สวัสดีเกาะพี่ที่สมุย แวะทักทายเกาะน้องที่พะงัน สัมผัสเฉพาะตัวของความเหมือนที่แตกต่าง สุราษฎร์ธานี 4 วัน 3 คืน งบประมาณ 3,374 บาทต่อท่าน
เยือนเมืองร้อยเกาะ เที่ยวชมความงามอันเลืองชื่อของเกาะพี่ ที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ ก่อนแวะไปเกาะน้อง ดินแดนที่ยังบริสุทธิ์ เงียบสงบ อุดมไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติมากมาย ทั้งสองแห่งต่างมีความงามที่แตกต่างกันในรายละเอียด ซึ่งต้องไปสัมผัสด้วยตัวเอง นอกจากนี้ทั้งสองเกาะยังมีกลุ่มคนพื้นเมือง ที่ยังใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งวิถีชีวิตชาวเกาะ ซึ่งยังทำสวนมะพร้าว และทำประมง ความเรียบง่ายและพอเพียงซึ่งพร้อมจะแบ่งปันความสุขให้กับนักท่องเที่ยว ผู้เปิดใจเข้าถึงความสุขง่ายๆ ของชีวิต

|
วันแรก เดินทาง 2 ท่าน โดยใช้รถโดยสารปรับอากาศของบริษัทสมบัติทัวร์ กรุงเทพฯ - สมุย vip
|
32 ที่นั่ง รถออกจากขนส่ง 20.00 น. ราคาท่านละ 632 บาท ถึงเกาะสมุยเวลาประมาณ 09.00 น.
วันที่สอง เดินทางถึงท่าเรือหน้าทอนตอนเก้าโมงเช้า หาอะไรทานที่ตลาดหน้าทอน เลือกเป็นอาหาร
|
จานเดียวสำหรับมื้อนี้ ราคาต่อท่านประมาณ 60 บาท ซื้อขนมติดกระเป๋าไว้เล็กน้อย จากนั้นตรงดิ่งไปเช่า
มอเตอร์ไซค์สักคันบริเวณบ้านหน้าทอน ราคาตั้งแต่ 150 บาท ถึง 300 บาท ขี่ขึ้นเหนือโดยใช้เส้นทางหลักหมายเลข 4169 เพื่อยังที่พัก สมุย เมอร์เมด รีสอร์ท (Samui Mermaid Resort) ระหว่างทางผ่านแหลมหน้าหินแดง หาดบ้านใต้ หาดบ่อผุด จนกระทั่งเข้าสู่หาดพระใหญ่ จะพบรีสอร์ทอยู่ริมหาด
|
ที่แนะนำที่นี่เพราะราคาไม่แพงนัก (หากเดินทางโดยเครื่องบิน ทางรีสอร์ทมีบริการจัดรถรับ/ส่งฟรี)
|
โดยอัตราค่าเช่าห้องธรรมดา (Standard Room) จะอยู่ที่ 400 บาท (ช่วง Low Season 16 เมษายนถึง
15 กรกฎาคม ช่วงอื่น ๆ ราคา 500 บาท)
|
หลังจากติดต่อห้องพัก ทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยล้างหน้าล้างตาให้สดชื่น แล้วขึ้นยานพาหนะคู่ใจ
|
เดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของเกาะสมุย โดยจุดหมายแรกที่เราจะไปคือ วัดละไมหรือ
ศูนย์วัฒนธรรมวัดละไม โดยเดินทางล่องใต้ลงมาทางหาดเฉวง ผ่านอ่าวท้องยาง สู่หาดละไม โดยวัดจะอยู่บริเวณบ้านละไม วัดนี้มีอายุเกือบ 200 ปี มีเนื้อที่ประมาณ 12 ไร่ ภายในประกอบด้วยโบสถ์ หอไตร กุฏิและเจดีย์เล็กๆ บรรจุพระธาตุ ซึ่งหลวงพ่อได้อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกาเมื่อปีพ.ศ.2525-2526 สิ่งที่น่าสนใจของวัดนี้คือ หอวัฒนธรรม ซึ่งเป็นตัวอาคารไม้ 2 ชั้น ใช้เป็นที่รวบรวมของเก่าเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของชาวบ้านบนเกาะ และที่อื่นๆ ทางภาคใต้ เช่น ตุ่มไหต่างๆ ปั้นจากดินเหนียว ตะเกียงโบราณแบบต่างๆ
กรงนกเขา รองเท้าหนังควาย
จากนั้นเดินทางไปเที่ยวชม หินตาหินยาย โขดหินรูปร่างประหลาดตั้งอยู่บริเวณอ่าวละไม ตำบลมะเร็ด
|
มีนิทานท้องถิ่น เล่ากันต่อๆ มาว่า นานมาแล้ว มีตายายคู่หนึ่งชื่อตาแครง ยายเรียม เป็นชาวปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เดินทางโดยเรือใบเพื่อเดินทางไปสู่ขอลูกสาวของตาม่องล่าย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้กับลูกชาย ครั้นเรือแล่นมาถึงบริเวณแหลมละไม เกิดพายุใหญ่ทำให้เรือล่ม ทั้งตาและยายเสียชีวิต คลื่นซัดขึ้น
เกยหาดกลายเป็นหินที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน นอกจากจะได้ชมและถ่ายภาพหินตาหินยายเป็นที่ระลึกแล้ว ยังสามารถชมทิวทัศน์ของหาดละไมได้จากที่นี่อีกด้วย
หลังจากนั้นค่อยลงใต้ลงมา กราบนมัสการ พระธาตุหินงู โดยอยู่ก่อนถึงบ้านหัวถนน ริมอ่าวบางน้ำจืด
|
สังเกตดูป้ายบอกทาง “วัดพระธาตุหินงู”
|
พระธาตุหินงู พระบรมสารีริกธาตุเกาะสมุย หรือชาวเกาะสมุยเรียกว่าพระธาตุหินงู หรือพระธาตุศิลางู
|
ตามประวัติสร้างโดยชาวบ้านตำบลมะเร็ด ชื่อนายศรีทอง และได้มีพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุเมื่อวันที่
12 มิถุนายน พ.ศ. 2498 โดยเจ้าคุณพระอรรถทัศสิ สุทธิพงศ์ แห่งวัดชีโทน อำเภอผักไห่ จังหวัด
พระนครศรีอยุธยา เป็นผู้มอบให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จมาทรงนมัสการเมื่อวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2505 ชาวเกาะสมุยจึงถือเป็นประเพณีมีงานนมัสการสืบมา
หลังจากนมัสการพระธาตุเพื่อความเป็นสิริมงคล ก็ล่องใต้ลงมาบริเวณแหลมนาเทียน เพื่อเข้าชม
|
สวนผีเสื้อสมุย ห่างจากหมู่ บ้านหัวถนน 3 กิโลเมตร
สวนผีเสื้อสมุยมีเนื้อที่ 20 ไร่ ปลูกไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิด เพื่อเป็นแหล่งอาหารของผีเสื้อซึ่งมีอยู่เป็น
จำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีบริเวณที่จัดเป็นสวนผึ้ง สวนหิน จุดชมวิว พิพิธภัณฑ์ ร้านอาหารพื้นเมือง รวมทั้งมี
ที่พักไว้บริการด้วย สวนผีเสื้อสมุยเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 - 17.00 น. อัตราค่าเข้าชมคนละ 50 บาท รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ โทร. 0 7742 4020-22
ชมไม้ดอกไม้ประดับกันแล้ว ก็รีบเดินทางกันต่อตามประสาคนมีเวลาน้อย จุดหมายต่อไปคือ เจดีย์แหลมสอ โดยขับล่องลงมาตามทางเดิม จะอยู่ริมทะเลผ่านหาดนาเทียนตรงรอยต่อระหว่างตำบลตลิ่งงาม - หน้าเมือง
เป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นโดย หลวงพ่อแดง พระภิกษุที่เป็นที่เคารพนับถืออย่างยิ่งของชาวเกาะสมุย มรณภาพเพราะเรืออับปาง เมื่อ พ.ศ. 2519 องค์พระเจดีย์ประดับด้วยกระเบื้องสีทองทั้งองค์ ภายในบรรจุพระบรม
สารีริกธาตุ
หลังจากนั้นเดินทางไปชม น้ำตกหน้าเมือง ซึ่งถือว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงชาวสมุย โดยเลี้ยวขวาเข้าทางแยกเส้นทางหมายเลข 4173 เป็นน้ำตกที่สวยงามอยู่ท่ามกลางสวนมะพร้าว และสวนผลไม้ของชาวบ้าน ในช่วงกลางฤดูฝนจะมีน้ำมากและสวยกว่าช่วงอื่น ๆ น้ำตกหน้าเมืองมี 2 แห่งคือ น้ำตกหน้าเมือง 1 และ 2
 |
น้ำตกหน้าเมือง 1 เป็นน้ำตกขนาดกลาง สายน้ำตกไหลผ่าน
หินแกรนิตสูงประมาณ 15 เมตร ลงสู่แอ่งน้ำ น้ำใสเย็นน่าเล่น ส่วนน้ำตกหน้าเมือง 2 เป็นน้ำตกสูงชันกว่ามีความสวยงาม
มากกว่า มีจุดชมวิวมองเห็นทะเลทางใต้ของเกาะสมุย
นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวน้ำตกหน้าเมือง 1 มากกว่าเนื่องจากเดินทางได้สะดวก มีถนนลาดยางไปถึงตัวน้ำตก นอกจากนี้ ยังมีบริการขี่ช้างเที่ยวป่าสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจอีกด้วย บริเวณลานจอดรถมีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และเก้าอี้ให้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ
แวะซื้ออาหารง่ายๆ ทานพอแก้หิว ราคาต่อท่านประมาณ 40 บาท นั่งทานตรงร้านอาหารก่อนเดินทางกลับสู่ที่พัก ไปนอนเล่นริมหาดทราย และลงเล่นน้ำ จะเป็นเวลาที่ทั้งตัวได้สัมผัสกับท้องทะเลสีฟ้า และหาดทรายอุ่นๆ บริเวณหาดพระใหญ่ |
|
ดื่มด่ำกับความสุขในท้องน้ำกว้างใหญ่ ปั้นปราสาททรายเล่นให้หายคิดถึงค่อยขึ้นอาบน้ำ ก่อนเดินทาง
|
ไปรับประทานอาหารที่หาดบ่อผุด ซึ่งขึ้นชื่อมากเรื่องอาหารทะเล ราคาต่อท่านอยู่ที่ประมาณ 200 บาท เก็บ
ภาพบรรยากาศให้เต็มที่ ก่อนเข้าพักผ่อน เพราะในรุ่งเช้าจะไปเที่ยวกันต่อที่เกาะพะงัน
|
วันที่สาม ตื่นขึ้นอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสบายๆ คืนกุญแจ ชำระค่าห้องพักจากนั้นเดินทางไปที่ท่าเรือ
|
หน้าทอน คืนมอเตอร์ไซค์ ติดต่อเรือบริษัทเฟอร์รี่ไลน์ และส่งเสริมทราเวิลเซ็นเตอร์เพื่อเดินทางไปเกาะพะงัน
เที่ยวเวลา 10.30 ใช้เวลาประมาณ 45 นาที อัตราค่าโดยสาร 80 บาท

|
เดินทางถึงท่าเรือท้องศาลา แวะทานอาหารเช้าบริเวณตลาดท้องศาลา เลือกเป็นอาหารจานเดียว
|
ราคาต่อท่านประมาณ 60 บาท จากนั้นลงเรือเดินทางไปที่เกาะแตใน ราคาต่อท่าน 10 - 15 บาท เที่ยวชมและเดินเล่นบริเวณเกาะที่มีแหลมทรายยื่นออกมา นอกจากนี้ยังสามารถพายเรือเที่ยวรอบ ๆ เกาะได้ หากมองลงไปในน้ำจะมองเห็นความสวยงามใต้ท้องทะเล ซึ่งเต็มไปด้วยฝูงปลาน้อยใหญ่ โขดหินที่ตั้งระเกะระกะ ปะการังสีสันแปลกตา
เวลาบ่ายๆ เดินทางกลับไปที่ท้องศาลา หามอเตอร์ไซค์เช่าบริเวณท้องศาลา ราคาประมาณ
|
150 - 300 บาท ขี่ไป ปาลิตา ลอดจ์ (Palita Lodge Hotel) โดยใช้ถนนเลียบชายทะเลขับลงไปทาง
ตะวันออกเฉียงใต้จนถึงหาดริ้นนอก หาดที่สวยที่สุดในพงันซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรม พักที่บ้านปาลิตา วิลล่า แบบบี ช่วงโลซีซั่น (เดือนมิถุนายน และเดือนตุลาคม) ราคาอยู่ที่ 1,300 บาท สามารถพักได้สองท่าน หากมาในช่วงเดือนอื่นซึ่งเป็นไฮซีซั่น ราคาจะอยู่ที่ 1,700 บาท
ถึงปาลิตา ลอดจ์ เวลาเกือบบ่ายสอง เช็คอินเข้าที่พัก นอนเล่นสักครู่ให้หายเหนื่อย แล้วค่อยลงสู่
|
ชายหาด เมื่อถึงเวลานัดหมาย เรือนำเที่ยวซึ่งบริหารงานโดยชาวบ้านชาวประมงท้องถิ่น ที่คิดราคากันเอง
(ไป - กลับ 700 บาท รวมข้าวผัด และน้ำขวด นั่งไปกี่คนก็ได้ตามความจุที่เรือรับได้ ทางโรงแรมติดต่อให้มารับหน้าหาด) โดยจุดหมายที่จะพาไปคือ หาดแม่หาด - เกาะม้า หาดแม่หาด หาดทรายขาวที่ยามน้ำลดสามารถเดินข้ามไปยังเกาะม้าได้ รอบเกาะม้า มีปะการังน้ำตื้นหลากหลายชนิด หาดแม่หาด มีความยาวประมาณ 200 เมตร น้ำใสหาดทรายขาวสะอาดตา เหมาะแก่การพักผ่อนดำน้ำชมปะการัง
จุดต่อไปคือหาดท้องนายปาน ลักษณะเป็นหาดทรายขาวครึ่งวงกลมพระจันทร์เสี้ยว แบ่งออกเป็นสองอ่าว คือ ท้องนายปานน้อย และท้องนายปานใหญ่ โดยมีแหลมยื่นคั่นกลาง ทั้งสองหาดนี้เป็นชายหาดที่จัดได้ว่าสวยงามและสงบ นับเป็นอีกบรรยากาศของการพักผ่อนบนเกาะพะงัน มีเม็ดทรายที่ขาวสะอาด นุ่มเท้าราวกับทำสปาเท้าแบบธรรมชาติเลยทีเดียว
หาดท้องนายปานนี้ กล่าวได้ว่าสามารถเล่นน้ำทะเลได้ตลอดทั้งปี ใกล้กันนั้นก็มีน้ำตกธารประเวศซึ่งอยู่ก่อนถึงหาดท้องนายปาน จุดสังเกตคือจะมีทางแยกซ้ายมือลงไปอ่าวท้องนายปานน้อยประมาณ 100 เมตร และ
น้ำตกแห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระราชทานนามไว้ เมื่อครั้งที่เสด็จ
ประพาสหาดท้องนายปาน เมื่อปี พ.ศ. 2441 นอกจากนี้พระองค์ทรงได้จารึกพระปรมาภิไธยย่อริมน้ำตกเพื่อ
เป็นอนุสรณ์ จึงเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวต่างมาเยี่ยมชม หลังจากนั้นหันหัวเรือกลับสู่หาดหน้าโรงแรม
|
ช่วงเย็นย่ำหรือค่ำหน่อยก็สามารถเลือกรับประทานอาหารทะเลตามร้านที่ตั้งเรียงรายบนหาดริ้นได้ตาม
|
ชอบ ราคาต่อท่านประมาณ 200 บาท หลังรับประทานอาหาร เดินเล่นชมแสงสีของร้านรวงบริเวณหาดริ้น
สัมผัสกลิ่นอายบรรยากาศชายทะเล และหากว่ามาในวันขึ้น 15 ค่ำ บริเวณหาดริ้นจะมีงาน Fullmoon Party
ซึ่งโด่งดังไปทั่วโลก หลังเพลิดเพลินสำราญใจแล้ว เดินทางกลับสู่ที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย หรือจะลงมารับลมริมหาดกันต่อก็ไม่เลวทีเดียว
|
วันที่สี่ ตื่นเช้าลงเล่นน้ำ หลังจากนั้นเวลาสายๆ คืนที่พักแล้วเดินทางไปที่ท้องศาลา แวะซื้อของฝาก
|
กันที่ชุมชนท้องศาลา เช่น ปลาหมึกตากแห้ง ปลาตากแห้ง รวมถึงรับประทานอาหาร ราคาอาหารต่อท่านประมาณ 60 บาท คืนรถมอเตอร์ไซค์ ก่อนจะขึ้นเรือกลับเข้าเกาะสมุยเที่ยวเวลา 12.00 น.
|
เมื่อถึงเกาะสมุยซื้อตั๋วของสมบัติทัวร์ รถ VIP เที่ยว 15.30 น. ถึงกรุงเทพฯ เวลาประมาณ 04.00 น.
|
ของอีกวัน อัตราค่าโดยสารอยู่ที่ 632 บาท เดินเล่นรอเวลาเดินทางกลับกรุงเทพฯ
รายละเอียดงบประมาณ (เดินทาง 2 ท่าน) |
|
ค่าโดยสารรถไปกลับ กรุงเทพฯ-เกาะสมุย ท่านละ
ค่าที่พัก 2 คืน เฉลี่ยท่านละ
ค่าอาหาร 6 มื้อ เฉลี่ยท่านละ
ค่าเช่ารถ เฉลี่ยท่านละ
ค่าเรือ เกาะสมุย-เกาะพะงัน ไปกลับ ท่านละ
ค่าเรือนำเที่ยว 700 บาท เฉลี่ยท่านละ
ราคารวมต่อท่าน
|
1,264 บาท
850 บาท
600 บาท
150 บาท
160 บาท
350 บาท
3,374 บาท |
รายละเอียดเพิ่มเติม
ตรวจสอบราคาและจองห้องพักได้ที่ http://www.hotels24thailand.com/r24/koh-samui.htm
ตรวจสอบตารางเวลาเดินรถได้ที่ www.sombattour.com
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรือ บริษัทเฟอร์รี่ไลน์และส่งเสริมทราเวิลเซ็นเตอร์ โทร. 0 7728 5124-6
สำนักงานเกาะสมุย โทร. 0 7742 1228, 0 7742 1316-9 และสำนักงานเกาะพะงัน โทร. 0 7737 7704 |