ค้นหา:
Join:
Home / Travel / รวมท่องเที่ยวตามงบประมาณ / อินโดนีเซีย / ท่องเที่ยวตามงบประมาณ / ตกหลุมรัก “สวรรค์บนดิน” นามว่า บาหลี 4 วัน 3 คืน งบประมาณ 27,535 บาทต่อคน

อินโดนีเซีย - ท่องเที่ยวตามงบประมาณ


Send To Friend

 

ตกหลุมรัก “สวรรค์บนดิน” นามว่า บาหลี 4 วัน 3 คืน
งบประมาณ 27,535 บาทต่อคน

ดินแดนที่งดงามด้วยมนต์เสน่ห์ของธรรมชาติ สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมท้องถิ่น จึงได้รับฉายาว่าสวรรค์บนดิน ด้วยแต่ละจุดหมายนำไปสู่ความตื่นตาและการค้นพบความมหัศจรรย์ พร้อมใกล้ชิดวิถีบาหลีกับการแสดงพื้นเมือง ระบำ บาร็อง ขนานแท้และดั้งเดิม บาหลี อัญมณีแห่งมหาสมุทรอินเดีย ที่ไม่ไกลเกินจะฝันถึง

วันแรก
เพียง 5 ชั่วโมง ไม่นานเกินรอ กับการได้สัมผัสอัญมณีแห่งมหาสมุทรอินเดีย จึงไม่รอช้าที่จะออกเดินทางด้วยสายการบินไทยเวลา 08.40น. ถึงสนามบินงูระไรห์ เมืองเดนบาซาร์ เมืองหลวงแห่งเกาะบาหลีเวลา 14.00น.

ที่นี่ต้อนรับเราด้วยอากาศสดใส ทำให้หายเหนื่อยจากการเดินทางเป็นปลิดทิ้ง การมาครั้งนี้เราเลือกที่จะเช่ารถขับเพื่อสัมผัสบาหลีแบบใกล้ชิด เพียง 15 นาทีก็มาถึงโรงแรม Melia Bali โรงแรมระดับ 5 ดาว บริเวณหาดเบนัว ต้องขอบอกว่าสวยจริงๆ แค่ห้องแบบ Garden ก็เกินคุ้มกับความสบาย แถมการตกแต่งและบรรยากาศหน้าห้องก็สามารถสัมผัสกลิ่นอายทะเล และเสน่ห์ของบาหลีได้ดีทีเดียว แถมเวลคัมดริ๊งค์ก็เสิร์ฟความสดชื่นได้อารมณ์แปลกใหม่ พักผ่อนที่โรงแรมด้วยการว่ายน้ำในสระสวยกว้างใหญ่ รับประทานอาหารว่างรองท้อง ก่อนจะมุ่งหน้าไปชมตะวันลับฟ้าที่ วิหารทานาห์ลอต ซึ่งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกทะเลที่สวยงามขึ้นชื่อของบาหลี

คำว่า “ทานาล็อต” แปลว่า ดินแดนแห่งท้องทะเล เป็นวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่บนแท่นหินขนาดใหญ่ ถูกน้ำกัดเซาะจนดูเหมือนแยกออกจากผืนแผ่นดิน เวลาน้ำลงสามารถเดินเชื่อมต่อถึงกันได้ สร้างตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 11 โดยนักบวชฮินดู เพื่อปลีกวิเวกบำเพ็ญเพียรและอุทิศแด่เทพเจ้าแห่งท้องทะเล ที่นี่มุมสวยสุดคือเดินขึ้นสู่จุดชมวิวบนเนินเขา ที่สามารถมองเห็นวิหารกลางน้ำที่มีฟองคลื่นสีขาวซัดตลอดเวลาได้อย่างสวยงาม พร้อมรอชมไฮไลต์พระอาทิตย์ค่อยๆ ลับขอบฟ้าตกสู่ทะเล ลำแสงสาดสะท้อนกับผืนน้ำระยิบระยับจนกลายเป็นสีทอง เป็นภาพสุดประทับใจคุ้มค่ากับคำว่า อัญมณีแห่งมหาสมุทรอินเดีย

อาหารตากับฉากทะเลพลบค่ำผ่านไปแล้ว อาหารเย็นจะเป็นอื่นใดไม่ได้นอกจากซีฟู้ดส์สไตล์บาหลี ที่ร้านอาหารบริเวณหาดจิมบาลัน ดินเนอร์แบบชมวิวทะเล พร้อมดนตรีคลอเบาๆ พลางคิดว่าที่นี่บาหลีหรือนี่

วันที่สอง
เสียงคลื่นเบาๆ พร้อมแดดจ้าไม่ไกลจากห้องพัก ปลุกให้ตื่นมาทักทายเช้าวันที่สองของบาหลีด้วยความสดใส อาหารเช้าแสนอร่อย กาแฟหอมกรุ่น หายไปในพริบตา ไม่ได้รีบเร่งแต่รู้สึกเอ็นจอยกับที่นี่เหลือเกิน วันนี้เราจะเดินทางไปเคารพสิ่งศักสิทธิ์ที่

วัดอูลุน ดานู บาตูร์ วัดใหญ่ที่ถือได้ว่าสำคัญเป็นอันดับ 2 รองจากวัดเบซากิห์ แต่ความงดงามของวัดแห่งนี้คือสถานที่ที่ปรากฏอยู่ตามโปสการ์ดและภาพโปรโมตการท่องเที่ยวบาหลีมากที่สุด เพียงก้าวผ่านประตูหินผ่าซีกขนาดใหญ่ ก็พบความงามดุจภาพฝันปรากฏอยู่ตรงหน้า เอกลักษณ์ของวัดนี้คือศาลาทรงสูงที่มีหลังคามุงด้วยฟางลดหลั่นกัน 11 ชั้น ตั้งเด่นตระหง่านอยู่ริมทะเลสาบบราตัน โดยมีฉากหลังเป็นภูเขาไฟกุนุงบราตัน

บรรยากาศของวัดนี้จึงงดงามและดูศักดิ์สิทธิ์มาก ความสวยและความสงบยังไม่หมดเพียงเท่านี้ จากสถานที่แนะนำในไกด์บุ๊คเราจึงเดินทางสู่หมู่บ้าน คินตามณี หมู่บ้านที่มีจุดชมวิวสวยที่สุด เนื่องจากตั้งอยู่ริมปากปล่องภูเขาไฟ และทะเลสาบกุนุง บาร์ตู ตลอดเส้นทางขึ้นสู่หมู่บ้านแห่งนี้จะพบกับทิวทัศน์ที่สวยงามของภูเขา ป่าไม้ และสายหมอก และที่วิเศษสุดคือการได้นั่งกินอาหารเที่ยง ณ ร้านอาหารบนจุดวิวสูง ที่มีสายหมอกลอยผ่านไปมา และสามารถมองเห็นทะเลสาบและความอลังการของภูเขาไฟที่มีอายุกว่า 50,000 ปี อยู่ตรงหน้า สถานที่แห่งนี้ชาวบาหลีเชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งเทพเจ้าสูงสุดซึ่งคู่รักชาวบาหลีนิยมมาขอพรให้สมปรารถนา

ช่วงบ่ายเราไม่พลาดวัดสำคัญที่มีชื่อเสียงอีกวัดหนึ่งของบาหลี วัดเทมปัคสิริง หรือวัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ มีบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ใสสะอาดที่ผุดขึ้นจากใต้ดิน ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของชาวบาหลี ชาวบาหลีเชื่อว่าถ้าได้มาอาบน้ำจะเป็นสิริมงคลและขับไล่สิ่งเลวร้าย และยังสามารถรักษาโรคต่างๆได้ด้วย ทุกๆ ปีจะมีผู้คนนิยมเดินทางมาเพื่อชำระร่างกายให้บริสุทธิ์ และที่บริเวณทางออกของวัดนี้ ก็คือตลาดปราบเซียน ถูกใจคนชอบช้อปแบบเรา จึงปักหลักเดินชมไปซื้อไป เพราะมีเสื้อผ้าและของที่ระลึกเรียงรายสองข้างทาง คล้ายพลาซ่ากลางแจ้ง แถมสนุกกับการต่อรองราคาสินค้าที่ต่อกันได้เกินกว่า 50% ชื่อตลาดนี้กล่าวกันว่าใครที่คิดว่าตัวเองเป็นเซียนในเรื่องต่อรองราคาให้มาช้อปปิ้งที่นี่

ช้อปกันจนเหนื่อย ร้อนใช้ได้ทีเดียวจึงขอผึ่งแอร์ช้อปต่อที่ Discovery Plaza ห้างดังที่สุดบนเกาะบาหลี พร้อมฝากท้องแบบประหยัดหน่อยกับฟาสต์ฟู้ด และซื้อผลไม้ติดมือกลับมานั่งกินชิลล์ๆ แกล้มลมเย็นๆ หน้าห้องพักที่โรงแรม

วันที่สาม

ออกเดินทางสู่ตอนกลางของเกาะ ที่ตั้งของภูเขาไฟอันศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบาหลีเชื่อว่าเป็นที่สถิตของเทพเจ้า จนต้องมีการสร้าง วัดเบซากิห์ ขึ้นมาเป็นที่บูชา วัดนี้เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุดของบาหลี ชาวบาหลี
ยกให้เป็น Mother Temple หรือวัดหลวง คู่บ้านคู่เมืองอันถือเป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ที่สุดเหนือวัดทั้งปวง กิน
อาณาบริเวณกว้างใหญ่ไพศาล ภายในประกอบด้วยวัดเล็กๆ อีกถึง 23 แห่ง ที่เรียงรายอยู่เป็นขั้นๆ กว่า 7 ชั้นขึ้นไปตามไหล่เขา เมื่อเดินจากด้านล่างขึ้นไปที่วิหาร ดั่งเราค่อยๆ ได้ก้าวเดินเข้าไปหาเทพเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์บนสรวงสวรรค์ เนื่องจากมีฉากหลังคือภูเขาไฟที่สูงที่สุดในบาหลีคือ กุนุงอากุง ตั้งเด่นเหนือขอบฟ้า ทุกๆ วันจะมีชาวบาหลีเดินทางมาประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ทำให้ได้เห็นธรรมเนียมประเพณีและการแต่งกายแบบพื้นเมืองทั้งชายและหญิง รวมทั้งการแบกทูนของบูชาบนศีรษะเดินลงมาตามขั้นบันไดวิหาร มองราวกับว่าพวกเขาเดินลงมาจากสวรรค์

เที่ยงเป๊ะท้องก็ร้อง จึงกินกลางวันท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ ที่มีวิวสวยเป็นนาขั้นบันได จากนั้นไปอิ่มเอมกับงานศิลป์สไตล์บาหลีที่อูบุด เมืองแห่งศิลปะ ต้นกำเนิดศิลปินวาดภาพและศิลปะแขนงอื่นๆ ที่มีชื่อเสียงของบาหลี และไม่บอกไม่รู้ว่าที่ ตลาดอุบุด นอกจากเป็นตลาดสินค้าที่ระลึกแบบขายส่งและปลีกแล้ว ยังเป็นศูนย์กลางของงานศิลปะของบาหลี แบบที่ใครที่ได้มาเยือนเกาะแห่งนี้แล้วจะต้องไม่พลาด ตลาดอูบุดเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ทำงานศิลปะ จนกระทั่งกลายเป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงโด่งดังในปัจจุบัน ดังนั้นจึงมีแกลอรี่จัดแสดงงานศิลปะมากมาย แล้วต่อด้วย หมู่บ้านเครื่องเงิน ที่นี่มีเครื่องประดับหรือเครื่องใช้ต่างๆ เช่น ขัน พาน สร้อย แหวน ที่มีการออกแบบที่สวยงามตามเอกลักษณ์ของบาหลี และยังเป็นธุรกิจส่งออกของบาหลีที่มีชื่อเสียงอีกด้วย

และเนื่องจากคืนนี้เป็นคืนสุดท้ายทางโรงแรมแนะนำเราว่าควรไปชมโชว์บารอง แดนซ์ และกินอาหารเย็น ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมืองที่นั่นเลย โชว์บารอง แดนซ์หรือระบำบาหลี เป็นระบำพื้นเมืองที่มีการโชว์หลากหลาย ผสมผสานกันระหว่างนาฏศิลป์ลีลาประกอบเทพนิยายเกี่ยวกับความเชื่อของชาวบาหลี เป็นเรื่องราวการต่อสู้ของฝ่ายดีและปีศาจบารอง ตัวแทนฝ่ายดีจะเป็นคนครึ่งสัตว์ ต่อสู้กับพ่อมด ควรชมในช่วงเวลาพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว เพราะบรรยากาศความมืดมิดยามค่ำคืนจะสร้างความตื่นตาตื่นใจ เพิ่มอรรถรสในการชมการแสดงให้มีความสวยงามมากกว่าการชมการแสดงตอนกลางวัน

วันที่สี่

เช้านี้เลือกที่จะพักผ่อนสบายๆ ภายในโรงแรมที่พัก เดินไปชมความงามและรับแสงแดดยามเช้าที่บริเวณ
ชายหาด และชมสวนสวยสไตล์บาหลีของโรงแรมหลังจากเช็กเอาท์ ก่อนเดินทางสู่สนามบิน ก็แวะมาที่วัดที่ขึ้นปกแมกกาซีนดังมาแล้วมากมาย ซึ่งก็คือ วัดปุราทามมันอายุน หรือ วัดเม็งวี ซึ่งเป็นวัดหลวงของอดีตพระราชวังเม็งวี เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรเรืองอำนาจ สร้างตอนศตวรรษที่ 17 เพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมของกษัตริย์ กำแพง ประตูวัด ก่อด้วยหินสูง แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง บริเวณวัดทีคูน้ำล้อมรอบ ด้านในมีลานกว้าง 3 ลานเป็นสัญลักษณ์แทน 3 ภพ มีเจดีย์หรือเมรุตามความเชื่อของบาหลีตั้งเรียงรายเป็นฉัตรชั้นสวยงาม

ได้เวลาจึงเดินทางสู่สนามบิน แม้ว่าใจยังไม่อยากจากสวรรค์บนดิน นามว่าบาหลีแห่งนี้เลย

รายละเอียดงบประมาณ
- ค่าตั๋วเครื่องบินไป - กลับ กรุงเทพฯ - เดนปาซาร์
  ชั้นประหยัดสายการบินไทย
ราคา 17,430 บาท
- ค่าที่พัก 3 คืน ประมาณ 1,985,507 รูเปียห์ หรือประมาณ 6,975 บาท ต่อคน
- ค่าโดยสารภายในประเทศ ได้แก่ ค่าเช่ารถและ ค่าน้ำมัน 4 วัน
  ประมาณ 909,950 รูเปียห์ หรือประมาณ 3,200 บาท
เฉลี่ยคนละ 1,600 บาท
- ค่าเข้าชมระบำบารอง ประมาณ 80,000 รูเปียห์ หรือประมาณ 280 บาท ต่อคน
- ค่าอาหาร 6 มื้อ ประมาณ 355,825 รูเปียห์ หรือประมาณ 1,250 บาท ต่อคน
รวมทั้งหมดประมาณ   27,535 บาท ต่อคน
(อัตราค่าเทียบเงินเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2552)

ตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนที่นี่


18 ธันวาคม 2552 15:45:38
 
 

 

 
 
   
 
  อินโดนีเซีย
  ข้อมูลทั่วไป
  ข้อมูลน่ารู้ก่อนเดินทาง
  เกร็ดความรู้ที่ควรทราบ
  สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมแนะนำ
  ท่องเที่ยวตามงบประมาณ
  บันทึกการเดินทางประทับใจ
 
 
 
 
 
     
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
กันยายน
2553
<  >
 
   
 
     
   
 
เลือกจังหวัดในประเทศไทย