Wi-Fi Experience@KBank
ค้นหา:
Join:
Home / Travel / รวมท่องเที่ยวตามงบประมาณ / จีน / ท่องเที่ยวตามงบประมาณ / ดื่มด่ำมรดกทางวัฒนธรรมของจีน ย่ำมหานครทันสมัยที่ทั่วโลกต้องจับตามองปักกิ่ง 5 วัน 4 คืน งบประมาณ 45,000 บาท

จีน - ท่องเที่ยวตามงบประมาณ


Send To Friend

 
Share |
 
 

ดื่มด่ำมรดกทางวัฒนธรรมของจีน ย่ำมหานครทันสมัยที่
ทั่วโลกต้องจับตามอง ปักกิ่ง 5 วัน 4 คืน : 45,000 บาท
ต่อคน

ย้อนเวลาท่องไปกับวัฒนธรรมจีนอันยิ่งใหญ่ ชมพระราชวังต้องห้าม พิสูจน์ความทรหดด้วยการพิชิตกำแพงเมืองจีน อธิษฐานขอพรที่หอเทียนถาน สักการะพระพุทธรูปสูง 25 เมตรที่แกะสลักจากไม้จันทน์ต้นเดียว ที่วัดลามะ
และแวะทักทายปักกิ่ง มหานครยุคใหม่ที่สนามกีฬาโอลิมปิก 2008

บินตรงจากกรุงเทพฯ สู่มหานครปักกิ่ง ซึ่งควรเลือกเที่ยวบินที่ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิในช่วงเช้า เพื่อจะได้ถึงสนามบินปักกิ่งในเวลาบ่ายต้นๆ (ใช้เวลาบินประมาณ 6 ชั่วโมง) เมื่อถึงปักกิ่งก็ต่อรถไฟเข้าสู่ตัวเมือง ใช้เวลาเช็กอินโรงแรมที่พัก ล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นพร้อมตะลุยปักกิ่ง (หากยังเข้าห้องพักไม่ได้ให้ฝากกระเป๋าไว้ที่ล็อบบี้ของโรงแรมไว้ก่อน) โรงแรมที่ขอแนะนำ ได้แก่ Huafeng Hotel โรงแรมระดับ 3 ดาว เดินทางสะดวก อยู่ใกล้หวางฟู่จิงแหล่งช้อปปิ้ง (ราคาห้องพักพร้อมอาหารเช้าประมาณ 600 หยวน/คืน หรือประมาณ 3,000 บาท)

วันแรก ไม่ต้องรีบเร่งมาก เริ่มด้วยเดินเล่นแบบชิลล์ๆ ค่อยๆ ซึมซับวิถีชีวิตชาวจีนดั้งเดิมในหูท่งซอยเอียนไต้เสียเจีย (Yan Dai Xie Jie) ที่บริเวณทะเลสาบเฉียนไห่ (Qian Hai) โห้วไห่ (Houhai) และซีไห่ (Xihai) ชุมชนชาวปักกิ่งที่นับวันจะหาได้ยากขึ้นทุกที เนื่องจากพื้นที่มักถูกนำไปสร้างเป็นตึกทันสมัย ซึ่งถ้าจะให้ดีอย่าพลาดการนั่งสามล้อของเหล่าอาแปะทั้งหลาย พาชมบ้านเรือนและร้านค้าตามตรอกซอกซอยต่างๆ จากนั้นก็แวะจิบชาจีนเพื่อให้ได้อารมณ์เพลินๆ แบบชาวจีน หลังจากนั้นเดินเลยมาอีกนิดก็จะถึงเวิ้งน้ำของ 3 ทะเลสาบที่
ทอดยาวติดต่อกันของเฉียนไห่ โห่วไห่ และซีไห่ ชื่นชมทัศนียภาพกันแบบเต็มตาเต็มใจ

ยิ่งถ้าเป็นในช่วงหน้าร้อนจะเห็นชาวปักกิ่งมาพายเรือเล่น แต่ถ้าเป็นหน้าหนาว ผิวน้ำจะเป็นน้ำแข็งกลายเป็นลานสเก็ตขนาดใหญ่แปลกตาดีไม่น้อย แต่สำหรับใครที่ใคร่อยากจะได้ของที่ระลึกจากเมืองจีน พูดง่ายๆ ว่าอยากช้อปเต็มแก่แล้วนั้น ขอแนะนำให้เดินไปข้างๆ ทะเลสาบเฉียนไห่แถวๆ Lotus Lane จะมีร้านค้าขาย
ของที่ระลึก ร้านขายขนมโบราณ ร้านอาหารภัตตาคาร ผับ และบาร์ คอยยั่วน้ำลายนักท่องเที่ยวตลอดทาง อดใจไว้ให้ดีก็แล้วกัน อดช้อปน่ะพอไหว แต่จะให้อดกินคงไม่ได้เพราะไหนๆ ก็ไหนๆ ในเมื่อมาถึงปักกิ่งแล้ว กรุณาอย่าพลาดชิมเป็ดปักกิ่ง ที่ร้าน “ฉวนจูเต๋อ” (Quanjude) ในย่านหวางฝูจิ่ง (เลขที่ 9 Shuai Fu Yuan Hutong, Wangfujing Dajie โทร. 6556 3310 ปิด 21.00 น.) ราคาประมาณ 100 - 250 หยวน หรือประมาณ 500 - 1,250 บาท ลองดูสิว่ารสชาติเป็ดปักกิ่งแบบต้นตำรับ จะแตกต่างจากเมืองไทยมากน้อยประการใด อนุญาตให้ฟันธงในใจได้เลยว่าเป็ดปักกิ่งที่ไหนจะอร่อยเด็ดกว่ากัน

พอตกเย็นฟ้ามืด การได้นั่งรับประทานอาหารค่ำริมทะเลสาบก็เป็นอีกบรรยากาศที่ยากจะลืมลง หรือจะเอ็นจอย กับการดื่มจนถึงดึกดื่นแล้วค่อยกลับโรงแรมพักผ่อนก็ไม่มีใครว่า

วันที่สอง
บังคับให้ตื่นกันแต่เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมให้เสร็จสรรพ งานนี้ขอเตือนไว้ก่อนว่า อัดอาหารเช้ามาให้เต็มที่ เตรียมตัวให้พร้อมตะลุยชมความอลังการของปักกิ่งกันทั้งวัน (จะแอบซุกหมั่นโถวสักลูกสองลูก ไว้เป็นเสบียงยามหิวก็เป็นไอเดียที่ไม่เลว)

เพราะเราจะเริ่มต้นจุดหมายแรกกันแล้ว ที่ “จัตุรัสเทียนอันเหมิน” กันก่อนเลย จัตุรัสที่แสนกว้างใหญ่นี้
สามารถรองรับคนได้ถึง 1 ล้านคน รอบๆ ทั้ง 4 ทิศของจัตุรัสจะมีสถานที่สำคัญให้แวะชมหลายแห่ง แต่หากมีเวลาไม่มาก จะเลือกเฉพาะจุดที่น่าสนใจและเป็น A Must สำหรับการถ่ายรูปก็ได้แก่ ประตูเทียนอันเหมิน (Tian’an Men Gate) ประตูทางเข้าพระราชวังต้องห้าม ที่มีภาพประธานเหมาแขวนอยู่เหนือประตู และโรงละครแห่งชาติ อาคารรูปไข่สีเงิน ผลพวงจากการต้อนรับการจัดโอลิมปิก ซึ่งอยู่ทางด้านซ้ายของจัตุรัส
จากนั้นก็ข้ามถนน เดินผ่านประตูเทียนอันเหมิน ที่มีภาพประธานเหมาที่เราเพิ่งถ่ายภาพคู่มาหยกๆ ก็จะพบประตูอู่เหมิน มีบูธจำหน่ายบัตรเข้าชม และชุดหูฟัง พร้อมแผนที่นำเที่ยวอิเล็กทรอนิกส์ และเตรียมใจให้ดี 3…2…1 ขอต้อนรับสู่ “พระราชวังต้องห้าม” ที่หนาแน่นไปด้วยคลื่นมหาชนของเหล่านักท่องเที่ยว ทั้งชาวจีน และชาวต่างชาติจากทั่วโลก จะพาเราไหลไปพบความอลังการเกินจะบรรยาย เพราะดารดาษไปด้วยจุดชม - พินิจ - สัมผัส - เบียดกันเข้าไปดู
และถ่ายรูปมากมาย ขึ้นอยู่กับว่าเตรียมเมโมรี่การ์ด ของกล้องถ่ายรูปมามากพอหรือเปล่า?

จากพระราชฐานชั้นนอกสู่ชั้นใน และอุทยานด้านหลัง ที่เต็มไปด้วยต้นสนโบราณอายุนับร้อยปี เชื่อแน่ๆ ว่าจะสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม เพราะมีไฟต์บังคับอยู่ที่นี่ สถานที่ที่ไม่ควรพลาดเป็นอันขาดคือ การถ่ายรูปคู่ใต้
ต้นสนคู่อายุ 400 ปี ที่เชื่อกันว่าจะทำให้ความรักยั่งยืน (สำหรับคนที่มีคู่แล้ว) หรือสำหรับคนที่ไม่มีคู่จะได้มีคู่กันครานี้ รู้อย่างนี้แล้ว มีหวังกดชัตเตอร์คู่ต้นสนกันแบบไม่นับเลยล่ะสิ

เสร็จจากการเที่ยวชมพระราชวังต้องห้ามแล้ว อย่ารอช้า เพราะสถานที่สำคัญอย่าง “หอฟ้าเทียนถาน” หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของปักกิ่งที่แสนคุ้นตา ชนิดที่เห็นแล้วต้องร้องอ๋อ! กำลังรอคุณอยู่ แต่เดิมนั้นที่นี่เป็น
สถานที่จักรพรรดิจีนใช้บวงสรวงบูชาสวรรค์เป็นประจำทุกปี เพื่อขอให้พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ แต่ถ้าเริ่มรู้สึกว่าท้องคุณเริ่มร้องจ๊อกๆแล้วล่ะก็ แวะพักรับประทานอาหารกลางวันได้ที่ร้าน Duyichu ร้านขายหมั่นโถว ซึ่งเป็นร้านเก่าแก่นับ 100 ปี และเมื่ออิ่มแล้ว ก็ขึ้นรถเมล์ต่อไปยังหอฟ้าเทียนถานที่อยู่ไม่ไกลจากนี้ได้เลย

นอกจากนี้แล้ว ที่นี่ยังมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ชาวปักกิ่งนิยมจะมาพักผ่อนอีกด้วย หากมาในช่วงเช้าจะเห็นคนรำมวยจีน ออกกำลังกายกันอย่างเพลิดเพลิน ถึงจะมาบ่ายหน่อย ก็แวะพักนั่งเล่นแบบสบายๆ ให้หายเหนื่อยหายเมื่อยจากการเดินมาทั้งวัน ตกเย็นก็ได้เวลาไปดูงิ้วปักกิ่งที่ “East Pioneer Theater” และรับประทานอาหารค่ำแถวถนนหวางฝู่จิ่ง เสร็จแล้วจะแวะสำรวจแหล่งช้อปปิ้งถนนหวางฝู่จิ่ง และลองต่อรองราคาหยั่งเชิงพ่อค้าแม่ค้าชาวจีนก่อนก็ได้ พอจะซื้อจริงจะได้รู้ว่า ราคานี้เขาไม่ให้แน่ๆ


วันที่สาม
และแล้ววันแห่งการพิชิต “กำแพงเมืองจีน” ที่รอคอยก็มาถึง เพื่อความสะดวกสบาย ขอแนะนำให้จองทัวร์ไว้ก่อนล่วงหน้า (ค่าทัวร์สุสานราชวงศ์หมิง และกำแพงเมืองจีน ประมาณ 160 หยวน หรือประมาณ 800 บาท รวมค่าเข้าชมและอาหารกลางวัน สามารถติดต่อได้ที่โรงแรมแทบทุกแห่ง) โดยไปขึ้นรถตามจุดที่นัดหมายของทัวร์ที่ได้จองไว้กับโรงแรม จากนั้นก็เริ่มต้นเดินทางออกจากปักกิ่ง โดยจุดแรกที่รถบัสจะแวะให้ชมก็ได้แก่ “สุสานราชวงศ์หมิง” เพื่อความง่ายและสะดวกของชีวิต ควรเดินชมตามจุดต่างๆ ตามไกด์ทัวร์ไปเลยดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นสุสานฉางหลิง สุสานติงหลิง และสุสานเจาหลิง เมื่อชมจนทั่วแล้ว ทัวร์จะพาไป
รับประทานอาหารกลางวัน แล้วออกเดินทางต่อไปยังกำแพงเมืองจีน ระหว่างเดินทางจะวอร์มอัพร่างกายให้พร้อมไปพลางๆ ก่อนก็ได้ พอถึงด่านปาต๋าหลิ่งจะได้ขึ้นไปชมกำแพงเมืองจีนแบบฟิตเปรี้ยะ

แต่ไม่ว่าคุณจะเหนื่อยแสนเหนื่อยแค่ไหน แต่สิ่งมหัศจรรยของโลกแห่งนี้จะทำให้ความเหนื่อยเมื่อยล้ามลายหายไปสิ้น ด้วยความยิ่งใหญ่ราวกับมังกรที่ทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตา สำหรับคนที่ต้องเอาหลักฐานไปอวดเพื่อนๆ แนะนำให้เดินไปจนถึงหลักชัย จะมีบริการถ่ายภาพ และพิมพ์ออกมาติดเป็นประกาศนียบัตร ราคาประมาณ 20 หยวน หรือประมาณ 100 บาท แต่สำหรับคนที่ไม่อยากเดินก็มีจุดให้นั่งดื่มเครื่องดื่มและชมวิว หรือจะซื้อของที่ระลึกฝากคนที่บ้านก็ได้ หลังเต็มอิ่มกับกำแพงเมืองจีน คณะทัวร์ก็จะนำท่านเดินทางกลับเข้ามาส่งในเมือง


ทีนี้ละช่วงเวลาแห่งการช้อปปิ้งสุดหฤหรรษ์ที่ “ถนนหวังฟู่จิ่ง” ก็เริ่มขึ้น ที่นี่จะเป็นแหล่งรวมร้านค้า สินค้าและห้างสรรพสินค้ามากมายให้ได้เลือกช้อปปิ้ง ไม่ว่าจะเป็นสินค้าแบรนด์หรูในห้างสรรพสินค้า ไปจนถึงของที่ระลึกบนแผงลอยข้างถนน ต่อรองราคาได้ตามใจชอบ ถ้าเขาขายได้ก็ขาย ถ้าไม่ได้ก็จะเสียงดังล้งเล้งบ่นเป็นภาษาจีน อย่างไรก็ฟังไม่เข้าใจอยู่แล้ว วิธีเอาตัวรอดมีทางเดียวคือ เดินหนีให้ไว สำหรับอาหารเย็นลองชิมแผงปิ้งย่างที่วางขาย จะได้รสชาติปักกิ่งออริจินัล เอาไว้เม้าท์...กับเพื่อนๆ ได้ พอช้อปชิมกันเต็มอิ่มก็สามารถเดินกลับโรงแรมได้ เพราะอยู่ใกล้ๆ แต่ใครที่ยังไม่หนำใจ จะเอาของไปเก็บแล้วออกมาเดินเที่ยวใหม่ก็ตามอัธยาศัย

วันที่สี่ วันนี้จะเริ่มต้นตอนเช้าด้วยการไปไหว้พระที่ “วัดลามะ” วัดพุทธแบบทิเบต ซึ่งแต่เดิมที่นี่เป็นตำหนักของจักรพรรดิหย่งเจิ้ง ที่พระราชทานให้เป็นวัด ดังนั้น หลังคาที่นี่จึงมุงด้วยกระเบื้องสีเหลือง เดินชมและสักการะรูปบูชาในวิหารทั้ง 5 โดยเฉพาะในวิหารว่านฟูเก๋อ วิหารหลังสุดท้ายประดิษฐานพระพุทธรูปสูง 25 เมตร ที่แกะสลักจากไม้จันทน์ต้นเดียว นอกจากนี้ ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมของเก่าสมบัติของวัดจัดแสดงอยู่ด้วย เมื่ออิ่มใจอิ่มบุญกันเต็มที่แล้วก็ได้เวลาเดินทางไป “พระราชวังฤดูร้อนอี้เหอหยวน” อุทยานอันแสน
ร่มรื่น ที่พระนางซูสีไทเฮาทรงโปรดปราน และเป็นที่จองจำจักรพรรดิกวางซวีจนสวรรคต

สำหรับจุดแรกที่ควรชมได้แก่ ตลาดซูโจว ถนนที่สร้างขึ้นเพื่อจำลองตลาดสร้างความเพลิดเพลินให้กับ
จักรพรรดิเฉียนหลงกับบรรดานางสนมและขันที แล้วเดินเลาะเลียบระเบียงฉางหลาง ที่ขนานกับทะเลสาบ
คุนหมิง ไปยังภัตตาคารอาหารฮ่องเต้เพื่อรับประทานอาหารกลางวันที่นี่ อิ่มอร่อยแล้วค่อยเดินย่อยอาหารชมทะเลสาบ เรือหินอ่อน สะพานสือชวีข่งเฉียว และตำหนักวี่หลันถัง ซึ่งเคยเป็นสถานที่ที่พระนางซูสีไทเฮา
คุมขังจักรพรรดิกวางซวีจนสวรรคต

พอบ่ายแก่ๆ ก็ได้เวลานัดกับ “ตลาดรัสเซีย” แหล่งช้อปปิ้งสุดฮิตอีกแห่งของคนไทย เพราะที่นี่เขารวบรวมร้านค้ากว่าพันร้านในพื้นที่ 8 ชั้น ส่วนสินค้าสุดฮิตของที่นี่ คือ สินค้าลอกเลียนแบบแบรนด์ดัง ตาดีก็ได้ตาร้ายก็เสีย ขึ้นอยู่กับฝีมือของคนเลือกว่าจะเลือกได้เหมือนของจริงรึเปล่า? แค่เลือกและต่อรองราคาก็เหนื่อยแล้ว หลายคนจึงใช้เวลาทั้งวันเพื่อเข้าร้านโน้นออกร้านนี้ แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบของเลียนแบบที่นี่ อาจไม่มีอะไรน่าสนใจ อย่างมากก็แค่เอากลับไปเล่าได้ว่ามาถึงแล้ว จากนั้นก็ได้เวลาส่งท้ายคืนสุดท้ายในปักกิ่ง ด้วยการไปดูกายกรรมที่ “Chaoyang Theater” หลังจากนั้นก็กลับโรงแรมที่พักเพื่อแพ็กกระเป๋า ถ้ากระเป๋าไม่พอก็ไปซื้อที่หวางฝู่จิ่งที่อยู่ใกล้ๆ โรงแรมได้เลย

วันสุดท้าย ก่อนที่จะลาปักกิ่ง ช่วงเช้านั่งรถไฟใต้ดินไปชมสนามกีฬาโอลิมปิก ทั้งสนามกีฬารังนก และสนามกีฬาลูกบาศก์น้ำ อีกมุมมองสุดยิ่งใหญ่ของปักกิ่งที่ทันสมัย และได้รับความนิยมเป็นการทิ้งทวน ก่อนจะกลับมาเช็กเอาต์ และเดินทางไปสนามบินเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ โบกมืออำลาปักกิ่งแต่เพียงเท่านี้....
 

รายละเอียดงบประมาณ

ค่าวีซ่าเข้าประเทศจีน 1,000 บาท
ค่าตั๋วเครื่องบิน 20,000 บาท
ค่าที่พัก 4 คืน (สำหรับ 2 คน) รวม 12,000 บาท เฉลี่ยคนละ 6,000 บาท
ค่าอาหารรวม 11 มื้อ ประมาณ 7,000 บาท เฉลี่ยคนละ 3,500 บาท
ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ รวม 3,600 บาท
ค่าเดินทางต่างๆภายในปักกิ่ง ประมาณ 1,400 บาท
รวม 45,000 บาทต่อคน

18 กันยายน 2552 13:07:58
 
 
Step Back in History of Xian : 4 วัน 3 คืน งบประมาณ 34,380 บาท ต่อคน
มาเก๊า ลาสเวกัสแห่งเอเชีย 4 วัน 3 คืน งบประมาณ 41,400 บาท

 

 
 

 
 
   
 
  จีน
  ข้อมูลทั่วไป
  ข้อมูลน่ารู้ก่อนเดินทาง
  เกร็ดความรู้ที่ควรทราบ
  สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมแนะนำ
  ท่องเที่ยวตามงบประมาณ
  บันทึกการเดินทางประทับใจ
 
 
 
 
 
   
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
   
พฤษภาคม
2555
<  >
 
   
 
     
   
 
เลือกจังหวัดในประเทศไทย