ฉันรักอัมพวา 2 วัน 1 คืน งบประมาณ 1,900 บาทต่อคน
|
ไม่มีที่ไหนอีกแล้วที่คุณจะได้กินเต็มเหนี่ยวเที่ยวเต็มที่เหมือนกับที่ “อัมพวา” อำเภอเล็กๆ ที่จะชวนให้คุณเพลิดเพลินและหลงใหลไปกับบรรยากาศงดงามสบายตาแบบชุมชนย้อนยุคกับอากาศแสนจะบริสุทธิ์ และอาหารอร่อยที่มีให้เลือกกินนานับไม่ถ้วน
|
 |
หมุนพวงมาลัยขับรถมาตามทางหลวงหมายเลข 35 ธนบุรี - ปากท่อ (ถ.พระราม 2) พอข้ามแม่น้ำท่าจีนเลี้ยวเข้าเขตแม่กลอง ตรงมาให้ถึงแยกตลาดแม่กลอง แล้วเลี้ยวขวาผ่านวัดป้อมแก้วหมุนพวงมาลัยมุ่งหน้าสู่ “อัมพวา” ถึงอัมพวาแล้วก็เช็กอินเข้าที่พักกันก่อนเลยที่ “บ้านรักอัมพวา” (355 ซอยโรงเจอัมพวา ตรงข้าม
วัดอัมพวันเจติยาราม ถนนคลองอัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม โทร. 08 9128 3838,
08 911 1158 www.baanrak-amphawa.com) บ้านพักเล็กๆ ตั้งอยู่ริมคลองอัมพวา พักเหนื่อยดื่มน้ำสักครู่จากนั้นก็ออกเดินเที่ยวเล่นกันอย่างเพลิดเพลิน |
|
|
| เริ่มจากสถานที่แรกที่อยู่ไม่ไกลจากที่พัก “อุทยานพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย” หรือที่เรียกสั้นๆว่า “อุทยาน ร.2” ทันทีที่เหยียบย่างเข้าไป ณ สถานที่แห่งนี้ กลิ่นหอมของหมู่มวลไม้ในวรรณคดีก็ลอยมาปะทะจมูก...หอมชื่นใจ ไม่เพียงเท่านี้กลิ่นอายความสงบร่มเย็นก็เข้ามาครอบคลุมรอบพื้นที่ ดูเหมือนว่านี่คือการจำลองวิถีชีวิตไทยในอดีตเข้ามาไว้ทดแทน เดินตรงเข้ามาเรื่อยๆจะพบกับเรือนไทยหมู่ 5 หลัง จัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงศิลปวัตถุในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ตลอดจนลานโขน โรงละครกลางแจ้งเก่าแก่น่าดูชม |
 |
| อิ่มเอิบกันเต็มที่แล้วเดินต่อมายัง “วัดอัมพวันเจติยาราม” ที่อยู่ไม่ไกลจากอุทยาน ร.2 มากนัก วัดนี้เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองชาวสมุทรสงคราม เป็นสถานที่ประสูติของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เพียงได้ไหว้พระและชมจิตรกรรมฝาผนังก็เปรียบเสมือนมาถึงถิ่นที่แล้ว |
 |
| เที่ยวมาสักพัก ถึงเวลาสมควรแล้วประเดิมมื้อกลางวันที่อัมพวาไม่ต้องไปไกลให้เสียเวลาขับรถออกมาจากบริเวณวัดเลี้ยวซ้ายไปที่ร้าน “บ้านน้องอุ้ม” (โทร. 0 3475 1977) ร้านอาหารริมแม่น้ำแม่กลองอยู่ใกล้ๆอุทยาน ร. 2 รับลมเย็นสบายจากสายน้ำ อาหารจานเด็ดหนีไม่พ้นแกงส้มกุ้งหลดบัว หมึกผัดกะปิคลองโคน และต้มยำปลาทู ร้านนี้มีทีเด็ดอยู่ที่อาหารอร่อยราคาย่อมเยา |
 |
อิ่มก็แล้วผ่านพ้นการเที่ยวเชิงวัฒนธรรมมาก็แล้ว คราวนี้ก็มาท่องเที่ยวตามแบบวิถีชาวบ้านบ้าง แต่ก่อนจะออกรถ อย่าลืม...แวะซื้อกาแฟโบราณที่ “ร้านชานชาลา” ของมูลนิธิชัยพัฒนา แก้อาการหนังท้องตึงหนังตาก็หย่อน ก่อนจะขับรถมาดูการผลิตน้ำตาลมะพร้าวที่ “กลุ่มแม่บ้านตลาดท่าคา นางอุไร สีเหลือง”
(เลขที่ 1 หมู่ 2 ตำบลท่าคา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม โทร. 0 3476 6323, 08 6789 8130) ชมกรรมวิธีการผลิตตั้งแต่นำน้ำตาลสดจากต้นมะพร้าว เคี่ยวในกระทะใบเขื่อง กระทั่งถึงการหยอดน้ำตาลให้เป็นก้อนเป็นปึกได้รู้ซึ้งถึงภูมิปัญญาชาวบ้านกันก็คราวนี้เอง |
 |
จุดหมายต่อไปนี้ต้องบอกว่าเป็นทีเด็ดของอัมพวาที่ใครๆ ต่างก็ตบเท้าเข้ามา “ตลาดน้ำอัมพวายามเย็น” บริเวณตลาดเริ่มคึกคักกันตั้งแต่ 4 - 5 โมงเย็นของวันศุกร์เป็นต้นไปจนถึงเย็นวันอาทิตย์ อาหารจานเด็ดที่ควรแวะมารับประทานก็ได้แก่ กุ้งแม่น้ำย่าง-เผา ผัดไทยกุ้งแม่น้ำ ต้มส้มปลาทู ปลาทูย่างสะเดาน้ำปลาหวาน ก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำแดง หอยทอด ตบท้ายด้วยไอศกรีมโบราณที่ “ร้านกำปั่น” (โทร. 08 1921 5300,
08 9120 0757) ที่ตั้งอยู่เลียบคลองอัมพวาและขนมเทียนสลัดงา ที่สำคัญอย่าลืมชิมขนมหวานแบบไทยๆ เหมือนเช่นในวรรณคดี เผลอๆจะท่องกาพย์เห่เรือได้คล่องปร๋อ ความที่ “อิน” กับบรรยากาศ |
 |
หลังจากอิ่มหนำสำราญแล้วก็ได้เวลาลอยเรือล่องชมบ้านริมไม้ริมคลอง ตึกแถวโบราณกับประตูบาน
ไม้เฟี้ยมที่เปรียบเหมือนพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต เมื่ออาทิตย์อัสดง แสงแรกยามราตรีมาถึงก็ได้เวลาลงเรือเที่ยวชมสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ ที่มีแสงสว่างในตัวเอง ค่อยเปล่งประกายแสงวิบวับงามตา ทำให้ยามค่ำคืนธรรมดามีค่าควรจดจำที่สุดในชีวิต ก่อนจะกลับไปนอนพักที่โฮมสเตย์อันแสนรื่นรมย์ รับลมเย็นริมคลองอัมพวามีหวังคืนนี้ฝันหวานสุดๆ |
 |
เช้าวันที่สอง เช้านี้ขอแนะนำให้ตื่นแต่เช้าตรู่ เพื่อใส่บาตรพระที่พายเรือมารับบิณฑบาตรตามวิถีชีวิต
แบบไทย ก่อนจะมานั่งซดกาแฟโบราณริมคลองที่ “ร้านสมานการค้า” (โทร. 08 9995 5400,
0 3475 10660) แล้วเดินเลียบคลองเล่นๆ ผ่อนคลายจิตใจ จากนั้นอย่าลืมเที่ยวพิพิธภัณฑ์ที่หวานที่สุดในเมืองไทยอย่าง “พิพิธภัณฑ์ขนมไทยแห่งอัมพวา” (สอบถามรายละเอียดโทร. 0 2902 7721) ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ ตลาดน้ำนิดเดียว เห็นขนมหวานในพิพิธภัณฑ์แล้วจะตามมาเก็บตกอาหารคาว - หวานที่ตลาดน้ำอัมพวาอีก
ซักรอบก็ไม่ว่ากัน |
 |
รายละเอียดงบประมาณ
|
| ค่าน้ำมันรถ |
1,000 บาท (สำหรับ 2 คน) |
| ค่าที่พัก |
800 บาท (สำหรับ 2 คน) |
| ค่าอาหาร 2 วัน |
2,000 บาท (สำหรับ 2 คน) |
| รวม |
3,800 บาท (สำหรับ 2 คน) |
|