์พระธาตุสีทองเปล่งประกายดูสง่างาม เมื่อมองจากด้านบนลงมาสามารถมองเห็นเมืองหลวงพระบางได้ทั่วรอบ 360 องศา ตัวเมืองจึงดูเล็กกระจิดริด
|
 |
|
แล้วเดินทางต่อด้วยการสักการะที่วัดเชียงทอง (ค่าเข้าชมประมาณ 80 บาท) ชมพิพิธภัณฑ์พระพุทธรูปไม้โบราณ และความสวยงามของวิหาร ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังปิดทอง ด้านหลังมีอุโบสถประดับประดาด้วยแก้วหลากสีคล้ายงานศิลปะแบบโมเสกของฝรั่ง…สวยงามยิ่งนัก
|
 |
|
หลังจากเที่ยวชมรอบเมืองหลวงพระบางเรียบร้อยแล้ว ก็รับประทานอาหารเย็นซึ่งเป็นอาหารลาวรสเยี่ยมอีกมื้อที่ร้านมาลี อาหารลาว บนถนนภูว่าว บ้านโพนแพง เยื้องร้านเฝอนางหนอม อาหารที่นี่อร่อยทุกอย่าง บรรยากาศก็เรียบง่ายเป็นบ้านไม้ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ สะอาดน่านั่งรับประทานยิ่ง
|
กินกันอิ่มหนำเต็มที่ จึงขอไปเดินถนนข้าวสารเมืองลาว หรือที่เรียกว่า “ตลาดบ้านเจ๊ก” นักท่องเที่ยวมักเรียกติดปากว่าถนนข้าวเหนียว หากมาที่นี่ต้องซื้อของฝาก อาทิ ผ้าไหม ผ้าทอ เสื้อยืดสกรีนคำแปลกๆ ติดไม้ติดมือกลับบ้าน ขณะเดินซื้อของก็ชื่นชมตึกเก่าๆ ในสมัยที่ฝรั่งเศสเคยครอบครอง มองแล้วเพลิดเพลิน อิ่มกับอารยธรรมนานาชาติโดยแท้ |
เที่ยวจนหมดวันจึงได้เวลากลับเข้าที่พักเพื่อรีบนอน เพราะวันรุ่งขึ้นจะต้องตื่นแต่เช้ามืด มาหลวงพระบางทั้งที ควรลองนุ่งซิ่นตักบาตรข้าวเหนียวสักครั้งในชีวิต
|
เช้ามืดวันสุดท้าย ขอนุ่งซิ่นให้ดูคล้ายแม่หญิงลาว เพื่อร่วมตักบาตรข้าวเหนียวให้พระสงฆ์ 200 รูป ที่ถนน
สักลิน มีคำกล่าวว่า ผู้คนในหลวงพระบางเป็นคนใจดี ตื่นแต่เช้าด้วยอารมณ์แจ่มใส ต่อแถวกันเป็นสายธารยาวเพื่อตักบาตรตอนเช้า คำกล่าวนั้นไม่เกินจริงเลยสักน้อย ทำให้ศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นภาพที่ตรึงตายิ่งกว่าความงามใดๆนัก |
| |
| เที่ยวหลวงพระบางให้สมบูรณ์ ควรมาเดินตลาดเช้าละแวกใกล้เคียง ชมสินค้าท้องถิ่นที่ชาวบ้านนำมาขาย ทั้งผัก ผลไม้ ไก่ เขียด หมูป่า ขนมลา และกับข้าวลาวอีกมากมาย หากจะให้ซาบซึ้งถึงรสชาติคนลาว ต้องลองลิ้มชิมรสให้จำขึ้นใจ จึงค่อยกลับโรงแรมเพื่อรับประทานอาหารเช้า แล้วเช็กเอาต์อำลาที่พักแสนสบายแห่งนี้ |
และแล้วก็ถึงห้วงยามสุดท้ายที่อยู่ที่หลวงพระบาง ไม่ลืมเที่ยวทิ้งท้ายก่อนบินกลับกรุงเทพฯ ด้วยการเข้าชมพระราชวังที่เคยเป็นที่ประทับของมหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ จนกระทั่งพระองค์สิ้นพระชนม์ ปัจจุบันเป็นที่เก็บสะสม ของที่ระลึกจากประเทศต่างๆ ของเจ้านายลาว คล้ายพิพิธภัณฑ์อันเป็นที่อยู่ของบุคคลสำคัญแห่งชาติ |
รายละเอียดงบประมาณ |
| ค่าเครื่องบิน สายการบินบางกอกแอร์เวย์ ไป - กลับ กรุงเทพฯ - หลวงพระบาง |
7,700 บาท |
| ค่าที่พักห้อง Riverside Room จำนวน 2 คืน 4,600 บาท ราคาหารสอง |
2,300 บาท |
| ค่าเหมารถตู้รวมน้ำมันรถต่อวัน 700 บาท รวม 3 วัน 2,100 บาท |
|
| ราคาหารสอง ประมาณ |
1,050 บาท |
| ค่าอาหารและเครื่องดื่ม 3 วัน 1,900 บาท ราคาหารสอง |
950 บาท |
| รวม |
12,000 บาทต่อคน |